Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 : การกระชับอำนาจของฝ่ายบริหารและชนชั้นนำ พร้อมการกำจัดพื้นที่ประชาชน

การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 : การกระชับอำนาจของฝ่ายบริหารและชนชั้นนำ พร้อมการกำจัดพื้นที่ประชาชน

25 June 2015

1286

การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 : การกระชับอำนาจของฝ่ายบริหารและชนชั้นนำ พร้อมการกำจัดพื้นที่ประชาชน กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (FTA Watch) ตาม ที่รัฐบาลได้ผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 จนกระทั่งผ่านการพิจารณาของรัฐสภาวาระที่ 3 เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2556 ผลของการแก้ไขเนื้อหาหลายส่วนในมาตรา 190 ได้ก่อให้เกิดความสงสัยและสับสนกันอย่างมากว่า จะมีผลกระทบอย่างไร ใครได้? ใครเสีย? และเสียหายอย่างไร? เนื้อหาในมาตรา 190 ที่มีไม่กี่วรรค ทำไมถึงมีผลสะเทือนอย่างมากต่อระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย และชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน
  1. ประเภทหนังสือสัญญา (มาตรา 190 วรรคสอง)
บทบัญญัติเดิม การแก้ไขใหม่ (ผ่านวาระ 3)
เดิมกำหนดไว้ว่า “หนังสือสัญญา” ที่ต้องผ่านกระบวนการตาม ม.190 มีทั้งหมด 5 ประเภท ได้แก่ 1. หนังสือสัญญาที่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตของไทย 2. หนังสือสัญญาที่มีบทเปลี่ยนแปลงเขตพื้นที่นอกอาณาเขตซึ่งประเทศไทยมีสิทธิ อธิปไตยหรือมีเขตอำนาจตามหนังสือสัญญาหรือตามกฎหมายระหว่างประเทศโดยชัดแจ้ง 3.หนังสือสัญญาที่จะต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อให้การเป็นไปตามหนังสือสัญญา 4. หนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง 5. หนังสือสัญญาที่มีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุน หรืองบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ ถูกตัดให้เหลือ 4 ประเภท โดย 3 ประเภทแรกเป็นประเภทหนังสือแบบเดิม แต่ประเภทที่ 4 เขียนให้จำกัดอย่างมาก 1. หนังสือสัญญาที่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตของไทย 2. หนังสือสัญญาที่มีบทเปลี่ยนแปลงเขตพื้นที่นอกอาณาเขตซึ่งประเทศไทยมีสิทธิ อธิปไตยหรือมีเขตอำนาจตามหนังสือสัญญาหรือตามกฎหมายระหว่างประเทศโดยชัดแจ้ง 3.หนังสือสัญญาที่จะต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อให้การเป็นไปตามหนังสือสัญญา 4. หนังสือสัญญาที่มีบทให้เปิดเสรีด้านการค้าหรือการลงทุน
  การเปลี่ยนแปลงและผลกระทบ
  • หนังสือ สัญญาที่จะเข้าข่ายมาตรา 190 ถูกจำกัดให้แคบลงอย่างมาก ซึ่งหมายถึงว่า กระบวนการตรวจสอบถ่วงดุลของรัฐสภา รวมทั้งกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม ก็จะถูกจำกัดพื้นที่ให้แคบลงไปด้วย สามารถเข้าไปร่วมดำเนินการได้เฉพาะหนังสือสัญญาที่กำหนดประเภทไว้อย่างจำกัด เท่านั้น
  • ตัวอย่างหนังสือสัญญาประเภทที่ 4 และที่ 5 ตาม ม.190 เดิม ที่ได้ดำเนินการผ่านรัฐสภา เช่น ความตกลงการค้าเสรี ความ ตกลงด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ความตกลงด้านทรัพย์สินทางปัญญา ความตกลงด้านการเปิดเสรีภาคบริการ ฯลฯ แต่ตอนนี้ถูกจำกัดให้เหลือเพียง “หนังสือสัญญาการเปิดเสรีด้านการค้าและการลงทุน” เท่านั้น
 
