Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

โครงการเหมืองแร่โพแทชอำเภอวานรนิวาส และอำเภออื่น ๆ ในจังหวัดสกลนคร

โครงการเหมืองแร่โพแทชอำเภอวานรนิวาส และอำเภออื่น ๆ ในจังหวัดสกลนคร

5 May 2016

2516

บำเพ็ญ ไชยรักษ์ กลุ่มนิเวศวัฒนธรรมศึกษา แหล่งแร่โพแทชวานรนิวาส ในเขตจังหวัดสกลนคร เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของเทือกเขาภูพานซึ่ง พบว่ามีหมวดหินมหาสารคามอยู่ทางด้านเหนือของพื้นที่เป็นแอ่งถัดจากเทือกเขาภูพานเป็นต้นมา นักสำรวจทางธรณีวิทยาเห็นว่าในพื้นที่อำเภอวานรนิวาสซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของเทือกเขาภูพานเป็นพื้นที่ที่น่าสนใจในการที่จะพบแหล่งโพแทช สอดคล้องกับผลจากการสำรวจของกรมทรัพยากรธรณีในพื้นที่อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร เมื่อปี 2519 - 2520 ซึ่งเจาะสำรวจบริเวณนี้จำนวน 2 หลุมได้แก่ หลุมเจาะ K-48 และ K-55 ซึ่งมีข้อมูลว่าหลุมเจาะที่ K-48 เป็นหลุมเจาะที่พบแร่โพแทชชนิดซิลไวต์ที่เชื่อถือได้ และพบว่าชั้นแร่ซิลไวต์มีความหนามากว่า 19 – 20 เมตร(ปกรณ์ สุวานิช, 2550: 174 – 175) รายละเอียดดังตารางแสดงผลการเจาะสำรวจแร่โพแทชในท้ายบทความนี้ จากผลการเจาะสำรวจกรมทรัพยากรธรณีในหลุมเจาะที่ K-48 และ K-55 พบว่าแนวโน้มที่จะพบแหล่งแร่โพแทชชนิดซิลไวต์จะอยู่ในพื้นที่ทางตอนใต้ของอำเภอวานรนิวาส ตามฤทษฎีการเกิดแหล่งแร่ซิลไวต์ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในบริเวณไหล่โดมเกลือ และมีปริมาณเพียงพอที่จะประกอบการทำเหมืองได้ เพราะไหล่โดมเกลือมีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง (ปกรณ์ สุวนิช, 2550 : 181) จากการประเมินชั้นหินและโครงสร้างทางธรณีวิทยาจากหลุมเจาะ K-48 และ K-55 พบว่าชั้นหินทุกชั้นในหมวดหินมหาสารคามค่อนข้างจะเทียบเคียง(Conform) กันได้ทั้งหมดยกเว้นชั้นแร่ซิลไวต์ที่พบในหลุม K-48 เป็นชั้นแร่ซิลไวต์ชั้นล่าง(Lower Sylvite) ทำให้สามารถมองได้ว่าโครงสร้างของโดมเกลือที่น่าสนใจควรจะอยู่ทางใต้ของตัวอำเภอวานรนิวาสและมีแนวอยู่ในทิศตะวันออกเฉียงใต้-ตะวันตกเฉียงเหนือ โดยปัจจุบันนี้โครงการเหมืองแร่โพแทช จังหวัดสกลนคร โดย บริษัท ไชน่า หมิงต๋า โพแทช คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับอาชญาบัตรพิเศษสำรวจแหล่งแร่เพื่อพัฒนาเหมืองแร่ในเชิงพาณิชย์ในต้นปี2558 โดยสามารถลำดับความเคลื่อนไหวของโครงการดังนี้เป็นระยะนับตั้งแต่เริ่มมีการสำรวจแร่ดังนี้ ปี 2519 – 2520 กรมทรัพยากรธรณีดำเนินการเจาะสำรวจแร่ที่ อำเภอวานรนิวาส อำเภอพรรณานิคม และอำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร พบแร่โพแทชชนิด Carnallite และ Sylvite 6 กุมภาพันธ์ 2522 กระทรวงอุตสาหกรรมประกาศให้พื้นที่แอ่งสกลนครและแอ่งโคราชเป็นพื้นที่เพื่อการสำรวจ ทดลอง ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับแร่ตามมาตรา 6 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510 (1 เอกสารนี้ปรับปรุงขึ้นจากเนื้อหาบางส่วนในวิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชามานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยศิลปากร ของบำเพ็ญ ไชยรักษ์ เรื่อง "บทบาทของเกลือ ที่มีต่อนิเวศวัฒนธรรมและสุขภาวะ ของชุมชนในลุ่มนํ้าสงคราม" ปีการศึกษา 2554.) ปี 2539 กรมทรัพยากรธรณีมีความร่วมมือด้านธรณีวิทยาและทรัพยากรธรณีกับกระทรวงธรณีวิทยาและทรัพยากรธรณี (Ministry of Geology and Mineral Resources) สาธารณรัฐประชาชนจีน (ปัจจุบันคือกระทรวงที่ดินและทรัพยากร หรือ Ministry of Land and Resources) ซึ่งระบุถึงเรื่องการพัฒนาแหล่งแร่โปแตชและอุตสาหกรรมปุ๋ยเคมี โดยมีการทำบันทึกการประชุมหารือร่วมกัน (MOM) โดยมีกรอบความร่วมมือด้านการสำรวจธรณีวิทยาและทรัพยากรธรณี การฝึกอบรม การแลกเปลี่ยนขอมูลในการพัฒนาทรัพยากรธรณี การศึกษาวิจัย ซึ่งมีสาระเรื่องการวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมปุ๋ย โดยเน้นด้านแหล่งทรัพยากรโพแทชในประเทศไทยและแหล่งทรัพยากรฟอสเฟตในสาธารณรัฐประชาชนจีน 2 เมษายน 2540 ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี (พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ) เดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน และได้ชักชวนให้จีนมาลงทุนโครงการเหมืองแร่โพแทชในไทย โดยได้มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกัน 16 พฤษภาคม 2547 บริษัท ไชน่า หมิงต๋า โพแทช คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด12 ได้ยื่นขออาชญาบัตรพิเศษ เพื่อสำรวจแร่โพแทชใน อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร 12 แปลง เนื้อที่ ประมาณ 120,000 ไร่ 17 กันยายน 2547 กระทรวงอุตสาหกรรมได้เสนอกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณาเปิดพื้นที่ดังกล่าว ขณะที่ฝ่ายบริษัทไชน่า หมิงต้า โปแตช คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัดและกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ร่วมกันเริ่มลงพื้นที่พบปะผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่โครงการตามแผนการให้ความรู้ผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่โครงการทำเหมืองแร่ใต้ดินเพื่อเตรียมการประชาสัมพันธุ์โครงการ 21 กันยายน 2554 นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ออกประกาศกระทรวงอนุญาตให้ยื่นคำขออาชญาบัตรสำรวจแร่โพแทชในพื้นที่จังหวัดสกลนครเป็นกรณีพิเศษเนื้อที่ประมาณ 187 ตร.กม. เรื่องนี้ได้มีประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2554 ประกาศดังกล่าวระบุว่าเป็นพื้นที่นี้มีศักยภาพแร่เพียงพอที่จะพัฒนานำแร่มาใช้ประโยชน์ได้ ประกอบกับเป็นแร่ที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ สมควรเปิดโอกาสให้ผู้ประสงค์ยื่นคำขออาชญาบัตรแร่โพแทชเป็นกรณีพิเศษ ทั้งนี้ในแผนที่แนบท้ายประกาศดังกล่าวพบว่าการเปิดพื้นที่ให้สามารถยื่นขออาชญาบัตรสำรวจแร่โพแทชนั้นครอบคลุมพื้นที่ 187 ตร.กม. 17 มีนาคม 2557 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้หารือทวิภาคีเต็มคณะกับนายเวิน เจียเปานายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยที่มีนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายลิว ซิกุย ผู้ช่วยรัฐมนตรีทบวง ( 2 บริษัท ไชน่า หมิงต้า โปแตช คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด จดทะเบียน 6 กุมภาพันธ์ 2547 ทุน 50 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่ 238/110 อาคารศรีวราแมนชั่น 2 ซอยนาทอง ถนนรัชดา แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร แจ้งประกอบธุรกิจสำรวจทางธรณีวิทยา วิเคราะห์และตรวจสอบแร่ จัดการเกี่ยวกับกระบวนการซื้อ-ขายแร่ ปรากฎชื่อ นายเจียง ซู่เอี้ย และ นายถาน เติงหัว เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ นาย สื่อ หมินจื้อ ถือหุ้นใหญ่สุด นางสาว กมลพรรณ ประดิษฐ์ นาย สมชาย หวังวงศ์สิริ นาง สุนันท์ ฮ้อแสงชัย นางสาว จิรภา ฉัตรสุวรรณสิริ ร่วมถือหุ้น ) กิจการทางมหาสมุทรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (State Oceanic Administration: SOA)ร่วมอยู่ในการหารือในครั้งนั้น ในช่วงเวลาดังกล่าวสื่อมวลชนได้รายงานว่าฝ่ายจีนมีความเห็นว่าประเทศไทยนั้นมีแร่โปแตชที่มีคุณภาพสูงและปริมาณมหาศาลแต่กลับไม่นำมาใช้ประโยชน์ เพราะแร่โปแตซเป็นวัตถุดิบสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งสามารถนำมาผลิตเป็นปุ๋ยที่สำคัญต่อขยายตัวของธุรกิจการเกษตรซึ่งเกี่ยวพันกับประเด็นความมั่นคงทางอาหารของโลก ที่ผ่านมาประเทศตะวันตกเป็นฝ่ายผูกขาดในการกำหนดราคาแร่โปแตช จนทำให้ประเทศผู้ใช้ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงมาก จีนจึงต้องการแสวงหาแหล่งแร่โปแตชใหม่ๆ อีกทั้งในปัจจุบันประเทศจีนขยับขึ้นมาเป็นผู้ผลิตแร่โปแตชได้มากเป็นลำดับที่ 3 ของโลกโดยผลิตภายในประเทศเอง และใน สปป.ลาว ทั้งนี้แม้บริษัทของฝ่ายจีนจะมีความสนใจลงทุนเหมืองแร่โปแตชในภาคอีสานของไทยอย่างมากแต่กระบวนการพิจารณาเรื่องนี้ของรัฐบาลไทยต้องล่าช้า23 จนทำให้ฝ่ายนายกรัฐมนตรีของจีนได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาหารือและขอให้ฝ่ายไทยอำนวยความสะดวกด้านข้อกฎหมายต่างๆ พร้อมทั้งขอให้สนับสนุนบริษัทจีนเข้าไปพัฒนาแร่โปแตสเซียมในไทย มกราคม 2558 นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (รมต.ที่ลาออกจากการเป็นกรรมการบริษัทเหมืองแร่แห่งหนึ่งเพียง 12 วันก่อนจะมารับตำแหน่ง รมต.กระทรวงอุตสาหกรรม) ลงนามในอาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่โพแทช ให้บริษัทไชน่า หมิ๋งตาโปแตช คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด34 พื้นที่ประมาณ 120,000 ไร่ ซึ่งคาดว่าเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพแร่ประมาณ 100 ล้านตัน (อาชญาบัตรนี้ได้รับอนุมัติหลังจากที่นายส้าง หงหลิน อธิบดีกรมธรณีวิทยาทางเคมีและการเหมืองแร่ ประเทศจีนเข้าพบเป็นรัฐมนตรีท่านนี้เพียงไม่นาน ก่อนที่ท่านจะได้ลงนามอนุมัติอาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่โปแตชให้บริษัทสัญชาติจีนแห่งนี้ ทำให้บริษัทฯ ตั้งเป้าจะทำการสำรวจในพื้นที่ 6 ตำบล ได้แก่ ตำบลศรีวิชัย ตำบลคอนสวรรค์ ตำบลนาคำ ตำบลวานรนิวาส ตำบลขัวก่าย ตำบลโพธิ์ชัย ครอบคลุมพื้นที่ ประมาณ 120,000 ไร่ ในเขตอำเภอวานรนิวาส มิถุนายน 2558 โครงการสำรวจแร่โพแทช ของบริษัท ไชน่าหมิงต๋า โปแตช คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุน จากคณะกรรมการการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในด้านเหมืองแร่ เซรามิกส์ และโลหะขั้นมูลฐาน นอกจากนี้ในลุ่มนํ้าสงคราม จังหวัดสกลนครยังพบว่ามีอีก 3 บริษัท (จากทั้งหมด 30 บริษัทที่ยื่นขออาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่ และยื่นขอประทานบัตรทำเหมืองโพแทชในภาคอีสานรวมพื้นที่ประมาณ 3.5 ล้านไร่) ทั้ง 3 บริษัทดังกล่าวปัจจุบันคำขอสำรวจยังอยู่ระหว่างพิจารณาเปิดพื้นที่ตาม ( 3 ความล่าช้าเรื่องการดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับเหมืองแร่โปแตชนั้นเกิเนื่องจากมีการปฏิรูประบบการบริหารราชการของกระทรวงอุตสาหกรรม ตาม พรบ. ปรับปรุงกระทรวงทบวงกรม (2545) ทำให้หน่วยงานเดิมของไทยที่รับผิดชอบเรื่องนี้ คือ กรมทรัพยากรธรณี ถูกแยกออกเป็น 4 กรมและกระจายออกไปอยู่ใน 3 กระทรวง ได้แก่ (1) กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (2) กรมทรัพยากรนํ้าบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (3) กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กระทรวงอุตสาหกรรม