Home ข่าวเด่น ข่าวรายวัน English News รายงาน บทความ Sound & VDO Webboard ข้อมูลย้อนหลัง

โรงเรียน อสม. : รูปแบบของการเรียนรู้บนฐานชีวิตจริงของภาคชุมชน

by : ประสิทธิ์ชัย หนูนวล
IP : (124.120.164.6) - เมื่อ : 31/03/2008 08:04 AM

ถ้าหากการผลิตบัณทิตในมหาวิทยาลัยเป็นการเรียนรู้เพื่อให้ดีกรีกับคนและใช้ดีกรีที่ได้รับไปแสวงหางานทำเมื่อออกไปจากรั้วมหาวิทยาลัย การเรียนรู้ของ อสม.คือการเรียนรู้เพื่อที่จะจัดการกับปัญหาในขณะนั้นที่ตัวเองและส่วนรวมเผชิญอยู่ ถ้าหากการเรียนรู้ของนักศึกษามหาวิทยาลัยมีเป้าหมายเพื่อให้สามารถออกไปหาทำงานสนองประโยชน์ของตัวเองเป็นที่ตั้ง การเรียนรู้ของ อสม.ชัดเจนว่าเพื่อแก้ปัญหาร่วมกันของชุมชนและสุดท้ายจะส่งผลมาถึงประโยชน์ของตัวเอง ฐานคิดของการเรียนรู้ของ อสม.จึงมีนัยยะของความแตกต่างอยู่บ้างเมื่อเปรียบเทียบกับการเรียนรู้ของสถาบันการศึกษา เรารับรู้โลกการเรียนรู้ของสถาบันการศึกษามานาน อาจบางทีการเรียนรู้ของกระบวนการชาวบ้านจะมีประโยชน์อย่างยิ่งยวดต่อการเรียนรู้ของสถาบันการศึกษาและเอาเข้าจริงโดยกระบวนทัศน์แล้วการเรียนรู้ของโรงเรียน อสม. อาจก้าวหน้ากว่าฐานคิดการเรียนรู้ของ สถาบันการศึกษาก็อาจเป็นได้

โรงเรียน อสม. คือประดิษฐกรรมที่เกิดขึ้นบนฐานการพัฒนาการเรียนรู้ของอาสาสมัครในชุมชนหรือที่เรียกว่า อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน
มีชื่อย่อซึ่งเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า อสม. ที่บอกว่าโรงเรียน อสม.เป็นผลมาจากพัฒนาการการเรียนรู้ ก็เนื่องมาจากว่าการเกิดขึ้นของโรงเรียนไม่ได้เกิดจากการคิดตั้งโรงเรียนแต่เกิดจากมีการเรียนรู้มาเรื่อยๆ ภายใต้การทำกิจกรรมต่างๆ ของ อสม. และท้ายสุดได้บทเรียนว่าการจัดกระบวนการให้เกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและเป็นระบบมากขึ้นจะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นจึงมีบทสรุปว่าโรงเรียน อสม.ไม่ได้เกิดจากการคิดตั้งโรงเรียน อสม.แต่เกิดจากการต้องการสร้างการเรียนรู้บนฐานปัญหาจริงของชีวิต เช่นนั้นหากใครคิดตั้งโรงเรียน อสม. โดยการสร้างห้องเรียนและมีหลักสูตรการเรียนเพียงอย่างเดียวเท่านี้ บางทีอาจไม่สามารถบรรลุถึงการเรียนรู้ที่มีชีวิตชีวาและนำไปสู่การแก้ปัญหาและพัฒนาชุมชนได้

