<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Thaingo.org ข่าวสาร วงการงานพัฒนาสังคม &#187; รายงานพิเศษ</title>
	<atom:link href="http://thaingo.org/web/category/special-report/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://thaingo.org/web</link>
	<description>แหล่งข่าวสาร เพื่องานพัฒนาสังคม</description>
	<lastBuildDate>Fri, 07 Sep 2012 07:17:39 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.4.1</generator>
		<item>
		<title>ฉีกหน้ากากเบื้องหลังปตท. คนดีหรือสุดแสบร่วมฉ้อโกงประชาชน 2</title>
		<link>http://thaingo.org/web/2012/08/27/%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%95/</link>
		<comments>http://thaingo.org/web/2012/08/27/%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%95/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 27 Aug 2012 11:16:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>webmaster</dc:creator>
				<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[รายงานพิเศษ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaingo.org/web/?p=6307</guid>
		<description><![CDATA[&#160; ลับลวงพรางราคาพลังงาน ไทย&#160;&#160; รวยกระจุก จนกระจาย&#160;&#160; ใกล้เกลือกินด่าง 24 กค 55&#160; &#160;&#160; พท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี thai9lee@gmail.com &#160; แหล่งพลังงานไทย &#160;ทั้งน้ำมันและก๊าซมีมากมายเป็นอันดับต้นๆของโลก เช่นมีก๊าซธรรมชาติ อันดับที่24มีน้ำมันดิบอันดับที่ 33 ของโลก จากเวบไซ์อเมริกา &#160;ข้อมูลมล. กรกสิวัฒน์ เกษมศรี (http://tonto.eia.doe.gov/cfapps/ipdbproject/iedindex3.cfm?tid=3&#38;pid=3&#38;aid=1&#38;cid=all,&#38;syid=2005&#38;eyid=2008&#38;unit=BCF ที่มา: Energy Information Administration Official Energy Statistics from the U.S. Government) &#160; แหล่งพลังงาน จากน้ำมันดิบที่ขุดขึ้นมา จากข้อมูลหม่อมหลวงกร และจาก หน้าเวบไซด์ของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ&#160; พบว่า จำนวนแหล่งพลังงานที่ขุดได้ในประเทศ ประมาณ 700,000-800,000 บาเรลล์ ต่อวัน&#160; (http://www.dmf.go.th/index.php?act=service&#38;sec=yearSupply&#160;&#160; ปี 54 )&#160;&#160; คนไทยใช้ประมาณ&#160; 1ล้านบาเรลล์ต่อวัน หนึ่งบาเรลล์ประมาณ​159 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p>ลับลวงพรางราคาพลังงาน ไทย&nbsp;&nbsp; รวยกระจุก จนกระจาย&nbsp;&nbsp; ใกล้เกลือกินด่าง</p>
<p><a class="highslide" href="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/08/news270855-1.jpg" onclick="return vz.expand(this)"><img alt="" class="alignleft size-full wp-image-6308" height="118" src="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/08/news270855-1.jpg" title="news270855-1" width="230" /></a></p>
<p>24 กค 55&nbsp; &nbsp;&nbsp;<br />
	พท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี<br />
	thai9lee@gmail.com</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แหล่งพลังงานไทย &nbsp;ทั้งน้ำมันและก๊าซมีมากมายเป็นอันดับต้นๆของโลก เช่นมีก๊าซธรรมชาติ อันดับที่24มีน้ำมันดิบอันดับที่ 33 ของโลก จากเวบไซ์อเมริกา &nbsp;ข้อมูลมล. กรกสิวัฒน์ เกษมศรี (http://tonto.eia.doe.gov/cfapps/ipdbproject/iedindex3.cfm?tid=3&amp;pid=3&amp;aid=1&amp;cid=all,&amp;syid=2005&amp;eyid=2008&amp;unit=BCF</p>
