Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล แถลงการณ์ เมียนมา: รัฐบาลใหม่ต้องทาลายวงจรชั่วร้ายของการปราบปรามและการจับกุมทางการเมือง

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล แถลงการณ์ เมียนมา: รัฐบาลใหม่ต้องทาลายวงจรชั่วร้ายของการปราบปรามและการจับกุมทางการเมือง

29 March 2016

1413

รัฐบาลใหม่ของเมียนมากาลังจะเข้าดารงตาแหน่งและมีโอกาสครั้งประวัติศาสตร์ในการเปลี่ยนแนวทางสิทธิมนุษยชน โดยจะต้องละทิ้งแนวทางการใช้กรอบกฎหมายปราบปรามอย่างรุนแรงแบบหลายปีที่ผ่านมาที่ล้วนแต่ส่งเสริมการจับกุมและปราบปรามโดยพลการ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลกล่าวในรายงานฉบับใหม่วันนี้ รายงาน “New expression meets old repression” ควรกระตุ้นให้อองซานซูจีและรัฐบาลพรรคเอ็นแอลดี (National League for Democracy--NLD) ปล่อยตัวนักโทษทางความคิดโดยทันทีและอย่างไม่มีเงื่อนไข เมื่อเริ่มดารงตาแหน่งช่วงต้นเดือนเมษายน “กรอบกฎหมายของเมียนมามีลักษณะเหมือนตาราการปราบปราม และทางการได้ใช้ตารานี้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเพื่อปราบปรามผู้เห็นต่างมากขึ้น” แชมพา พาเทล (Champa Patel) รักษาการผู้อานวยการประจาสานักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลกล่าว “เพื่อทาลายวงจรชั่วร้ายของการปราบปรามและการจับกุมทางการเมือง รัฐบาลใหม่ต้องให้ความสาคัญเร่งด่วนกับการปฏิรูปประมวลกฎหมาย เพื่อประกันว่าการแสดงความเห็นจะไม่เป็นความผิดอาญาอีกต่อไป และต้องปล่อยตัวผู้ที่ถูกคุมขังเพียงเพราะการกระทาดังกล่าว “อาจถือเป็นรุ่งอรุณใหม่ของสิทธิมนุษยชนในเมียนมา แต่ภารกิจของอองซานซูจีและพรรคเอ็นแอลดียิ่งใหญ่มาก พวกเขาต้องประกันว่าการดาเนินงานของรัฐจะไม่ถูกควบคุมจากกฎหมายเผด็จการที่ตกทอดมา แม้จะได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลายจากการเลือกตั้ง รัฐธรรมนูญซึ่งเต็มไปด้วยข้อบกพร่องของเมียนมายังคงให้อานาจกองทัพในการควบคุมอย่างกว้างขวาง” สองปีของการปราบปรามที่เพิ่มขึ้น รายงานซึ่งจัดทาจากการสัมภาษณ์นักปกป้องสิทธิมนุษยชน นักกิจกรรม นักกฎหมาย และนักโทษทางความคิดรวมทั้งครอบครัวของพวกเขา เผยให้เห็นว่าทางการเมียนมามีส่วนร่วมในการปราบปรามอย่างกว้างขวางต่อฝ่ายต่อต้านรัฐบาลอย่างไรบ้างในช่วงสองปีที่ผ่านมา พวกเขาใช้ยุทธวิธีและกฎหมายที่ให้อานาจมหาศาลหลายอย่างเพื่อปิดปากผู้แสดงความเห็นต่าง กฎหมายบางฉบับเพิ่งออกมาใหม่และบางฉบับก็เป็นมรดกที่ตกทอดมาจากระบอบทหารตั้งแต่ก่อนปี 2554 ที่ผ่านมามีการข่มขู่ คุกคาม และคุมขังบุคคลหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นนักข่าว นักปกป้องสิทธิมนุษยชน นักศึกษา ตลอดจนนักกิจกรรมด้านแรงงานและที่ดิน ทั้งๆ ที่พวกเขาเพียงแค่แสดงความคิดเห็นอย่างสงบ การปราบปรามและจับกุมนักกิจกรรมยังคงดาเนินต่อไป แม้กระทั่งภายหลังการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2558 แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลทราบว่ามีนักโทษทางความคิดเกือบ 100 คนที่ถูกคุมขังในเมียนมาทุกวันนี้ และอีกหลายร้อยคนซึ่งเป็นนักเคลื่อนไหวอย่างสงบถูกควบคุมตัวหรืออยู่ระหว่างรอการไต่สวนของศาล “นักโทษทางความคิดจานวนมากเหล่านี้เพิ่มรอยด่างของสถิติในเมียนมาอย่างต่อเนื่อง และสะท้อนให้เห็นว่าข้ออ้างของทางการที่บอกว่ามีการปรับปรุงด้านสิทธิมนุษยชนไม่เป็นความจริง