Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

ฤาลมการเมืองกำลังเปลี่ยนทิศในรัฐเวสต์เบงกอลของอินเดีย

ฤาลมการเมืองกำลังเปลี่ยนทิศในรัฐเวสต์เบงกอลของอินเดีย

11 May 2015

1403

วิริยะ สว่างโชติ

(1) วันที่ยี่สิบพฤษภาคมนี้ที่จริงน่าจะเป็นวันแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบสามสิบ ห้าปีของการที่พรรคคอมมิวนิสต์อินเดีย( มาร์กซิสต์) หรือ Communist Party of  India( Marxist): CPI(M)[1]เป็น รัฐบาลปกครองรัฐเวสต์ เบงกอลของอินเดีย  หากเป็นเช่นนั้นจริงๆผู้เขียนคงจะหาอะไรๆอันเป็น “สัญลักษณ์”ของ “ค้อนกับเคียว”เป็นของฝากให้กับเพื่อนๆที่เมืองไทยได้ไม่ยาก  แต่กาลกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น  เพราะวันนี้กลายเป็นการฉลองครอบรอบหนึ่งปีที่พรรคการเมืองแนวเสรี-นิยม อย่างพรรคตรีนามูล คองเกรส( Trinamool Congress)ฉลองครบรอบการเป็นรัฐบาลในรัฐเวสต์เบงกอลไปเสียแล้ว  ….ค้อนกับเคียวไม่ได้หายไปไหนหากแต่(เริ่ม)กลายเป็น “ของต้องห้าม”ในรัฐเวสต์ เบงกอล (2)  ที่จริงมีสัญญาณที่เริ่มส่อให้ว่าพรรคคอมมิวนิสต์ อินเดีย(มาร์กซิสต์) กำลังจะหมดความนิยมในเวสต์เบงกอล  เริ่มเมื่อ 6 ปีก่อนเมื่อพรรคฯมาสะดุดขาตนเองจากการปรับเปลี่ยนนโยบายที่ประสบความสำเร็จ อย่างนโยบาย“ปฏิวัติเขียว”และหันไปส่งเสริมอุตสาหกรรม โดยการจัดตั้งเขตอุตสาหกรรมในตอนนั้นที่สำคัญก็คือคือโรงงานรถยนต์อีโค-คาร์ “ ตาต้า นาโน” ( Tata Nano)  ในตอนนั้นโดยรัฐบาลเวสต์ เบงกอลจะทำการเวนคืนที่ดินของชาวนามาเป็นพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในเขตนานดิกราม  ซิงกรู ปลายปี ค.ศ. 2006 จนถึงต้นปี ค.ศ.2007 รัฐบาลเวสต์ เบงกอลได้ใช้ความรุนแรงในการขับไล่ชาวนาออกจากพื้นที่นาที่จะปฏิรูปเป็นเขต อุสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง  ตอนนั้นทั้งปัญญาชน นักเขียน นักการเมืองและนักศึกษาออกมาเดินเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการกระทำดังกล่าว   ผลกระทบต่อเนื่องจากกรณีของนานดิกรามและซิงกรูที่ดูเป็นอะไรที่เป็นออกจะ เป็นทางการ  ก็คือการพ่ายแพ้การเลือกตั้งใหญ่สองครั้ง คือการเลือกตั้งโลกสภา(the Lok Sabha)ในปี ค.ศ. 2010 และการเลือกตั้งสภารัฐเวสต์เบงกอลในปี ค.