<p>ที่มา: Energy Information Administration Official Energy Statistics from the U.S. Government)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แหล่งพลังงาน จากน้ำมันดิบที่ขุดขึ้นมา จากข้อมูลหม่อมหลวงกร และจาก หน้าเวบไซด์ของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ&nbsp; พบว่า จำนวนแหล่งพลังงานที่ขุดได้ในประเทศ ประมาณ 700,000-800,000 บาเรลล์ ต่อวัน&nbsp; (<a href="http://www.dmf.go.th/index.php?act=service&amp;sec=yearSupply">http://www.dmf.go.th/index.php?act=service&amp;sec=yearSupply</a>&nbsp;&nbsp; ปี 54 )&nbsp;&nbsp; คนไทยใช้ประมาณ&nbsp; 1ล้านบาเรลล์ต่อวัน</p>
<p>หนึ่งบาเรลล์ประมาณ​159 ลิตร&nbsp; (http://www.uniserv.buu.ac.th/forum2/topic.asp?TOPIC_ID=2575)</p>
<p>และยังมีการมอบสัมปทานให้บริษัทต่างๆทั้งในและต่างประเทศ เช่นเชฟรอน ได้สัมปทานมากสุด ที่มีคนไทยมีเอี่ยวด้วย&nbsp; (จากบทความ <strong>ผ่าไส้กลุ่มเชฟรอน โยงใย </strong><strong>15 </strong><strong>บ</strong><strong>.</strong><strong>ไทย</strong><strong>-</strong><strong>ต่างชาติ บิ๊กกลุ่มทุน ปตท</strong><strong>.-</strong><strong>กฟผ</strong><strong>.-</strong><strong>ยักษ์ชิปปิ้ง</strong><strong>-</strong><strong>ตระกูลแบงก์ดัง หุ้นส่วน</strong>http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P12331443/P12331443.html ) จากการตรวจสอบพบว่า กลุ่มทุนชั้นนำเมืองไทยที่ร่วมลงทุนกับเชฟรอนมี 4 บริษัทได้แก่ &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</p>
<p>&nbsp; &nbsp;1.กลุ่ม ปตท. ร่วมถือหุ้นใน บริษัท บี 8/32 &nbsp;พาร์ทเนอร์ จำกัด &nbsp; &nbsp;เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม &nbsp;2548 โดยใช้ชื่อ บริษัท พีทีทีอีพี ออฟชอร์ อินเวสเมนต์ จำกัด หลังจากนั้น วันที่ &nbsp;17 พฤศจิกายน 2548 &nbsp;บริษัท พีทีทีอีพี ออฟชอร์ อินเวสเมนต์ จำกัด &nbsp;<strong><u>ได้ย้ายไปจดทะเบียนที่เกาะเคย์แมน สัญชาติ เคย์แมน ไอซ์แลนด์</u></strong>ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น พีทีทีอีพี ออฟชอร์ อินเวสเมนต์ คัมปะนี ลิมิเต็ด &nbsp;จนถึงปัจจุบัน</p>
<p>2.บริษัท ราชบุรีแก๊ส จำกัด (กลุ่ม กฟผ.) ร่วมถือหุ้น บริษัท ไตร เอนเนอจี้ จำกัด &nbsp;จำนวน 12,838,875 หุ้น(กลุ่มก.) และ 375 หุ้น (กลุ่ม ค.) หุ้นละ 100 บาท &nbsp;คิดเป็น 50% กระทั่งถือหุ้นจนปัจจุบันทั้งนี้ บริษัท ราชบุรีแก๊ส จำกัด ทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท &nbsp;บมจ.ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง ถือหุ้น 100% &nbsp;<u>( </u><u>การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย </u><u>&ndash;</u><u>กฟผ</u><u>. </u><u>ถือหุ้นใน บมจ</u><u>.</u><u>ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง &nbsp;</u><u>45%) </u></p>
<p>3.บริษัท ยูไนเต็ดไทย ชิปปิ้ง จำกัด &nbsp;(กลุ่มนายชวลิต เชาว์) ร่วมถือหุ้น บริษัท ซียูอีแอล จำกัด &nbsp;(ชื่อเดิมบริษัท คลัฟ-ยูนิไทย เอนจิเนียริ่ง จำกัด)&nbsp; นาย ชวลิต เชาว์ ถือหุ้น 50.99% &nbsp;ไอเอ็มซี อินดัสเทรียล ลิมิเต็ด &nbsp;สัญชาติ เบอร์มิวด้า 44.31% &nbsp;กระทรวงการคลัง &nbsp;4.68% &nbsp;</p>
<p> 4.กลุ่มโสภณพนิช จากการตรวจสอบพบว่าร่วมถือหุ้นกับกลุ่มเชฟรอน 2 บริษัท ตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2554 &nbsp;จำนวน 1 &nbsp;หุ้น &nbsp;หลังจากนั้นเพิ่มเป็น 3,301 หุ้น เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2555 &nbsp;กระทั่งเหลือ 3,300 หุ้นหรือ 0.33% &nbsp;</p>
<p>แสดงว่า น้ำมันและก๊าซที่คนไทยใช้เกือบเพียงพอ สำหรับภายในประเทศ</p>
