Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

แถลงการณ์กรณี คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดกรณีสารพิษตะกั่วปนเปื้อนในลำห้วยคลิตี้

แถลงการณ์กรณี คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดกรณีสารพิษตะกั่วปนเปื้อนในลำห้วยคลิตี้

11 May 2015

1578

ชื่อชุมชนที่ได้รับผลกระทบ:  บ้านคลิตี้ล่าง ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ กาญจนบุรี โดย คณะทำงานติดตามการฟื้นฟูสายน้ำและชุมชนคลิตี้ ภาคประชาสังคม 14 มกราคม 2556 สืบ เนื่องจากคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด วันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2556 กรณีสารพิษตะกั่วปนเปื้อนในลำห้วยคลิตี้ ระหว่างชาวบ้านคลิตี้ล่าง จำนวน 22 คน ผู้ฟ้องคดี กับกรมควบคุมมลพิษ ผู้ถูกฟ้องคดี ได้ชี้ว่ากรมควบคุมมลพิษผู้ถูกฟ้องคดีละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดและ ปฎิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าจนเกินสมควร จากกรณีที่บริษัทตะกั่วคอนเซนเตรทส์ (ประเทศไทย) ผู้ก่อมลพิษได้ก่อให้เกิดการปนเปื้อนสารตะกั่วในน้ำดินตะกอนดินพืชและสัตว์ น้ำ โดยกรมควบคุมมลพิษไม่ได้ดำเนินการจัดทำแผนหรือกำหนดมาตรการเพื่อป้องกันหรือ แก้ไขอันตรายจากมลพิษไว้ล่วงหน้า และไม่ทำการควบคุมตรวจสอบการดำเนินการแก้ไขปัญหาของบริษัทตามเวลาอันสมควรจน ทำให้ชุมชนได้รับผลกระทบจากการปนเปื้อนสารตะกั่วในลำห้วยคลิตี้และไม่สามารถ ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติได้ ซึ่งนอกจากศาลจะกำหนดให้ชดใช้ค่าเสียหายให้ชาวบ้าน 22 ราย รวม 3.89 ล้านบาท แล้วศาลยังมีคำบังคับให้กรมควบคุมมลพิษกำหนดแผนงานวิธีการและดำเนินการ ฟื้นฟู ตรวจวิเคราะห์คุณภาพสิ่งแวดล้อมทุกฤดูกาลจนกว่าจะพบว่าค่าสารตะกั่วในน้ำดิน พืชผัก และสัตว์น้ำในลำห้วยคลิตี้ไม่เกินเกณฑ์มาตรฐานเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี นั้น ทาง ภาคประชาสังคม ซึ่งทำงานติดตามกรณีปัญหาดังกล่าว ได้มีการประชุมและจัดตั้ง คณะทำงานติดตามการฟื้นฟูสายน้ำและชุมชนคลิตี้ โดยมีมติแถลงการณ์เรียกร้องต่อกรมควบคุมมลพิษ ดังนี้ 1.คณะทำงานฯ คัด ค้านท่าทีและความเห็นของกรมควบคุมมลพิษหลังศาลตัดสินที่ยืนยันจะใช้แนวทาง ให้ธรรมชาติฟื้นฟูตัวเอง ในการแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนสารตะกั่วในลำห้วยคลิตี้ ซึ่งหมายถึงการไม่ดำเนินการฟื้นฟูใดๆ และได้พิสูจน์เป็นที่ประจักษ์จากระยะเวลาการใช้วีธีดังกล่าวนับสิบปีแล้วว่า แนวทาง ให้ธรรมชาติฟื้นฟูตัวเอง ไม่สามารถแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนสารตะกั่วที่มีผลกระทบต่อชุมชนได้จนถึง ปัจจุบัน มาตรการดังกล่าวไม่ถูกต้อง และไม่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหา ดังนั้นกรมควบคุมมลพิษจึงต้องเปลี่ยนวิธีการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ เพื่อให้ปริมาณการปนเปื้อนสารตะกั่วในอาหารและสิ่งแวดล้อมอยู่ในเกณฑ์ มาตรฐาน ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนคลิตี้โดยเร็ว
  1. กรมควบคุมมลพิษต้องเร่งกำหนดแผนงาน วิธีการ ตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมและดำเนินการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้จนกว่าสารตะกั่วจะ ลดลงในระดับที่ปลอดภัย ตลอดจนแก้ไขอันตรายอันเกิดจากการแพร่กระจายของมลพิษ ตามเงื่อนไขคำบังคับตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด โดยเร่งด่วน ซึ่ง ในการดำเนินการต้องเปิดเผยข้อมูลและรับฟังความคิดเห็น สร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชน และภาคประชาสังคม เพื่อให้การดำเนินงานโปร่งใส รวดเร็วและมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง
ทั้ง นี้คณะทำงานติดตามการฟื้นฟูสายน้ำและชุมชนคลิตี้ภาคประชาสังคมอยู่ระหว่าง การจัดทำข้อเสนอแนวทางการดำเนินการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้และกรณีศึกษาการฟื้นฟู จากต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว เพื่อนำเสนอต่อกรมควบคุมมลพิษให้พิจารณาดำเนินการ และจะติดตามผลการบังคับตามคำพิพากษาคดีนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นธรรมต่อไป คณะทำงานติดตามการฟื้นฟูสายน้ำและชุมชนคลิตี้ภาคประชาสังคม ประกอบด้วย
  1. ชุมชนคลิตี้ล่าง
  2. โครงการนิติธรรมสิ่งแวดล้อม
  3. ศูนย์ศึกษากะเหรี่ยงและพัฒนา
  4. มูลนิธิฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ
  5. มูลนิธิบูรณะนิเวศ
  6. กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  7. กลุ่มสตรีกาญจนบุรี
  8. กลุ่มดินสอสี
ติดต่อสอบถาม นายสุรพงษ์ กองจันทึก 081-642-4006 นายสุรชัย ตรงงาม 081-640-9506

Recent posts