มาตรฐานแรงงานสากล
|
by : C.Kwanza IP : (61.91.97.201) - เมื่อ : 7/02/2006 10:12 AM |
เราเคยกล่าวค้างคากันไว้ในเรื่องมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศ หรือมาตรฐานแรงงานสากล
(ในบทความ "จุดเริ่มต้นขบวนการแรงงานโลก") ดังนั้นในวันนี้เราจะมาดูรายละเอียดพอสังเขปของมาตรฐานแรงงาน
ที่ได้รับการยอมรับและส่งเสริมในประชาคมโลกปัจจุบัน ได้แก่
Core Labour Standard
หรือ มาตรฐานแรงงานหลัก เป็นมาตรฐานแรงงานที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวาง และมีการณรงค์ให้ได้รับการส่งเสริมและปฏิบัติอย่างจริงจัง
อันหมายถึงมาตรฐานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International
Labour Organization : ILO) ที่เกี่ยวกับสิทธิแรงงานสำคัญ 4 ประเด็นใหญ่ คือ
- เรื่องของการไม่ให้ใช้แรงงานภาคบังคับ
- การไม่ใช้แรงงานเด็กอย่างไม่ถูกต้อง
- การเคารพและยอมรับในสิทธิในการรวมตัวกัน และเจรจาต่อรองของคนงาน
- และการไม่เลือกปฏิบัติ
ซึ่ง 4 ประเด็น เหล่านี้ปรากฏอยู่ในอนุสัญญาแรงงานระหว่างประเทศหลัก 8 ฉบับ ของ ILO
คือ
- ฉบับที่ 29 ว่าด้วยการเกณฑ์แรงงาน หรือแรงงานภาคบังคับ
- ฉบับที่ 105 ว่าด้วยการยกเลิกแรงงานบังคับ
- ฉบับที่ 87 ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคม และการคุ้มครองสิทธิในการรวมตัวกัน
- ฉบับที่ 98 ว่าด้วยการปฏิบัติตามหลักแห่งสิทธิในการรวมตัวกัน และการเจรจาต่อรอง
- ฉบับที่ 111 ว่าด้วยการเลือกปฏิบัติ (การจ้างงานและการประกอบอาชีพ)
- ฉบับที่ 100 ว่าด้วยค่าตอบแทนที่เท่ากัน
- ฉบับที่ 138 ว่าด้วยอายุขั้นต่ำที่ให้จ้างแรงงานได้
- และ ฉบับที่ 182 ว่าด้วยรูปแบบที่เลวร้ายที่สุดของการใช้แรงงานเด็ก
มาตรฐานแรงงานหลักข้างต้นนับเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน
ที่ทุกประเทศต้องให้ความเคารพและส่งเสริมอย่างจริงจัง โดยเฉพาะประเทศที่อ้างว่าเป็นประชาธิปไตย
และเคารพในศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์อย่างเช่นประเทศไทย
ทั้งนี้ในประเทศไทยยังมีความสับสนในเรื่องมาตรฐานแรงงาน โดยเฉพาะผู้ประกอบการไทยมักเข้าใจว่า
"มาตรฐานแรงงาน" เป็นเรื่องเดียวกับการพัฒนาฝีมือแรงงาน และมักอวดอ้างว่าสถานประกอบการของตนมี
"มาตรฐานแรงงาน" เพราะมีโครงการพัฒนาฝีมือแรงงาน และอีกประการหนึ่งคือนายจ้างบางคนเข้าใจว่า
"มาตรฐานแรงงาน" คือสิ่งที่ทำให้ต้นทุการผลิตเพิ่มขึ้น ทั้งที่จริงๆแล้วเมื่อกล่าวถึง
"มาตรฐานแรงงาน" โดยเบื้องต้นจะหมายถึง "มาตรฐานแรงงานหลัก"
ซึ่งจะว่าไปแล้วไม่มีส่วนทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นเลย แต่ในทางตรงกันข้ามการรับรองมาตรฐานแรงงานหลักกลับส่งผลดีต่อภาพพจน์ขององค์กรและสินค้าให้เกิดการยอมรับมากขึ้น
มาตรฐานแรงงานหลักช่วยยกคุณภาพชีวิตของลูกจ้างให้สูงขึ้น สำหรับมาตรฐานแรงงานอื่นๆที่มากกว่านี้
แม้จะต้องมีต้นทุนในระยะแรก แต่ก็ถือเป็นการลงทุนในเรื่องทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งจะส่งผลกลับมาต่อองค์กรโดยรวมในระยะยาว
และก็จะต้องส่งผลดีต่อผลประกอบการด้วยเช่นกัน ตรงกันข้ามถ้าหากมีการละเลยในเรื่อง
"มาตรฐานแรงงาน"ปล่อยให้ลูกจ้างมีคุณภาพชีวิตที่ย่ำแย่ ไม่มีความปลอดภัยในการทำงาน
ไร้สิทธิ แม้ผู้ประกอบการจะได้ประโยชน์จากต้นทุนที่ต่ำ แต่ในระยะยาวจะส่งผลเสียต่อภาพพจน์โดยรวมขององค์กร
ทำให้ไม่ได้รับการยอมรับจากภายนอก โดยเฉพาะในระดับนานาชาติ และอาจจะถูกประณามอย่างที่เรียกว่า
"โรงงานนรก"
ที่กล่าวมาข้างต้นนี้
ถ้าจะให้เป็นความจริงชัดเจนคงต้องพูดว่ารัฐบาลไทยซึ่งเป็นสมาชิกของ ILO ยังไม่ได้มีการรับรองอนุสัญญาแรงงานระหว่างประเทศ
ฉบับที่ 87 และ 98 ซึ่งเป็นอนุสัญญาฉบับหลักที่สำคัญทั้ง 2 ฉบับ และคงหาได้ยากนักกับสถานประกอบการในประเทศที่มีการดำเนินการ
และมีการรับรองมาตรฐานแรงงานของ ILO 4 ประเด็นใหญ่ ที่ปรากฏอยู่ในอนุสัญญาแรงงานระหว่างประเทศหลัก
8 ฉบับนี้ แล้วนำมาใช้ เพราะขนณะที่รัฐบาลผู้ที่จะต้องเป็นผู้ควบคุมกำกับดูแล และนำเสนอรายงานต่อเวทีระดับนานาชาติยังไม่ได้ให้ความใส่ใจในการรับรองอนุสัญญาแรงงานระหว่างประเทศหลักทั้ง
8 ฉบับจนครบ สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงมาตรฐานแรงงานในประเทศไทยอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ
และไม่ได้มีการส่งเสริมให้ลูกจ้าง คนงงานได้มีสิทธิ หรือมีความเจริฐก้าวหน้า มีความปลอดภัยในการทำงาน
ทั้งที่ประเทศไทยเป็นสมาชิกของ ILO มาเป็นเวลานาน อีกทั้งประชากรในประเทศจำนวนมากก็เป็นระดับผู้ใช้แรงงาน
แต่รัฐบาลไทยกลับไม่ให้ความสำคัญในเรื่องมาตรฐานเหล่านี้เท่าที่ควร มันจึงส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชากรแบบต่อเนื่อง
จากปู่ ย่า ตา ยาย ถึงรุ่นลูก และเป็นมรดกในการถูกเอาเปรียบลิดรอนไปถึงรุ่นหลาน เหลน
ต่อๆไป ในเมื่อมีรัฐบาลเป็นนายทุน....! คนงาน ลูกจ้าง ก็ต้องอยู่คอยเป็นทาสรับใช้นายทุนต่อไป
|