<p>บริษัทสัมปทานได้รายได้ปีละ สี่ห้าแสนล้านจากรายได้แหล่งพลังงานไทย&nbsp; แบ่งค่าภาคหลวงให้รัฐ สี่ห้าหมื่นล้าน ต่อปี&nbsp;&nbsp;&nbsp; http://www.dmf.go.th/index.php?act=service&amp;sec=saleValueRoyalty&amp;year=2011</p>
<p>ข้อหมกเม็ดของปตท คือ แจ้งว่าพลังงานในประเทศไม่มี &nbsp;หรือมีน้อย แต่ ต้องนำเข้าจากที่นั่นที่นี่ &nbsp;&nbsp;โดยการตั้งราคาตามตลาดโลก&nbsp; (ที่แพงกว่าตลาดโลก&nbsp; )โดยยึดมติครม 21 พค 34 ให้ลอยตัวราคาน้ำมัน ตามตลาดโลก &nbsp;&nbsp;ต้องอิงราคาตลาดโลก</p>
<p>แต่ เท่าที่ตรวจพบกลับปรากฎว่า<strong>คนไทยถูกแหกต</strong>าคือ&nbsp; การตั้งราคาตามมติครม &nbsp;บวกค่าการกลั่น ค่าขนส่ง รวมแล้ว5-7 บาทต่อลิตร&nbsp;&nbsp; แถมยังบวกค่าเงินกองทุนน้ำมันอีก 2-7&nbsp; บาทต่อลิตร&nbsp;&nbsp; (สำหรับน้ำมัน และสำหรับก๊าซ 3-11 บาทต่อกก&nbsp;&nbsp; )&nbsp; และค่าการตลาด อีก1-5 บาทต่อลิตร <strong>รวมแล้วประชาชนต้องจ่ายแพง กว่า </strong><strong>10-20&nbsp; </strong><strong>บาทต่อลิตร</strong> โดยเฉพาะ เบนซิน 95&nbsp;&nbsp; <a href="http://www.eppo.go.th/petro/price/index.html">http://www.eppo.go.th/petro/price/index.html</a>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ดังนั้น ที่ว่าทำไม มาเลเซียถึงขาย ได้ 19 บาทต่อลิตร ซึ่งได้บวกภาษี และกำไรต่างๆไว้แล้ว&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;แต่ไทยขาย 43 บาทต่อลิตร และทำไมไทยจึงขายน้ำมันสำเร็จรูปไปพม่า ผ่านด่านระนองได้ในราคา 18 บาทต่อลิตร</p>
<p><strong>อีกส่วนหนึ่งแหกตาประชาชน </strong>คือมักบอกราคาน้ำมันดิบเป็นเหรียญต่อบาเรลล์แต่ไม่แปลงเป้นบาทต่อลิตร เช่นราคา80เหรียญต่อบาเรลล์ก็จะเท่ากับ ประมาณ 16.5บาท</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จ.1&nbsp; <u>ข้อเท็จจริงด้านราคาก๊าซ และน้ำมัน</u></p>
<p>1.&nbsp; กำหนด<u>ราคาหน้าโรงกลั่นสูง แพงกว่า ราคาตลาดโลก</u><u>http://www.eppo.go.th/petro/price/index.html&nbsp;&nbsp; ไม่เป็นไปตามมติครม. มีการบวกค่ากำไรเกินควร </u>&nbsp;เช่น</p>
<p>วันที่11-12 มิถุนายน 2555 &nbsp;&nbsp;ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก&nbsp;&nbsp; อยู่ที่&nbsp;&nbsp;&nbsp; 82-83 $ต่อบาเรลล์​ซึ่งเท่ากับ 16.34 บาทต่อลิตร&nbsp; แต่ราคาหน้าโรงกลั่น อยู่ที่ 21บาทต่อลิตร&nbsp; เเพงเกินจริง อยู่ 5บาทต่อลิตร เป็นกำไรหน้าโรงกลั่น&nbsp;&nbsp;&nbsp; ซึ่งส่วนใหญ่ เป็นของปตทถือหุ้นใหญ่ ครอบคุมตลาด ถึง 85 %</p>
<p>วันที่ 25-26 มิย 55 ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก&nbsp;&nbsp;&nbsp; อยู่ที่&nbsp;&nbsp;&nbsp; 78-80$&nbsp; ต่อบาเรลล์​ซึ่งเท่ากับ ประมาณ &nbsp;15.75 บาทต่อลิตร&nbsp; แต่ราคาหน้าโรงกลั่น อยู่ที่ 20.85 บาทต่อลิตร&nbsp; เเพงเกินจริง อยู่ 5บาทต่อลิตร</p>
<p>วันที่ 4-6 กค 55 ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก&nbsp;&nbsp;&nbsp; อยู่ที่&nbsp;&nbsp;&nbsp; 83-84 $ต่อบาเรลล์​ซึ่งเท่ากับ 16.64 บาทต่อลิตร&nbsp; แต่ราคาหน้าโรงกลั่น อยู่ที่ 21-22.46 บาทต่อลิตร&nbsp; เเพงเกินจริง อยู่ 5-6 บาทต่อลิตร</p>
<p>วันที่ 14-16 กค 51 ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก ขึ้นสูงสุด&nbsp;&nbsp;&nbsp; อยู่ที่&nbsp;&nbsp;&nbsp; 130-145 $ต่อบาเรลล์​ซึ่งเท่ากับประมาณ 27-31 บาทต่อลิตร ราคาหน้าโรงกลั่น อยู่ที่ 30.9 บาทต่อลิตร เท่าความจริง</p>
