The financial transfers after December 16, 2563, we will send you a receipt after the New Year.

สำหรับผู้ที่โอนเงินหลังวันที่ 16 ธันวาคม 2563 ทางทีมงานจะส่งใบเสร็จหลังปีใหม่

ต้องไม่มีความสมานฉันท์ ในการใช้กฎหมายที่อยุติธรรม!!

Back
Views
350

บนเส้นทาง คสช. และรัฐบาลภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา คนไทยไม่น้อยเริ่มตระหนักและเล็งเห็นแล้วว่า ความปรารถนาอยากได้การเมืองที่ดีงาม ไม่ใช่ให้ใครบันดาลให้ หรือมาจากกระบอกปืน แต่ต้องมาจากประชาชนที่เห็นพ้องต้องกัน มาจากกลไกเสาหลักที่ค้ำยัน อำนาจรัฐ คือ บริหาร ตุลาการ และรัฐสภา รวมถึง กลไกองค์กรอิสระที่มีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งร่างมาจากเจตนารมณ์ประชาชน อย่างแท้จริง!!

ความดื้อดึง ความอ่อนด้อยต่อความเข้าใจขั้นพื้นฐานในเรื่องการเมือง ประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพ และการออกแบบอำนาจ ( โครงสร้าง และความสัมพันธ์) ทำให้ขบวนการปฏิรูป การพัฒนาการเมือง ไม่สามารถทำได้จริงอย่างที่ประกาศกัน

ทำให้วันนี้ ความคาดหวังเดียว คือ ขบวนการภาคประชาชน จะต้องไม่มีความสมานฉันท์ ในภารกิจขับเคลื่อนประเทศ ซึ่งก็คือ การปรับโครงสร้างอำนาจรัฐ และบทบาท ความสัมพันธ์ทางการเมือง ในระบอบประชาธิปไตย ที่ซึ่งหัวใจสำคัญที่ทำให้ระบอบนี้ มีประสิทธิภาพในการบริหาร จัดการ คือต้อง ให้ประชาชน มีพลังตรวจสอบ มีส่วนร่วม มีเสรีภาพ และที่สำคัญ ตุลาการศาล จะต้องมีความอิสระ ยึดมั่นในหลักกฎหมาย โดยไม่มีการแทรกแซงใดๆได้

               ครั้งหนึ่งผมเคยชอบ แนวคิด อาจารย์ ดร.ธงชัย วินิจจะกูล เขียนไว้นานแล้ว ในยุคที่สังคมไทย เริ่มต้นวิกฤติทางการเมืองและเริ่มขัดแย้งแบ่งฝักฝ่าย ท่านเสนอว่า  “ต้องให้ความสำคัญกับอำนาจตุลาการ ในการแก้ไขปัญหาการเมือง เพื่อให้ตุลาการ ด้านหนึ่งร่วมรับผิดชอบสังคมการเมืองมากกว่าเดิม และเพื่อพัฒนาตุลาการไทยด้วย ซึ่งฝ่ายพันธมิตรไม่ให้ความสำคัญเลย กลับใช้บทบาทตุลาการเป็นเพียงเครื่องเอาชนะคู่ตรงข้าม” (คัดจาก นสพ.มติชน 18 ก.ค.2549 หน้า 6-7)   ความล้มเหลวของสถาบันการเมืองในปัจจุบันมาจากการถูกแทรกแซง การยอมให้ทรกแซง และการใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมืองของตนเอง จนทำให้สถาบันเหล่านี้นั้นหมดความศรัทธาหมดความน่าเชื่อถือ  ดังนั้น ถ้าหากต้องกลับมาเริ่มต้นหาทางออกจริงๆ  อย่างแรกเลย ภาคประชาชนต้อง เริ่มที่

 

 1.การเรียกร้องปฏิรูป กลไกการบริหารที่โปร่งใส มาจากประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน อย่างเสมอภาคและเท่าเทียม

2.การเรียกร้องปฏิรูป กลไกตุลาการและกระบวนการยุติธรรม ที่เข้มแข็ง อิสระและตรวจสอบได้ ดังนั้น การแทรกแซง หรือการยอมรับให้มีการแทรกแซง จะถือเป็นความผิดร้ายแรง ต่อประเทศชาติ ประชาชน

3.การเรียกร้องปฏิรูป กลไกรัฐสภา สมาชิกรัฐสภา ต้องมาจากประชาชน การมีปรึกษา อาทิ สมาชิกวุฒิสภา พึงกระทำได้ แต่ต้องไม่มีอำนาจใดๆ โดยตรงในการให้คุณให้โทษ ฝ่ายบริหาร หรือฝ่ายอื่นๆ
4. การเรียกร้องปฏิรูป กลไกราชการ ที่มีประสิทธิภาพ มีความสามารถ เท่าทันสถานการณ์และทำงานตอบสนองปัญหา หรือความต้องการประชาชนได้จริงๆ ในยุคสมัย รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ได้เปลี่ยนแปลงระบบการทำงานของราชการ แบบจัดการเบ็ดเสร็จในพื้นที่ ( CEO) ทำให้กลไกราชการทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น การบริหารประเทศก็ฉับไวมากขึ้น

5. ผลักดันขบวนการภาคประชาชน ให้มีบทบาท ตัดสิน กำหนดทิศทางการเมืองมากขึ้น สร้างรัฐธรรมนูญคุ้มครองประชาชนที่เข้มแข็ง สิทธิ เสรีภาพ และการมีส่วนร่วม ต้องเป็นหัวใจหลักในเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ การปลูกฝัง รณรงค์ เพื่อให้ตระหนักในหน้าที่ เป็นภารกิจสำคัญของของประเทศ


การเมืองไทยวันนี้ ไม่มีใครคาดหวังทางออกจากใครได้ หนทางเดียวที่จะผ่าทางตันไปได้ คือคนไทยทุกคนต้องออกมาพูด ออกมากำหนดทิศทางให้ตัวเอง ว่าจะเอาอย่างไร พูดในนามตัวเอง สำแดงออกซึ่งสิทธิ เจตนารมณ์ เพื่อกำหนดรูปร่าง ทิศทาง ระบอบประชาธิปไตยที่เราใฝ่ฝันอยากได้

ไม่ใช่การหันหลังปล่อยให้ กลุ่ม คณะ บุคคล ไม่กี่คน ปู้ยี่ปู้ยำอำนาจ การเมือง ตลอดจนหลักกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม จนเสื่อม มัวหมองแปดเปื้อน แทบพังทั้งระบบ ดังนั้น ขบวนการภาคประชาชนต้องลุกขึ้นหยุดเหตุการณ์เหล่านี้ เราไม่มีความสมานฉันท์กับขบวนการทำลายหลักกฎหมาย เพราะนี่คือประเทศของเรา


อัฎธิชัย ศิริเทศ
ทีมงานไทยเอ็นจีโอ