และ (4) กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน และหลังการปฏิรูประบบราชการดังกล่าวทำให้คำยื่นขออาชญาบัตรพิเศษในการขออนุญาตสำรวจแร่ฯ ต้องถูกโอนย้ายไปอยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงใหม่ คือ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้วยเหตุดังกล่าว ทำให้ฝ่ายทุนจีนต้องเสียเวลาในการเริ่มกระบวนการยื่นเรื่องใหม่หลายปี ) ( 4 บริษัทไชน่า หมิ๋งตาโปแตช คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด แจ้งผลประกอบการธุรกิจ ปี 2556 เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2557 บริษัทฯ นำส่งงบการเงินแจ้งแจ้งว่ามีรายได้รวม 169,541.60 บาท มีรายจ่ายรวม 8,409,652.38 บาท ขาดทุน 8,240,110.78 บาท ) มาตรา 6 ทวิ ของกระทรวงสิ่งแวดล้อม ได้แก่บริษัทพีที มายด์ แอน เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ยื่นขอสำรวจในเขตอำเภอสว่างแดนดิน 12 แปลงพื้นที่ 120,000 ไร่ และบริษัทโรงปัง ไมนิง จำกัด ยื่นขอสำรวจในเขตอำเภอวานรนิวาส อำเภอพังโคน และอำเภอพรรณานิคม สืบเนื่องกับการเปิดพื้นที่ตามมาตรา 6 ทวิ ให้เอกชนสามารถเข้าสำรวจแร่ในภาคอีสานได้ทำให้มีบริษัทต่าง ๆ กว่า 30 บริษัทกำลังดำเนินการยื่นคำขออาชญาบัตรพิเศษ บางแห่งได้รับอาชญาบัตรพิเศษไปแล้ว บริษัทบางแห่งสำรวจแล้วเสร็จแล้วอยู่ระหว่างดำเนินการยื่นคำขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ เช่น โครงการเหมืองแร่โพแทชอุดรธานี และโครงการเหมืองโพแทชอาเซียน จังหวัดชัยภูมิ รวมแล้วครอบคลุมพื้นที่ 12 จังหวัดในภาคอีสาน รามแล้วจะมีการสำรวจหรือพัฒนาเหมืองแร่บนเนื้อที่ประมาณ 3.5 ล้านไร่ ทั้งนี้นอกจากเหมืองแร่โพแทชแล้วนักลงทุนจากมณฑลยูนนาน ประเทศจีน ยังมีความสนใจที่จะเข้ามาตั้งโรงงานแม่ปุ๋ย (NPK) ในประทศไทย เพราะนักลงทุนกลุ่มดังกล่าวเป็นกลุ่มที่ทำธุรกิจเหมืองแร่ฟอสเฟตที่ใหญ่ที่สุดของโลก หากมีการพัฒนาโรงงานแม่ปุ๋ยขึ้นในประเทศไทยก็จะสามารถนำเอานำแร่โพแทซเซียม (K) ในไทย และแร่ไนโตรเจน (N) จากอุตสาหกรรมต่อเนื่องอย่างปิโตรเคมีทางภาคตะวันออกของไทย และนำเข้าแร่ฟอสเฟต (P) จากยูนนาน เข้ามาเป็นวัตถุดิบในการทำปุ๋ยได้ โดยตั้งเป้าหมายว่าโรงงานแม่ปุ๋ยที่จะพัฒนาขึ้นในไทย จะเป็นโรงแม่ปุ๋ยที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนมีกำลังการผลิตที่ 1 ล้านตันต่อปี ทั้งนี้มีการตั้งเป้าจะสร้างโรงงานปุ๋ยขนาดใหญ่ขึ้นมาไม่ตํ่ากว่า 3 โรงนี้ มียอดเงินลงทุนโรงละไม่ตํ่ากว่า 3 30,000 ล้านบาท ดังนั้นคาดว่าจะมียอดรวมการลงทุนจากเหมืองแร่โปแตช มูลค่ารวมประมาณ 100,000 ล้านบาท กล่าวเฉพาะในพื้นที่ที่บริษัทไชน่าหมิงต๋า โปแตช คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งได้รับอาชญาบัตรในการสำรวจแล้วนั้น ลักษณะของพื้นที่จากแผนที่ภูมิประเทศ 1: 50,000 กรมแผนที่ทหารและการลงพื้นที่สำรวจระบบนิเวศพื้นที่นี้พบว่าบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่โคกสลับพื้นที่ราบลุ่มที่มีลำห้วย โนต ลำนํ้ายาม ซึ่งมีลำห้วยสาขามากกว่า 20 สาย เช่น ห้วยชมเพ็ง ห้วยค้อ ห้วยไร่ ห้วยโทง ห้วยหินกรอง ห้วยทิง เป็นต้น และสายห้วยจึงถือว่าเป็นห้วยสาขาของแม่นํ้าสงคราม โดยที่ลำนํ้ายามไหล ผ่านอำเภออากาศอำนวยก่อนจะไปบรรจบกับแม่นํ้าสงครามที่บ้านปากยาม ตำบลบ้านข่า อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม และพื้นที่ยื่นขอสำรวจแร่ดังกล่าวปัจจุบันมีสภาพเป็นที่ตั้งของชุมชนเกษตรกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งนาข้าวที่มีทั้งนาโคก(นาดอน) และนาลุ่ม สลับกันไปโดยชุมชนจะตั้งอยู่บนที่ดอนที่ล้อมรอบด้วยนาข้าวในที่ราบลุ่ม นอกจากนี้ยังปรากฏว่ามีพื้นที่ป่าบุ่งป่าทามริมห้วยโดยเฉพาะริมลำนํ้ายาม นอกจากนี้ยังมีป่าหัวไร่ปลายนามีลักษณะเป็นป่าโคก มีบางแห่งมีการดูแลรักษาจัดการเป็นชุมชนเช่น ป่าโคกหนองกุง ป่าชุมชนโสกขุมเงิน และพื้นที่ปลูกป่าประชาอาสา อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวด้วย นอกเหนือจากพื้นที่ที่ได้รับอาชญาบัตรพิเศษที่อำเภอวานรนิวาส ของบริษัทไชน่า หมิ๋งตาโปแตช คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัดแล้ว หากพิจารณาภาพรวมทางนิเวศลุ่มนํ้าของในพื้นที่ที่กำลังมีการยื่นขออาชญาบัตรพิเศษเพื่อสำรวจแร่ใน อำเภอสว่างแดนดิน อำเภอเจริญศิลป์ อำเภอพังโคน อำเภอพรรณานิคม พบว่าแหล่งแร่โปแตชในเขตจังหวัดสกลนครตั้งอยู่ครอบคลุมพื้นที่สายนํ้าสำสัญที่สุดของจังหวัดสกลนครได้แก่ ห้วยโนต ลำนํ้านํ้ายาม ห้วยปลาหาง และลำนํ้าอูน ซึ่งเป็นลำนํ้าสาขาสำคัญของแม่นํ้าสงคราม สายนํ้าที่ยังอุดมสมบูรณ์ที่สุดของภาคอีสาน ซึ่งหากจะมีการพัฒนาทำ เหมืองแร่โพแทชใต้ดินเป็นบริเวณกว้างของลุ่มนํ้า ตลอดจนมีเป้าหมายในการอุตสาหกรรมเคมีต่อเนื่อง โรงงานปุ๋ยเคมี หรือโรงงานชนิดอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับเกลือและแร่โพแทช พื้นที่แห่งนี้จึงจัดว่ามีความอุดมสมบูรณ์และอ่อนไหวทางนิเวศวิทยามากที่สุดในแอ่งสกลนคร ในช่วงเวลาที่มีการเคลื่อนไหวด้านการลงทุนของฝ่ายทุนเหมืองแร่อย่างต่อเนื่องนั้นได้มีงานวิจัยของ คมกริช เวชสัสถ์ (2545: 2) ซึ่งระบุว่าการศึกษาของเขามีจุดประสงค์เพื่อประเมินศักยภาพเชิงกลศาสตร์ของชั้นเกลือหินเพื่อการทิ้งกากนิวเคลียร์ โดยอาศัยแนวคิดของเหมืองเกลือแบบละลายเพื่อเป็นแหล่งทิ้งกากนิวเคลียร์ระดับตํ่า การออกแบบพิจารณาถึงรูปทรงของโพรง การวิเคราะห์จะมุ่งไปที่ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาวให้น้อยที่สุดคือ กำหนดให้มีการทรุดตัวของพื้นดินเหนือโพรงและการหดตัวของโพรงน้อยที่สุด ขอบเขตของงานวิจัยมุ่งเน้นเฉพาะชั้นเกลือหินในบางพื้นที่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยไม่ได้คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงทางเคมีและระดับนํ้าใต้ดิน (ความซึมผ่าน) อุณหภูมิของชั้นเกลือหินจะถือว่ามีค่าคงที่ตลอดระยะเวลาการทิ้งกากนิวเคลียร์ 500 ปี การคำนวณเพื่อการออกแบบจะใช้สมมุติฐานแบบอนุรักษ์เพื่อผลของการออกแบบที่มีความปลอดภัยค่อนข้างสูงและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผลที่จากการศึกษานั้นระบุว่าพื้นที่ที่เหมาะสมมีอยู่ 5 กลุ่มพื้นที่ ทั้งนี้ผลการวิเคราะห์คำนวณแบบจำลองพบว่า โพรงรูปทรงกลมขนาดรัศมีเท่ากับ 20 เมตร (ปริมาตร 33,000 ลูกบาศก์เมตร) ที่มีความเหมาะสมควรอยู่ที่ระดับความลึกเท่ากับ 585 เมตร การหดตัวของโพรงในแนวดิ่งและแนวระดับควรน้อยกว่าร้อยละ 0.5 และการทรุดตัวของผิวดินควรน้อยกว่า 0.22 เมตร ในช่วง 500 ปี หลังจากสร้างโพรงจึงเหมาะสมที่จะทำการศึกษาเบื้องต้นทางกลศาสตร์ของเกลือหินเพื่อการทิ้งกากนิวเคลียร์ โดยระบุพื้นที่ที่เหมาะสม 5 กลุ่มพื้นที่ได้แก่ 1) บ้านเก่าอำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี 2) บ้านศรีเมือง อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร 3) บ้านกุดจิก อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร 4) บ้านโพธิ์พาน อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม และ 5) บ้านหนองปู อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม(คมกริช เวชสัสถ์.2545 : 1) ผลการวิจัยสรุปจากการวิเคราะห์คำนวณแบบจำลองทางคอมพิวเตอร์ โพรงทรงกลมจะมีเสถียรภาพสูงสุดเมื่อเปรียบเทียบกับโพรงทรงรีและทรงกระบอก จากผลกระทบความต่างทางโครงสร้างธรณีวิทยาซึ่งมีโพรงทรงกลมขนาดรัศมีเท่ากับ 20 เมตร(ปริมาตรเท่ากับ 33,000 ลูกบาศก์เมตร) พบว่าทุกกลุ่มพื้นที่มีแนวโน้มความเหมาะสมในการทิ้งกากนิวเคลียร์ ได้แก่ กลุ่มพื้นที่บ้านเก่า อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี, บ้านศรีเมือง และบ้านกุดจิก อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร,บ้านโพธิ์พาน และบ้านหนองปู อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม ที่ระดับความลึกถึงหลังคาโพรงเท่ากับ 484, 610, 585, 680 และ 799 เมตร ตามลำดับ โดยการหดตัวของโพรงในแนวดิ่งและแนวระดับควรน้อยกว่าร้อยละ 1 และการทรุดตัวของผิวดินเหนือโพรงละลายเกลือควรน้อยกว่า 0.22 เมตร ตลอดระยะเวลา 500 ปี หลังการทิ้งกากนิวเคลียร์ (คมกริช เวชสัสถ์, 2548: 2) ผลการวิจัยยังพบว่าศักยภาพทางกลศาสตร์ของชั้นเกลือหินมีแนวโน้มความเหมาะสมในการทิ้งกากนิวเคลียร์หรือของเสียจากวัตถุกัมมันตรังสี แต่ยังต้องมีการปรับปรุงให้เหมาะสมทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพต่อไป นอกจากนี้ในงานศึกษา ศักยภาพเชิงกลศาสตร์ของโพรงใต้ดินในชั้นเกลือหินสำหรับการทิ้งกากนิวเคลียร์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย (Mechanical Performance of Underground Cavern in Rock Salt Formations for Nuclear Waste Repository in Northeastern Thailand) ทั้งนี้ได้มีการลงนามข้อตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (Japan-Thailand Exploitation Partnership Agreement: JTEPA) หรือข้อตกลงเขตการค้าเสรีไทย-ญี่ปุ่น ระหว่างพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีของไทย และนายชินโซะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2550 ที่ประเทศญี่ปุ่นซึ่งมีข้อผูกมัดให้ไทยต้องยอมรับหรืออนุญาตหรือส่งเสริมให้ญี่ปุ่นส่งขยะของเสียอันตรายเข้ามาทิ้งในไทย จึงน่าจะพอมองเห็นรางๆ ได้ว่าแนวนโยบายการพัฒนาเหมืองแร่เกลือหินและโพแทชในอนาคตอันใกล้นี้จะต้องคำนึงถึงประโยชน์ในการใช้เป็นสถานที่ทิ้งกากนิวเคลียร์หรือของเสียจากวัตถุกัมมันตรังสี และขยะของเสียอันตราย ที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศและนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น(จรัญญา วงษ์พรหม และคณะ, 2550: 205) ระบุด้วยว่าการกำจัดกากนิวเคลียร์ที่ดำเนินการอยู่ในประเทศทางซีกโลกเหนือ เช่น สหรัฐอเมริกา เยอรมนี ได้ใช้วิธีการทิ้งในชั้นหินลึกที่มีคุณสมบัติในการกักเก็บซึ่งได้พิสูจน์ว่าเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดและถูกที่สุด ในภาคอีสานมีชั้นหินเกลือแพร่กระจายอยู่มากและมีคุณสมบัติในการกักเก็บ เกลือหินมีคุณสมบัติเด่น คือ มีค่าความซึมผ่านตํ่า มีความสามารถในการเชื่อมประสานตัวเอง และทนความร้อนได้สูง จึงมีแนวโน้มเหมาะสมในการทิ้งกากนิวเคลียร์หรือของเสียจากวัตถุกัมมันตรังสี นอกจากนี้เสถียรภาพของโพรงละลายเกลือยังสามารถประยุกต์ใช้ประโยชน์ในการทิ้งของเสียอันตรายได้อีก เช่น ของเสียเคมี ของเสียติดเชื้อโรค และของเสียอุตสาหกรรม เป็นต้น ( 5 ข้อมูลนี้อ้างอิงจากบทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์วิศวกรรมศาสตร์มหาบัณฑิต โปรแกรมวิชาวิศวกรรมธรณี สาขาวิชาเทคโนโลยีธรณี สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ.2545 ของ คมกริช เวสสัสถ์ ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และสำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ (พปส.) ได้รับความอนุเคราะห์ตัวอย่างเกลือหินเพื่อการทดสอบทางกลศาสตร์ของหินจาก Mr.Kieth S. Crosby, Asia Pacific Potash Co.,Ltd. โดยมี รศ.