Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

คำสั่งหัวหน้าคสช.ยกเลิกห้ามบุคคลเดินทางออกราชอาณาจักร ใครได้ประโยชน์ ?

คำสั่งหัวหน้าคสช.ยกเลิกห้ามบุคคลเดินทางออกราชอาณาจักร ใครได้ประโยชน์ ?

6 June 2016

1593

  พลันที่ความเห็นของนานาประเทศจากการทบทวนรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทยตามกลไก Universal Periodic Review ของสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 11 พ.ค.59 ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์จบลง เสียงเรียกร้องของประเทศต่างๆ ที่มีคำถามถึงสถานการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชนในไทย ทั้งการพิจารณาคดีพลเรือนในศาลทหาร การบังคับบุคลสูญหาย การจำกัดเสรีภาพบุคคลในการแสดงออก และอีกหลายประเด็นทำให้ภายหลังห้วงเวลาดังกล่าวคสช.หรือรัฐบาลพยายามแสดงท่าทีในการผ่อนปรนในการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชนมากขึ้น รวมถึงล่าสุดในการออกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ 25/2559 เรื่อง ยกเลิกการห้ามบุคคลเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ซึ่งได้เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 31 พ.ค.59 และมีผลบังคับใช้ในวันนี้(1 มิ.ย.59)             อย่างไรก็ตาม ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเห็นว่าคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 25/2559 เรื่อง ยกเลิกการห้ามบุคคลเดินทางออกนอกราชอาณาจักร แม้อาจจะทำให้เกิดภาพลักษณ์ต่อรัฐบาลที่คล้ายผ่อนคลายความเข้มงวดลง แต่ในทางปฏิบัติดูเหมือนมีผู้ได้รับประโยชน์เพียงไม่กี่ราย และอาจมีการจำกัดสิทธิที่เพิ่มมากขึ้นจากถ้อยคำตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับนี้ กล่าวคือ
  1. กลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากคำสั่งหัวหน้าคสช.โดยตรง
คำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 25/2559 ให้ยกเลิกประกาศคสช.ฉบับที่ 21/2557 ซึ่งประกาศดังกล่าวนั้นกำหนดให้บุคคลที่มารายงานตัวตามคำสั่งคสช.ฉบับที่ 1/2557 ฉบับที่ 2/2557 และฉบับที่ 3/2557 ซึ่งมีทั้งหมด 155 รายชื่อ เนื่องจากกลุ่มบุคคลดังกล่าวนั้นถูกเรียกมารายงานตัวก่อนมีการประกาศคสช.ฉบับที่ 39/2557  เรื่อง การกําหนดเงื่อนไขการปล่อยตัวของบุคคลที่มารายงานตัวต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ลงวันที่ 25 พ.ค.57 กลุ่มดังกล่าวจึงยังไม่มีการลงนามในเงื่อนไขท้ายประกาศซึ่งห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร อย่างไรก็ตาม ศูนย์ทนายความฯ มีข้อสังเกตว่าบุคคลที่ถูกเรียกมารายงานตัวตามคำสั่งคสช.ภายหลังวันที่ 25 พ.ค.57 ซึ่งมีอย่างน้อย 300 รายชื่อตามคำสั่งเรียกบุคคลให้มารายงานตัวของคสช.นั้นไม่ได้รับประโยชน์ใดๆ จากคำสั่งหัวหน้าคสช.แห่งชาติฉบับนี้ เพราะกลุ่มดังกล่าวนั้นต้องลงนามในเงื่อนไขการปล่อยตัวท้ายประกาศคสช.ฉบับที่ 39/2557  อีกทั้ง ภายใน 155 รายชื่อ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักการเมืองนั้น มีบุคคลบางรายซึ่งไม่ได้ประโยชน์จากการยกเลิกประกาศคสช.ฉบับที่ 21/57  เพราะยังคงมีคดีความ หรือบางรายอาจถูกเรียกรายงานตัวหลายครั้ง อาทิเช่นนายพิชัย นริพทพันธุ์ นายจาตุรนต์ ฉายแสง หรือนายวัฒนา เมืองสุข เป็นต้น  