สำหรับในแวดวง อสม. ในแถบจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุงและ ตรังซึ่งรวมตัวเรียนรู้เป็นเครือข่าย นับว่า อสม. สี่แยกสวนป่า อำเภอบางขัน จ.นครศรีธรรมราช เป็นจุดเริ่มแรกของการก่อเกิดโรงเรียน อสม. ซึ่ง อสม. กลุ่มดังกล่าว ได้มีการทำกิจกรรมมานานจนกลายเป็นกลุ่มขับเคลื่อนชุมชนที่สำคัญยิ่ง โดยได้สร้างปรากฏการณ์และความหมายใหม่ของ อสม.ให้เกิดขึ้นโดยทำให้ อสม. ข้ามพ้นภารกิจที่ถูกจัดโดยหมออนามัยแต่ อสม. กลายเป็นอาสาสมัครท้องถิ่นที่ทำตามภารกิจของกลุ่มชุมชนให้ชุมชนพัฒนาไปสู่ความมีสุขภาวะตามที่ตนเองต้องการ รูปแบบการเรียนรู้ของ อสม.จึงมีทั้งสองแบบควบคู่กันไป คือ การเรียนหลักวิชาควบคู่ไปกับการปฏิบัติจริง อีกทั้งการเรียนรู้หลักวิชาดังกล่าวก็เพื่อนำไปสู่การปฏิบัตินั่นเอง จึงอาจกล่าวได้ว่าการเรียนรู้ของ อสม. คือการเรียนรู้บนฐานจริงของชีวิตเรียนรู้บนฐานปัญหาเพื่อนำไปสู่การแก้ไขและพัฒนา (Problem Base Learning)

สำหรับรูปธรรมการเรียนรู้ของโรงเรียน อสม. นั้น แม้ว่าจะมีอยู่น้อยชุมชนที่ดำเนินการได้ในขณะนี้แต่นับว่าเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ สำหรับการเกิดขึ้นของกระบวนการพัฒนาการเรียนรู้ของภาคชุมชนชาวบ้านเพราะว่าการเรียนรู้ดังกล่าวจะนำไปสู่การพัฒนาและสร้างสรรค์กิจกรรมที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน โรงเรียน อสม. คือการที่คนมานั่งร่วมกันเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับความรู้ต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับภารกิจของ อสม. และภารกิจที่เป็นกิจกรรมเสริมที่จะนำไปสู่การพัฒนาชุมชน โรงเรียนถูกออกแบบให้เป็นการเรียนรู้ร่วมกันที่เรียบง่าย โดยมีหมออนามัยเป็นหลักในการนำการเรียนรู้ให้กับ อสม. เราจึงเห็นภาพของการที่ลุง ป้า น้า อา เดินเข้ามานั่งใต้ถุนสถานีอนามัยแล้วนั่งลง ฟัง แสดงความเห็น ถกเถียงกันเรื่องต่างๆ ตามแต่ว่าวันนั้นๆจะกำหนดว่าจะเรียนรู้กันเรื่องอะไร สำหรับเวลาของการเรียนที่ใช้นั้นแล้วแต่ว่าจะตกลงกันอย่างไร เป็นรายสัปดาห์หรือรายเดือนหรือตามวาระพิเศษต่างๆ โรงเรียน อสม. หากมองแบบผิวเผินอาจไม่มีความพิเศษอะไรมากมายสำหรับคนที่มาจากการศึกษาในระบบของสถาบันการศึกษา แต่ว่านี่คือการเปลี่ยนพฤติกรรมการเรียนรู้ที่สำคัญของภาคชุมชนชาวบ้าน เพราะว่าในชีวิตประจำวันของพวกเขาต้องมุ่งมั่นอยู่กับงานไม่ได้มีเวลาสำหรับการเรียนรู้เรื่องอื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือจากงานซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานในภาคการเกษตร และสิ่งที่เป็นผลจากการเรียนรู้ในรูปแบบของโรงเรียน อสม. ก็คือ การมีรูปธรรมกิจกรรมเกิดขึ้นส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน เช่น กิจกรรมคุ้มครองผู้บริโภค กิจกรรมการอนุรักษ์ทรัพยากร กิจกรรมเกษตรปลอดสารพิษ เป็นต้น การเรียนรู้ของโรงเรียน อสม.จึงไม่ใช่ความรู้ที่อยู่ในหัวเพียงอย่างเดียวแต่เป็นความรู้ที่ถูกแปลออกมาเป็นความรู้ที่กินได้ สัมผัสได้

