Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

เปิดสถิติการดำเนินคดีพลเรือนในศาลทหาร ปี 2

เปิดสถิติการดำเนินคดีพลเรือนในศาลทหาร ปี 2

27 August 2016

1565

ฐานความผิดที่พลเรือนต้องขึ้นสู่ศาลทหาร civilian-in-military-court เป็นเวลากว่า 2 ปีนับตั้งแต่มีการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557  คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีประกาศ คสช. ฉบับที่ 37/2557 เรื่อง ความผิดที่อยู่ในอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลทหาร ประกาศ คสช. ฉบับที่ 38/2557 เรื่อง คดีที่ประกอบด้วยการกระทําหลายอย่างเกี่ยวโยงกันให้อยู่ในอํานาจของศาลทหารและ ประกาศ คสช. ฉบับที่ 50/2557 เรื่อง ให้ศาลทหารมีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด ที่ใช้เฉพาะแต่การสงคราม ทำให้ความผิดบางประเภทนั้นอยู่ในอำนาจการพิจารณาของศาลทหาร ได้แก่ 1. ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทและผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์ ตั้งแต่มาตรา 107 ถึงมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา 2. ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร ตั้งแต่มาตรา 113 ถึงมาตรา 118 ประมวลกฎหมายอาญา 3. ความผิดตามประกาศหรือคําสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ 4. ความผิดฐานมีหรือใช้อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือ วัตถุระเบิด ที่ใช้เฉพาะแต่การสงครามที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ อันเป็นความผิด ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ที่กระทําตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. 2557 เวลา 16.30 น. เป็นต้นไป รวมถึงคดีซึ่งประกอบด้วยการกระทําหลายอย่างเกี่ยวโยงกันกับคดีความผิดที่อยู่ในอํานาจศาลทหารพิจารณาพิพากษา ข้อ 1-4 ซึ่งทำให้พลเรือนต้องขึ้นสู่การพิจารณาคดีของศาลทหารในคดี 4 ประเภทดังกล่าวจนกระทั่งถึงปัจจุบัน แม้จะมีการยกเลิกประกาศกฎอัยการศึกไปแล้วเมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2558 แต่คดีความที่อยู่ในการพิจารณาของศาลทหารยังคงดำเนินต่อไป
civilian-in-military-court2.1
สถิติการดำเนินคดีพลเรือนในศาลทหาร ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้ติดตามสถานการณ์สิทธิมนุษยชนหลังรัฐประหาร ได้รับข้อมูลจากกรมพระธรรมนูญระบุว่าตั้งแต่ 22 พ.ค. 2557- 31 พ.ค. 2559 มีคดีของพลเรือนที่ถูกดำเนินคดีในศาลทหารจำนวน 1,546 คดี คิดเป็นจำนวนผู้ต้องหาและจำเลยรวม 1,811 คน เป็นคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดี 517 คดี และคดีที่ศาลพิจารณาคดีเสร็จสิ้นแล้ว 1,029 คดี  ซึ่งสามารถแบ่งเป็น
  • คดีฝ่าฝืนคำสั่งหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติจำนวน 44 คดี
  • คดีมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา (หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ) จำนวน 63 คดี
  • คดีมาตรา 116 ประมวลกฎหมายอาญา (ยุยงปลุกปั่นให้เกิดความกระด้างกระเดื่องฯ) จำนวน  5  คดี
  • คดีตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธพ.ศ. 2490 จำนวน 1,434 คดี
จากสถิติรวมดังกล่าวหากแบ่งตามพื้นที่ในต่างจังหวัดที่ขึ้นต่อศาลมณฑลทหารบก มีจำนวนคดีทั้งหมด 1,371 คดี ผู้ต้องหาและจำเลยรวม 1,536 คน  เป็นคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดี 445 คดี และคดีที่ศาลพิจารณาคดีเสร็จสิ้นแล้ว 926 คดี แบ่งเป็น
  • คดีฝ่าฝืนคำสั่งหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติจำนวน 20 คดี
  • คดีมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา จำนวน 20 คดี
  • คดีมาตรา 116 ประมวลกฎหมายอาญา จำนวน  –  คดี
  • คดีตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธ พ.ศ. 2490 จำนวน 1,331 คดี
ในขณะที่ศาลทหารกรุงเทพมีจำนวนคดีทั้งหมด 175 คดี ผู้ต้องหาและจำเลยรวม 275 คน  เป็นคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดี 72 คดี และคดีที่ศาลพิจารณาคดีเสร็จสิ้นแล้ว 103 คดี แบ่งเป็น
  • คดีฝ่าฝืนคำสั่งหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติจำนวน 24 คดี
  • คดีมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา จำนวน 43 คดี
  • คดีมาตรา 116 ประมวลกฎหมายอาญา จำนวน  5  คดี
  • คดีตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธ พ.ศ. 2490 จำนวน 103 คดี
civilian-in-military-court3 ข้อสังเกตศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนต่อสถิติการดำเนินคดีพลเรือนในศาลทหาร
  1. การที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. 2557 – 1 เม.ย. 2558 ส่งผลให้คดีซึ่งเกิดระหว่างการประกาศกฎอัยการศึกดังกล่าวนั้นไม่สามารถอุทธรณ์และฎีกาได้แม้จะมีการยกเลิกประกาศกฎอัยการศึกแล้วก็ตาม อย่างไรก็ตามสถิติดังกล่าวไม่ได้แบ่งแยกเวลาทำให้ไม่สามารถทราบได้ว่าคดีที่ไม่มีสิทธิในการอุทธรณ์ฎีกามีจำนวนเท่าใด
  2. จากสถิติคดีทั้งในพื้นที่ต่างจังหวัดและกรุงเทพมหานครพบว่าประเภทคดีซึ่งสู่การพิจารณาในศาลทหารมากที่สุดยังคงเป็นประเภทคดีตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธ พ.ศ. 2490 สถิติคดีที่สูงแสดงให้เห็นว่ามีคดีเพียงส่วนน้อยซึ่งเกี่ยวข้องทางการเมืองเท่านั้น แต่คดีส่วนใหญ่เป็นคดีอาชญากรรมที่เกิดขึ้นโดยเหตุซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับแรงจูงใจทางการเมือง แต่กลับต้องถูกดำเนินคดีในศาลทหารซึ่งมีหลักประกันสิทธิการได้รับการพิจารณาคดีที่เป็นธรรมน้อยกว่าศาลยุติธรรรม
  3. เมื่อเทียบกับสถิติการดำเนินคดีพลเรือนในศาลทหารซึ่งศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รับข้อมูลสถิติคดีช่วง 22 พ.ค. 2557- 30 ก.ย. 2558 ในครั้งแรก มีพลเรือนซึ่งถูกดำเนินคดีมาตรา 116 ประมวลกฎหมายอาญาในศาลมณฑลทหารบก 2 ราย ซึ่งขัดแย้งกับข้อมูลล่าสุดที่ได้รับคือไม่มีคดีมาตรา 116 ในศาลมณฑลทหารบกเลย นอกจากนี้สถิติคดีมาตรา 116 ในศาลทหารกรุงเทพ 5 คดีนั้นยังน้อยกว่าความเป็นจริงซึ่งศูนย์ทนายความฯทราบว่ามีคดีอย่างน้อย 6 คดีคือ คดีของนายจตุรนต์ ฉายแสง คดีของสมบัติ บุญงามอนงค์ คดีพลเมืองรุกเดินของพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ คดีมอบดอกไม้ให้พันธ์ศักดิ์ของลุงปรีชาคดีของรินดาซึ่งโพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ค และยังคงมีอีกหลายคดีที่อยู่ในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาของอัยการทหาร เช่น คดี 14 ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ คดี 8 แอดมินเพจเรารักประยุทธ์ เป็นต้น ข้อมูลสถิติดังกล่าวจึงอาจยังไม่ครบถ้วนตามความเป็นจริง
  4. เมื่อเทียบกับคดีในความรับผิดชอบของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเฉพาะที่อยู่ในเขตอำนาจศาลทหารทั้งหมด 53 คดี โดยมีคดีที่สิ้นสุดแล้ว 16 คดี ซึ่งล้วนแต่เป็นคดีที่จำเลยรับสารภาพและไม่มีการสืบพยานในชั้นศาล แต่คดีที่ยังไม่สิ้นสุดอีก 37 คดี  ที่จำเลยต่อสู้คดี  ยังไม่มีคดีใดเลยที่ศาลทหารพิจารณาเสร็จสิ้นในระยะเวลาสองปีที่ผ่านมา เนื่องจากศาลทหารไม่มีระบบการนัดพิจารณาคดีอย่างต่อเนื่อง  อีกทั้งเมื่อพยานซึ่งนัดไว้ล่วง  ไม่มาศาลโดยอ้างเหตุติดราชการ  ศาลก็จะมีคำสั่งให้เลื่อนการสืบพยาน  ทำให้เสียวันนัดดังกล่าวไป และโดยปกติศาลทหารจะนัดสืบพยานเพียงครึ่งวันในช่วงเช้าเท่านั้น  ทำให้การพิจารณาคดีของศาลทหารเป็นไปอย่างล่าช้า  ซึ่งเมื่อเทียบกับคดีประเภทเดียวกัน  คือข้อหาฝ่าฝืนประกาศหรือคำสั่งคสช.ที่อยู่ในเขตอำนาจศาลยุติธรรม  เนื่องจากเหตุในคดีเกิดก่อนการประกาศให้คดีฝ่าฝืนประกาศหรือคำสั่งคสช.พิจารณาในศาลทหาร คือคดีฝ่าฝืนการชุมนุมทางการเมืองของอภิชาติ พงษ์สวัสดิ์ ในศาลแขวงปทุมวันและคดีฝ่าฝืนคำสั่งเรียกรายงานตัวของสมบัติ บุญงามอนงค์ในศาลแขวงดุสิต ซึ่งจำเลยให้การปฏิเสธและต่อสู้คดีในศาลชั้นต้น ปรากฎว่าคดีดังกล่าวล้วนพิจารณาและพิพากษาแล้วทั้งสิ้น แต่คดีฝ่าฝืนประกาศหรือคำสั่งคสช.ในศาลทหารอาทิเช่น คดีฝ่าฝืนการรายงานตัวของจิตรา คชเดช กลับยังพิจารณาไม่เสร็จสิ้น
รายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินคดีพลเรือนในศาลทหารเพิ่มเติม 
อ่ายรายละเอียดทางเว็บไซต์ได้ที่ http://www.tlhr2014.com/th/?p=1650
และรับชมคลิปวีดิโอเกี่ยวกับประเด็นนี้ได้ที่ ความยุติธรรรมในศาลทหาร "เพื่อความมั่นคง" https://www.youtube.com/watch?v=9Plbh7bA8x0
 
----------------------------------------------- ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
Thai Lawyers for Human Rights
โทร/Tel (+66) (0) 96-789-3172,  096-789-3173
e-mail: tlhr2014@gmail.com

Recent posts