Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

ที่ประชุมระดับนานาชาติของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ลงมติรับรองนโยบายคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของพนักงานบริการ (sex workers)

ที่ประชุมระดับนานาชาติของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล  ลงมติรับรองนโยบายคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของพนักงานบริการ (sex workers)

19 August 2015

1390

  เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2558 ในที่ประชุมการประชุมสามัญระดับนานาชาติ  (International Council Meeting - ICM) ของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ณ กรุงดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ มีการลงมติครั้งสำคัญเพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของพนักงานบริการ (sex workers) โดยมีผู้แทนจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกรับรองมติที่ให้อำนาจคณะกรรมการบริหารระดับนานาชาติ (International Board) ในการจัดทำและรับรองนโยบายในประเด็นดังกล่าว ซาลิล เช็ตติ (Salil Shetty) เลขาธิการ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เผยว่า พนักงานบริการหรือผู้ให้บริการทางเพศเป็นหนึ่งในกลุ่มที่อยู่ชายขอบมาก สุดกลุ่มหนึ่งในโลก ส่วนใหญ่มักต้องเผชิญกับการเลือกปฏิบัติ ความรุนแรง และการปฏิบัติมิชอบอย่างสม่ำเสมอ การขับเคลื่อนในระดับสากลขององค์กรมุ่งทำงานเพื่อให้มีการรับรองนโยบายเพื่อ คุ้มครองสิทธิมนุษยชนของพนักงานบริการ ที่จะช่วยกำหนดแนวทางการทำงานในอนาคตของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลในประเด็นสำคัญนี้ มติดังกล่าวเสนอให้แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลจัดทำนโยบายที่สนับสนุนการลดการเอาผิดทางอาญาสำหรับการบริการทางเพศที่เกิดจากความยินยอมทุกประเภท นโยบายดังกล่าวยังเรียกร้องให้รัฐต้องให้การประกันว่าพนักงานบริการต้องได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายอย่างเต็มที่ อย่างเท่าเทียม ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ และต้องไม่ตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์และความรุนแรง “เรา ตระหนักดีว่าปัญหาสิทธิมนุษยชนดังกล่าวมีความสำคัญและซับซ้อนอย่างยิ่ง เป็นเหตุให้เราหาทางแก้ไขปัญหานี้จากแง่มุมของมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่าง ประเทศ นอกจากนั้นเรายังได้ปรึกษาหารือเป็นการภายในจากการประชุมการประชุมสามัญ ระดับนานาชาติเพื่อรับฟังความเห็นที่แตกต่างจากทั่วโลก” ซาลิล เช็ตติกล่าว จากการทำ วิจัยและปรึกษาหารือเพื่อจัดทำนโยบายนี้ในช่วงสองปีที่ผ่านมาได้ข้อสรุปว่า แนวทางนี้จะช่วยปกป้องสิทธิมนุษยชนของพนักงานบริการได้ดีที่สุด และลดความเสี่ยงจากการถูกปฏิบัติมิชอบและการละเมิดที่กำลังเผชิญกันอยู่ จากงานวิจัยเราพบว่าพนักงานบริการต้องเผชิญกับการละเมิดรูปแบบต่าง ๆ ทั้งการใช้ความรุนแรงทางร่างกายและทางเพศ การจับกุมและควบคุมตัวโดยพลการ การข่มขู่และรีดไถ การค้ามนุษย์ การบังคับตรวจหาเชื้อเอชไอวี และการบังคับให้รับการรักษาพยาบาล ทั้งยังมีการกีดกันบุคคลเหล่านี้ไม่ให้ได้รับการดูแลด้านสุขภาพและบริการด้านที่อยู่อาศัย รวมทั้งการคุ้มครองทางสังคมและกฎหมายอื่น ๆ นโยบายนี้จัดทำขึ้นจากข้อมูลมากมายที่ได้มาจากหน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งหน่วยงานสหประชาชาติ เช่น องค์การอนามัยโลก องค์การสหประชาชาติด้านโรคเอดส์ (UNAIDS) องค์การสหประชาชาติด้านผู้หญิง (UN Women) และผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิด้านสุขภาพ (UN Special Rapporteur on the Right to Health) นอกจากนั้นเรายังได้ทำงานวิจัยในสี่ประเทศ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลได้ปรึกษาหารือกับกลุ่มต่าง ๆ ทั้งกลุ่มผู้ให้บริการทางเพศ กลุ่มของผู้ที่เคยตกเป็นเหยื่อการค้าบริการทางเพศ หน่วยงานที่สนับสนุนการยกเลิกโทษประหารชีวิต หน่วยงานสตรีนิยมและตัวแทนสิทธิสตรี นักกิจกรรมด้านความหลากหลายทางเพศ หน่วยงานต่อต้านการค้ามนุษย์ และหน่วยงานด้านเอชไอวี/เอดส์ ทั้งนี้แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเห็นว่าการค้ามนุษย์เป็นเรื่องที่น่ารังเกียจไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตาม ทั้งการเอารัดเอาเปรียบทางเพศ และเห็นว่าควรเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายสำหรับกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งถือเป็นแนวทางที่ชัดเจนตามนโยบายใหม่ดังกล่าวและการทำงานด้านอื่นๆ ที่ผ่านมาของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลด้วย “นี่ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าสำคัญสำหรับแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล มตินี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างง่ายดายหรือใช้เวลาอันรวดเร็ว เราต้องขอขอบคุณสมาชิกทุกท่านจากทั่วโลก รวมทั้งเครือข่ายอีกหลายกลุ่มที่เราได้จัดรับฟังความคิดเห็น ทุกความคิดเห็นของท่านสำคัญต่อการอภิปรายครั้งนี้ ความเห็นของท่านมีส่วนช่วยให้เราบรรลุมติที่สำคัญนี้ ซึ่งจะช่วยกำหนดแนวทางการทำงานด้านสิทธิมนุษยชนในอนาคตของเรา” ซาลิล เช็ตติกล่าว

Recent posts