อย่างไรก็ตามภาพความสวยงามของโรงเรียน อสม.นั้นไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆแต่ทว่ามีความยากลำบากอยู่หลายระดับ หลายขั้นตอนกว่าจะพัฒนามาสู่โรงเรียน อสม.ได้ นับตั้งแต่การที่จะต้องสร้างการเรียนรู้ให้กับ อสม. ว่าภารกิจของ อสม.มิได้มีอยู่เพียงการเป็นลูกน้องของหมออนามัยแต่ทว่า อสม. มีศักยภาพในการเรียนรู้และพัฒนามากกว่านั้น เมื่อเป็นเช่นนี้ภารกิจแรกของการก่อเกิดโรงเรียน อสม. ก็คือการทำให้เกิดการเรียนรู้ในกลุ่ม อสม.ก่อน ซึ่งมีทั้งการเริ่มต้นด้วยการทำกิจกรรมอื่นๆมาก่อนหรืออาจเริ่มต้นด้วยการพูดุยทำความเข้าใจเกี่ยวกับภารกิจของ อสม. หลังจากนั้นจึงสามารถออกแบบให้มีการเรียนรู้ที่ต่อเนื่องในรูปแบบของโรงเรียน อสม.ได้ เงื่อนไขประการต่อมาก็คือ การเปลี่ยนแนวความคิดของหมออนามัย เพราะหมออนามัยเป็นปัจจัยสำคัญที่จะสามารถก่อให้เกิดการรวมตัวของกลุ่ม อสม. ได้หรือไม่ และหากหมออนามัยเห็นความสำคัญของการเรียนรู้ในรูปแบบของโรงเรียน อสม. ก็จะเป็นปัจจัยเอื้ออำนวยให้เกิดการรวมตัวของ อสม.ได้ดียิ่งขึ้น ปัจจัยประการต่อมาก็คือการสนับสนุนโดยองค์กรพัฒนาต่างๆที่จะเข้าไปช่วยหนุนเสริมเชิงกระบวนการให้เกิดการออกแบบการเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ๆ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยการสนับสนุนที่เป็นปัจจัยภายในของชุมชน เช่น ผู้นำชุมชน อบต. ถ้าหากมีการสนับสนุนจากกลุ่มคนเหล่านี้ก็จะสามารถทำให้โรงเรียน อสม. เกิดขึ้นได้ง่ายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเรื่องของเครือข่ายซึ่งก็คือการได้มีโอกาสเรียนรู้กับชุมชนอื่นๆที่ดำเนินงานเกี่ยวกับกิจกรรมของ อสม.มาก่อนแล้ว และที่สำคัญก็คือ อสม.จะต้องทำให้เกิดกิจกรรมขึ้นมาในชุมชน เพราะรูปธรรมกิจกรรมจะเป็นเครื่องมือให้เกิดความตื่นตัวและเห็นความสำคัญของ อสม.มากขึ้น

หากเราถอดรหัสโรงเรียน อสม. ก็จะพบว่าการเกิดขึ้นของโรงเรียน อสม.นั้นมีปัจจัยเอื้อและปัจจัยฉุดรั้งอยู่หลายประการ ซึ่งสามารถสรุปคร่าวๆได้ดังนี้

