Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

เผยเด็กไทยตกเป็นเหยื่อภัยออนไลน์ เพศ-พนันสูงขึ้น วอนรัฐออกกฎหมายคุมสื่อลามกเด็ก แนะตั้งหน่วยงานเฉพาะดูแลปัญหาพนันออนไลน์

เผยเด็กไทยตกเป็นเหยื่อภัยออนไลน์ เพศ-พนันสูงขึ้น วอนรัฐออกกฎหมายคุมสื่อลามกเด็ก แนะตั้งหน่วยงานเฉพาะดูแลปัญหาพนันออนไลน์

11 May 2015

1676

วง เสวนาเผยเด็กไทยเผชิญภัยออนไลน์สูงขึ้นทั้งสื่อลามก-พนันออนไลน์เสนอรัฐเร่ง สร้างการรู้เท่าทัน ออกกฎหมายคุมสื่อลามกเด็กเป็นการเฉพาะ แนะตั้งหน่วยงานจัดการปัญหาพนันออนไลน์ เหตุมีกฎหมายหลายฉบับแต่ขาดกลไกในการจัดการปัญหา ในเวทีสัมมนาหัวข้อ "การป้องกันเด็กจากเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม" ณ มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น พ.ต.อ.นิเวศน์ อาภาวศิน กองบังคับการสนับสนุนทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติเผยเด็กไทยเผชิญภัยร้ายจากอินเตอร์เน็ตมากขึ้น  ทั้งเรื่องเพศ เกมออนไลน์ และการฉ้อโกง  ระบุมีเด็กไทยตกเป็นเหยื่อประมาณ 50 รายต่อเดือนเด็กผู้หญิงตกเป็นเหยื่อมากกว่าเด็กผู้ชาย เหตุรู้ไม่เท่าทัน “เทคโนโลยี ก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดปัญหาเรื่องสิ่งยั่วยุสำหรับเด็กมากขึ้น ทั้งเรื่องเพศ เกมออนไลน์ รวมถึงการฉ้อโกง หลอกลวงทางออนไลน์ด้วย โดยวัยที่อันตรายที่สุดคือเด็กที่สามารถออกไปนอกบ้านเองได้ ทำให้เสี่ยงต่อการถูกล่อลวง  เพราะคนร้ายเริ่มเห็นช่องโหว่ว่าเด็กที่ใช้อินเทอร์เน็ตไม่มีความรู้เท่าทัน สื่อมากพอ จึงหลอกล่อให้เด็กตกเป็นเหยื่อ” พ.ต.อ.นิเวศน์กล่าว พ.ต.อ. นิเวศน์ กล่าวถึงข้อจำกัดของการจัดการปัญหาคือเรื่องบุคลากร เนื่องจากเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่มีความรู้เรื่องเทคโนโลยีไม่เพียงพอทำให้ต้อง ใช้เวลาในการเก็บพยานหลักฐานรวมทั้งปัญหาการรักษาบุคลากรให้อยู่กับองค์กร ด้วย เนื่องจากตำรวจที่จบคอมพิวเตอร์เมื่อมาปฏิบัติด้านนี้ มักได้เงินเดือนน้อยและไม่มีเงินประจำตำแหน่งนอก จากนี้ยังมีปัญหาการขาดอุปกรณ์ที่ทันสมัย เนื่องจากต้องรอจัดซื้อตามรอบปีงบประมาณ ซึ่งบางครั้งไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น อีก ข้อจำกัดสำคัญคือ  การที่กฎหมายตามเทคโนโลยีไม่ทันการไม่ได้รับความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ โดยในประเทศนั้นมักเป็นปัญหาเรื่องการขอข้อมูลจากผู้ให้บริการ ซึ่งได้รับล่าช้า พ.ต.อ. นิเวศน์ กล่าวย้ำว่า ในการป้องกันและปราบปรามการล่อลวงเด็กทางออนไลน์นั้น การเข้าถึงข้อมูลทางออนไลน์มีความสำคัญมาก เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถใช้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว นางสาวศรีดา ตันทะอธิพานิช มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทยกล่าว ถึงบทบาทของมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทยว่า มูลนิธิเป็นหนึ่งในสมาชิกของสมาคมอินเทอร์เน็ตฮอตไลน์สากล ซึ่งที่ผ่านมาได้ไปอบรมเรื่องการวิเคราะห์ภาพลามกเด็ก ซึ่งในต่างประเทศมีโปรแกรมและผู้เชี่ยวชาญที่วิเคราะห์รูปร่างหรือสรีระว่า คนที่อยู่ในภาพเป็นเยาวชนหรือไม่นอกจากนี้มูลนิธิฯ ยังทำงานสร้างภูมิคุ้มกันในการใช้เทคโนโลยีให้กับเด็ก ปัจจุบันมีศูนย์รับเรื่องร้องเรียนด้านนี้โดยตรง นาง สาวศรีดา กล่าวถึงปัญหาของการดำเนินงานในปัจจุบันคือ หาคนทำงานยาก เนื่องจากงานด้านนี้มีความเครียดสูงเพราะเจ้าหน้าที่อาจต้องอยู่กับรูปลามก เด็กเป็นเวลานาน ทั้งยังประสบปัญหาเรื่องงบประมาณ และเรื่องการขาดความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย เนื่องจากมูลนิธิไม่ได้มีอำนาจทางกฎหมาย เมื่อมีเรื่องขึ้นจึงต้องประสานความร่วมมือไปยังตำรวจ ซึ่งบ่อยครั้งคดีก็ไม่มีความคืบหน้า   นาง สาวศรีดาเน้นว่า ประเทศไทยควรต้องมีศูนย์กลางในการรับเรื่องร้องเรียนการล่อลวงเด็กทางออ นไลน์ และควรต้องมีกฎหมายคุ้มครองเด็กจากสื่อลามกเด็กเป็นการเฉพาะ ซึ่งไม่ควรใช้คำว่า "สิ่งยั่วยุ" เพราะเป็นคำที่ค่อนข้างกว้างและเปิดให้ตีความได้มากเกินไปที่สำคัญคือ ผู้ปกครอง โรงเรียน รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องควรเร่งสร้างการรู้เท่าทันสื่อ และรัฐก็ควรสนับสนุนงบประมาณในเรื่องนี้ นายพงศ์ธร จันทรัศมี ผู้จัดการศูนย์ข้อมูลนโยบายสาธารณะการลดปัญหาจากพนัน มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติกล่าวถึงภัยจากอินเตอร์เน็ตที่ส่งผลต่อเด็กและเยาวชนอย่างมากคือ การพนันออนไลน์ ทั้งนี้บท เรียนจากเรื่องการพนันออนไลน์ในช่วงฟุตบอลโลก เป็นอุทาหรณ์ให้พ่อแม่ผู้ปกครองต้องดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด ถ้าสามารถพัฒนาระบบการดูแลภายในครอบครัวได้ก็จะทำให้ลูกรู้เท่าทันการใช้ อินเตอร์เน็ต นาย พงศ์ธรกล่าวเพิ่มเติมว่า ในบางประเทศการพนันเป็นเรื่องถูกกฎหมาย แต่ทุกประเทศห้ามเด็กเล่นการพนัน และถือเป็นนโยบายที่ต้องมีการคุ้มครองป้องกัน  ขณะที่ในประเทศไทยกำหนดให้การพนันเป็นสิ่งผิดกฎหมายอย่างไรก็ดี การพนันที่อยู่บนโลกออนไลน์ไม่อาจแยกแยะได้ว่าผู้พนันเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ โดยในประเทศไทย กฎหมายที่สามารถใช้ป้องกันเด็กและเยาวชนจากการพนันมีหลายฉบับ แต่มีปัญหาเรื่องการบังคับใช้เนื่องจากขาดกลไกหลักที่จะมาจัดการกับปัญหา นาย พงศ์ธร กล่าวว่าจากการทบทวนองค์ความรู้ทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งการระดมความเห็นในเวลาต่างๆ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เห็นว่าทางแก้ปัญหาที่ยั่งยืนคือ มีการจัดตั้งหน่วยงานหนึ่งขึ้นมาดูแลด้านนี้ โดย ตรง แม้ว่าปัจจุบันมีกรรมการคุ้มครองเด็กระดับชาติ แต่กรรมการดังกล่าวประชุมเพียงปีละสองครั้ง  จึงไม่อาจรับมือกับปัญหาการพนันออนไลน์ของเด็กที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วตาม เทคโนโลยี ตอนนี้เรามีกฎหมายที่ให้ความคุ้มครองและป้องกันเด็กและเยาวชนจากการพนันอยู่หลายฉบับ เช่น พ.ร.บ. การพนัน พ.ศ. 2478 ที่ระบุห้ามเด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีเล่นการพนัน และ พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ที่ให้การคุ้มครองเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่ให้เล่นการพนันและเข้าถึงพื้นที่ที่จัดให้มีการพนัน แต่ที่ยังเป็นปัญหาคือเรื่องการบังคับใช้กฎหมายเหล่านี้  ซึ่งบทเรียนจากการมีคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 24 เรื่องห้ามไม่ให้ มีการเล่นการพนันที่ผิดกฎหมาย อาจจะเป็นโมเดลการจัดการเรื่องนี้ที่ต้องมีหน่วยงานดูแลอย่างชัดเจน และนำไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายที่ภาครัฐควรจะจัดตั้งองค์กรกลางในการจัดการและ บังคับใช้กฎหมาย ซึ่งอาจจะต้องทำงานร่วมกับภาคประชาสังคม เพื่อให้เด็กและเยาวชนไทยได้รับความคุ้มครองและป้องกันความเสี่ยงที่จะเข้า ไปอยู่ในวงจรการพนัน” ทั้งนี้การสัมมนาหัวข้อ "การป้องกันเด็กจากเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมเป็น ส่วนหนึ่งของ "เวทีว่าด้วยการอภิบาลอินเทอร์เน็ตและการเตรียมตัวขององค์กรประชาสังคมใน ประเทศไทย" ซึ่งจัดโดยมูลนิธิเอเชียสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทยคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น  โครงการขับเคลื่อนสังคมและนโยบายสาธารณะเพื่อลดผลกระทบจากการพนันมูลนิธิ สาธารณสุขแห่งชาติมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และองค์กรเครือข่าย **************************   เผยแพร่โดย โครงการขับเคลื่อนสังคมและนโยบายสาธารณะเพื่อลดผลกระทบจากการพนัน มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ โทร. 02-511-5855-7 www.thainhf.org/icgp  

Recent posts