Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

ศาลจังหวัดปัตตานีนัดสืบพยานคดีแพ่ง กรณีปุโละปุโย ญาติผู้บาดเจ็บเรียกร้องค่าเสียหายต่อกองทัพบกและกอรมน. (สำนักนายกรัฐมนตรี)

ศาลจังหวัดปัตตานีนัดสืบพยานคดีแพ่ง กรณีปุโละปุโย  ญาติผู้บาดเจ็บเรียกร้องค่าเสียหายต่อกองทัพบกและกอรมน. (สำนักนายกรัฐมนตรี)

12 August 2016

1380

  *************************   ในวันที่ 9 สิงหาคม 2559   เวลา 09.00 -16.00 นาฬิกา  ณ ห้องพิจารณาคดีที่ 2 ชั้นสอง    ศาลจังหวัดปัตตานีกำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์อีกครั้งหลังได้หลังได้สืบพยานไปทั้งสิ้นแล้ว 9 ปากตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2559   คดีนี้เป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 519 / 2558  ระหว่าง นายยา ดือราแม กับพวกรวม 5 คน โจทก์ และกองทัพบก ที่ 1 และสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 2   จำเลย  ซึ่งโจทก์ทั้งห้าเป็นชาวบ้านผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์กองกำลังเจ้าหน้าที่ทหารพรานใช้อาวุธปืนสงครามยิงเข้าใส่รถยนต์กระบะของชาวบ้านขณะเดินทางเพื่อไปละหมาดศพ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2555 เวลาประมาณ 20.30 น.  ที่ ต.ปุโละปุโย อ.หนองจิก จ.ปัตตานี  จนเป็นเหตุให้ชาวบ้านซึ่งโดยสารในรถยนต์ดังกล่าวเสียชีวิต 4 คน และบาดเจ็บ 5 คน ทั้งนี้ ญาติผู้เสียชีวิตได้รับเงินเยียวยาจาก ศอ.บต. แล้ว รายละ จำนวน 7.5 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอแก่ความเสียหายที่ได้รับแล้ว แต่กรณีผู้บาดเจ็บนั้น ได้รับเงินเยียวยาจำนวน500,000-765,000 บาท ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อความเสียหายที่ได้รับ จึงได้ยื่นฟ้องโดยฟ้องกองทัพบกและสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนทางละเมิดเพื่อให้ได้รับความเป็นธรรมต่อไป  แม้ว่าในห้วงเดือนเมษายน  2559 ศาลปัตตานีได้นัดไกล่เกลี่ยในคดีนี้ โดยโจทก์ทั้ง 5 ได้จัดส่งเอกสารสรุปความเสียหายของโจทก์แต่ละรายเพื่อเสนอให้แก่ฝ่ายจำเลยพิจารณาในเรื่องค่าเสียหายแล้วแต่ไม่สามารถไกล่เกลี่ยประนีประนอมยอมความกันได้จึงได้มีการนัดสืบพยานต่อเนื่องในเดือนพฤษภาคม 2559 โดยในวันที่ 9 สิงหาคม 2559 นี้ทนายโจทก์ขอสืบพยานฝ่ายโจทก์เพิ่มอีกหนึ่งปาก คือ นายอับดุลกอฮาร์  อาแวปูเต๊ะ  ตัวแทนจากมูลนิศูนย์ทนายความมุสลิม ในนามคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีนี้  ก่อนสืบพยานปากแพทย์ผู้รักษาทางด้านร่างกายและจิตใจของโจทก์ทั้งห้าในนัดครั้งต่อไป ขอเชิญสื่อมวลชนและผู้สนใจเข้ารับฟังการพิจารณาคดีของศาลตามวันและเวลาดังกล่าวข้างต้น  หรือติดตามความคืบหน้าคดีได้ที่ facebook page: Cross Cultural Foundation (CrCF)   ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ นายสากีมัน เบญจเดชา ทนายความ มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมจังหวัดปัตตานี     โทร.086-0374318 นายปรีดา นาคผิว   ทนายความ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม   โทร 089-6222474       ข้อเท็จจริงของคดี คดีนี้ ศาลจังหวัดปัตตานีได้สืบพยานโจทก์ทั้งห้า และบุคคลอื่นไปแล้วรวม 9 ปาก  