  1. กลุ่มที่ดูเหมือนจะได้รับประโยชน์ แต่ไม่ได้ประโยชน์
นอกจากบุคคลที่ถูกเรียกรายงานตัวตามคำสั่งคสช.ฉบับที่ 1-3/2557 จำนวน 155 คน แล้ว ในข้อ 3. ของคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับดังกล่าวยังระบุให้ บุคคลใดที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศคสช.ฉบับที่ 39/2557 ประกาศคสช.ฉบับที่ 40/2557 ประกาศคสช.ฉบับที่ 41/2557 และคำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 3/2558  หากจะเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ต้องได้รับอนุมัติจากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติก่อน ซึ่งหมายความว่าบุคคลที่ไม่ได้ฝ่าฝืนประกาศและคำสั่งดังกล่าวสามารถเดินทางออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ต้องได้รับอนุมัติจากหัวหน้าคสช. อย่างไรก็ตาม แม้บุคคลที่ไม่เคยฝ่าฝืนประกาศและคำสั่งดังกล่าว แต่ได้เคยลงนามในเงื่อนไขท้ายประกาศหรือคำสั่ง ซึ่งกำหนดห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้ขออนุมัติต่อหัวหน้าคสช.ก่อน ในทางปฏิบัติ การกำหนดเช่นนี้เท่ากับไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ สำหรับผู้ลงชื่อในเงื่อนไขตามประกาศและคำสั่งคสช.เลย กล่าวคือยังต้องขออนุมัติต่อหัวหน้าคสช.อยู่เช่นเดิม
  1. กลุ่มที่นอกจากจะไม่ได้รับประโยชน์แล้ว อาจเสียประโยชน์
นอกจากคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 25/2559 นี้ จะไม่เป็นประโยชน์ต่อผู้ติดเงื่อนไขตามประกาศคสช.ฉบับที่ 39/2557 ประกาศคสช.ฉบับที่ 40/2557 ประกาศคสช.ฉบับที่ 41/2557 และคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 แล้ว การกำหนดว่า “บุคคลใดที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศหรือคำสั่งดังต่อไปนี้ หากจะเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ต้องได้รับอนุมัติจากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติก่อน” ยังให้ความหมายที่อาจตีความได้กว้างถึงบุคคลที่ไม่ได้ลงนามตามท้ายประกาศหรือคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับนั้น แต่ได้ฝ่าฝืนประกาศหรือคำสั่งหัวหน้าคสช.ได้ด้วย อาทิเช่น กรณีมีผู้ชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป แต่ไม่ได้ลงนามในเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/58 ก็อาจถูกตีความว่าต้องขออนุมัติก่อน ทั้งที่ไม่เคยอยู่ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าวมาก่อนก็ได้ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนจึงเห็นคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 25/2559 นี้ เป็นการพยายามสร้างภาพลักษณ์ว่าคสช.มีการผ่อนปรนในด้านสิทธิเสรีภาพมากขึ้น แต่ในทางปฏิบัติแล้วแทบจะไม่มีผลแตกต่างใดๆ จากก่อนมีการประกาศใช้คำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับดังกล่าว เนื่องจากมีผู้ได้ประโยชน์อย่างจำกัด และบุคคลส่วนใหญ่ยังอยู่ภายใต้เงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศตามประกาศและคำสั่งฉบับอื่น อีกทั้งประชาชนยังมีความเสี่ยงจากการบังคับใช้ “กฎหมาย” อย่างกว้างขวางของคสช. เนื่องจากจากการใช้ถ้อยคำในคำสั่งที่มีความหมายอย่างกว้างขวางอีกด้วย -- ----------------------------------------------- ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

Recent posts