1. ปัจจัยของการเรียนรู้ ของกลุ่มคน อสม.ที่ต้องเกิดขึ้นด้วยการมีกิจกรรมซึ่งเป็นกิจกรรมที่อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับ อสม. เลยก็ได้ แต่การมีกิจกรรมจะก่อให้เกิดการเรียนรู้ของกลุ่ม อสม. จนนำไปสู่ความจำเป็นของการเรียนรู้แบบต่อเนื่องก็คือการกลายเป็นโรงเรียน อสม.
2. ปัจจัยกลุ่มคนสนับสนุน เช่น หมออนามัย กลุ่มผู้นำชุมชน อบต. ซึ่งปัจจัยดังกล่าวนี้จะช่วยให้การทำงานของโรงเรียน อสม.มีความเป็นไปได้มากยิ่งขึ้น
3. ปัจจัยของความเป็นเครือข่าย ความเป็นเครือข่ายก็คือการได้มีโอกาสเรียนรู้ร่วมกับชุมชนอื่นๆ ที่ดำเนินกิจกรรมมาแล้ว

อย่างไรก็ตาม การก่อเกิดโรงเรียน อสม.ก็มีอุปสรรคอยู่หลายประการ เนื่องจากการเรียนรู้ในรูปแบบการเรียนรู้แบบรวมหมู่ยังไม่เป็นที่คุ้นเคยของชุมชนชนบท และหากไม่มีการหนุนเสริมจากองค์กรทั้งข้างนอกและข้างในโรงเรียน อสม.ก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้ หรือกว่าจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องมีความพยายามเป็นอย่างมาก จึงยังขอย้ำหลักคิดของการเกิดขึ้นของโรงเรียน อสม.ว่า โรงเรียนจะเกิดขึ้นได้เพราะมีกิจกรรมที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้

การเคลื่อนตัวของรูปธรรมและแนวคิดเกี่ยวกับโรงเรียน อสม.นั้นเกิดขึ้นภายใต้ความเป็นเครือข่าย กล่าวคือในเครือข่าย อสม.มีการเชื่อมโยงเรียนรู้ระหว่างกัน โดยที่แต่ละชุมชนสามารถคิดกิจกรรมต่างๆขึ้นมาภายใต้กระบวนการเรียนรู้เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาของชุมชนนั้นๆ และในแต่ละชุมชนจะก่อเกิดกิจกรรมที่แตกต่างกันตามบริบทของชุมชน โรงเรียน อสม.เป็นกิจกรรมหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นในชุมชนเครือข่ายโดยเริ่มที่ชุมชนอนามัยสี่แยกสวนป่า อ.บางขัน จ.นครศรีธรรมราช เมื่อชุมชนอื่นๆ เห็นว่าโรงเรียน อสม.เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ดีของ อสม.ก็เลยคิดอยากเรียนรู้ด้วย ต่อมาจึงเกิดการศึกษาถ่ายทอดระหว่างกันจนโรงเรียน อสม.เริ่มแพร่หลายไปยังชุมชนอื่นๆ เช่น อสม. ต.ควนมะพร้าว อ.เมือง จ.พัทลุง อสม. ต.วังอ่าง จ.นครศรีธรรมราช สิ่งที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งก็คือ การก่อเกิดของโรงเรียน อสม.ในชุมชนอื่นๆต่างๆนั้นจะเกิดเป็นเครือข่ายการเรียนรู้ระหว่างกัน โดยจะมีเวทีแลกเปลี่ยนการดำเนินงานระหว่างกันเป็นระยะ นอกจากนี้ยังมีการถ่ายทอดความรู้จากชุมชนหนึ่งไปยังอีกชุมชนหนึ่งในลักษณะของการเยี่ยมเยียนถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชนนั้นๆ ซึ่งจะเป็นการเรียนรู้ร่วมกันที่น่าสนใจ และปรากฏการณ์โรงเรียน อสม.น่าจะเป็นคำตอบของการเรียนรู้ที่ดีได้ในอีกแบบหนึ่งของสังคมไทย

ประสิทธิ์ชัย หนูนวล
เครือข่าย อสม. สร้างสุข
โครงการพัฒนาชุมชนเป็นสุขที่ภาคใต้

Share