 |
|
ความเชือและความคิดที่เป็นพื้นฐานให้อำนาจนิยมและ ABSOLUTISM
|
|
by : d r e a m IP : (203.113.33.11) - เมื่อ : 2/04/2004 12:08 AM |
ความเชือ และ ความคิดที่เป็น พื้นฐานให้ AUTHORITARIANISM & ABSOLUTISM
d r e a m
เอาล่ะ ผมพยาม ที่จะตอบคำถามที่ว่า อะไร เป็น ฐาน ให้กับ ABSOLUTISM หรือทำไม คนไทย ให้ความชอบธรรมกับ ABSOLUTISM
โดยได้ให้ความสำคัญไป ในทาง การวิเคราะห์ความคิด หรือMentality แบบ คนไทย(1)
โดยยกตัวอย่าง ฝ่ายซ้ายเดิม NGO และนายก [-_-] คนปัจจุบัน ขึ้นมาเป็นกรณีศึกษา
ผมรู้สึกว่าว่าฝ่ายซ้ายเดิม (ฝ่ายขวาด้วย) หรือว่าเอีนจีโอปัจจุบันบางส่วน (ย้ำ แค่บางส่วน)และรวมถึง นายกคนปํจจุบัน หรือ คนใหญ่โตในอดีต ด้วยมักจะทำเหมือนกับว่า ตัวเอง กำลังเป็นตัวแทนของ"แนวคิด"หรือ"อุดมคติ"ที่"ถูกต้องอย่างแท้จริง"(คือมีแนวโน้มจะแนวคิดที่คล้ายๆกับ Determinism* )
และ มีภารกิจทางศีลฑรรมที่ยิ่งใหญ่(จากการที่ พยายามขับเคลื่อน แนวคิดอันนั้น ให้เกิดขึ้นจริง)
ซึ่งทำให้ตัวเองมี หรือได้รับ ความชอบธรรมทางจริยธรรม อันนี้เนื่องมาจาก"ความสำคัญ"และ"ความชอบธรรม"ของภารกิจทางศีลธรรมที่ต้วเองกำลังทำอยู่(2)
ซึ่งก็นำไปสู่อาการไม่ฟังใครหน้าไหนทั้งสิ้น เพราะคนอื่น "ล้มเหลวทางศีลธรรม" "พิการทางภูมิป้ญญา" (ฮา-ฟ้งดูคุ้นๆไหม?)
หรือ"ถูกมอมเมาจากรัฐ สื่อ และ ทุนนิยม "
(ซึ่งอาจจะจริงหรือไม่จริงก็ได้ แต่ไม่น่า หรือไม่ควร จะถือเป็นอะไรที่มากเกินไปกว่า HYPOTHESIS [สมมุติฐาน] ในการวิเคราะห็
แต่หลายคน "พูด"เหมือนกับว่า มัน เป็นTRUTHยังงั้นเลย )
แต่ที่แย่ก็คือ การตัดสิน หรือ ดูถูก ทำนองนี้มันก็นำไปสู่พฤติกรรมแบบที่เรียกว่า "[แนวทาง]กูเท่านั้นที่ถูก"
แล้วความคิด หรือปฏิกิริยา ที่ตามมาก็คือ
เมื่อเราทำสิ่งที่ถูกต้องอ่ะนะ ก็ไม่ต้องสนใจว่าใครจะคิดยังไง
(สาธุ ! พวกนี้ น่าจะไปอยู่วัดมากกว่า เพราะคนในวงการศาสนาชอบ พูด อะไรคล้ายๆแบบนี้ )
(ซึ่ง มันก็ไม่ได้ต่างอะไรกับที่ทักษิณ(หรือคนที่เชียร์เขา) คงจะรู้สึกอยู่ตอนนี้ (ผมเดานะ)ว่า กู(หรือเขา) กำลังช่วยชาติแก้ปัญหาใหญ่ [แบบบูรณาการด้วย] มึงมา ยุ่งอะไรกับกู [วะ] )(3)
พอจะมองเห็นมั๊ยครับว่า ลักษณะกลไกทางความคิดแบบนี้นั้นนำไปสู่อะไรที่เหมือนๆกัน ระหว่างฝ่ายที่ถูกระบุว่าต่างกัน
นั่นก็คือ AUTHORITHARIANISM หรือ ความเป็นเผด็จการ (ในทางความคิด) [4]
