สำหรับท่านที่โอนเงินตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไปทางทีมงานจะส่งใบเสร็จหลังจากปีใหม่

Please note that for transfers made on or after December 25, 2025, receipts will be issued after the New Year Festival.

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

คดีเยาวชนไทยพุทธ ถูกฟ้องคดีความมั่นคงแบ่งแยกดินแดน

คดีเยาวชนไทยพุทธ ถูกฟ้องคดีความมั่นคงแบ่งแยกดินแดน

7 January 2016

1102

  กำหนดฟังคำพิพากษาวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๙             คดีเยาวชนไทยพุทธ ถูกฟ้องคดีความมั่นคงแบ่งแยกดินแดน สืบพยานโจทก์และจำเลยนัดสุดท้ายวันที่ ๒๔ ธ.ค. ๕๘ คดีที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา ๒ ภาค ๙ เป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญากับเยาวชนไทยพุทธคนหนึ่งต่อศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนราธิวาส คดีหมายเลขดำที่ ๑๔๓/๒๕๕๘ ในข้อหา “สมคบกันก่อการร้าย ร่วมกันก่อการร้ายโดยการสะสมกำลังพลอาวุธ อั้งยี่ ซ่องโจร ร่วมกันมีและใช้เครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ร่วมกันมีเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง ร่วมกันมียุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” ซึ่งกำหนดนัดสืบพยานโจทก์และจำเลยนัดสุดท้ายวันที่ ๒๔ ธ.ค. ๕๘ การสืบพยานโจทก์ช่วงเช้าในวันที่ ๒๔ ธ.ค. ๕๘ พนักงานอัยการฯ นำพนักงานสอบสวนชุดตรวจสถานที่เกิดเหตุเข้าสืบพยานจำนวน ๒ ปาก โดยมีการกล่าวอ้างว่าเข้าเก็บวัตถุพยานที่เกิดเหตุในวันเกิดเหตุ ซึ่งมีวัตถุพยานจำนวนหลายรายการ และได้ส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน ๑๐ และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ทำการตรวจพิสูจน์ผู้ก่อเหตุต่อไป ส่วนช่วงบ่ายวันนี้เป็นการสืบพยานจำเลย โดยจำเลยอ้างตนเองเป็นพยาน และได้นำเอกสารผลการตรวจสารพันธุกรรม(DNA) ซึ่งเป็นข้อมูลผลการตรวจในฐานข้อมูลจากศูนย์พิสูจน์หลักฐาน ๑๐ ปรากฏว่า ผลสารพันธุกรรมของจำเลยดังกล่าวไม่เป็นแบบเดียวกันกับสารพันธุกรรมที่พบในวัตถุพยานที่โจทก์กล่าวอ้าง -๒-   สำหรับวันที่ ๒๔ ธ.ค.๕๘ นั้น คดีเสร็จสิ้นการพิจารณา ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนราธิวาสนัดฟังคำพิพากษาวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๙ เวลา ๐๙.๐๐ น. คดีนี้จำเลยปฏิเสธข้อกล่าวหามาโดยตลอดว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีความมั่นคงแบ่งแยกดินแดน อีกทั้งจำเลยไม่เคยเข้าไปในพื้นที่เขาตะเว บ.บือแจง ม.๔ ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส จึงเป็นเหตุให้จำเลยขอข้อมูลผลการตรวจสารพันธุกรรมของจำเลยซึ่งมีอยู่ในฐานข้อมูลศูนย์พิสูจน์หลักฐาน ๑๐ เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับสารพันธุกรรมที่พบจากวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ของจำเลยดังกล่าว  ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ นายอับดุลเลาะห์ หะยีอาบู ทนายความมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม ๐๘๙-๐๗๕๖๙๘๗ นายปรีดา นาคผิว มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ๐๘๙-๖๒๒๒๔๗๔  

Recent posts