Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

กลุ่มอนุรักษ์อุดรฯ ฮึ่ม! ค้านเวทีรับฟังความเห็นเหมืองโปแตช เป่านกหวีด-เผาอีไอเอ

กลุ่มอนุรักษ์อุดรฯ ฮึ่ม! ค้านเวทีรับฟังความเห็นเหมืองโปแตช เป่านกหวีด-เผาอีไอเอ

26 April 2016

1677

อุดรธานี : เมื่อวานนี้ (23 เม.ย. 2559) ได้มีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียในโครงการเหมืองแร่โปแตช จังหวัดอุดรธานี คำขอประทานบัตรที่ 1-4/2547 ของบริษัท เอเซีย แปซิฟิค โปแตช คอร์ปอเรชั่น ตามมาตรา 88/7 แห่ง พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2510 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.แร่ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 ตั้งแต่เวลา09.00 น - 12.00 น. ณ หอประชุมโรงเรียนโนนสูงพิทยาคาร ต.โนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี

thaingo220459  thaingo260459-3

thaingo260459-4  thaingo260459

ผู้สื่อข่าวในพื้นที่รายงานสถานการณ์ว่า ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี ซึ่งเป็นกลุ่มที่คัดค้านโครงการเหมืองแร่โปแตชอุดรฯ มากว่า15 ปี ได้ทยอยรวมตัวกันในแต่ละหมู่บ้านในเขตพื้นที่คำขอประทานบัตรเหมืองโปแตช เพื่อเดินทางไปยังสถานที่จัดการประชุม โดยระหว่างทางที่ไปนั้น มีเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่านและขับรถตามกลุ่มอนุรักษ์ฯในทุกๆเส้นทางที่จะ เดินทางไปยังสถานที่ประชุม และบรรยากาศบริเวณสถานที่จัดการประชุมได้มีตำรวจ ทหาร และ อาสาสมัครรักษาดินแดน(อส.) สนธิกำลังกันกว่า 1,000 นาย กระจายอยู่ทั่วบริเวณงาน พร้อมกันนี้ยังมีการตั้งแผงเหล็กและเครื่องตรวจจับโลหะวัตถุระเบิดบริเวณทาง เข้าออก และรอบๆพื้นที่จัดการประชุม ห้ามผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปสังเกตการณ์บริเวณจัดประชุมเป็นอันขาด โดยลักษณะของห้องประชุมด้านในยังมีการกั้นแผงเหล็กออกเป็น 4 ล็อก โดยให้พื้นที่ชาวบ้านที่คัดค้านโครงการเหมืองแร่โปแตช เพียง 1 ล๊อก จนบางส่วนต้องกระจายตัวหาที่นั่งด้านนอกและบริเวณร่มไม้ จนเมื่อเริ่มการประชุมในเวลา 09.00 น. และนายสมหวัง พ่วงบางโพ รองผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี ประธานในพิธีกล่าวเปิดงานและนำสวดมนต์เสร็จสิ้น ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี นำโดย นางพิกุล โทธุโย แกนนำกลุ่มอนุรักษ์ฯ ได้ ยื่นหนังสือคัดค้านการดำเนินการเหมืองแร่โปแตช จ.อุดรธานี และยื่นคัดค้านการจัดเวทีฯ ในครั้งนี้ด้วย โดยให้เหตุผลในการคัดค้านการจัดเวทีว่า 1.) ขอบเขตประทานบัตรเหมืองมีพื้นที่ 26,400 ไร่ รังวัดปักหมุดแนวเขตตั้งแต่ปี พ.ศ.2553 ผ่านมากว่า 6 ปี แล้ว ที่ดินย่อมมีการเปลี่ยนมือ ประชากรในพื้นที่ต้องมีการย้าย-เกิด-ตาย เกิดขึ้น ข้อมูลที่บริษัทเหมืองนำมาประกอบย่อมต้องถือว่าเป็นข้อมูลเก่า ดังนั้นรัฐควรมีการตรวจสอบและแก้ไขให้ตรงตามความจริงในปัจจุบันเสียก่อน 2.) ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้ร่วมกันคัดค้านและฟ้องร้องต่อศาลปกครอง กรณีการปักหมุดแนวเขตและไต่สวนพื้นที่ที่ไม่เป็นตามความเป็นจริง เรื่องยังอยู่ในขั้นตอนการไต่สวนของศาลอยู่ ฉะนั้นไม่สมควรที่จะดำเนินขั้นตอนใดต่อไปทั้งสิ้น และ 3.) คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เคยมีมติให้จัดทำรายงานศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์(SEA) เหมืองแร่โปแตชภาคอีสานเสียก่อน เพื่อหาทางเลือกการพัฒนาที่เหมาะสมและสอดคล้องกับพื้นที่ การจัดเวทีฯครั้งนี้จึงถือว่าไม่ถูกต้อง “ จังหวัด จัดเวทีนี้เป็นเพียงพิธีกรรมให้พอผ่านไป ทำเพื่อให้ได้ภาพชาวบ้านเข้ามาร่วมเอาไปประกอบเอกสารที่มีการเตรียมไว้แล้ว ก่อนเอาไปผลักดันโครงการเหมืองแร่โปแตช โดยไม่ได้มีความจริงใจ หรือตั้งใจที่จะเปิดเวทีรับฟังชาวบ้านจริงๆ เป็นเวทีจอมปลอม ถ้าจริงใจจะรับฟังกัน คงไม่เอาตำรวจ ทหาร มาเฝ้าเวทีและติดตามกลุ่มอนุรักษ์ฯ ตลอดเวลาขนาดนี้ ” นางพิกุลกล่าว ภาย หลังยื่นหนังสือแล้วเสร็จ กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี ได้แสดงออกถึงการไม่ยอมรับต่อการจัดเวทีในครั้งนี้ โดยการรวมกันนั่งลงกับพื้นห้องประชุมและส่งเสียงโห่ร้องพร้อมการเป่านกหวีด อยู่ตลอดเวลา ในขณะเดียวกันบนเวทีประชุม ผู้ดำเนินรายการ เจ้าหน้าที่รัฐ บริษัทเหมืองแร่ ยังคงดำเนินการประชุมเวทีต่อไป แม้ผู้เข้าร่วมที่อยู่ด้านล่างแทบจะไม่ได้ยินเสียงใดๆเลยจากเวที นอกจากเสียงแสดงพลังของการไม่ยอมรับเวทีของชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ฯ ด้าน นายสุวิทย์ กุหลาบวงษ์ ที่ปรึกษากลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี ได้ให้ความคิดเห็นต่อกรณีการจัดเวทีเพิ่มเติมกับผู้สื่อข่าวว่า ประเด็น คือเวทีในวันนี้ จัดเพื่ออะไร ? มีความหมายหรือไม่ ? หรือเพียงแต่จัดไปตามพิธีกรรมเท่านั้น ต้องย้อนถามต่อผู้จัดงาน เสียงคัดค้านของชาวบ้านที่แสดงความคิดเรื่องกระบวนการไม่ชอบธรรม แม้แต่ผู้เข้าร่วมก็เกณฑ์กันมาจากที่อื่นๆ หรือผลกระทบที่จะเกิดขึ้นที่ชาวบ้านกังวลไม่มีประโยชน์เลยหรือ จะจัดทำไม ? ถ้าเสียงคัดค้านมากว่า 15 ปี ไม่มีความหมาย หากว่ากระบวนการยังคงดำเนินต่อไป หน่วยงานรัฐเองก็ยังเป็นตัวหนุนผลักดันโครงการร่วมกับบริษัทตลอดเวลา รวมถึงเวทีวันนี้ ด้วย ที่หน่วยงานรัฐพยามเอื้อให้เกิดการจัดเวทีให้ได้ “ วันนี้หน่วยงานรัฐ ทหาร ตำรวจ ผู้ว่าฯ ที่นำกำลังมากว่า 1,000 นาย อ้างว่าจะมาดูแลความสงบในบริเวณจัดประชุม แต่จริงๆแล้วเป็นการข่มขู่คุกคามประชาชน ใช้อำนาจโดยขาดความชอบธรรม อย่างไรก็แล้วแต่ ถ้าสังคมไทยยังปล่อยให้ข้าราชการใช้อำนาจแบบนี้ต่อไป ทำนายได้เลยว่า สังคมไทยจะอยู่ไม่สงบตามที่อยากให้เป็น เพราะมันคือความอยุติธรรมของสังคม ” นายสุวิทย์กล่าว ภายหลังการประชุมด้านในไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ จนมีการปิดเวทีในเวลา 12.00 น. ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี ได้ล้อมวงจับมือกัน และเผาเอกสารรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ที่แจกภายในงานจากบริษัทเหมืองแร่ เพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ต่อการไม่ยอมรับการจัดเวทีในครั้งนี้...

Recent posts