Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

ศาลจังหวัดปัตตานีได้สืบพยานโจทก์อีกหนึ่งปาก คดีแพ่ง กรณีปุโละปุโย คือนายอับดุลกอฮาร์   อาแวปูเตะ หนึ่งในคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคำสั่งของ กอ.รมน ภาค 4 ส่วนหน้า

ศาลจังหวัดปัตตานีได้สืบพยานโจทก์อีกหนึ่งปาก คดีแพ่ง กรณีปุโละปุโย  คือนายอับดุลกอฮาร์   อาแวปูเตะ  หนึ่งในคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคำสั่งของ กอ.รมน ภาค 4 ส่วนหน้า

12 August 2016

1626

    ในวันที่ 9 สิงหาคม 2559  ณ ห้องพิจารณาคดีที่ 2   ศาลจังหวัดปัตตานีได้สืบพยานโจทก์อีกหนึ่งปาก คดีแพ่งหมายเลขดำที่ 519 / 2558  ระหว่าง นายยา ดือราแม กับพวกรวม 5 คน โจทก์   กองทัพบก ที่ 1 และสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 2  จำเลย เรื่องละเมิด เรียกค่าเสียหายตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 กรณีเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ทหารพรานยิงรถชาวบ้านที่ ต.ปุโละปุโย อ.เมือง จ.ปัตตานี เมื่อ 29 มกราคม 2555 จนมีชาวบ้านเสียชีวิต 4 คน และบาดเจ็บ 5 คน โดยผู้บาดเจ็บทั้งห้าเป็นโจทก์ในคดีนี้ โดยในวันนี้ศาลได้สืบพยานโจทก์เป็นปากที่ 10 คือ นายอับดุลกอฮาร์  อาแวปูเตะ  ประธานมูลนิศูนย์ทนายความมุสลิมประจำจังหวัดปัตตานี หนึ่งในคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์ทหารพรานยิงชาวบ้านดังกล่าวข้างต้น  ซึ่งคณะกรรมการชุดดังกล่าวแต่งตั้งขึ้นตามคำสั่งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ที่ 10 /2555 ลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2555 โดยคณะกรรมการฯ มีจำนวน 15 คน ประกอบด้วย ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ องค์กรเอกชน และผู้แทนภาคประชาชน รวมทั้งผู้แทนชาวบ้านจากพื้นที่ที่มีผู้ได้รับผลกระทบ นายอับดุลกอฮาร์  อาแวปูเตะ เบิกความต่อศาล ความว่า ตามความเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงสรุปว่า  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2555 เวลา  20.30 นาฬิกา ณ บริเวณทางแยกขึ้นทางหลวงสาย 418 ในพื้นที่บ้านกาหยี หมู่ที่ 1 ตำบลปุโละปุโย  อำเภอหนองจิก  จังหวัดปัตตานี   จนเป็นเหตุให้มีประชาชนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุจำนวน 4คน ได้รับบาดเจ็บจำนวน 5 คน รถยนต์กระบะได้รับความเสียหาย 1 คัน เกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งอยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ กระทำต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์  โดยน่าจะเกิดจากการสำคัญผิดสืบเนื่องมาจากปัจจัยสภาพแวดล้อมซึ่งเป็นที่มืดและเป็นช่วงเวลาที่ถือว่าเป็นเวลาดึกสำหรับบริเวณและพื้นที่เกิดเหตุ  ประกอบกับระยะเวลาเกี่ยวพันกับกรณีคนร้ายใช้อาวุธสงครามลอบยิงฐานปฏิบัติการของทหารพราน จึงมีการออกปฏิบัติการลาดตระเวนและตั้งจุดสกัดกั้นคนร้าย ซึ่งเคยประสบเหตุในทำนองเดียวกันมาหลายครั้ง เจ้าหน้าที่อาจมีความรู้สึกอคติและหวาดระแวงเป็นพื้นฐานเดิมอยู่มาก อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการมีความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่าประชาชนผู้ถูกกระทำเป็นผู้บริสุทธิ์ ประกอบกับข้อเท็จจริงจากรายงานการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์และข้อสงสัยหลายประการเกี่ยวกับการพบอาวุธปืนในรถยนต์คันที่เกิดเหตุ   คณะกรรมการจึงให้ความเห็นว่า น่าเชื่อว่าอาวุธปืนที่พบในรถไม่ใช่ของประชาชนที่มากับรถคันเกิดเหตุดังกล่าว เมื่อเสร็จสิ้นการสืบพยานในวันนี้ ศาลได้นัดสืบพยานโจทก์ครั้งต่อไปในวันที่ 10 ตุลาคม 2559 เวลา 09.00-16.00 นาฬิกา ขอเชิญสื่อมวลชนและผู้สนใจเข้ารับฟังการพิจารณาคดีของศาลตามวันและเวลาดังกล่าวข้างต้น  และติดตามความคืบหน้าคดีได้ที่ facebook page: Cross Cultural Foundation (CrCF)   ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ นายสากีมัน เบญจเดชา ทนายความ มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมจังหวัดปัตตานี     โทร.086-0374318 นายปรีดา นาคผิว   ทนายความ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม   โทร 089-6222474

Recent posts