โดยศาลจังหวัดปัตตานีได้สืบพยานฝ่ายโจทก์ครั้งแรก เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2559 สองปาก คือ นางรอสือนะห์  มารดาของโจทก์ที่  4 และ นางหามีเนาะ   มารดาของโจทก์ที่ 5 วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 ห้าปาก  คือ โจทห์ทั้งห้า  และวันที่ 31 พฤษภาคม 2559  เพิ่มอีกสองปาก คือ พยานโจทก์ที่สืบเพิ่ม ได้แก่ นางแอเสาะ  ดอเลาะ เป็นบุตรของโจทก์ที่ 2 ซึ่งยืนยันว่าโจทก์ที่ 2  ต้องกลายเป็นคนพิการเนื่องจากถูกกระสุนปืนของเจ้าหน้าที่ทหารยิง ขณะอยู่ในรถยนต์ซึ่งชาวบ้านรวม 9 คน กำลังเดินทางเพื่อไปร่วมละหมาดศพ วันที่ 29 มกราคม 2555  เป็นเหตุให้โจทก์ที่ 2 ซึ่งมีอาชีพเลี้ยงวัวไม่สามารถเลี้ยงวัวได้ด้วยตนเองอีกต่อไป จนต้องจ้างคนอื่นมาเลี้ยงวัวให้   และอีกปากหนึ่งคือนายหามะ บือราเฮง เบิกความว่าเป็นคนรับจ้างเลี้ยงวัวให้แก่โจทก์ที่ 2 นับตั้งแต่หลังเกิดเหตุคดีนี้เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้โจทก์ที่ 2 กลายเป็นคนพิการ โดยโจทก์ทั้งห้า เบิกความต่อศาลตรงกันว่า  เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2555  เวลาประมาณ 20.30 น. โจทก์ทั้งห้าร่วมรับประทานอาหารที่บ้านโจทก์ที่ 1 ซึ่งจัดงานเมาลิค เมื่อเสร็จมีนายสาหะ สาแม เชิญไปร่วมละหมาดศพที่หมู่บ้านหนึ่งต้องการคน 15 คน แต่ รวมตัวกันได้ 9 คน จึงนั่งรถกระบะของโจทก์ที่ 1 ไป  เมื่อถึงทางเนินสู่ถนนสี่เลน มีเจ้าหน้าที่ทหารหนึ่งบอกให้หยุดรถ นายสาหะได้ตะโกนบอกว่า เป็นชาวบ้านในหมู่บ้านจะไปละหมาดคนตาย พร้อมกับคนอื่นบนรถที่ช่วยตะโกนบอกแต่ถูกเจ้าหน้าที่ทหารพรานประจำฐานปฏิบัติการทหารพรานที่ 4302 ตำบลปุโละปุโย อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ได้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงเข้าใส่รถยนต์ของชาวบ้านซึ่งมีผู้อยู่ในรถจำนวน 9 คน ขณะกำลังเดินทางออกจากหมู่บ้านกาหยี หมู่ที่ 1    ต.ปุโละปุโย อ.หนองจิก  จ.ปัตตานี ได้เพียง 500 เมตร เพื่อไปละหมาดศพ (การละหมาดขอพรให้ผู้เสียชีวิต) ที่บ้านทุ่งโพธิ์ หมู่ที่ 4 ต.ลิปะสะโง  อ.หนองจิก  จ.ปัตตานี จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย และบาดเจ็บ 5 ราย ภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าวได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจอบสอบข้อเท็จจริงในกรณีนี้โจทก์ที่ 1 เป็นผู้ที่ไปให้การกับคณะกรรมการฯ เนื่องจากเวลาในขณะนั้นโจทก์ที่ 2 โจทก์ที่3 โจทก์ที่ 4 กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลปัตตานี และโจทก์ที่ 5 พักรักษาอาการอยู่ที่บ้าน ทั้งนี้ ญาติผู้เสียชีวิตได้รับเงินเยียวยาจาก ศอ.บต. แล้ว รายละ จำนวน 7.5 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอแก่ความเสียหายที่ได้รับแล้ว แต่กรณีผู้บาดเจ็บนั้น ได้รับเงินเยียวยาจำนวน500,000-765,000 บาท ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อความเสียหายที่ได้รับ จึงได้ยื่นฟ้องโดยฟ้องกองทัพบกและสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนทางละเมิดเพื่อให้ได้รับความเป็นธรรมต่อไป ในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลแพ่งคู่ความทั้งสองฝ่าย อาจเจรจาประนีประนอมยอมความกันได้  ก่อนศาลมีคำพิพากษาคดีเสร็จสิ้น

Recent posts