Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

การก่อการร้าย: สื่อโลกตะวันตกต้องให้ความสมดุลในการกล่าวหา

การก่อการร้าย: สื่อโลกตะวันตกต้องให้ความสมดุลในการกล่าวหา

11 May 2015

1688

โดย อุสตาซอับดุชชะกูร์ บินชาฟิอีย์ ดินอะ (อับดุลสุโก ดินอะ) shukur2003@yahoo.co.uk          ด้วย พระนามของอัลลอฮ์ ผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ มวลการสรรเสริญเป็นกรรมสิทธิ์พระองค์ผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก ขอความสันติสุขจงมีแด่ศาสนฑูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีแด่ผู้อ่านทุกคน จาก การรายงานของสื่อทั่วโลกถึงเหตุกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนอาก้า โจมตีสำนักงานของ "ชาร์ลี เฮบโด" หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์จอมเสียดสีของฝรั่งเศส ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 ราย หรือการสังหารตัวประกันญี่ปุ่น 2 คนและเผานักบินจอร์แดนทั้งเป็นในกรงเหล็กของกลุ่มISและ ปฏิบัติการอื่นๆที่ผิดหลักมนุษยธรรมของมุสลิมในที่ต่างๆสื่อโลกตะวันตกจะ ประณามผู้ก่อเหตุ จะโจมตีว่ามุสลิมก่อการร้ายซึ่งตามหลักอิสลามก็ไม่ได้สนับสนุนซ้ำยังประณาม การกระทำดังกล่าวตลอดมา โดยเฉพาะแถลงการณ์ของสหภาพนักปราชญ์มุสลิมนานาชาติ (IAMS) (โปรดดู https://www.facebook.com/iumsonline , http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1423753301, http://www.deepsouthwatch.org/node/6658) เหตุการณ์เหล่านี้ ทำให้กระแสการวาดกลัวอิสลามและมุสลิมอย่างเหมารวมในยุโรป อเมริกา และทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยรุนแรงเพิ่มขึ้น ล่าสุดวันที่ 12กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มือปืนอเมริกันกราดยิงมุสลิมผู้บรืสุทธิ์เสียชีวิตไป 3 รายในมลรัฐนอร์ทแคโรไลนา อเมริกา เอเอฟพีรายงานว่า– วานนี้ (12 ก.พ.) ครอบครัวของหนุ่มสาวชาวมุสลิม 3 คน ที่ถูกเพื่อนบ้านกราดยิงเสียชีวิตในสหรัฐฯ ได้กล่าวร่ำลาผู้เสียชีวิตในสภาพน้ำตานองหน้า พร้อมกับกำชับให้ทางการสืบสวนเหตุสังหารหมู่ครั้งนี้ โดยถือเป็นการก่ออาชญากรรมจากความเกลียดชัง ประชาชนกว่า 5,000 คนหลั่งไหลไปร่วมไว้อาลัย ดีอาห์ ชาดดี บารากัต นักศึกษาชายวัย 23 ปี และ ยูซอร์ โมฮัมหมัด อาบู-ซัลฮา ภรรยาหมาดๆ วัย 21 ตลอดจนน้องสาวของเธอชื่อ ราซัน โมฮัมหมัด อาบู-ซัลฮา วัย 19 ปี ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสหรัฐฯ ระบุว่า ถูกเพื่อนบ้านคนหนึ่งสังหารในเมืองแชเปิลฮิลล์ มลรัฐนอร์ทแคโรไลนา ทั้งนี้ เชื่อกันว่า เครก สตีเฟน ฮิกส์ วัย 46 ปี ผู้ต้องหาในคดีกราดยิงครั้งนี้ มีจุดยืนต่อต้านศาสนาอย่างรุนแรง เนื่องจากเขาเคยโพสต์ข้อความโจมตีศาสนาผ่านทางเฟซบุ๊กอยู่บ่อยครั้ง รวมทั้งใช้ถ้อยคำประณามศาสนาคริสต์ ลัทธิมอร์มอน และศาสนาอิสลาม ตำรวจสหรัฐฯ ระบุว่า ได้สืบสวนเหตุกราดยิงเมื่อวันอังคาร (10) โดย สันนิษฐานว่ามีชนวนขัดแย้งมาจากการแย่งที่จอดรถ แต่ครอบครัวของเหยื่อผู้เสียชีวิตปักใจเชื่อว่า ผู้ก่อเหตุมีแรงจูงใจมาจากความเกลียดชังศาสนา ใน ขณะที่สำนักงานสืบสวนกลางสหรัฐฯ (เอฟบีไอ) ระบุว่า ได้เปิดฉากสอบสวนคดีฆาตกรรมควบคู่กับตำรวจสหรัฐฯ ทั้งนี้อัยการกลางมักเข้าตรวจสอบคดี