<p>วันที่ 2-11 เม.ย. &nbsp;55 ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก&nbsp;&nbsp;&nbsp; อยู่ที่&nbsp;&nbsp;&nbsp; 101-105&nbsp; $ต่อบาเรลล์​ซึ่งเท่ากับ ประมาณ 20.76 บาทต่อลิตร&nbsp; แต่ราคาหน้าโรงกลั่น อยู่ที่ &nbsp;27.36-28.36&nbsp; บาทต่อลิตร&nbsp; เเพงเกินจริง อยู่ 7-8 บาทต่อลิตร</p>
<p>(ทั้งหมดใช้เทียบเฉพาะเบนซิน 95 ตัวเดียว กัน)</p>
<p>ยังผลให้ โรงกลั่นต่างๆกำไร เพิ่มขึ้นเป็นพันล้าน&nbsp; เพิ่มจากปี 2554&nbsp; เช่นบริษัท ESSO&nbsp;&nbsp;&nbsp; กำไรในปี 2555 ในไตรมาสแรก&nbsp; (มค-มีค 55 ) กำไรก่อนหักภาษี&nbsp; เท่ากับ 2508.71 ล้านบาท&nbsp; เทียบเท่ากับทั้งปี 2554 กำไรสุทธิ 939.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น&nbsp;&nbsp; จำนวน&nbsp; 1,568.96 ล้านบาท&nbsp; ระยะเวลา แค่ เพียงสามเดือน&nbsp;&nbsp; หากทั้งปี อาจจะกำไรถึง หมื่นล้านบาท&nbsp;&nbsp;</p>
<p>หรือ <strong>บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด </strong><strong><span dir="RTL">(</span></strong><strong><span dir="RTL">มหาชน</span></strong><strong><span dir="RTL">)&nbsp; </span></strong>ในปี 2555 ในไตรมาสแรก&nbsp; (มค-มีค 55 ) กำไรก่อนหักภาษี&nbsp; เท่ากับ&nbsp;&nbsp; 2,438.32 ล้านบาท&nbsp; เทียบเท่ากับทั้งปี 2554 กำไรสุทธิ&nbsp;&nbsp; 5,632.00ล้านบาท&nbsp;&nbsp;&nbsp; ระยะเวลา แค่ เพียงสามเดือน&nbsp;&nbsp; หากทั้งปี อาจจะกำไรถึง&nbsp;&nbsp;&nbsp; หมื่นล้านบาท&nbsp; มากกว่า ปี 2554&nbsp; เกือบสองเท่า&nbsp;&nbsp; ซึ่งทั้งบางจากและ Esso ล้วนเป็นบริษัทของเอกชน&nbsp;&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><u>จ</u><u>.1.2&nbsp; </u><u>กำหนด เงินเข้ากองทุนน้ำมันที่เอื้อต่อ เอกชนที่ถือหุ้นปิโตรคมี</u>&nbsp;&nbsp; เช่นบริษัทPTTโกลบอล จำกัด ปตท ถือหุ้น 49% &nbsp;มีกำไร เพิ่มจากเดิมปี 54&nbsp; กำไร&nbsp; 2,113.44 ล้าน บาท&nbsp;&nbsp; ในปี 2555&nbsp; สามเดือนแรก(มค-มีค 55 ) กำไร 9,852.19&nbsp; ล้านบาท&nbsp; แต่หมกเม็ดแจ้งต่อประชาชนว่า ประชาชนใช้ก๊าซ จำนวนมากต้องนำเข้า&nbsp;&nbsp;&nbsp; และต้องนำเงินกองทุนน้ำมัน ที่เก็บจากประชาชนทุกคน รวมทั้งอุตสาหกรรมต่างๆที่ใช้ก๊าซ และประชาชนที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งน้ำมันและก๊าซ ลิตรละ&nbsp; 1-12 บาท&nbsp; ไปชดเชยต้นทุนของ บริษัท ปิโตรเคมี ซึ่งเป็นบริษัทลูกของปตท&nbsp; มีเอกชน ถือหุ้นอยู่ด้วย แต่ที่จริงนำเข้ามาใช้ในปิโตรเคมี เพื่อการส่งออกทั้งยังขาย ก๊าซLPG ให้บริษัทลูก ถูกกว่าขายให้ประชาชน และถูกกว่าราคาขายต่างประเทศ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เช่นปี 2551 ราคาตลาดโลกอยู่ที่ 27 บาทต่อกก .&nbsp; ขายให้ บริษัทปิโตรเคมี&nbsp; 16.45&nbsp; บาทต่อกก&nbsp; ขายปลีกให้ประชาชน 18.13 บาทต่อกก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ( &nbsp;ที่มา คณะกรรมาธิการวุฒิสภา ฯ&nbsp;&nbsp; )</p>
<p>&nbsp;<a class="highslide" href="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/08/news270855-4.jpg" onclick="return vz.expand(this)"><img alt="" class="aligncenter size-full wp-image-6309" height="323" src="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/08/news270855-4.jpg" title="news270855-4" width="600" /></a>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ส่วนในปี&nbsp;&nbsp; 2554&nbsp; ช่วงเดือน มค-พค 54 (ช่วง ห้าเดือน ) เทียบกับปี 53&nbsp; (12 เดือน ) สัดส่วนการใช้&nbsp; LPG ในครัวเรือนเพิ่มขึ้น&nbsp; 11พันตัน&nbsp; ในรถยนต์เพิ่มขึ้น&nbsp; 12 พันตัน&nbsp; ภาคปิโตรเคมี เพิ่มขึ้น&nbsp; 54 พันตัน&nbsp;&nbsp; (ที่มากรมธุรกิจ พลังงาน)&nbsp; ดังนั้น&nbsp; การนำเข้า ก๊าซ LPG&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ที่นำเข้ามานั้น&nbsp;&nbsp; ใช้ในอุตาหกรรม ปิโตรเคมีมากกว่า ครัวเรือน และขนส่ง มาก&nbsp; ไม่ใช่ ใช้ในครัวเรือน หรือขนส่ง&nbsp;&nbsp;&nbsp; เท่ากับ เสนอข้อมูลฉ้อฉล กลลวง เพื่อขูดรีดเงินค่าน้ำมัน และก๊าซไปชดเชยการนำเข้าก๊าซเพื่อปิโตรเคมีที่เป็นบริษัทลูกของปตท.