Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

“อนุสรณ์สถานรำลึก 4 นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนชุมชนคลองไทรสุราษฎร์ธานี  สู่ก้าวย่างในการเดินหน้าสู้เพื่อสิทธิในการเข้าถึงทรัพยากรของรัฐ  เพื่อการจัดสรรที่ดินอย่างยั่งยืน เป็นธรรม และลดช่องว่างของความเหลื่อมล้ำ”

“อนุสรณ์สถานรำลึก 4 นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนชุมชนคลองไทรสุราษฎร์ธานี  สู่ก้าวย่างในการเดินหน้าสู้เพื่อสิทธิในการเข้าถึงทรัพยากรของรัฐ  เพื่อการจัดสรรที่ดินอย่างยั่งยืน เป็นธรรม และลดช่องว่างของความเหลื่อมล้ำ”

20 October 2015

1600

  อนุสรณ์สถานสีขาวฐานมั่นคงแข็งแรง ล้อมรอบไปด้วยดอกไม้สวยงาม โดดเด่นด้วยขดลวดสปริงที่หมุนยาวต้านแรงลม และยอดปลายประดับด้วยดาว 3 สี เป็นอนุสรณ์สถานที่ชาวบ้านในชุมชนคลองไทรพัฒนา ตำบลไทรทอง อ.ชัยบุรี จ.สุราษฏร์ธานี  และสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.) ได้ร่วมกับก่อสร้างขึ้นมาเพื่อรำลึกถึงการเสียชีวิตของเกษตรที่ร่วมต่อสู้ เพื่อให้ได้สิทธิในที่ดินทำกินเป็นของตนเองในรูปแบบของโฉนดชุมชน โดยให้ชื่อของอนุสรณ์สถานที่จัดสร้างขึ้นในครั้งนี้ว่า “อนุสรณ์สถานนักต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชน” การต่อสู้ของชาวบ้านชุมชนคลองไทรนั้นเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของการต่อสู้เพื่อให้ได้สิทธิในที่ดินทำกิน ที่ต้องถูกจารึกไว้  ทั้งนี้ชุมชนคลองไทรพัฒนาตั้งอยู่ในพื้นที่ ของ สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม (ส.ป.ก.)  โดยชาวบ้านได้เริ่มเข้ามาอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551  ปัจจุบันชุมชนแห่งนี้มีเกษตรกรอาศัยอยู่ทั้งหมด 69 ครัวเรือน   ก่อนหน้าที่ชาวบ้านจะเข้ามาอยู่อาศัยบริษัทจิวกังจุ้ยพัฒนา จำกัด ได้เข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าว ด้วยการยึดครองพื้นที่ป่าสงวน ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2528  ต่อมารัฐได้ประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในปี 2537 แต่ สปก. ไม่สามารถนำพื้นที่ดังกล่าวนี้มาจัดสรรให้กับเกษตรกรได้ เนื่องจากบริษัทไม่ยอมย้ายออกจากพื้นที่ จนสปก. ได้เป็นโจทย์ฟ้องบริษัท ให้ออกจากพื้นที่ และชนะคดี โดยคดีสิ้นสุดแล้ว เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2557ที่ผ่านมา  โดยศาลได้มีคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรให้บริษัทออกจากพื้นที่ของ สปก. แต่ปัจจุบันก็ยังไม่การบังคับคดีให้บริษัทออกไป และสปก.เองก็ยังไม่ได้ทำการจัดสรรที่ดินดังกล่าวให้กับเกษตรกรทั้งที่ตนเองมีอำนาจในการดำเนินการได้ การบรรยายเป็นตัวอักษรทำให้เราเห็นภาพการต่อสู้ของชาวบ้านในลักษณะย่นย่อ หากแต่ความเป็นจริงในระหว่างทางของการต่อสู้นั้นชาวบ้านทุกคนได้ลุกขึ้นมาปกป้องผืนแผ่นดินทำกินของตนเอง และเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยรวบรวมพยานหลักฐานการบุกรุกพื้นที่ป่าของบริษัทเอกชนจน สปก.สามารถมีหลักฐานจำนวนมากในการฟ้องร้องให้ที่ดินที่ถูกบุกรุกกลับมาเป็นของรัฐได้ โดยในระหว่างการต่อสู้นั้นได้มีชาวบ้านจำนวนมากที่ถูกข่มขู่คุกคามจากนายทุน ทั้งโดนเผาไล่ที่   โดนลอบทำร้าย  จนมาสู่จุดที่เลวร้ายที่สุดคือการลอบสังหารชาวบ้านที่ร่วมต่อสู้ในครั้งนี้

????????????????????????????????????

