Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

ความเห็นทางกฎหมายของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนต่อร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

ความเห็นทางกฎหมายของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนต่อร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

7 September 2015

1398

ตอนที่ 3 ร่างรัฐธรรมนูญไม่สอดคล้องกับอุดมการณ์ประชาธิปไตย   ประการที่ 3 ร่างรัฐธรรมนูญไม่สอดคล้องกับอุดมการณ์รัฐธรรมนูญแบบประชาธิปไตย   อุดมการณ์ของรัฐธรรมนูญแบบประชาธิปไตยวางอยู่บนหลักการที่ว่าอำนาจรัฐทั้งหมดมาจากประชาชน ความเชื่อมั่นในการมีส่วนร่วมทางการปกครองของประชาชน  ดังนั้น องค์กรผู้ใช้อำนาจรัฐทั้งหลายที่ถูกก่อตั้งโดยรัฐธรรมนูญจะต้องมีจุดเชื่อมโยงกับประชาชนทั้งหมดผ่านการได้รับเลือกตั้งหรือได้รับการแต่งตั้งจากผู้แทนของประชาชน  เพื่อให้การบริหารประเทศ ออกกฎหมายและการตัดสินคดีความเป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชน   ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเห็นว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้กลับมุ่งจำกัดการมีส่วนร่วมทางการปกครองของประชาชนและไม่ไว้วางใจต่อการตัดสินใจของประชาชน ผ่านกระบวนการสามขั้นตอน โดยในขั้นแรก ร่างรัฐธรรมนูญออกแบบระบบทางการเมืองทำให้ผู้แทนประชาชนที่มาจากการเลือกตั้ง อันได้ คณะรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎร ให้ไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองและไร้อำนาจ ผ่านระบบเลือกตั้งที่มุ่งก่อให้เกิดรัฐบาลที่ผสม และกำหนดให้นายกรัฐมนตรีสามารถมาจากบุคคลที่ไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ รวมถึงได้บัญญัติมอบอำนาจด้านบริหารบุคคล แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการอยู่ในอำนาจขององค์กรอื่นที่ไม่มีจุดเชื่อมโยงกับประชาชน อย่าง คณะกรรมการดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการพลเมืองโดยระบบคุณธรรม ในขั้นที่สองร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังได้สร้างขึ้นมาเป็นกลไกในการควบคุมผู้แทนของประชาชนขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง ประกอบด้วยองค์กรรัฐ อย่าง ศาล วุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งและองค์กรตามรัฐธรรมนูญซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐซึ่งมีที่มาจากการแต่งตั้งของวุฒิสภา ซึ่งล้วนแต่ก็เป็นองค์กรที่มีปัญหาความชอบธรรมทางประชาธิปไตย ในการใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายและความเหมาะของนโยบายทางการเมืองอย่างเข้มงวด รวมทั้งผ่านการเห็นชอบการเข้าดำรงตำแหน่งและถอนถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นต้น และขั้นสุดท้ายในภาค 4 การปฏิรูปและการสร้างความปรองดองและบทเฉพาะกาลของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ออกแบบให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติให้เป็นองค์กรที่ถืออำนาจรัฐเหนือผู้แทนประชาชนในการกำหนดนโยบายการบริหารประเทศและออกกฎหมายโดยอาศัยข้ออ้างในการสานต่อการปฏิรูป รวมทั้งสามารถทำรัฐประหารโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญเพื่อเข้ามาใช้อำนาจบริหาร นิติบัญญัติแทนคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาได้เป็นอำนาจพิเศษในสถานการณ์ฉุกเฉิน ประการที่ 4 คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ        สภาพปัญหาของคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ นอกจากที่กล่าวข้างตนในสาเหตุประการที่ 3 แล้ว  ปัญหาในส่วนเนื้อหาที่มาและอำนาจของคณะกรรมการดังกล่าวยังขัดต่อหลักการประชาธิปไตยและนิติรัฐ ดังนี้ อันดับแรก ที่มาของกรรมการตามมาตรา 260 ในหลายตำแหน่งมีปัญหาเรื่องความชอบธรรมทางประชาธิปไตยในการที่จะใช้อำนาจทางนิติบัญญัติและบริหาร เนื่องจากกรรมการจำนวน 20 คนจาก 22 คน ที่มาจากข้าราชการประจำ อดีตผู้ดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภา นายกรัฐมนตรี ประธานศาลฎีกาที่คัดเลือกกันเองมา ซึ่งหากพิเคราะห์แล้วล้วนแต่เป็นการเข้ามาดำรงตำแหน่งโดยปราศจากจุดเชื่อมโยงจากประชาชน ผ่านการเลือกตั้งหรือได้รับการแต่งตั้งจากผู้แทนประชาชน เช่นเดียวกับกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากการแต่งตั้งจากรัฐสภาและกรรมการโดยตำแหน่งอย่างประธานวุฒิสภาก็มีปัญหาบางประการเกี่ยวความชอบธรรมทางประชาธิปไตย เพราะมีส่วนที่ได้รับการแต่งตั้งจากวุฒิสมาชิกจำนวน 123 คนที่มาจากการแต่งตั้งโดยที่ไม่มีจุดเชื่อมโยงกับประชาชนแต่อย่างใด อันดับที่สอง การใช้อำนาจของคณะกรรมการในสถานการณ์พิเศษตามมาตรา 280 ขัดต่อหลักนิติรัฐ เพราะมีการรวมอำนาจนิติบัญญัติและบริหารเบ็ดเสร็จไว้ให้กับองค์กรเดียวซึ่งถือว่าไม่เป็นไปตามหลักการแบ่งแยกอำนาจ รวมทั้งร่างรัฐธรรมนูญยังได้รับรองให้การกระทำต่างๆของคณะกรรมการเป็นที่สุด อันชอบด้วยกฎหมายและชอบด้วยรัฐธรรมนูญ อันเป็นการตัดสิทธิบุคคลที่จะฟ้องร้องต่อศาลเพื่อให้ตรวจสอบการกระทำคณะกรรมการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและก่อให้เกิดความเสียหาย ทำให้สิทธิเสรีภาพที่ถูกรับรองไว้ทั้งหมดในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่สามารถเป็นหลักประกันคุ้มครองประชาชนได้จากการใช้อำนาจรัฐได้ โดยสรุปร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ไว้วางใจต่อการตัดสินใจของประชาชน ผ่านกระบวนการสามขั้นตอนได้แก่ ขั้นแรกออกแบบระบบทางการเมืองทำให้ผู้แทนประชาชนที่มาจากการเลือกตั้งให้ไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองและไร้อำนาจขั้นที่สองสร้างขึ้นมาเป็นกลไกในการควบคุมผู้แทนของประชาชนขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง เพื่อตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายและความเหมาะของนโยบายทางการเมืองอย่างเข้มงวด และขั้นที่สามให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติให้เป็นองค์กรที่ถืออำนาจรัฐเหนือผู้แทนประชาชนในการกำหนดนโยบายการบริหารประเทศและออกกฎหมายโดยอาศัยข้ออ้างในการสานต่อการปฏิรูป ส่วนคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติที่มาและอำนาจของคณะกรรมการขัดต่อหลักประชาธิปไตยและนิติรัฐเพราะ เนื่องจากกรรมการจำนวน20 คนจาก 23คน ขาดจุดเชื่อมโยงกับประชาชน ผ่านการเลือกตั้งหรือการแต่งตั้งจากผู้แทนประชาชน  รวมถึงการใช้อำนาจของคณะกรรมการในสถานการณ์พิเศษขัดต่อหลักนิติรัฐ เพราะมีการรวมอำนาจนิติบัญญัติและบริหารเบ็ดเสร็จไว้ให้กับองค์กรเดียวและมีการรับรองให้การกระทำของคณะกรรมการเป็นที่สุด อันชอบด้วยกฎหมายและชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ซึ่งตัดสิทธิบุคคลที่จะฟ้องร้องต่อศาลเพื่อให้ตรวจสอบการกระทำของคณะกรรมการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและก่อให้เกิดความเสียหาย ทำให้สิทธิเสรีภาพที่ถูกรับรองไว้ไม่สามารถประกันคุ้มครองประชาชนจากการใช้อำนาจรัฐได้  

Recent posts