ที่ต้องสงสัยว่ามีแรงจูงใจจากความเกลียดชังอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งหากพิสูจน์ได้จริงว่าผู้ต้องหาก่ออาชญากรรม โดยมีความรู้สึกเกลียดชังเหยื่อเป็นแรงกระตุ้น ก็ย่อมได้รับโทษร้ายแรงยิ่งขึ้นไปอีกโมฮัมหมัด อาบู-ซัลฮา พ่อของเด็กสาวที่เสียชีวิต 2 คนยืนกรานว่า “เราแน่ใจว่าลูกสาวของเราถูกทำร้าย” เพราะความเกลียดชังศาสนา “เด็กๆ พวกนี้ถูกยิงเข้าที่ท้ายทอย ฉะนั้นเรื่องนี้ไม่ได้เกิดจากการแย่งที่จอดรถกันแน่นอน” เขากล่าว ขณะถูกรายล้อมด้วยสมาชิกครอบครัวที่กำลังร่ำไห้ ก่อนจะเตรียมละหมาดครั้งสุดท้าย เขา เล่าว่า ก่อนหน้านี้ ยูซอร์ ลูกสาวของเขาเคยบ่นว่า ฮิกส์ข่มขู่เธอ ด้วยการมาเคาะประตูบ่นเรื่องที่จอดรถ พร้อมทั้งเหน็บปืนไว้ที่เอวThree Killed North Carolina ชาว บ้านบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ฮิกส์เป็นพวกชอบก่อปัญหา เขาชอบชวนเพื่อนบ้านทะเลาะเรื่องที่จอดรถ และพกปืนในที่สาธารณะอยู่บ่อยครั้ง ทั้งนี้ตามรายงานของสื่อในท้องที่ทั้งนี้ ในหมู่ประชากร 9.9 ล้านคน ในมลรัฐนอร์ทแคโรไลนานั้นเป็นผู้นับถือศาสนาอิสลามราว 65,000 คน และชาวมุสลิมส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเมืองแชเปิลฮิลล์ เหตุสังหารครั้งนี้ได้จุดประกายให้ชาวมุสลิมทั่วโลกพากันโกรธแค้น และพร้อมใจกันประณามผู้ก่อเหตุผ่านทวิตเตอร์ โดยแนบแฮชแท็ก #‎ChapelHillShooting และ#‎MuslimLivesMatter โม ฮัมหมัด อาบู-ซัลฮา พ่อของผู้ตาย ต่อต้านการที่สื่อบิดเบือนภาพลักษณ์ของชาวมุสลิม และชี้ว่า หนุ่มสาวที่ถูกฆ่า และกำลังใจที่พวกเขาได้รับนั้นเป็นตัวอย่างที่ดีของแรงศรัทธา“ศาสนาอิสลามไม่ได้เป็นอย่างที่คุณได้ยินจากสื่อ ไม่เหมือนในภาพยนตร์ ‘อเมริกันสไนเปอร์’ ” เขาระบุถึงหนังฮอลลีวูดที่ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตพลแม่นปืนหน่วยซีล ของกองทัพแดนอินทรี ที่ปลิดชีพพวกหัวรุนแรงอิสลามิสต์ในสงครามอิรัก (ที่มา http://manager.co.th/Around/ViewNews.aspx… https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=771326509623552&id=454530064636533) เป็นที่น่าสังเกตว่าผู้นำโลกทั้ง โอบามาของอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส และสื่อตะวันตกมิได้ว่าเหตุการครั้งนี้เป็นการก่อการร้าย มิได้ออกมาแสดงพลังการประณามหรือเรียกร้องหยุดการยั่วยุให้เกลียดชังมุสลิม ดัง นั้นเหตุการณ์ครั้งนี้หรือหลายครั้งที่ผ่านมาผู้นำโลกและสื่อโลกตะวันตกมิ ได้ให้ความยุติธรรมในการวางตัวซึ่งมันจะเชื้อไฟอย่างดีที่กลุ่มแนวคิดสุด โต่งอ้างความชอบธรรมในการตอบโต้ตะวันตกและจะยิ่ง เพิ่มอุณหภูมิความขัดแย้งในโลกปี 2015 ระหว่างแนวคิดสุดโต่งกับพันธมิตรตะวันตก มุสลิม หรือมิใช้มุสลิมควรหันมาหยุดการก่อความเสียหายและความหายนะต่อสังคมโลกซึ่ง อัลลอฮฺได้ดำรัสความว่า :"เมื่อได้มีการกล่าวแก่พวกเขาว่า "จงอย่าก่อความเสียหายบนหน้าแผ่นดิน" พวกเขากล่าวว่า "เปล่า เราเพียงแต่ต้องการแก้ไขสิ่งต่างๆ ต่างหาก" แท้จริง พวกเขาคือผู้สร้างความเสียหาย แต่พวกเขาหาได้ตระหนักไม่" (อัลบากอเราะฮฺ:11-12)   https://www.facebook.com/454530064636533/photos/a.588645071225031.1073741829.454530064636533/772311269525076/?type=1&theater

Recent posts