“สิ่งที่กลัวที่สุดในชีวิตเกิดขึ้นแล้ว การสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตก็ผ่านมาแล้ว ชีวิตที่เหลืออยู่ของป้าไม่มีอะไรต้องกลัว อีกแล้ว ป้าจะสู้จนลมหายใจสุดท้าย สู้จนกว่าจะได้สิทธิในที่ดินทำกินไว้ให้ลูกหลานตามความตั้งใจของลุงเขา”  อุสาห์  สุวรรณพัฒน์  หรือป้าสา หญิงชราอายุ 56 ปีระบายความรู้สึกด้วยน้ำตานองหน้าถึงการสูญเสียสามีอันเป็นที่รัก ลุงใช่ บุญทองเล็ก สามีของป้าสาเสียชีวิตจากการถูกลอบยิงในชุมชนคลองไทรพัฒนา ตำบลไทรทอง อ.ชัยบุรี   จ.สุราษฏร์ธานีเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2558 ที่ผ่านมา ไม่เฉพาะลุงใช่เท่านั้น ที่แห่งนี้ยังมีเกษตรกรอีกจำนวนมากที่ต้องสังเวยชีวิตจากการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิในที่ดินทำกิน ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้หญิง  “แม่เป็นแค่คนแก่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ภาพที่เราจำแม่ได้ คือภาพของแม่ที่ใช้สองมือแผ้วทางที่ดินแปลงเล็กๆ เพื่อปลูกพืชผักให้เราได้อยู่ได้กิน หากผักเหลือจากกินแม่ก็จะเก็บไปขาย แม่บอกเราเสมอว่าเราจะต้องมีที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง เราจะได้ไม่ต้องลำบากไม่ต้องไปเช่าบ้านเช่าที่ใครเขาอยู่อีกแล้ว ที่เล็กๆแห่งนี้จะสร้างชีวิตใหม่ให้กับพวกเรา แต่ไม่นานแม่ก็ถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม ความผิดของแม่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ต้องการที่ดินทำกินเป็นของตนเอง  ถึงกับต้องประหัตประหารกันด้วยชีวิตเลยเหรอ”  น.ส.เบญจวรรณ บุญรักษ์ บุตรสาวของปราณี บุญรักษ์  บอกเล่าถึงความโหดร้ายที่เกิดขึ้นกับมารดาของเธอให้เราฟังด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ  ปราณี อายุ 55 ปี ถูกลอบสังหารพร้อมกับนาง มณฑา ชูแก้ว อายุ 50 ปี ที่ป่าปาล์มในพื้นที่พิพาท โดยหญิงชราทั้งสองถูกลอบยิงในระยะเผาขนจนเสียชีวิตคาที่ในวันที่ 19 พ.ย. 2555ที่ผ่านมา   นอกจากชาวบ้านทั้งสามจะต้องมาจบชีวิตจากการต่อสู้เพื่อให้ได้ที่ดินกินเป็นของตนเองแล้ว   สมพร พัฒภูมิ ก็เป็นชาวบ้านอีกหนึ่งคนที่ต้องสังเวยชีวิตให้กับการต่อสู้ในครั้งนี้ “บ้านของลุงสมพรแกอยู่ท้ายหมู่บ้านเลย วันนั้นแกกำลังถางหญ้าอยู่ตรงสระที่แกขุดพอดี อยู่ดี ๆ ก็มีคนเข้ามายิงแก แกไม่ได้มีพิษมีภัยกับใครเลย เป็นแค่คนแก่ตัวเล็กๆ เท่านั้นเอง  ตอนที่แกโดนยิงแกยังไม่ตายทันที แกวิ่งออกมาร้องให้คนช่วยแล้วก็มาตายอยู่ตรงนี้” ประทีป ระฆังทอง แกนนำชาวบ้านชุมชนคลองไทรชี้ให้เราดูถึงสถานที่เกิดเหตุที่มีชายฉกรรจ์เข้ามาสังหารลุงสมพร พร้อมทั้งระบุถึงสาเหตุหลักในการสังหารชาวบ้านทั้ง 4 คนให้เราฟังว่า ทุกคนที่เสียชีวิตไปนั้นล้วนแล้วแต่เป็นผู้เสียสละ เพราะทุกคนได้ต่อสู้เพื่อให้ไดมาซึ่งสิทธิทำกินของตนเองจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต พวกเราไม่มีเรื่องบาดหมางกับใครเลย นอกจากเรื่องการต่อสู้เรื่องที่ดินทำกินเท่านั้นที่ 4 คนนี้ต่อสู้อย่างเข้มแข็ง แกนนำชาวบ้านชุมชนคลองไทรกล่าว อย่างไรก็ตามการต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ดินกินของชาวบ้านที่นี่ดูเหมือนจะยังมีปัญหาเพิ่มขึ้นมาอีกเรื่อยๆ  เพราะนอกจากสปก.