แต่ออกข่าวเสมือน หนึ่งว่าประชาชน ใช้มากในครัวเรือนและยานยนต์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ถือเป็นการปกปิดบิดเบือนข้อมูล เพื่อผลประโยชน์ผู้อื่น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; แต่ขูดรีด และสร้างภาระเกินควรแก่ประชาชน สร้างความเหลื่อมล้ำในสังคม แต่สร้างความร่ำรวยให้เอกชนที่ถือหุ้น ปิโตรเคมี&nbsp; &nbsp;&nbsp;เช่นปี 2554&nbsp; มีการชดเชยการนำเข้าLPG และอื่นๆกว่าห้าหมื่นล้านบาท&nbsp;&nbsp;</p>
<p>http://www.efai.or.th/fin/monthly%20report-cash08.pdf</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><u>จ</u><u>.1.3</u><u>.กำหนดค่าการตลาดที่เอื้อเอกชน</u> เจ้าของปัมพ์น้ำมัน&nbsp; เช่นค่าการตลาด ค่าการตลาดอยุ่ที่1.5-5บาท&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>
<p>ทำให้ประชาชนต้องจ่ายค่าน้ำมันแพงกว่าความจริงและคณะกรรมการกลางว่าด้วยสินค้าและบริการ ไม่ปฏิบัติหน้าที่ ควบคุมราคาน้ำมันเชื้อเพลิง&nbsp; แต่ปล่อยให้&nbsp;&nbsp; &nbsp;ปตท และรมตพลังงาน กำหนดราคาน้ำมันและก๊าซตามอำเภอใจ จึงเป็นผู้ร่วม หรือสนับสนุน ให้เกิดการหมกเม็ดข้อมูล เพื่อฉ้อโกงประชาชน&nbsp;&nbsp;&nbsp; เป็นการการกระทำ ที่ขัดต่อ กฎหมายอาญามาตรา 341&nbsp; <strong>&nbsp;&nbsp;มาตรา</strong> 148&nbsp;&nbsp; มาตรา 152มาตรา 157&nbsp;&nbsp;&nbsp; ขัดประมวลจริยะ ธรรมนักการเมือง&nbsp;&nbsp; ข้อ 6 (5)&nbsp;&nbsp; ข้อ 8&nbsp; ข้อ 9&nbsp;&nbsp; ข้อ14&nbsp; และรัฐธรรมนูญมาตรา 66&nbsp; 67&nbsp; 84(4) (6) &nbsp;&nbsp;&nbsp;ขัดประมวลจริยธรรม ข้าราชการพลเรือน ข้อ<strong>ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน&nbsp;&nbsp; </strong></p>
<p>จ.1.4&nbsp; กำหนดราคาก๊าซNGV เอื้อเอกชนผู้ถือหุ้นในเครือปตท .</p>
<p>&nbsp;ก่อนที่จะมีการลอยตัวเอ็นจีวี ปตท. มักจะพูดอยู่เสมอว่า มีผลขาดทุนสะสมจากการขายก๊าซเอ็นจีวีอยู่ 30,000 ล้านบาท แต่ขณะเดียวกัน ก็ไม่เคยแสดงหลักฐานการซื้อขายNGV จริง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;จากข้อมูลของ สนพ. หลังจากลอยตัวก๊าซที่ใช้ในภาคขนส่ง ในปี 2555 ปตท. จะมีรายรับจากการขายเอ็นจีวีเพิ่มขึ้นจากเดิมเดือนละ 1,758 ล้านบาท เป็น 2,999 ล้านบาท ส่วนแอลพีจีจะมีรายรับเพิ่มขึ้นจากเดิมเดือนละ 1,460 ล้านบาท เป็น 2,117 ล้านบาท</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ประการสำคัญราคาเนื้อก๊าซที่ ปตท. นำมาแสดงต่อสาธารณชนเป็นราคาที่สูงเกินจริงถึง 4 เท่าตัว เพราะ ปตท. ไม่เคยแสดงหลักฐาน ว่าเนื้อก๊าซที่ไปซื้อมาจากปากหลุมราคาเท่าไหร่ แต่ไปเอาราคาก๊าซเอ็นจีวีที่ขายให้กับ กฟผ. มาแสดง แล้วก็บอกว่านี่ราคาต้นทุนเนื้อก๊าซ</p>
<p><strong>&nbsp;ตามข้อมูลของ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ราคาก๊าซปากหลุมที่ปตทซื้อ ราคาตำกว่าตลาดโลกตั้งแต่ </strong><strong>45-67% </strong><strong><u>ราคาก๊าซของไทยแค่</u></strong><strong><u>2</u></strong><strong><u>บาทเท่านั้น</u></strong><strong><span dir="RTL">(</span></strong><strong><span dir="RTL">และราคาตลาดโลกลดลงไปเรื่อยๆ&nbsp; เอกสารแนบ</span></strong><strong><span dir="RTL">&#8230; </span></strong><strong>16<span dir="RTL">.