Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

แอมเนสตี้เรียกร้องทางการมาเลเซียยกเลิกข้อหาปลุกระดมมวลชนต่อผู้เห็นต่าง

แอมเนสตี้เรียกร้องทางการมาเลเซียยกเลิกข้อหาปลุกระดมมวลชนต่อผู้เห็นต่าง

1 September 2016

1353

            วันนี้ (30 สิงหาคม 2559เวลา 09.30 น. ตัวแทนแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย รวมตัวที่หน้าสถานทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย ถ. สาทรใต้ กรุงเทพ เพื่อยื่นจดหมายเรียกร้องทางการมาเลเซียยกเลิกกฎหมายปลุกระดมมวลชนและกฎหมายอื่นๆ ที่ถูกใช้เพื่อปิดปากผู้ที่มีความคิดเห็นต่าง ชี้เป็นการละเมิดเสรีภาพในการแสดงออกอย่างสงบของประชาชน

นางปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ตัวแทนมอบจดหมายเปิดเผยว่า แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล มีความกังวลต่อเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนมาเลเซียที่กำลังตกอยู่ในอันตราย ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีนักกิจกรรมจากภาคประชาสังคม นักวิชาการ นักการเมืองฝ่ายตรงข้าม และคนที่ออกมาพูดต่อต้านรัฐบาลถูกตั้งข้อหาจากกฎหมายปลุกระดมมวลชน ตลอดจนกฎหมายอื่นๆ ที่กดขี่เสรีภาพของกลุ่มผู้เห็นต่าง

ล่าสุดทางการมาเลเซียตัดสินลงโทษจำคุกนายโมฮัมเหม็ด ฟากรูลราซี โมฮัมเหม็ด มอกตา รองหัวหน้าพรรคกรรมกรมาเลเซีย (Parti Amanah Negara Youth) เป็นเวลา 8 เดือนด้วยข้อหาปลุกระดมมวลชน โดยแอมเนสตี้เรียกร้องให้ทางการมาเลเซียยกเลิกคำตัดสินดังกล่าว และระบุว่าการตัดสินจำคุกนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามของรัฐบาลครั้งนี้เป็นการละเมิดเสรีภาพในการแสดงออก เรียกร้องยกเลิกคำตัดสินและเลิกใช้กฎหมายดังกล่าว

พ.ร.บ.ปลุกระดมมวลชนของมาเลเซียถือเป็นกฎหมายที่ละเมิดเสรีภาพในการแสดงออกอย่างชัดเจนและถูกใช้เป็นเครื่องมือสำหรับปิดปากคนเห็นต่าง กฎหมายนี้ไม่ควรมีอยู่ในสังคมสมัยใหม่ที่เคารพสิทธิมนุษยชน และควรถูกยกเลิกทันที ดังนั้นแอมเนสตี้จึงเรียกร้องทางการมาเลเซียยกเลิกข้อกล่าวหาตาม พ.ร.บ.ปลุกระดมมวลชนต่อประชาชนที่ถูกพิจารณาคดีจากการใช้เสรีภาพในการแสดงออกอย่างสงบ และยกเลิกกฎหมายปลุกระดมมวลชนและกฎหมายอื่นๆ ที่กดขี่เสรีภาพในการแสดงออก ตลอดจนปฏิบัติตามมาตรฐานและกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ปิยนุชกล่าว

หากประชาชนถูกตั้งข้อหาที่เกี่ยวกับพ.ร.บ.ปลุกระดมมวลชนและกฎหมายการสื่อสารและมัลติมีเดียจะมีโทษปรับไม่เกิน 5,000 ริงกิต (ประมาณ 45,000 บาท) หรือจำคุกสูงสุด 3 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับสำหรับผู้กระทำความผิดครั้งแรก และไม่เกิน 5 ปีสำหรับผู้กระทำความผิดซ้ำ ด้านสถานทูตมาเลเซียได้ส่ง Ms.Leowania Leow Sui Yin เลขานุการโท (Second Secretary) สถานเอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทยออกมารับจดหมาย พร้อมกล่าวขอบคุณที่แสดงออกอย่างสงบ

Recent posts