จะไม่จัดสรรที่ดินทำกินให้กับเกษตรกรแล้ว  เมื่อวันที่ 6กรกฎาคม ที่ผ่านมา ส.ป.ก.ได้ส่งหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยระบุให้เร่งดำเนินการบังคับคดีกับบริษัท จิวกังจุ้ยพัฒนา และบริวาร พร้อมด้วยสมาชิกชุมชนคลองไทรพัฒนา เนื่องจากเป็นผู้บุกรุกเพราะเป็นบริวารของบฺริษัท โดยระบุความจำเป็นว่า ต้องการจัดการพื้นที่อย่างเป็นธรรมเพื่อเกษตรกรรายอื่นๆ ด้วย และหากคำสั่งนี้ได้รับการยินยอมจากผู้ว่า ชาวบ้านทั้ง 69 ครัวเรือนจะต้องถูกขับไล่ออกจากพื้นที่ทันที ประทีป ระฆังทอง แกนนำชาวบ้านชุมชนคลองไทร ระบายความรู้สึกพร้อมทั้งเสนอข้อเรียกร้องไปยังสปก.และผู้ว่าจังหวัดสุราษฎร์ธานีว่า “ผมไม่เข้าใจว่าทำไม สปก.ถึงต้องขับไล่ชาวบ้านออกนอกพื้นที่ด้วย เพราะคนที่บุกรุกพื้นที่ป่านั้นคือบริษัทเอกชน สปก.จะใช้เหตุผลว่าเราเป็นบริวารของบริษัทเอกชน ซึ่งสปก.จะใช้เหตุผลนั้นไม่ได้  เพราะพวกเราอยู่ที่นี่ในฐานะเกษตรกร ที่ต้องการที่ดินทำกินเพื่อความมั่นคงทางด้านอาหารไม่ใช่ถือครองที่ดินเพื่อนำไปเป็นสินค้า เรามีการจัดสรรที่ดินทำกินที่เป็นระบบที่ใช้ประโยชน์ในรูปแบบโฉนดชุมชนไม่ใช่การเป็นเจ้าของแบบปัจเจก และตนเชื่อว่าจะเป็นต้นแบบในการจัดการที่ดินให้หลายพื้นที่ได้    พวกเราชาวบ้านตัวเล็กๆ ต้องการสิทธิในที่ดินทำกินเพียงแค่ไม่กี่ไร่ และเรายังดูแลจัดสรรพื้นที่นี้เป็นอย่างดี เราทำการ เกษตรกรรมที่ยั่งยืนบนที่ดินแห่งนี้  เรามีแปลงเกษตรกรรม แปลงปลูกธัญพืชและพืชหมุนเวียนตามแบบแนวทางเกษตรอินทรีย์  เราจัดสรรพื้นที่สาธารณะประโยชน์ พื้นที่ปลูกป่า พื้นที่ทำปศุสัตว์ พื้นที่สร้างที่อยู่อาศัยที่แต่ละครอบครัวใช้พื้นที่ไม่มาก และที่สำคัญที่สุดคือเราได้รับการผ่อนผันจากคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหา ของเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย (คปท.) ให้ทำกินในที่ดินดังกล่าวได้  ตนจึงอยากวิงวอนให้สปก.ยกเลิกคำสั่งขับไล่ชาวบ้านออกนอกพื้นที่และเร่งจัด สรรที่ดินทำกินให้กับชาวบ้านเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในเรื่องการจัดสรรใน ที่ดินทำกินและสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นกับชาวบ้านอย่างแท้จริงด้วย” แกนนำชาวบ้านชุมชนคลองไทรกล่าว เรื่องเล่าของชาวบ้านชุมชนคลองไทร อาจทำให้ผู้อ่านได้รับรู้ว่ายังมีชาวบ้านกลุ่มเล็กๆ ที่หยัดยืนสู้เพื่อให้ได้สิทธิในที่ดินทำกินเป็นของตนเอง หากแต่เรื่องราวในความเป็นจริงกับเป็นความเจ็บปวดที่ชาวบ้านต้องแลกมาด้วยเลือดเนื้อและชีวิต โดยเฉพาะวันที่ 5 ตุลาคม นี้ถูกกำหนดให้เป็นวันที่อยู่อาศัยโลก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องตระหนักให้ความสำคัญเร่ง ดำเนินการจัดสรรที่ดินทำกินให้กับเกษตรอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อความเป็นธรรมใน การเข้าถึงสิทธิในที่ทำกินที่อยู่อาศัยแลเพื่อลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น กับชาวบ้านอีกต่อไปในวันข้างหน้า  !!!!!!! //////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////// หมายเหตุสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่คุณแก้วโทร  095-810-6141 คุณโอ๋โทร 084-846-7782

Recent posts