ศ. 2011 ที่ทำให้พรรคคอมมิวนิสต์อินเดีย(มาร์กซิตส์)แทบไม่เหลือที่นั่งทั้งในโลกสภา ของรัฐบาลกลางที่กรุงนิว เดลลีและสภาของรัฐเวสต์เบงกอลเองอีกเลย[2]  พร้อมๆกันนั้นทำให้พรรคตรีนามูลคองเกรสซึ่งเป็นพรรคการเมืองระดับท้องถิ่น ที่มีผู้นำหญิงอย่างมามาตา บานาจี ( Mamata Bannerjee)เป็นหัวหน้าพรรค ชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทะลาย และกลายเป็นพรรคการเมืองที่มีระดับความสำคัญระดับชาติไปในทันที  เพราะหลังจากนำพรรคตรีนามูลชนะการเลือกตั้งโลกสภาในปี 2010 นั้นเธอ็ได้รับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการรถไฟของอินเดีย แต่นั้นยังไม่ใช่เป้าหมายของเธอเมื่อเธอประกาศว่าชัยชนะที่เธอต้องการคือ “การถอนรากถอนโคนพรรคคอมมิวนิสต์อินเดีย(มาร์กซิสต์)ออกจากเวสต์เบงกอลให้ ได้”  เพื่อนๆชาวเบงกาลีเคยบอกกับผู้เขียนว่าสโลแกน “Anti-Communism” ของมามาตามีคนจำได้มากกว่าสโลแกนของพรรคตีนามูลที่ว่า “Ma, Mati, Manush” ( Mother, Mati, People)เสียอีก   ในอดีตมามาตาเคยเป็นนักเมืองของพรรคคองเกรส เคยลงสมัครเลือกตั้งในสภาของรัฐเบงกอลต่อสู่กับคู่แข่งจากพรรคคอมมิวนิสต์ฯ มาตลอด และที่สำคัญเลยมามาตาเคยถูกทำร้ายกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์ฯในขณะกำ ลังปราศัยหาเสียงเลือกตั้งปี ค.ศ.1990  แม้เธอจะชนะการเลือกตงในครั้งนั้น  แต่พรรคคอมมิวนิสต์ฯก็ได้เป็นรัฐบาลยี่สิปปีให้หลังเธอกกลับมาทวงแค้นคืนได้ สำเร็จในปี ค.ศ.2011 แม้ในขณะนั้นมามาตาเป็นรัฐมนตรีกระทรวงรถไฟของอินเดียและเป็นสมาชิกของโลก สภา  แต่เธอประกาศไม่ลงสมัครเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภารัฐเวสต์ เบงกอล ขอช่วยหาเสียงให้ผู้ลงเลือกตั้งคนอื่นๆในพรรคจนพรรคเธอชนะท่วมท้น   หลังจากนั้นเธอจึงลาออกจากการเป็นสมาชิกโลกสภาและรัฐมนตรีกระทรวงรถไฟารับ ตำแหน่งผู้ว่าการรัฐเวสต์ เบงกอล  สิ่งที่เธอทำไม่น่าจะมีคำอธิบายเป็นอื่นนอกจากว่ามันเป็นเรื่อง “ยุทธศาสตร์ทางการเมือง”ของการล้มคอมมิวนิสต์ฯ  สิ่งหนึ่งนี้ยืนยันได้ ก็คือ การที่รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริการฮิลลารี คลินตันประสงค์จะเยือนรัฐเวสต์เบงกอลในเดือนพฤษภาคมปีก่อนหลังพรรคตรีนามูล ชนะการเลือกตั้ง  แต่ถูกยับยั้งจากที่ปรึกษาของเธอว่า “จะเป็นการแทรกแทรงการเมืองภายในของอินเดีย” หากจะกล่าวแบบวาทการกรรมของโลกที่ “อุดมการณ์ทางการเมืองยังไม่ได้สูญสิ้น”การเยือนของเธอดูจะเป็นการออกหน้า ออกตาเฉลิมฉลองชัยไปกับการชนะของโลกเสรีนิยมที่มีต่อโลกสังคมนิยมอะไรปาน นั้น  แต่โทษที!! เวสต์เบงกอล  ไม่ใช่เวสต์เบอร์ลินเมื่อ ปี ค.