Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

แถลงการณ์กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน ความตกลง TPP สร้างผลกระทบอย่างกว้างขวาง การตัดสินใจเข้าร่วมต้องผ่านการตัดสินใจโดยประชาชนส่วนให

แถลงการณ์กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน ความตกลง TPP สร้างผลกระทบอย่างกว้างขวาง การตัดสินใจเข้าร่วมต้องผ่านการตัดสินใจโดยประชาชนส่วนให

25 October 2015

1518

ญ่

ตามที่มีกระแสเรียกร้องจากภาคธุรกิจบางส่วนให้ประเทศไทยเข้าร่วมในความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นเอเชียแปซิฟิค (TPP) และรัฐบาลได้ดำเนินการให้มีการศึกษาเพื่อกำหนดท่าทีของประเทศไทยในเรื่องดังกล่าวนั้น กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (FTA Watch) ซึ่งได้ติดตามและวิเคราะห์ความ    ตกลงดังกล่าวในประเด็นสำคัญต่างๆ มีความเห็นว่า ประเทศไทยไม่ควรเข้าร่วมในความตกลงนี้ หรือ     อย่างน้อยที่สุดต้องไม่รีบเร่งเข้าเป็นภาคี ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ 1. การยอมรับความตกลงทรัพย์สินทางปัญญาที่ให้การคุ้มครองผู้ประกอบการมากไปกว่าความตกลงทาง การค้าโลก ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ตรงที่ต้องแก้กฏหมายที่มีอยู่หรือไม่ แต่จะส่งกระทบทางลบต่อประเทศไทยอย่างกว้างขวาง เช่น การขยายอายุสิทธิบัตรยา และการคุ้มครองข้อมูลยาจะส่งผลให้ยามีราคาแพงคิดเป็นมูลค่ามากกว่า 100,000 ล้านบาท/ปี  ส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงยาของประชาชน ค่าใช้จ่ายของรัฐเกี่ยวกับบริการด้านสาธารณสุขจะสูงขึ้นอย่างมหาศาล และทำลายระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของประเทศในที่สุด การขยายสิทธิบัตรพืชและการผลักดันให้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญา UPOV1991 จะทำให้เกษตรกรต้องจ่ายค่าเมล็ดพันธุ์แพงขึ้น 2-6 เท่า และเปิดช่องให้เกิดการแย่งชิงทรัพยากรชีวภาพคิดเป็นการสูญเสียทางเศรษฐกิจรวมกันอย่างต่ำ 100,000 ล้านบาท/ปี โดยที่การเก็บรักษาพันธุ์เพื่อปลูกต่อถือว่าเป็นความผิดทางอาญา ส่วนขยายอายุการคุ้มครองลิขสิทธิ์ให้ยาวนานออกไปจะส่งผลต่อการเข้าถึงความรู้ โดยผลประโยชน์อาจไม่ได้ตกอยู่กับศิลปินหรือผู้สร้างสรรค์งาน แต่จะไปอยู่กับบริษัทจัดเก็บรายได้ เปิดช่องให้บริษัทเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้อินเตอร์เน็ต อีกทั้งการทำงานของสื่อมวลชนและนักวิจัยอาจเป็นความผิดฐานละเมิดความลับทางการค้า เป็นต้น 2. ความตกลงเกี่ยวกับการคุ้มครองนักลงทุน จะเปิดช่องให้นักลงทุนฟ้องร้องรัฐบาลได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรัฐดำเนินการออกมาตรการเพื่อปกป้องผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของประชาชน  เช่น จำกัดการใช้มาตรการของรัฐเกี่ยวกับการควบคุมยาสูบหรือเครื่องดื่มมึนเมา จำกัดการออกมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและสุขภาพเนื่องจากการลงทุนทำเหมืองแร่ และโครงการขนาใหญ่ต่างๆ ฯลฯ ทั้งนี้โดย          นักลงทุนต่างชาติสามารถฟ้องร้องรัฐผ่านกลไก อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศซึ่งจากการศึกษาพบว่าอนุญาโตตุลาการที่ดำเนินการพิจารณาและ ตัดสินข้อพิพาทมักจะดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายหรืออยู่ในคณะกรรมการ บริหารของบริษัทเอกชน