Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

ศาลจังหวัดปราจีนบุรี ได้ไต่สวนมูลฟ้อง นัดที่ห้า คดีนายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องตำรวจปราจีนบุรี 7 คน กรณีโจทก์ถูกทำร้ายร่างกายบังคับให้รับสารภาพขณะเป็นเยาวชน  

ศาลจังหวัดปราจีนบุรี ได้ไต่สวนมูลฟ้อง นัดที่ห้า  คดีนายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องตำรวจปราจีนบุรี 7 คน  กรณีโจทก์ถูกทำร้ายร่างกายบังคับให้รับสารภาพขณะเป็นเยาวชน   

23 September 2016

1502

  เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2559 เวลา 13.30 น. ศาลจังหวัดปราจีนบุรี ได้ไต่สวนมูลฟ้องนัดที่ห้า คดีอาญาหมายเลขดำที่ 925/2558  คดีที่นายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร เป็นโจทก์ยื่นฟ้องตำรวจ 7 คน ได้แก่เจ้าพนักงานตำรวจ สภ.เมืองปราจีนบุรี 2 คน และเจ้าพนักงานตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี 2 คน เป็นจำเลย ฐานร่วมกันกระทำความผิด ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม ความผิดต่อร่างกาย และความผิดต่อเสรีภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 200, 295, 305, 310, 391 ประกอบมาตรา   83, 91 สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ที่นายฤทธิรงค์ระบุว่าเจ้าพนักงานตำรวจควบคุมไปทำร้ายร่างกายบังคับให้รับสารภาพ ในการไต่สวนมูลฟ้องนัดนี้ พนักงานอัยการจังหวัดปราจีนบุรีซึ่งเป็นทนายความจำเลยทั้งเจ็ดได้ถามค้านนายฤทธิรงค์ โจทก์ ต่อเนื่องจากนัดที่ผ่านมา (27 มิถุนายน 2559) โดยนายฤทธิรงค์ตอบคำถามค้านทนายความจำเลย ยังคงยืนยันเช่นเดิมว่าบาดแผลที่ตนได้รับเกิดจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2552 ตนถูกเจ้าพนักงานตำรวจควบคุมตัวไปที่ สภ.เมืองปราจีนบุรีและถูกนำไปร่วมกันทำร้ายร่างกาย ใช้ถุงพลาสติกครอบศีรษะแล้วรวบปากถุงให้ขาดอากาศหายใจ บังคับให้รับสารภาพ  บาดแผลตามภาพที่แสดงต่อศาลเกิดขึ้นจากการถูกทำร้ายจริงและไม่ใช่บาดแผลที่ตนได้สร้างขึ้นภายหลังเพื่อปรักปรำเจ้าพนักงานตำรวจ โดยบริเวณบาดแผลนั้นได้รับความเจ็บปวด กดเจ็บบริเวณคอและบริเวณข้อมือ แต่บริเวณดังกล่าวไม่มีร่องรอยของบาดแผล และปรากฎบาดแผลถลอกบริเวณร่างกายของตน ตามใบรับรองแพทย์ของโรงพยาบาลบ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี  นอกจากนั้นนายฤทธิรงค์ยอมรับว่าในวันเกิดเหตุหลังจากถูกทำร้ายร่างกายดังกล่าวแล้วถูกนำตัวกลับมายัง สภ.เมืองปราจีนบุรี ตนไม่ได้แจ้งให้ใครทราบว่าตนถูกทำร้ายร่างกายบังคับให้รับสารภาพ  สาเหตุที่ตนไม่ยอมแจ้งให้ใครทราบหรือแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าพนักงานตำรวจที่ทำร้ายตนตั้งแต่วันเกิดเหตุนั้น เนื่องจากตนหวาดกลัวมาก ทั้งขณะถูกทำร้ายร่างกายเพื่อบังคับให้รับสารภาพว่าตนเป็นผู้วิ่งราวทรัพย์ของนางเพ็ญศิริ ผู้เสียหายในคดีวิ่งราวทรัพย์ทั้งๆที่ตนไม่ได้เป็นผู้กระทำนั้น ตนได้ถูกเจ้าพนักงานตำรวจที่ทำร้ายข่มขู่ว่าจะฆ่าหากตนได้นำเรื่องที่ถูกทำร้ายไปแจ้งให้คนอื่นทราบ  วันต่อมาตนกับบิดาได้เดินทางเพื่อเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.เมืองปราจีนบุรีเพื่อดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำร้ายตนแล้ว แต่เจ้าพนักงานตำรวจไม่รับแจ้งความร้องทุกข์  ตนจึงได้ไปแจ้งความเป็นหลักฐานไว้ที่ สภ.บ้านสร้าง และเจ้าพนักงานตำรวจ สภ.บ้านสร้าง ได้บอกว่าไม่สามารถรับแจ้งความร้องทุกข์เพื่อให้ดำเนินคดีอาญากับเจ้าพนักงานตำรวจดังกล่าวได้ เพราะไม่ใช่ท้องที่เกิดเหตุ และยังแนะนำว่าให้ไปแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.เมืองปราจีนบุรี ท้องที่เกิดเหตุ จึงจะดำเนินคดีได้  หลายวันต่อมาตนจึงสามารถแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.เมืองปราจีนบุรีได้โดยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจต่างคนกันกับที่ไปครั้งแรก การถามค้านนายฤทธิรงค์ของทนายความจำเลยทั้งเจ็ดเสร็จสิ้นแล้ว นัดต่อไปทนายความโจทก์จึงจะได้ถามติง โดยศาลได้กำหนดนัดไต่สวนมูลฟ้องครั้งต่อไปในวันที่ 26 กันยายน 2559 เวลา 13.30 น. ถึง 16.00 น. นายฤทธิรงค์ขณะเกิดเหตุเรียนมัธยมปลายถูกจับกุมและถูกทำร้ายร่างกายและจิตใจ ถูกถุงพลาสติกคลุมศีรษะให้ขาดอากาศหายใจหลายครั้ง ถูกขู่ฆ่า  ถูกทำร้ายซ้ำๆ จนทนไม่ไหวจนสารภาพตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวหา  ปัจจุบันผู้ก่อเหตุการณ์ชิงทรัพย์ได้ถูกจับกุมและดำเนินคดีแล้ว อัยการสั่งไม่ฟ้องนายฤทธิรงค์ แต่พบว่าได้รับผลกระทบทางด้านจิตใจ นอนไม่หลับ กลัวการออกจากบ้านคนเดียว ไม่ไว้ใจใคร  พยายามเรียกร้องขอความเป็นธรรมหลายหน่วยงาน ปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบถึงครอบครัว จึงได้นำคดีมาฟ้องต่อศาลให้ดำเนินคดีเพื่อให้ได้รับความเป็นธรรม   สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ นายปรีดา นาคผิว 098-6222474 ทนายความ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม นายสัญญา เอียดจงดี  ทนายความ   โทร 087-5894884   --

Recent posts