ดร. กิตติเทพ เฟื่องขจร หัวหน้าโครงการการประเมินศักยภาพทางกลศาสตร์ของเกลือหินเพื่อทิ้งกากนิวเคลียร์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เป็นที่ปรึกษาในการทำวิจัยชิ้นนี้) ตารางผลการเจาะสำรวจแร่โพแทชของกรมทรัพยากรธรณี ในอำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร ตารางที่ 1 ผลการเจาะสำรวจแร่โพแทชหลุม K-48 วัดโนนวิเวกศรีเมือง อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร ระยะ (เมตร) ความหนา (เมตร) ชั้นหิน รายละเอียด 0.00 – 6.10 6.1 Top soil ดินชั้นบน ส่วนใหญ่เป็นดินทรายขนาดละเอียดถึงละเอียดมาก มีสีนํ้าตาลปนเหลือง ดินเหนียวพบน้อยมาก 6.10 – 141.12 135.02 Claystone หินโคลน เป็นชั้นหินโคลนสีนํ้าตาลแดง หนามากอาจพบเม็ดประสีเทาหรือสีเทาเขียว บางครั้งสลับด้วยชั้นหินทรายแป้งตอนล่าง ๆ ของชั้นนี้มักพบแร่ยิปซัมเกิดแทรกในรอยแตกของหินอยู่เสมอ 141.13-144.93 3.81 Anhydrite แอนไฮไดรต์ มีชั้นแร่แอนไฮไดรต์สีเทาถึงเทาดำมีชั้นที่ปนด้วยสารอินทรีย์จำนวนพอประมาณแทรกอยู่ในรอยชั้นหิน 144.93-207.64 62.71 Clay ดินเหนียว เป็นดินเหนียวสีนํ้าตาลแดง เนื้อเหนียวเป็นแบบพลาสติกไม่แข็งตัว 207.64-215.49 7.85 Clay ดินเหนียว เป็นชั้นดินเหนียวสีเทา ไม่แข็งตัว เนื้อดินเหนียวเป็นพลาสติก 215.49-312.19 96.7 Rock salt เกลือหิน ส่วนใหญ่ตอนบนเป็นเกลือหินใส ถัดลงมาเป็นเกลือหินใสปนเกลือหินสีขาวนํ้านม และเกลือหินสีควันดำมีแอนไฮไดรต์ชั้นบาง ๆ แทรกสลับเป็นระยะ ๆ ตอนล่างสุดพบร่องรอยของแร่ซิลไวต์เกิดปนในเกลือหินเล็กน้อย เช่น ที่ระดับความลึก 219.3 เมตร 312.19-313.27 1.08 Anhydrite แอนไฮไดรต์ สีเทาถึงดำเนื้อแน่น แต่บางช่วงเกิดเป็นชั้นสีดำของคาร์บอนแทรกสลับ 313.27-327.90 14.63 Rock salt เกลือหิน ส่วนใหญ่เป็นเกลือหินสกปรกสีควันดำคล้ายเกลือหินข้างพบแต่ไม่พบซิลไวต์ ที่มา: ปกรณ์ สุวานิช, ธรณีวิทยาแหล่งแร่โพแทช-เกลือหินของไทย (ม.ป.ท.:บริษัทคัมภีร์วรรณ จำกัด, 2550), 176 – 178. 8 ตารางที่ 1 ผลการเจาะสำรวจแร่โพแทชหลุม K-48 วัดโนนวิเวกศรีเมือง อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร (ต่อ) ระยะ (เมตร) ความหนา (เมตร) ชั้นหิน รายละเอียด 327.90-388.01 60.11 Clay ดินเหนียว เป็นดินเหนียวสีนํ้าตาลแดง เนื้อเหนียวเป็นแบบพลาสติกไม่แข็งตัวมีสีเทาเขียวเห็นเป็นจุดประ มีเกลือหินสีส้มแทรกเป็นเลนส์บางครั้งแทรกอยู่ในรอยแตกทำให้เกิดเป็นสายแร่ นอกจากนั้นยังพบแร่คาร์นัลไลต์เกิดแบบเดียวกับเกลือหิน แต่ไม่พบเป็นเลนส์ 388.01 – 395.68 7.16 Clay ดินเหนียว เป็นชั้นดินเหนียวสีเทา ไม่แข็งตัวเนื้อดินเหนียวเป็นพลาสติก 398.68- 407.21 8.53 Carnallite คาร์นัลไลต์ ส่วนใหญ่เป็นเกลือหินสีขาวใสประมาณร้อยละ 90 อาจมีแอนไฮไดรต์ ที่เหลืออีกร้อยละ 10 เป็นแร่คาร์นัลไลต์ส่วนใหญ่เป็นสีขาวใสปนเม็ดสีชมพูและม่วงอ่อน พบร่องรอยแร่แทชชีไฮไดรต์ 407.21-477.72 70.51 Carnallite & Tachyhydrite คาร์นัลไลต์-แทชชีไฮไดรต์ ชั้นโพแทชที่มีส่วนประกอบของแร่ 3 ชนิดหลักได้แก่เหลือหิน