บนพื้นฐานของการอ้างความชอบธรรมทางศีลธรรม ด้วย big Word
(การปฎิวัติ ,ช่วยชาติ,การต่อสู้ทางชนชั้น, กู้วิกฤต,พัฒนา สารพัดแหละ )
และวิธีการคิดที่ว่า ถ้าขอบเขตหรือเป้าหมายเชิงปริมาณใคร"ขนาด"ใหญ่กว่า ช่วยคน"ส่วนใหญ่"ได้มากกว่า หรือ สร้างผลกระทบได้มากกว่า
และ / หรือมีเป้าหมายเชิงอุดมการณ์อันสูงส่ง แบบ"เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ " "เพื่อประชาชน"
ก็มีความชอบธรรมมากกว่าแล้วในการกำหนด agenda หรือ นโยบาย ทางสังคมโดยไม่สนใจ
หรือ ตัดสิน อีกฝ่ายที่ไม่คิดเหมือนกันว่า "ด้อยกว่าเชิงศีลธรรม" "โง่" (NGOโง่!!) หรือบางครั้งรวมถึง level of being ต่ำกว่า (เช่น อัปปรียชนนักเลือกตั้ง, พวกขายชาติ , ) ด้วย
ดังนั้น เสียงของคน(ที่ด้อยกว่า)เหล่านั้น จึงไม่มีความหมาย
ซึ่งผม "อนุมาน" ว่า ความคิด"ชุด"นี้ เป็น base ของ ABSOLUTISM ในลักษณะทำนองนี้
เพราะว่า มี "ความถูกต้องแท้จริง"(Determinative Truth หรือ Law ใน ภาษา science)
ก็สามามารถมี ผู้รู้ที่(Authority)[5] ที่ทำสิ่งที่ถูกอย่างแท้จริง
และก็สามารถ ให้อำนาจทั้งมวล(Absolute Power) กับ เขา หรือระบบ ของเขาได้
------------------------------------------ .
|
ความคิดเห็นที่: 2
เพราะคิดว่า ตัวเอง กำลังเป็นตัวแทนของ"แนวคิด"หรือ"อุดมคติ"ที่"ถูกต้องอย่างแท้จริง"(คือมีแนวโน้มจะแนวคิดที่คล้ายๆกับ Determinism* )
นั่นก็นำไปสู่ AUTHORITHARIANISM หรือ ความเป็นเผด็จการ (ในทางความคิด) [4]
บนพื้นฐานของการอ้างความชอบธรรมทางศีลธรรม ด้วย big Word
(การปฎิวัติ ,ช่วยชาติ,การต่อสู้ทางชนชั้น, กู้วิกฤต,พัฒนา สารพัดแหละ )
ก็มีความชอบธรรมมากกว่าแล้วในการกำหนด agenda หรือ นโยบาย ทางสังคมโดยไม่สนใจ
หรือ ตัดสิน อีกฝ่ายที่ไม่คิดเหมือนกันว่า "ด้อยกว่าเชิงศีลธรรม" "โง่" หรือบางครั้งรวมถึง level of being ต่ำกว่า (เช่น อัปปรียชนนักเลือกตั้ง, พวกขายชาติ , ) ด้วย
ตัวอย่าง ที่เป็นรูปธรรม ก็แบบ เมื่อ วาน ไง ครับ
เข้าลักษณะเป๊ะ ทุกอย่าง (ฮา)  by : d r e a m IP : (203.113.32.7) - เมื่อ : 14/04/2004 12:50 AM |
ความคิดเห็นที่: 3
อ่านกระทู้นี้ ผมต้องอ่านไป มองตัวเองไป (NGOs) มันใช่อย่างที่ คุณ ดรีมว่าหรือเปล่าวะ ? ผมว่ามีส่วนที่เป็นจริงอยู่ และมากด้วย ...... กระทู้นี้น่าจะตั้งชื่อว่า ....
