Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

ร่วมฟังคำพิพากษาคดีกองทัพเรือฟ้องสำนักข่าวภูเก็ตหวาน

ร่วมฟังคำพิพากษาคดีกองทัพเรือฟ้องสำนักข่าวภูเก็ตหวาน

31 August 2015

1523

  พรุ่งนี้ (1 กันยายน 2558) เวลา 09.00 น. ที่ศาลจังหวัดภูเก็ต มีนัดฟังคำพิพากษาในคดีที่กองทัพเรือดำเนินคดีกับสำนักข่าวภูเก็ตหวานกรณีเผยแพร่รายงานพิเศษของสำนักข่าวรอยเตอร์ เรื่อง ทหารไทยได้รับผลประโยชน์จากการค้ามนุษย์ผู้อพยพทางเรือ โดยดำเนินคดีในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14  คดีหมายเลขดำที่ 2161/2557 ระหว่าง  พนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต โจทก์   กับ   บริษัท บิ๊ก ไอซ์แลนด์ มีเดีย จำกัด  โดยนายอลัน จอห์น มอริสัน กรรมการผู้มีอำนาจ กับพวกรวม 3 คน จำเลย จึงขอเชิญสื่อมวลชนและผู้ที่สนใจเข้าร่วมฟังคำพิพากษาตามวันและเวลาดังกล่าว คดีนี้ โจทก์นำพยานเข้าสืบ 4 ปาก โดยมีผู้รับมอบอำนาจจากกองทัพเรือ พนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและวิเคราะห์การกระทำความผิดทางเทคโนโลยี มีประเด็นสำคัญ คือ น.อ.พัลลภ โกมโลทก เป็นผู้รับมอบอำนาจจากกองทัพเรือให้ดำเนินคดีกับสำนักข่าวภูเก็ตหวาน สืบพยานในประเด็นที่สำนักข่าวภูเก็ตหวานเผยแพร่รายงานของรอยเตอร์ซึ่งเป็นข้อความที่ไม่เป็นความจริงทำให้กองทัพเรือได้รับความเสียหาย แต่ทั้งนี้ น.อ.พัลลภ ก็ไม่ได้เบิกความต่อศาลว่ากองทัพเรือได้รับความเสียหายอย่างไร ร.ต.ท.จรัญญู เครือแวงวงศ์ เป็นพยานที่ได้รับการประสานจากพนักงานสอบสวน สภ.วิชิต เพื่อให้ตรวจสอบข้อมูลของเวบไซต์ www.phuketwan.com จากการตรวจสอบพบว่านายอลัน มอริสัน เป็นผู้จดทะเบียน Domain names และเป็น admin ของเว็บไซต์ดังกล่าว แต่การตรวจสอบดังกล่าวเป็นเพียงการตรวจสอบเบื้องต้น เป็นเพียงข้อมูลที่ ปรากฎหน้าเว็บไซต์ ไม่สามารถยืนยันได้ว่าผู้ใดนำเข้าข้อมูลลงสู่ระบบคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ พยานยังไม่เคยให้การต่อพนักงานสอบสวนเพียงแต่ส่งรายงานการตรวจสอบไปให้เท่านั้น ส่วนจำเลยนำพยานเข้าสืบรวมทั้งสิ้น 7 ปาก   โดยได้เบิกความยืนยันถึงการทำตามหลักวิชาชีพของสื่อมวลชนและเพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะ และมีพยานในส่วนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พยานนักวิชาการ ผู้เชียวชาญเกี่ยวกับพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และผู้ทำงานกับชาวโรฮิงญา มีประเด็นสำคัญ คือ นายอลัน จอห์น  มอริสัน  ได้เบิกความยืนยันอกสารที่มีการอ้างว่ากองทัพเรือได้เงินค่าหัวจากชาวโรฮิงญาหัวละ 2,000 บาท นั้น  มาจากรอยเตอร์ ซึ่งระบุว่ากองกำลังทางเรือเป็นผู้ที่ได้รับเงิน ไม่ใช่กองทัพเรือ  เหตุที่ลงข้อความดังกล่าว เนื่องจากสำนักข่าวภูเก็ตหวานติดตามเกี่ยวกับเรื่องชาวโรฮิงญามาเป็นเวลานาน  และสำนักข่าวภูเก็ตหวานเห็นว่าเรื่องของโรฮิงญาเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะและคาดหวังว่ารัฐบาลจะมองเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวเช่นกัน  และเพื่อต้องการให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงหากมีการเรียกเก็บเงินจากชาวโรฮิงญา นางสาวชุติมา  สีดาเสถียร  เบิกความต่อศาลว่า หลังจากอ่านข่าวของรอยเตอร์แล้ว ได้โทรศัพท์ติดต่อไปยัง พล.ร.ท.ธราธร ขจิตสุวรรณ  ผู้บัญชาการกองทัพเรือภาค 3 ในขณะนั้น แต่ไม่สามารถติดต่อได้  โดยติดต่ออยู่หลายครั้ง  จนกระทั่งโทรศัพท์ไปที่สำนักงานแล้วมีเจ้าหน้าที่แจ้งว่าจะโทรติดต่อกลับมา แต่ไม่ได้รับการติดต่อแต่อย่างใด หลังจากนั้นอีก 3 วัน กองทัพเรือได้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ โดยทางสำนักข่าวภูเก็ตหวานก็ได้นำเสนอข่าวดังกล่าวด้วย การที่พยายามติดต่อไปเป็นการรับฟังอีกฝ่ายที่ถูกพาดพิง ไม่ใช่เป็นการนำเสนอข่าวเพียงด้านเดียว นอกจากติดต่อไปที่กองทัพเรือแล้ว ก่อนลงข่าวก็ได้โทรศัพท์ติดต่อไปที่ กอ.