ศ.1989  ทีนี้!! ปัญญาชน มาร์กซิสต์เสรีนิยมสนับสนุนขบวนการเหมาอิสต์  ในขณะที่รัฐบาลคอมมิวนิสต์(มาร์กซิสต์)ไล่ล่าพวกเหมาอิสต์ …ที่นี้(เคย) “แดง”ทั้งรัฐ   (3)  แต่ใน ท้ายสุด หนึ่งปีให้หลังนางฮิลลารีก็ได้มาชื่นชมบรรยากาศการเมืองแบบเสรีนิยมในเวสต์ เบงกอลสมความตั้งใจ  หลังจากพบกับนายกรัฐมนตรีบังคลาเทศที่กรุงดาร์กาเธอก็มุ่งตรงสู่โกลกาตา เพื่อใช้เวลาในวันที่ 6 และ 7 พฤษภาคมพบกับผู้ว่าการรัฐเวสต์ เบงกอล  กลุ่มเอ็นจีโอหญิง  และเยาวชนสตรี  หนังสือพิมพ์ประโคมข่าวว่าการมาของเธอนับเป็นครั้งแรกที่นักการเมืองระดับ สูงของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเคยมาเยือนรัฐเวสต์เบงกอล  แม้ไม่มีการรายงานถึงวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนของการมาเยือน  เพียงแต่แจ้งว่า “แวะพัก”ก่อนไปที่นิว เดลลี  แต่หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ในเวสต์รายการว่าหมายกำหนดการถูกเซทขึ้นเพียง หนึ่งสัปดาห์ก่อนการมาเยือนของเธอ   แล้วยังย้ำว่าหากพรรคคอมมิวนิสต์อินเดีย(มาร์กซิสต์)ยังคงครองอำนาจอยู่  “วันเช่นนี้คงไม่อาจเกิดขึ้นได้”  ที่จริงฮิลลารีเคยมาโกลกาตาครั้งหนึ่งในปี ค.ศ.1997 ตอนมาเธองานศพแม่ชีเทราซากับประธนานาธิบดีคลินตัน  ผมไม่แน่ใจว่าตอนนั้นเธอสะดุดตากับธงแดง  สัญลักษณ์ค้อนเคียวบนผนังอาคาร  อนุเสาวรีย์เลนิน หรือถนนโฮจิมินต์ บ้างหรือเปล่า?? อย่างไรก็ดี  ดูข่างต่างๆในหนังสือพิมพ์จะยกให้กับบรรยากาศหลังพรรคคอมมิวนิสต์ล้มสลายที่ ทำให้บรรายากาศของการลงทุน (จากนักลงทุนทั้งอินเดียและต่างชาติ)กำลังจะเข้ามามีความสำคัญมากขึ้นใน เวสต์ เบงกอล  สำหรับการมาเยือนของฮิลลารีแม้จะมีการต้อนรับอย่างเป็นทางการโดยผู้ว่าการ รัฐมามาตาที่อาคาร Write Building อันเป็นเหมือนที่ทำการของรัฐบาลเวสต์ เบงกอล  แต่ก็ว่ากันว่าจะไม่มีการพูดถึงเรื่อง “ธุระทางการ”ระหว่างมามาตากับฮิลลารี  หลังจากนั้นสองวันข่าวก็รายงานว่าในเวบไซต์ของสำนักกงศุลอเมริกันในอินเดีย ก็ปรากฏรายงานว่าคณะของฮิลลารีและบุคคลในรัฐบาลของเวต์เบงกอล ได้มีพูดคุยถึงการลงทุนของนักลงทุนอเมริกัน โดยเฉพาะเรื่องการลงทุนในอุตสาหกรรมไอทีและการค้าปลีกในรัฐเวสต์ เบงกอล   ซึ่งต่อมารายการดังกล่าวได้ถูกรัฐบาลเวสต์ เบงกอลขอให้ทางกงศุลอเมริกันลบออกจากเวบไซต์    การเชือเชิญนักลงทุนเข้ามาในเวสต์เบงกอลน่าจะเป็นเรื่อง “ละเอียดอ่อน”ที่สำคัญของรัฐบาลของมามาตา