&nbsp;&nbsp; </span></strong><strong><span dir="RTL">แต่ ปตท</span></strong><strong><span dir="RTL">.</span></strong><strong><span dir="RTL">กลับอ้างต้นทุนตนเองสูง และ เพิ่มราคาจนประชาชนเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ส่วน ปตท</span></strong><strong><span dir="RTL">.</span></strong><strong><span dir="RTL">สผ</span></strong><strong><span dir="RTL">.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span></strong><strong><span dir="RTL">ปตท</span></strong><strong><span dir="RTL">.&nbsp; </span></strong><strong><span dir="RTL">กรรมการบริษัท ในเครือ&nbsp; และ ผู้ถือหุ้นต่าง</span></strong><strong> ร่ำรวยถ้วนหน้าโดยขูดรีดจากประชาชนทุกหมู่เหล่า&nbsp;&nbsp; </strong><strong><span dir="RTL">)&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span></strong><strong><span dir="RTL">แต่ปตท</span></strong><strong><span dir="RTL">.</span></strong><strong><span dir="RTL">กลับอ้างขาดทุนก๊าซ</span></strong><strong><span dir="RTL">NGV&nbsp;&nbsp;&nbsp; </span></strong><strong><span dir="RTL">ทั้งที่บริษัทลูก กำไรจากการขายก๊าซให้กับปตท หลายหมื่นล้าน </span></strong></p>
<p>จ.1.5&nbsp;&nbsp; ขึ้นราคา LPG&nbsp;&nbsp; โดยเอื้อเอกชน&nbsp; และฉ้อโกงประชาชน จากราคาก๊าซLPG เดือน ธันวาคม 2554&nbsp;&nbsp; ราคาขายก๊าซอยู่ที่ 18.13 บาทต่อลิตร&nbsp; เมื่อมีมติครม. ให้ขึ้นราคาก๊าซ เมื่อวันที่ 4 ตค 54&nbsp;&nbsp;&nbsp; โดยอ้างต้องนำเข้า LPG ตามต้นทุนที่แท้จริง&nbsp; ปรากฎว่า ราคาที่เพิ่มขึ้นในเดือน เมษายน 2555 &nbsp;&nbsp;&nbsp;(เอกสารแนบ 9 ) ราคาก๊าซ LPG อยู่ที่&nbsp; 20.38 บาทต่อลิตร สำหรับรถยนต์&nbsp; <u>และ </u><u>30.13 </u><u>บาทต่อลิตร สำหรับภาคอุตสาหกรรม&nbsp; และส่วนที่เพิ่มจากราคาเดิมคือ เงินในกองทุนน้ำมัน </u><u>(2)&nbsp; </u><u>โดยเพิ่มขึ้น&nbsp; </u><u>2.1027 </u><u>บาทต่อลิตร สำหรับก๊าซใช้ในรถยนต์&nbsp; และ </u><u>11.215 </u><u>บาทต่อลิตร</u> สำหรับก๊าซในภาคอุตสาหกรรม&nbsp;&nbsp;&nbsp; ซึ่งกองทุนเหล่านี้เอาเงิน ไปชดเชย การนำเข้าก๊าซโพรเพนและบิวเทนใน ภาคอุตสาหกรรมปิโตรเคมี และไม่ปรากฎการแสดง ราคาก๊าซเหล่านี้ ในภาคปิโตรเคมี ซึ่งเป็นบริษัทลูกของปตท .&nbsp;&nbsp; รวมทั้งก๊าซที่ได้จากการ ขุดเจาะในประเทศ&nbsp; มีปริมาณพอเพียง ต่อใช้ ในภาคครัวเรือน และยานยนต์&nbsp;&nbsp;&nbsp; ทั้งก๊าซธรรมชาติที่ขุดได้ในประเทศ ปริมาณเกินความสามารถ ในการกลั่น ต้องนำก๊าซทั้งหมดที่ขุดจากหลุม ส่งไปผลิตไฟฟ้า และเผาทิ้งส่วนหนึ่งเพราะ โรงแยกก๊าซไม่เพียงพอ ต่อปริมาณ ก๊าซธรรมชาติที่ขุดได้ในประเทศ​ซึ่งเป็นการกำหนดนโยบาย&nbsp; และการบริหารเพื่อให้เกิดการนำเข้า ก๊าซและ เป็นก๊าซ เพื่อปิโตรเคมี&nbsp;&nbsp; ไม่ใช่เพื่อครัวเรือน จึงเป็นการฉ้อโกงประชาชน โดยอาศัย มติครม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สัดส่วนรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ 10 อันดับแรกของ ปตท. ณ วันที่ 9 กันยายน 2554&nbsp;&nbsp; ปตท ถือหุ้น 51%&nbsp;&nbsp; ที่เหลือเอกชนถือหุ้น&nbsp;&nbsp; ส่วนบริษัท ปตท สผ&nbsp;&nbsp; มีปตท ถือหุ้น62% ที่เหลือเอกชนถือหุ้นอยู่ด้วย&nbsp;</p>
<p><strong>จากข้อมูลในตารางจะเห็นได้ว่ากำไรปตท&nbsp;&nbsp;&nbsp; </strong></p>
<p><strong>1. </strong><strong>เพิ่มขึ้นทุกปีกว่าแสนล้านบาท&nbsp;&nbsp; </strong></p>