  1. กรอบการเจรจา และการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน (มาตรา 190 วรรคสาม)
บทบัญญัติเดิม การแก้ไขใหม่ (ผ่านวาระ 3)
ก่อน การดำเนินการเพื่อทำหนังสือสัญญา คณะรัฐมนตรีต้องให้ข้อมูลและจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และต้องชี้แจงต่อรัฐสภาเกี่ยวกับหนังสือสัญญานั้น และให้คณะรัฐมนตรีเสนอ “กรอบการเจรจา” ต่อรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบด้วย ถูกตัดออกไปทั้งหมด
  การเปลี่ยนแปลงและผลกระทบ การ ตัดบทบัญญัติเติมออก ส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเตรียมความพร้อมในการเจรจา อำนาจต่อรองในการเจรจา เนื่องจาก ความโปร่งใส ธรรมาภิบาล และความรอบคอบในการเจรจา เนื่องจากเหตุผลหลายประการ ดังนี้ กรอบเจรจา
  • การเสนอ “กรอบเจรจา” ต่อรัฐสภาเป็นสิ่งที่อารยะประเทศกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ เพื่อสร้างความโปร่งใสต่อการเจรจา และเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองให้กับคณะเจรจา เมื่อถูกคู่เจรจาเรียกร้องกดดันมาก สามารถปฏิเสธโดยอ้างกรอบเจรจาที่ผ่านรัฐสภาได้
  • หัว หน้าคณะเจรจาหนังสือสัญญาหลายคณะ ได้ให้ข้อมูลยืนยันต่อคณะกรรมาธิการต่างประเทศ วุฒิสภา ว่ากรอบเจรจาเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการเจรจา
  • การ ที่ต้องเสนอ “กรอบเจรจา” ต่อรัฐสภา ทำให้คณะรัฐมนตรี หน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบการเจรจา ต้องจัดทำเนื้อหากรอบเจรจาอย่างรอบคอบ ช่วยยกระดับการเตรียมความพร้อมในการเจรจาของฝ่ายไทย พร้อมทั้งสร้างความพร้อมให้ฝ่ายนิติบัญญัติในการติดตามเพื่อตรวจสอบหรือสนับ สนุนอย่างมีประสิทธิภาพ อันนำไปสู่การลงมติแสดงเจตนาผูกพันธ์หนังสือสัญญาในขั้นตอนสุดท้ายอย่าง รัดกุม
  • กรอบ เจรจา ไม่ใช่เรื่องที่สร้างความเสียเปรียบ หรือเป็นการเปิดเผยท่าทีให้กับคู่เจรจารู้ล่วงหน้า เนื่องจากกรอบเจรจาเป็นเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ของการเจรจา กำหนดหลักการและทิศทางหลักของการเจรจา ไม่ได้แสดงรายละเอียดว่าจะไปเจรจาลดภาษีสินค้าประเภทใด อัตราเท่าใด
  • ตัวอย่างกรอบเจรจาความตกลง FTA ไทย-อียู ที่ผ่านรัฐสภาตาม ม.190 เช่น ให้มีมาตรการปกป้องกรณีที่เกิดปัญหาด้านดุลการชาระเงิน ให้มีการบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาที่สอดคล้องกับระดับการพัฒนาของ ประเทศ
  การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน
  • การ ให้ข้อมูลและจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ทำให้การเจรจามีความโปร่งใส ทำให้ผลประโยชน์จากการทำหนังสือสัญญากระจายสู่สังคมโดยรวม ไม่กระจุกอยู่เฉพาะกลุ่มอำนาจที่สามารถเข้าถึงข้อมูลการเจรจา และการรับฟังความคิดเห็นที่เปิดกว้างทำให้คณะเจรจาได้เข้าใจและรับทราบแง่ มุมการเจรจาอย่างรอบด้านและรอบคอบมากยิ่งขึ้น
 
  1. 3. การเข้าถึงรายละเอียดของหนังสือสัญญา (ม.190 วรรคสี่)
บทบัญญัติเดิม การแก้ไขใหม่ (ผ่านวาระ 3)
เมื่อ ลงนามในหนังสือสัญญาตามวรรคสองแล้ว ก่อนที่จะแสดงเจตนาให้มีผลผูกพันคณะรัฐมนตรีต้องให้ประชาชนสามารถเข้าถึงราย ละเอียดของหนังสือสัญญานั้น ถูกตัดออกไปทั้งหมด
การเปลี่ยนแปลงและผลกระทบ
  • การ ที่ประชาชนได้เข้าถึงรายละเอียดของหนังสือสัญญาภายหลังจากที่ได้มีการเจรจา เสร็จสิ้นแล้ว จะทำให้ประชาชนซึ่งหมายถึงผู้ที่อาจได้รับผลกระทบทั้งทางบวกและลบ นักวิชาการ ผู้สนใจ ได้ช่วยกันดูรายละเอียดของหนังสือสัญญา ช่วยให้ข้อคิดเห็นซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของรัฐสภาในการให้ความ เห็นชอบเพื่อแสดงเจตนาผูกพัน และ ช่วยทำให้เกิดความเชื่อมั่นได้ว่าสิ่งที่ได้เจรจาตกลงกันจะก่อให้เกิด ประโยชน์ต่อประเทศชาติโดยรวม การปิดกั้นไม่ให้เข้าถึงรายละเอียดของหนังสือสัญญาจะนำไปสู่ความไม่ไว้วางใจ รัฐสภาขาดข้อมูลข้อคิดเห็นจากภาคประชาชนเพื่อประกอบการพิจารณา
 