การเพิ่มการปราบปรามและการจับกุมบุคคลซึ่งเพียงแต่แสดงความเห็นของตนอย่างสงบเป็นปัญหาที่น่าหนักใจอย่างยิ่ง” แชมพา พาเทลกล่าว การใช้กฎหมายปิดปากผู้เห็นต่าง มีการใช้ช่องว่างด้านกฎหมายเพื่อสั่งคุมขังนักกิจกรรมเป็นเวลานาน เพื่อเป็นการรับรองว่าพวกเขาจะไม่สามารถประท้วงตามท้องถนนได้ ปัจจุบัน ถิ่นจอ (Htin Kyaw) กาลังใช้โทษจาคุก 13 ปีและ 10 เดือน โดย “ความผิด” ของเขาคือการแจกใบปลิววิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล โดยทางการตั้งข้อหากับถิ่นจอในความผิดฐานเดียวกันแต่แยกฟ้องเป็น 11 กระทง โดยนับตามจานวนของเขตพื้นที่ที่เขาเดินทางไปแจกใบปลิว ส่งผลให้มีการลงโทษจาคุกเขาเป็นเวลานาน ทางการเมียนมายังใช้กฎหมายเพื่อตั้งข้อหากับกลุ่มบุคคลที่เข้าร่วมในการประท้วง โดยเป็นลักษณะการลงโทษแบบเหมารวมหรือ collective punishment (แทนที่จะลงโทษเฉพาะบุคคล ยังมีการสั่งลงโทษญาติพี่น้อง คนในชุมชนเดียวกัน ฯลฯ ทั้งๆ ที่คนเหล่านั้นไม่มีส่วนต่อการกระทาผิดโดยตรง เป็นวิธีการเดียวกับที่มักทากันในช่วงสงคราม–ผู้แปล) ทั้งยังใช้เหตุผลทางการเมืองเพื่อสั่งควบคุมตัวและคุมขังบุคคล เพื่อทาให้ขบวนการต่อต้านรัฐบาลอ่อนแอลง โดยพุ่งเป้าไปที่แกนนาของขบวนการ ภายหลังการประท้วงของนักศึกษาทั่วประเทศเริ่มตั้งแต่ปี 2557 จนกระทั่งถูกตารวจปราบปรามอย่างทารุณที่เมืองเล็ตปาด่องในเดือนมีนาคม 2558 เป็นเหตุให้นักศึกษาและผู้สนับสนุนหลายสิบคนถูกจับกุมและควบคุมตัวทั่วประเทศ โดยมีอย่างน้อย 45 คนที่ยังคงถูกควบคุมตัวไว้ระหว่างรอการไต่สวน ทั้งยังมีการจับกุมเพิ่มเติมในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมาด้วย โอกาสสาหรับการเปลี่ยนแปลง? สมาชิกพรรคเอ็นแอลดีให้คามั่นสัญญาที่มีความหวังและน่ายินดี โดยระบุว่าเมื่อขึ้นสู่ตาแหน่ง พวกเขาจะให้ความสาคัญเร่งด่วนกับปัญหาสิทธิมนุษยชนและทางพรรคมีโอกาสครั้งประวัติศาสตร์ที่จะทาเช่นนั้นได้ แต่ภารกิจดังกล่าวถือว่าเป็นภารกิจที่ใหญ่มาก มีการตั้งคาถามอย่างจริงจังถึงความสามารถของพรรคเอ็นแอลดีที่จะเปลี่ยนแนวทางสิทธิมนุษยชนจากที่เป็นอยู่ในตอนนี้ เมื่อคานึงว่ารัฐธรรมนูญเมียนมายังคงให้อานาจกองทัพควบคุมสถาบันหลักหลายแห่งในประเทศ รวมทั้งกระทรวงมหาดไทยซึ่งมีหน้าที่กากับดูแลหน่วยงานตารวจและการบริหารงานพื้นฐานทั่วประเทศ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเรียกร้องรัฐบาลใหม่ให้ปล่อยตัวนักโทษทางความคิดโดยทันที ให้จัดตั้งคณะกรรมการนักโทษทางความคิดที่มีอานาจพิจารณาคดีต่าง ๆ และประกันว่าจะไม่มีการคุมขังนักเคลื่อนไหวอย่างสงบ และให้แก้ไขหรือยกเลิกกฎหมายที่ใช้ในการคุกคามสิทธิมนุษยชน “รัฐบาลของพรรคเอ็นแอลดีมีโอกาสทองในการทาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านสิทธิมนุษยชน พวกเขาต้องคว้าโอกาสนี้ไว้อย่างเต็มที่ และการที่จะทาเช่นนั้นได้พวกเขาจาเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากประชาคมระหว่างประเทศ” แชมพา พาเทลกล่าว หมายเหตุสาหรับบรรณาธิการ รายงาน “New expression meets old repression” จะเปิดตัวที่กรุงย่างกุ้งพร้อมการแถลงข่าวในวันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม เวลา 11.00 น. ตามเวลาในท้องถิ่นที่โรงแรม Park Royal . กรุณาสารองที่นั่งล่วงหน้าและขอสาเนารายงานโดยติดต่อ Olof Blomqvist, Asia Pacific Press Officer, olof.blomqvist@amnesty.org, +44 (0) 7904 397 956 เอกสารสาธารณะ

Recent posts