ความเหมื่อนที่แตกต่างระหว่าง ngo กับ รัฐบาลby : ดอกธูป
doktup@diarydd.com IP : (203.170.221.50) - เมื่อ : 14/04/2004 11:46 AM |
ความคิดเห็นที่: 4
จริงๆแล้วชื่อเต็มน่าจะเป็น อันนี้
ความเชือ และ ความคิดที่เป็น พื้นฐานให้ AUTHORITARIANISM และ ABSOLUTISM
:สิ่งที่เหมือนกันระหว่าง ฝ่ายซ้าย,ทักษิณ[-_-'] ,และNGO !!!
ลืมไปว่า กระทู้ ไหนมีคำว่า NGO นี่มักจะ ฮอทฮิท ติดตลาด (ฮา)  by : d r e a m IP : (203.113.33.8) - เมื่อ : 14/04/2004 04:33 PM |
ความคิดเห็นที่: 5
คุณ dream ครับ อย่างคุณน้ำตาลนี่อยู่ในข่ายนี้หรือเปล่าครับ หรือจะต้องจัดเป็นอีก category (ฮา)  by : โปรดเขียนต่อไป IP : (203.113.39.11) - เมื่อ : 14/04/2004 05:43 PM |
ความคิดเห็นที่: 6
เอ่อ...คือว่า.... เอ่อ
 by : d r e a m IP : (203.113.32.13) - เมื่อ : 14/04/2004 06:26 PM |
ความคิดเห็นที่: 7
อ่านแล้วปวดประสาทส่วนกลางมากby : ปวดเฮด IP : (203.156.26.250) - เมื่อ : 18/04/2004 08:43 PM |
ความคิดเห็นที่: 8
Replyความเห็น 7
ขอบคุณที่แสดงความเห็นครับ ยังไง หายปวดหัวแล้ว ช่วย กรุณา บอกผมด้วยครับว่า เพราะอะไร ถึงเป็นอย่างนั้น เผื่อผมจะได้ปรับปรุงให้มันอ่านง่ายขึ้ลลลล ^___^ by : d r e a m IP : (203.113.32.8) - เมื่อ : 19/04/2004 11:21 AM |
ความคิดเห็นที่: 9
ขอโทษ ที่ไม่ค่อยได้ตอบยาวในกระทู้นี้
อยากจะเพิ่มเติม คือ สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึก หรือ ขอตั้ง'Hypothesis ไว้ คือ คน "รุ่นนั้น" มีลักษณะพื้นฐานบางอย่าง(ทางความคิด)ที่ "เหมือนกัน" อย่างที่"ไม่ใช่ความบังเอิญ"
ซึ่งน่าจะเป็น ผลมาจากสถาบันการศึกษา และสังคมในสมัยนั้น สร้างขึ้น  by : d r e a m IP : (203.113.32.11) - เมื่อ : 11/05/2004 08:42 AM |
ความคิดเห็นที่: 10
ผมคิดว่าเป็นประเด็นวิจัยที่น่าสนใจมาก เป็นไปได้ไหมครับว่าคุณดรีม จะเสนอเคร้าโครงวิจัยเพื่อขอการสนับสนุนจาก "มูลนิธิกองทุนไทย"...ผมคาดว่าหากงานวิจัยนี้ออกมาและได้รับการเผยแพร่ที่มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องในรูปแบบต่างๆ (เช่น การสัมมนา บทความ วรรณกรรม การสอดแทรกทางการแสดง ฯลฯ น่าจะส่งผลกระทบอย่างน้อย 2-3 เรื่องด้วยกัน คือ (1) จะเกิดการทบทวนระบบการศึกษา (2) จะเกิดการทบทวนระบบคิด ของคนในสังคม.....ฟังดูออกจะ "โรแมนติก" ไปนิด...แต่ก็เป็นข้อเสนอจากความรู้สึก ความเข้าใจ ของ สามัญชนคนหนึ่ง...by : วีรศักดิ์ บริบูรณ์สุข
