Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

ศาลสั่งรับฎีกาภรรยาบิลลี่ คดีขอให้ปล่อยตัวนายบิลลี่จากการควบคุมตัวโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ศาลสั่งรับฎีกาภรรยาบิลลี่ คดีขอให้ปล่อยตัวนายบิลลี่จากการควบคุมตัวโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

11 May 2015

1484

ตามที่นางสาวพิณนภา   พฤกษาพรรณ ได้ยื่นฎีกาคัดค้านคำพิพากษาของศาลอุทธณ์ภาค 7 ที่พิพากษายกคำร้อง  ในคดีการขอให้ปล่อยตัวนายพอละจี  รักจงเจริญ หรือนายบิลลี่ ที่ถูกควบคุมตัวโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2558 นั้น วันนี้ ศาลจังหวัดเพชรบุรี มีคำสั่งรับฎีกา โดยให้ส่งสำเนาฎีกาให้นายชัยวัฒน์  ลิ้มลิขิตอักษร และรวบรวมสำนวนส่งศาลฎีกาเพื่อพิจารณาต่อไป โดยเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2558 ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาว่า  จากการไต่สวนพยานทั้งปากนายชัยวัฒน์ และเจ้าหน้าที่อุทยาน 4 คน รวมถึงนักศึกษาฝึกงาน 2 คน ให้การสอดคล้องกันว่าได้มีการปล่อยตัวนายบิลลี่ไปแล้ว แม้คำเบิกความจะมีข้อแตกต่างกันบ้างก็เป็นเพียงรายละเอียดหาใช่ข้อสาระสำคัญ อันเป็นพิรุธไม่  พยานหลักฐานที่ผู้ร้องนำสืบยังรับฟังไม่ได้ว่ามีการคุมขังนายบิลลี่ไว้โดย ไม่ขอบด้วยกฎหมาย  คำร้องขอผู้ร้องจึงไม่มีมูล  ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องนั้น  ศาลอุทธรณ์ภาค 7 เห็น พ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น  พิพากษายืน ซึ่งนางสาวพิณนภา  ผู้ร้อง ไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาดังกล่าว  จึงได้ยื่นฎีกาในประเด็นดังต่อไปนี้ 
  1. เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานมีหน้าที่ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 แต่ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ฯ มีความขัดแย้งกับนายบิลลี่ในกรณีการเผาทำลาย ไล่รื้อ บ้านเรือนและทรัพย์สินของชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย จึงอาจเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ฯ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ไม่ดำเนินคดี และนำไปสู่การควบคุมตัวนายบิลลี่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย  อันอาจทำให้เกิดอันตรายต่อเสรีภาพในชีวิตและร่างกายของนายบิลลี่
  2. การ พิสูจน์ว่านายบิลลี่ได้รับการปล่อยตัวไปแล้วหรือไม่นั้น โดยหลักการรับฟังพยานหลักฐาน  ภาระการพิสูจน์เป็นของฝ่ายเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจในการควบคุมตัว ไม่ใช่ภาระการพิสูจน์ของญาติผู้ถูกควบคุมตัว และตุลาการจะต้องทำหน้าที่ในการแสวงหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานให้ถึงที่ สุดว่านายบิลลี่ได้รับการปล่อยตัวไปแล้วจริง เมื่อ ไม่ปรากฏหลักฐานบันทึกการจับ บันทึกของกลาง และบันทึกการปล่อยตัว จึงไม่อาจเชื่อได้ว่านายบิลลี่ได้รับการปล่อยตัวไปแล้ว  และเชื่อได้ว่านายบิลลี่ยังคงอยู่ในการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ฯ
  3. พยานที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 รับ ฟังล้วนแล้วแต่อยู่ใต้บังคับบัญชาและการดูแลของนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร  ซึ่งเบิกความขัดแย้งกับคำให้การในชั้นสอบสวนในประเด็นการปล่อยตัวนายบิลลี่ อันเป็นข้อสำคัญในคดี  โดยพนักงานสอบสวนได้พบพยานหลักฐานใหม่ที่ยืนยันว่า นายบิลลี่ยังไม่ได้รับการปล่อยตัว จึงขอให้ศาลฎีกาไต่สวนพยานเพิ่มเติมในประเด็นดังกล่าว เนื่องจากเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นใหม่ภายหลังการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ และมีสาระสำคัญถึงขนาดที่จะทำให้เปลี่ยนแปลงคำวินิจฉัยของศาลฎีกาได้
คดี นี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2557 นายบิลลี่ นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนชาวกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย  ถูกนายชัยวัฒน์  ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานควบคุมตัวและได้หายตัวไปในระหว่างการควบคุม ตัวดังกล่าว ภรรยาของนายบิลลี่จึงดำเนินการใช้มาตรการทางกฎหมาย โดยยื่นคำร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 90 ต่อ ศาล เพื่อขอให้มีการไต่สวนฉุกเฉิน ในการค้นหาความจริงของการควบคุมตัวนายบิลลี่  โดยคณะทนายความ เห็นว่าคดีนี้ เป็นคดีที่มีความสำคัญต่อนโยบายด้านกระบวนการยุติธรรม  การบังคับให้บุคคลใดสูญหายเป็นเรื่องที่รัฐจะต้องกำหนดมาตรการอย่างเด็ดขาด ในการสืบสวนหาความจริง  เพื่อไม่ให้กรณีเช่นนี้เกิดขึ้นอีก ทั้งนี้  ประเทศไทยได้ลงนามในอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองมิให้บุคคลถูก บังคับให้สูญหายแล้ว ในฐานะรัฐภาคีจึงควรใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อป้องกันการบังคับให้สูญ หายและไม่ให้ผู้กระทำลอยนวลพ้นผิดเนื่องจากความผิดฐานบังคับให้สูญหาย   ข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ วราภรณ์ อุทัยรังษี (ทนายความ) 084-8091997  -- สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส.) โทรศัพท์ /แฟ๊กซ์ : 02-6930682 อีเมล์ : hrla2008@gmail.com www.naksit.org

Recent posts