<p><strong>2. </strong><strong>สัดส่วนกำไร มาจากการผลิต สำรวจและขุดเจาะก๊าซ </strong><strong>70-80 %&nbsp; </strong><strong>ซึ่งเป็นบริษัทลูกในเครือปตท สัดส่วนถือหุ้น 62 % ซึ่งสามารถกำหนดทิศทางและราคา&nbsp; และการบริหารได้ทุกอย่าง&nbsp; จึงสามารถกำหนดราคาขายกีาซเอ็นจีวี&nbsp;&nbsp; เพื่อให้ปตทผส. กำไร แต่บริษัทแม่ </strong><strong>(</strong><strong>ปตท</strong><strong>.)</strong><strong>อ้างว่าขาดทุนราคาต้นทุนก๊าซ แต่แท้ที่จริงคือให้บริษัท ลูก </strong><strong>(</strong><strong>ปตทสผ</strong><strong>) </strong><strong>กำไรสูง&nbsp; เพื่อความชอบธรรมในการขอขึ้นราคาก๊าซธรรมชาติ </strong></p>
<p><strong>3. </strong><strong>ในปี</strong><strong>54 </strong><strong>กำไรสุทธิ </strong><strong>105,296 </strong><strong>ล้านบาท&nbsp; หลังหักภาษี และดอกเบี้ย&nbsp;&nbsp;&nbsp; ซึ่งส่วนใหญ่มา จากการ สำรวจและผลิต และขายก๊าซ&nbsp;&nbsp; </strong></p>
<p>4. ในไตรมาสแรกของปี 55 ปรากฎว่าปตท กำไรสุทธิ37385.78 ล้านบาท&nbsp; &nbsp;จะเห็นว่า ปตท &nbsp;ล้วนกำหนดหรือสนับสนุนให้กำหนดราคาน้ำมันและก๊าซที่สร้างความร่ำรวยแก่บริษัทปตท และบริษัทในเครือ&nbsp; ที่มีเอกชนร่วมเป็นเจ้าของอยู่ด้วย<strong>แต่ประชาชนทั่วไปทุกคนต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายด้านราคาน้ำมันและราคาสินค้าทุกอย่าง เพื่อไปชดชเยความร่ำรวยของธุรกิจของปตท และบริษัทในเครือ</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>เมื่อ วิเคราะห์ ผลการดำเนินงาน แยกตามกลุ่มธุรกิ</strong><strong>0 </strong><strong>อ้างอิงจาก รายงาน </strong><strong>56-1&nbsp; </strong><strong>ประจำปี </strong><strong>2553&nbsp;&nbsp; </strong><strong>หน้า</strong><strong> 306&nbsp; , 311</strong><strong>หน่วยล้านบาท</strong></p>
<table border="1" cellpadding="0" cellspacing="0" width="690">
<tbody>
<tr>
<td style="width:47px;">
<p><strong>ปี </strong></p>
</td>
<td style="width:85px;">
<p><strong>กำไรก่อน หักดอกเบี้ยและภาษี</strong></p>
<p><strong>(</strong><strong>ล้านบาท</strong><strong>)</strong></p>
</td>
<td style="width:104px;">
<p><strong>กำไรก่อนหัก ภาษีและดอกเบี้ย</strong></p>
<p><strong>หน่วยธุรกิจก๊าซ ธรรมชาติ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </strong><strong>(</strong><strong>ล้านบาท</strong><strong>)</strong></p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p><strong>กำไรจากธุรกิจ สำรวจและผลิต&nbsp;&nbsp; </strong><strong>(</strong><strong>ปตท สผ</strong><strong>)</strong></p>
<p><strong>(</strong><strong>ล้านบาท</strong><strong>)</strong></p>
</td>
<td style="width:85px;">
<p><strong>กำไร</strong><strong>(</strong><strong>ขาดทุน</strong><strong>) </strong><strong>จากธุรกิจน้ำมัน</strong></p>
<p><strong>(</strong><strong>ล้านบาท</strong><strong>)</strong></p>
</td>
<td style="width:66px;">
<p><strong>จากการค้า ระหว่าง ประเทศ</strong></p>
<p><strong>(</strong><strong>ล้านบาท</strong><strong>)</strong></p>
</td>
<td style="width:66px;">
<p><strong>ค่าใช้จ่ายในการบริหาร </strong></p>
<p><strong>(</strong><strong>ล้านบาท</strong><strong>)</strong></p>
</td>
<td style="width:76px;">
<p><strong>กำไรสุทธิ</strong></p>
<p><strong>ทั้งปี </strong><strong>(</strong><strong>ล้านบาท</strong><strong>)</strong></p>
</td>
<td style="width:66px;">
<p><strong>กำไรต่อหุ้น </strong><strong>(</strong><strong>บาท</strong><strong>)</strong></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td style="width:47px;">
<p><strong>2551</strong></p>