เมื่อรัฐเวสต์เบงกอลโดยเฉพาะกัลกัตตาตลอดช่วงที่ผ่านมาถูกมองว่าเป็นเมือง แห่งการสไตรค์  มีสหภาพแรงงานและองค์กรแรงงานย่อยๆที่เข้มแข็ง ขบวนการฝ่ายซ้ายต่อต้านทุนจักวรรดิ์นิยม  ดังนั้น  ที่ผ่านมาหากเทียบกับรัฐอื่นๆที่ผ่านมาเวสต์เบงกอลจึงดูไม่ค่อยมีบรรยากาศ ของการส่งเสริมการลงทุนมากนัก  สิ่งสำคัญ “ที่ดิน”อันเป็นปัจจัยสำคัญของการลงทุนเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่รัฐบาลของมา มาตายังไม่อยากแตะในตอนนี้  (4 ) โดยสรุปการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในเวสต์เบงกอลหลังยุคคอมมิวนิสต์นำไป สู่การเปลี่ยนแปลงในด้านโครงสร้างเศรษฐกิจการเมืองเวสต์ เบงกอลอย่างแน่นอน  และผลต่อโครงสร้างอำนาจทางการเมืองของสหพันธรัฐอินเดียไม่มกก็น้อย  แต่มันจะนำไปสู่มิติใดบ้างคงเร็วเกินไปที่จะกล่าวถึงหรือคาดการณ์ในขณะนี้   ผู้เขียนในฐานะคนนอกคงไม่อาจกล่าวอะไรได้ว่า 30 ปีกว่าที่พรรคคอมมิวนิสต์อินเดีย(มาร์กซิสต์)ปกครองเวสต์ เบงกอลมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง  แต่ก็คิดว่าประชากรกว่า  90 ล้านของเวสต์ เบงกอลน่าจะรู้และเป็นผู้กำหนดอนาคตของตนเองไปเรียบร้อยแล้ว  คุณป้ามามาตา บันนาจีเป็นเพียงส่วนหนึ่งของสิ่งที่ได้เปลี่ยนแปลงไปและสิ่งที่กำลังจะเกิด ตามมาในรัฐเวสต์ เบงกอล
[1] ในอินเดียพรรคคอมมิวนิสต์เป็นพรรคการเมืองถูกกฏหมายและมี 2 พรรคใหญ่ คือ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งอินเดีย( Communist Party of India:CPI)ที่มีฐานเสียงในรัฐเคราล่า และพรรคคอมมิวนิสต์อินเดีย(มาร์กซิสต์) ( Communist Party of India(Marxist):CPI(M))ที่อยู่ในเวสต์ เบงกอล
[2] ในกรณีนี้พรรคคอมมิวนิสต์อินเดีย(มาร์กซิสต์)มีที่นั่งในโลกสภามาตลอดและ บ้างสมัยร่วมยังจัดตั้งรัฐบาล กลาง-ซ้ายกับพรรคคองเกรสสำหรับในสภาเวสต์เบงกอลพรรคคอมมิวนิสต์ อินเดีย(มาร์กซิสต์)ครองเสียงข้างมาก มาตลอดตั้งแตปี ค.ศ.1977-2011  แต่กลุ่มที่รวมตัวกันจัดตั้งรัฐบาลในรัฐเวสต์ เบงกอลจะเรียกว่า “แนวร่วมพันธมิตรฝ่ายซ้าย”หรือ “Left Front” อันประกอบไปด้วยพรรคคอมมิวนิสต์อินเดีย(มาร์กซิสต์) และพรรคการเมืองระดับท้องถิ่นหลายพรรคในเขตเวสต์เบงกอล การรวมตัวดังกล่าวเพื่อต้านกระแสพรรคคองเกรส ดังนั้น “การเมือง”ในระดับชาติและระดับรัฐของอินเดียจึงค่อนข้างมีความซับซ้อนและไม่ ได้ทีระนาบของความร่วมมือไปในทิศทางเดียวกันเสมอไป

Recent posts