  1. การแก้ไขหรือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากหนังสือสัญญา (ม.190 วรรคสี่)
บทบัญญัติเดิม การแก้ไขใหม่ (ผ่านวาระ 3)
ใน กรณีที่การปฏิบัติตามหนังสือสัญญาดังกล่าวก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนหรือ ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม คณะรัฐมนตรีต้องดำเนินการแก้ไขหรือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบนั้นอย่างรวดเร็ว เหมาะสม และเป็นธรรม ถูกตัดออกไปทั้งหมด
  การเปลี่ยนแปลงและผลกระทบ
  • ผล ของหนังสือสัญญาย่อมส่งผลกระทบทั้งทางด้านบวกและด้านลบ การแก้ไขหรือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทางลบอย่างรวดเร็ว เหมาะสม และเป็นธรรม จึงเป็นหลักการที่ถูกต้อง ที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญกำหนดไว้เช่นนั้น แต่ในทางปฏิบัติยังมีปัญหาและอุปสรรคอยู่มาก ดังนั้นเมื่อตัดบทบัญญัติในเรื่องการแก้ไขหรือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบออกไป จากรัฐธรรมนูญ จึงไม่มีหลักประกันของการดำเนินงานในเรื่องนี้
  บทส่งท้าย : ปัญหาของ ม.190 อยู่ที่ไหน ??? และอะไรเป็นทางออก           การ ปฏิบัติตามมาตรา 190 ที่ผ่านมามีปัญหาเกิดขึ้นจริง ปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจากมีการส่งเรื่องเกี่ยวกับการทำหนังสือสัญญาไปสู่ การพิจารณาของรัฐสภาเป็นจำนวนมาก ทั้งที่เรื่องที่ส่งไปส่วนใหญ่ไม่ได้เป็น“หนังสือสัญญา” ตามความหมายที่ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 190 หรือ เป็นหนังสือสัญญาแต่ไม่ได้เข้าข่ายหนังสือสัญญาประเภทใดประเภทหนึ่งในหนังสือสัญญา 5 ประเภทตามที่ระบุไว้ในมาตรา 190 วรรคสอง สาเหตุของปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจาก 2 สาเหตุสำคัญ คือ (หนึ่ง) การไม่ได้ดำเนินการเร่งออกกฎหมายประกอบมาตรา 190 ตามกำหนดเวลาที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งระบุไว้ว่าภายใน 1 ปีนับตั้งแต่รัฐบาลชุดแรกที่รับตำแหน่งหลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้ได้แถลง นโยบายต่อรัฐสภา (สอง) ปัญหาความหวาดกังวลของหน่วยงานภาครัฐหลังมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญใน กรณีปราสาทเขาพระวิหาร ทำให้ส่งเรื่องต่างๆ แทบทุกเรื่องให้รัฐสภา เพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน แนว ทางหลักของการแก้ไขปัญหาดังกล่าวข้างต้น จึงอยู่ที่การเร่งออกกฎหมายประกอบมาตรา 190 เพื่อสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับรายการของประเภทหนังสือสัญญาที่ต้องนำเสนอต่อ รัฐสภาตามมาตรา 190 ( เท่าที่มีการศึกษารวบรวม มีไม่เกิน 20 รายการ) และสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับกระบวนการ ขั้นตอน รายละเอียดของกติกาต่างๆ เพื่อรองรับการปฏิบัติตามเงื่อนไขต่างๆ ที่กำหนดไว้ในมาตรา 190 อนึ่ง กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (FTA Watch) ได้ร่วมกับประชาชนเสนอร่างกฎหมายประกอบมาตรา 190 โดยการเข้าชื่อมากกว่าหนึ่งหมื่นรายชื่อ และเสนอต่อประธานรัฐสภาไปแล้วตั้งแต่ปี 2554 แต่ประธานรัฐสภามีคำสั่งไม่รับ โดยให้เหตุผลว่าประชาชนไม่มีสิทธิ์เสนอกฎหมายประกอบมาตรา 190 ทาง FTA Watch จึงต้องดำเนินการฟ้องศาลปกครอง

Recent posts