bveerasak@hotmail.com IP : (210.86.188.66) - เมื่อ : 11/05/2004 09:20 AM |
ความคิดเห็นที่: 11
มิบังอาจเสนอแนวคิดทฤษฎีบทวิเคราะห์วิจารณ์อะไรหรอกครับ ฟังดูคล้ายๆกับว่าแนวคิดทุกประเภทล้วนมีความขัดแย้งกัน ได้ประโยชน์กับคนนั้นก็ไม่ได้กับคนนี้ เอื้อต่อคนนี้ก็ไม่เอื้อต่อคนนั้น คำว่า คน หมายถึง คนจริงๆ และ/หรือ ตัวแทนแนวคิด ยกตัวอย่างสักหน่อยก็ได้ แม้แต่กลุ่มฝ่ายซ้ายด้วยกัน (ไม่ต้องคิดมากกับคำๆนี้ เรียกแบบนี้เพื่อให้เห็นรูปร่างง่ายๆ) ส่วนที่เดินแนวปฏิรูปก็ว่าฝ่ายปฏิวัติเสนอสิ่งที่เกินเลยขอบเขตและสถานการณ์มักจะทำให้การทำงานถูกขัดขวางไม่ราบรื่น ส่วนที่เดินแนวปฏิวัติก็ว่าฝ่ายปฏิรูปทำให้เป้าหมายพร่าเลือนและประชาชนถูกมึนชาในการต่อสู้ ยกตัวอย่างเช่นนี้แล้ว ไม่ต้องพูดถึงข้อขัดแย้งระหว่างฝ่ายที่ต้องการเปลี่ยนแปลงสังคมกับฝ่ายรัฐที่มีแนวคิดตามกระแสหลักทั้งหมดอีกแล้ว ข้อขัดแย้งดังว่านี้แหละน่าจะเป็นที่มาของ ABSOLUTISM หรือ AUTHORITARIANISM อย่างที่คุณ Dream ว่า และคนที่จะถูกต่อว่าแล้วรับไม่ค่อยได้มากที่สุดก็น่าจะเป็นคนที่มีแนวคิดกลางๆ (เช่น NGO หรือเปล่า ?) บางที่อาจรู้สึกว่าข้าก็มีดีเหมือนกันแต่ทำไมยังไม่ค่อยได้รับการยอมรับนับถือให้มากกว่านี้ (ทั้งจากคนทั่วไปและจากฝ่าย EXTREME) by : ขอโม้หน่อย IP : (203.148.205.9) - เมื่อ : 14/05/2004 09:24 AM |
ความคิดเห็นที่: 12
Reply 11
ผมค่อนข้างเชื่อว่า คนที่ สนับสนุนอำนาจนิยม- Authoritharianism มันจะเป็นคนที่ เชื่อหรือ มีแนวโน้มจะเชื่อว่า มี"ความจริงแบบเดียวเท่านั้น"( ซึ่งก็คือแบบของเค้า)
หรือ ไม่ก็ "คนหรือสิ่งที่เค้า "นับถือ"จะต้องถูกต้องเสมอ"
(นีเป็นลักษณะเด่น ของ พวก Religeous Person (บุคลากรทางศาสนา เคร่งศาสนา)ด้วย ลองสังเกตดูได้ )
อีกอย่างที่ลองObserveดูก็ได้คือ
คนพวกที่สนับสนุนอะไรๆแบบ "อำนาจนิยม"มักจะสามรถ "ตัดสิน ฟันธง อะไรได้ง่ายมากๆ" และสามารถ "เชื่อบางคน"แบบใช้ศรัทธาโดย ไม่มีข้อสงสัย ได้ง่ายๆ
คือABSOLUTISM มันจะถุกสร้างขึ้นมาได้ ต่อเมื่อ คนส่วนใหญ่ยัง เชื่อว่า การจัดการแบบ "ข้ามาคนเดียว"ของ"คนที่เค้าเชื่อว่าดี" มันแก้ปัญหาได้