รมน. และตำรวจน้ำ โดยบุคคลที่พยานติดต่อคือ พล.ท.มนัส  คงแป้น ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนแยก 1 ในขณะนั้น ปัจจุบันถูกดำเนินคดีในข้อหาค้ามนุษย์ นายแพทย์นิรันดร์  พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เบิกความต่อศาลว่า เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2556 พยานได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายอลันและนางสาวชุติมาว่ามีการละเมิดสิทธิของสื่อมวลชน หลังจากรับคำร้องแล้ว ได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองดำเนินการตรวจสอบ โดยได้เรียกฝ่ายผู้ร้อง ผู้ถูกร้อง หน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มาให้ถ้อยคำ ตลอดจนได้ดำเนินการไกล่เกลี่ยทั้ง 2 ฝ่าย แต่ก็ตกลงกันไม่ได้  พยานเห็นว่า เจตนารมณ์ของกฎหมายดังกล่าวมีไว้เพื่อปราบปรามอาชญากรรมที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้คอมพิวเตอร์ แต่จากประสบการณ์การทำงาน การบังคับใช้ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์เนื่องจากมีการนำมาใช้กับความผิดอื่น เช่น ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 กับเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น นางสาวสาวตรี  สุขศรี  อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เบิกความต่อศาลว่า  จากการทำวิจัยเกี่ยวกับพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์พบปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เช่น มาตรา 14 ซึ่งค่อนข้างที่จะหาขอบเขตได้ยากในการตีความและปล่อยให้เจ้าพนักงานใช้ดุลยพินิจมากเกินไป มีการวางตำแหน่งของคำและการใช้ถ้อยคำที่สับสน โดยอธิบายว่า มาตรา 14(1) ไม่ได้มีเจตนารมณ์ในการใช้ฟ้องหมิ่นประมาท เจตนารมณ์ที่แท้จริงเพื่ออุดช่องว่างของการกระทำปลอมแปลงเอกสารที่ไม่สามารถจับต้องได้ ความผิดที่มุ่งหมายตามกฎหมายนี้ คือ ความผิดอาชกรรมคอมพิวเตอร์ เช่น การล่อเหยื่อออนไลน์ (Phishing) เป็นการหลอกลวงโดยใช้อีเมล์หรือเวบไซต์ปลอมเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูล แต่ปัจจุบันมีการนำไปใช้ฟ้องหมิ่นประมาทจำนวนมากซึ่งไม่ตรงตามเจตนารมณ์ที่แท้จริงของกฎหมายฉบับดังกล่าว โดยในการพิจารณาคดีสืบพยานโจทก์และจำเลย ในวันที่ 14 -16 กรกฎาคม ที่ผ่านมานั้น  มีองค์กรระหว่างประเทศและองค์กรสิทธิมนุษยชนของไทยร่วมรับฟังและสังเกตการณ์การพิจารณาคดีด้วย เช่น  พันธมิตรเพื่อสื่อในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asian Press Aliance)  คณะกรรมการนิติศาสตร์สากล (International Commission of Jurists คณะผู้แทนจากสหภาพยุโรป (EU) ผู้แทนจากองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ผู้แทนจากสถานทูตออสเตรเลีย มูลนิธิผสานวัฒนธรรม และโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) เนื่องจากเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการจำกัดเสรีภาพในการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน   สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ศิริวรรณ ว่องเกียรติไพศาล (ทนายความ)   081-8332619 ดูรายละเอียดคดีเพิ่มเติมได้ที่ http://phuketwan.com/tourism/phuket-journalists-face-court-april-says-prosecutor-20042/ หรือ http://freedom.ilaw.or.th/th/case/554

Recent posts