จึงมีความเป็นไปได้สูงที่อนุญาโตตุลาการจะทำหน้าที่   เอื้อประโยชน์หรือปกป้องผลประโยชน์ของนักลงทุนมากกว่าที่จะพิจารณาข้อพิพาทอย่างอิสระและเป็นกลาง 3. สหรัฐอเมริกาจะใช้ความตกลงนี้ในการผลักดันให้ประเทศต่างๆต้องยอมรับพืชและผลิตภัณฑ์ดัดแปลงพันธุกรรม หรือ GMOs โดยที่ข้อกำหนดเกี่ยวกับการปกป้องสิทธิเกษตรกร สิทธิผู้บริโภค มาตรการป้องกันไว้ก่อนเกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม และการใช้เหตุผลด้านเศรษฐกิจสังคม จะไม่สามารถใช้เพื่อยับยั้งการปลูกพืชและการติดฉลากผลิตภัณฑ์ดัดแปลงพันธุกรรมได้อีกต่อไป 4. ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการเข้าร่วมใน TPP ในกรณีการเพิ่มโอกาสในการส่งออกสินค้าเพราะการลดภาษีเหลือ 0% นั้น ไม่คุ้มค่ากับผลกระทบที่เกิดขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากประเทศไทยได้ทำความตกลงการค้าเสรีกับประเทศในกลุ่ม TPP แล้วถึง 9 ประเทศ เหลือเพียงสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโกเท่านั้นที่ไทยยังไม่มีความตกลงทางการค้าด้วย คิดเป็นสัดส่วนการส่งออกไปยัง 3 ประเทศดังกล่าวเพียง 9% และมีสัดส่วนการลงทุนจากกลุ่มประเทศดังกล่าวเพียง 9.9% เท่านั้น การที่กลุ่มประเทศดังกล่าวไม่ลดภาษีให้กับประเทศไทยไม่ได้หมายความว่าเราจะสูญเสียตลาดไปทั้งหมด ในทางตรงข้ามจะเป็นการสร้างแรงจูงใจในการพัฒนาสินค้าที่มีนวัตกรรมสูงขึ้น ไม่ใช่แข่งขันที่ราคาแต่เป็นการแข่งขันสินค้าที่มีคุณภาพ อันเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน การพัฒนานวัตกรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับยา และเทคโนโลยีชีวภาพนั้น ต้องอาศัยการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่เหมาะสม ดังจะเห็นได้จากความสำเร็จของอินเดีย และจีนที่สามารถพัฒนาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมได้ โดยเลือกที่จะคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในระดับที่เหมาะสมกับระดับการพัฒนาของประเทศของตน หาใช่การให้การคุ้มครองการผูกขาดสิทธิบัตรอย่างเข้มงวดตามมาตรฐานของสหรัฐแต่อย่างใดไม่ กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (FTA Watch) ขอเรียกร้องให้สังคมไทยร่วมกันกดดันมิให้รัฐบาลชั่วคราวตัดสินใจเข้าร่วมใน TPP โดยอ้างเหตุผลเกี่ยวกับผลประโยชน์ของบางสินค้าและบางอุตสาหกรรม โดยมิได้พิจารณาผลกระทบต่อประชาชน ฐานทรัพยากร และอธิปไตยของประเทศ การเข้าร่วมในความตกลงระหว่างประเทศดังกล่าว ต้องดำเนินการโดยกระบวนการมีส่วนร่วม การรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทุกฝ่ายทุกกลุ่ม และผ่านการตัดสินใจโดยรัฐบาลและรัฐสภาที่มีที่มาจากประชาชนส่วนใหญ่อย่างแท้จริงเท่านั้น

กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (FTA Watch) 20 ตุลาคม 2558


--
"เรา ไม่ได้ค้านการเจรจา FTA แต่เราต้องการให้การเจรจาเป็นไปอย่างรอบคอบและสะท้อนข้อห่วงใย ป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมามี FTA จำนวนมากที่ไม่เคยคิดถึงมุมที่เรากังวล ส่วนใหญ่คนที่ได้ คือคนที่ได้อยู่แล้ว ผลประโยชน์ก็กระจุกตัว แต่ผลกระทบกระจาย บางเรื่องเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นในระยะยาวกับคนส่วนใหญ่ของประเทศ" http://www.facebook.com/ftawatch Kannikar Kijtiwatchakul 089-500-3217
 
tpp-620x486.png
 

Recent posts