คาร์นัลไลต์และแทชชีไฮไดรต์โดยร้อยละ 60 เป็นแร่คาร์นัลไลต์สีชมพูปนม่วงอ่อนแต่บางตอนเป็นชั้นคาร์นัลไลต์บริสุทธิ์ปนอีกร้อยละ 30 เป็นแร่แทชชีไฮไดรต์สีเหลืองผลึกแร่ขนาดใหญ่อีกร้อยละ 10 เป็นแร่เกลือหิน 477.72-497.28 19.56 Syvite ซิลไวต์ เป็นชิลไวต์ชั้นล่างเกิดปนกับเม็ดเหลือสีขาวใสประมาณร้อยละ 60 ส่วนซิลไวต์ซึ่งมีประมาณร้อยละ 40 เกิดเป็นเม็ดคล้ายตัวอมีบา สีขาวขุ่นคล้ายเทียนไข 497.28- 765.22 265.94 Rock salt เกลือหิน เป็นเกลือหินชั้นล่างตอนบนสีขาวใสสะอาด ส่วนตอนล่างสีควันดำเพราะมีสารอินทรีย์ปน มีชั้นแอนไฮไดรต์ชั้นบางแทรกสลับโดยเฉพาะตอนล่างมากขึ้น เรื่อย ๆ ที่มา: ปกรณ์ สุวานิช, ธรณีวิทยาแหล่งแร่โพแทช-เกลือหินของไทย (ม.ป.ท.:บริษัทคัมภีร์วรรณ จำกัด, 2550), 176 – 178. 9 ตารางที่ 2 ผลการเจาะสำรวจแร่โพแทชหลุม K-55 วัดอัมพวา บ้านกุดจิก อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร ระยะ (เมตร) ความหนา(เมตร) ชั้นหิน รายละเอียด 0.00 – 6.10 6.1 Top soil ดินชั้นบน ดินปนทรายสีนํ้าตาลแดงถึงสีเหลืองปนนํ้าตาล ทรายขนาดละเอียด 6.10 – 133.50 127.4 Claystone หินโคลน สีนํ้าตาลแดง มีหินทรายแป้งแทรกสลับ มีจุดประสีเทาเขียวกระจัดกระจาย ในรอยแตกมียิปซัมสีขาวใสพบช่วงล่าง ๆ 133.50 -137.16 3.66 Anhydrite แอนไฮไดรต์ มีสีเทาดำ มีสารอินทรีย์แทรกตามชั้นหินมาก 137.16-208.18 71.02 Clay ดินเหนียว เป็นดินเหนียวสีนํ้าตาลแดง เนื้อค่อนข้างเหนียวมีสีเทาดำแทรกสลับ 208.18-306.02 97.84 Rock salt เกลือหิน ส่วนใหญ่เป็นเกลือหินสีขาวใสตอนบน ตอนล่างถัดลงไปเริ่มมีสีคลํ้า และมีชั้นแอนไฮไดรต์บาง ๆ แทรกสลับมากขึ้น 306.02-306.97 0.95 Anhydrite แอนไฮไดรต์ สีเทาถึงสีดำมีสารอินทรีย์สีดำแทรกตามชั้นบาง ๆ 306.97-320.55 13.58 Rock salt เกลือหิน เหมือนระยะที่ 208.18-306.02 320.55-387.10 66.55 Clay ดินเหนียว สีนํ้าตาลแดง เนื้อค่อนข้างเหนียวมีสีเทาดำแทรกสลับ มีเกลือหินสีส้มแทรกเป็นเลนส์หรือสายในรอยแตก บางครั้งเป็นแร่คาร์นัลไลต์สีส้ม 387.10-393.19 6.09 Rock salt เกลือหิน ส่วนใหญ่เป็นเกลือหินสีขาวใสแทรกสลับด้วยแอนไฮไดรต์ชั้นบาง ๆ 393.19 – 438.91 45.72 Carnallite คาร์นัลไลต์ ส่วนใหญ่เป็นคาร์นัลไลต์ค่อนข้างบริสุทธิ์ไม่มีสีจนถึงสีม่วงอ่อนใส ความสมบูรณ์ของคาร์นัลไลต์มีประมาณร้อยละ 90 ที่เหลือเป็นเกลือสีขาวใส ที่มา: ปกรณ์ สุวานิช, ธรณีวิทยาแหล่งแร่โพแทช-เกลือหินของไทย (ม.ป.ท.: บริษัทคัมภีร์วรรณ จำกัด, 2550), 176 – 178. 10 ตารางที่ 2 ผลการเจาะสำรวจแร่โพแทชหลุม K-55 วัดอัมพวา บ้านกุดจิก อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร (ต่อ) ระยะ (เมตร) ความหนา(เมตร) ชั้นหิน รายละเอียด 438.91- 475.49 36.58 Carnallite & Halite คาร์นัลไลต์และฮาไลต์ คาร์นัลไลต์ส่วนนี้มีความบริสุทธิ์ลดลงเหลือประมาณร้อยละ 70 เนื่องจากมีเกลือหินสีขาวปนอยู่ประมาณร้อยละ 30 คาร์นัลไลต์มีสีส้มปน 475.49 – 824.42 348.23 Rack salt เกลือหิน ส่วนใหญ่เป็นเกลือหินสีขาวใสตอนบน ถัดลงมาเกลือหินเริ่มมีสีเทาและสีควันดำ แทรกสลับด้วยแอนไฮไดรต์ชั้นบาง 824.42-824.18 0.76 Anhydrite แอนไฮไดรต์ สีเทาถึงดำมีสารคาร์บอนสีดำบาง ๆ สลับ 824.18-826.92 2.74 Siltstone หินทรายแป้ง เป็นหินทรายแป้งสีเทาเขียว เนื้อแน่น สลับด้วยหินทรายชั้นบาง ๆ 826.92-827.23 0.31 Siltstone หินทรายแป้ง เป็นหินทรายแป้งสีนํ้าตาลแดง ที่มา: ปกรณ์ สุวานิช, ธรณีวิทยาแหล่งแร่โพแทช-เกลือหินของไทย. (ม.ป.ท.:บริษัทคัมภีร์วรรณ จำกัด, 2550), 179 – 180.

Recent posts