(ซึ่งมันก็ได้รับการพิสูจน์ออกบ่อยว่าไม่จริง) แต่ถ้าระบบนี้Absolutism Authoritharianism ถูกสร้างขึ้นมาได้แล้ว มันก็สร้างอะไรหลายอย่างที่เป็น "อับเฉา" ที่กีดขวางการเปลี่ยนไปสู่ระบบอื่นๆที่ดีกว่า อย่างมรดกที่ สฤษดิ์ (จริงๆถ้าจะให้ขัดเจน ต้องบอกว่าสฤษดิ์ กับ "ชนชั้นปกครอง"บางกลุ่ม?) สร้างเอาไว้ มากมาย ทั้งทางสถาบันและ ทาง จิตใจคน ซึ่งอาจจะแก้ยากกว่า (สฤษดิ์ อาจจะไม่ใช่ Absolut 100%แต่ใกล้เคียงมาก )มันทำให้อะไรๆยากขึ้นอีก
และคนรุ่นนี้ ที่เราพูดถึง ก็โตมากับสิ่งที่สฤษดิ์ และ กระแสนิยมเจ้าanti-communist(ที่พูดได้เต็มปากว่า ทุ่มทุนสร้างโดยนายก และ สถาบันกษัตริย์ )ได้สร้างขึ้น ( เช่น การศึกษา,บรรยากาศทางสังคม ฯลฯ )
คือสร้างความคิดว่าเจ้าวิเศษ ใครแอนตีเจ้าไม่ว่าจะมีเหตุผลหรือไม่ ก็ตีตราว่า เป็น ปีศาจ เป็นคนเลวไปหมด ไม่ต้องฟังเหตุผลใดใดทั้งสิ้น
นี่สงสัยว่าอาจจะสร้างสิ่งที่เรียกว่าแนวคิดแบบ "ถ้ามึงไม่เห็นด้วยกัยกู(ก็ติดป้ายไปเลยว่า) มึงเลว" อะไรแบบนี้พ่วงมาด้วย
อยากจะบอกนิดนึงว่า บทความนี้เน้นเรื่อง "ความคิดของสังคม" (และแน่นอนมันไม่ได้ครอบคลุมทุกเรื่อง อย่างเรื่องลักษณะของ สถาบันทางการเมือง การสร้างองค์กร ก็ไม่ได้พูดถึง
ถ้าใครจะคิดต่อก็เปนสิ่งดีแลน่าชื่นใจเปนอันมาก(ภาษาโบราณ ฮา )
by : d r e a m IP : (203.113.32.7) - เมื่อ : 14/05/2004 10:36 AM |
ความคิดเห็นที่: 13
Reply 10
ขอบคุณมากๆครับ เพียงแต่ตอนนี้ผมยังคิดอะไรต่อไปกว่านี้ได้ไม่มากเท่าไหร่ ถ้าคุฯวีรศักดิ์มีอะไรก็ช่วยแนะนำเพิ่มเติมด้วยก็ดีครับby : d r e a m IP : (203.113.32.7) - เมื่อ : 14/05/2004 10:48 AM |
ความคิดเห็นที่: 14
Reply 10
ขอบคุณมากๆครับ เพียงแต่ตอนนี้ผมยังคิดอะไรต่อไปกว่านี้ได้ไม่มากเท่าไหร่ ถ้าคุฯวีรศักดิ์มีอะไรก็ช่วยแนะนำเพิ่มเติมด้วยก็ดีครับ  by : d r e a m IP : (203.113.32.7) - เมื่อ : 14/05/2004 10:48 AM |
ความคิดเห็นที่: 15
ข้อสังเกตเพิ่มเติม
1 สถาบันที่ต้องการ"ความศักดิ์สิทธิ"และ"อำนาจควบคุมทางจิตใจ" อย่าง "ศาสนา" และ "เจ้า" ต้องการ Determinism เพื่อสร้าง Faith ในตัวสถาบัน
2 Faith Lead To Violence !!! แน่ๆ
3 ถ้ามี Determinism ใน Mentality ก็จะมีTrend ที่Leadไปยัง Absolutism ในทางการเมือง !!!
คำคม :
If You Are 'The Faithful Dog',You Are The "Good Dog".
by : d r e a m IP : (203.113.32.10) - เมื่อ : 16/05/2004 04:55 AM |
|
 |