</td>
<td style="width:85px;">
<p><strong>109,882.83 </strong></p>
</td>
<td style="width:104px;">
<p><strong>48,505</strong></p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p><strong>74,643</strong></p>
</td>
<td style="width:85px;">
<p><strong>(1,720)</strong></p>
</td>
<td style="width:66px;">
<p><strong>4,310</strong></p>
</td>
<td style="width:66px;">
<p><strong>18,190</strong></p>
</td>
<td style="width:76px;">
<p><strong>66,535</strong></p>
</td>
<td style="width:66px;">
<p><strong>18</strong></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td style="width:47px;">
<p><strong>2552</strong></p>
</td>
<td style="width:85px;">
<p><strong>102,004.71 </strong></p>
</td>
<td style="width:104px;">
<p><strong>32,921</strong></p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p><strong>51570</strong></p>
</td>
<td style="width:85px;">
<p><strong>9000</strong></p>
</td>
<td style="width:66px;">
<p><strong>2016</strong></p>
</td>
<td style="width:66px;">
<p><strong>22,322</strong></p>
</td>
<td style="width:76px;">
<p><strong>68,690</strong></p>
</td>
<td style="width:66px;">
<p><strong>21</strong></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td style="width:47px;">
<p><strong>2553</strong></p>
</td>
<td style="width:85px;">
<p><strong>123,625 </strong></p>
</td>
<td style="width:104px;">
<p><strong>37,955</strong></p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p><strong>69,536</strong></p>
</td>
<td style="width:85px;">
<p><strong>9,717</strong></p>
</td>
<td style="width:66px;">
<p><strong>2,342</strong></p>
</td>
<td style="width:66px;">
<p><strong>24,196</strong></p>
</td>
<td style="width:76px;">
<p><strong>99,930</strong></p>
</td>
<td style="width:66px;">
<p><strong>29</strong></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td style="width:47px;height:60px;">
<p><strong>2554</strong></p>
</td>
<td style="width:85px;height:60px;">
<p><strong>&nbsp;155,430</strong></p>
</td>
<td style="width:104px;height:60px;">
<p><strong>46992</strong></p>
</td>
<td style="width:95px;height:60px;">
<p><strong>84,480</strong></p>
</td>
<td style="width:85px;height:60px;">
<p><strong>10,781</strong></p>
</td>
<td style="width:66px;height:60px;">
<p><strong>3,277</strong></p>
</td>
<td style="width:66px;height:60px;">
<p><strong>21,052</strong></p>
</td>
<td style="width:76px;height:60px;">
<p><strong>105,296</strong></p>
</td>
<td style="width:66px;height:60px;">
<p><strong>36.91</strong></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; นอกจากการมีน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติในประเทศแล้ว บริษัทในเครือปตท &nbsp;ยังสามารถส่งออกน้ำมัน สำเร็จรูป มูลค่ากว่าสามแสนล้านบาท&nbsp; เป็นอันดับสี่ของมวลรวมการส่งออกของประเทศ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; และเมื่อรวม ผลิตภัณฑ์ต่างๆจากน้ำมัน ดิบ เช่นเม็ด พลาสติค&nbsp; เคมีภัณฑ์&nbsp; &nbsp;น้ำมันสำเร็จรูป ส่งออกรวมมูลค่ามากกว่า800,000&nbsp; ล้านบาท&nbsp; และมีมูลค่า มากกว่าส่งออกข้าว&nbsp;</p>
<p>ผู้ประกอบการและผู้ถือหุ้น ปตท&nbsp; รวยขึ้น โกยกำไร เป็นแสนล้าน&nbsp; ส่วนกรรมการปตท กลับมีรายได้ ปีละหลายสิบล้านบาท&nbsp; ( 40-80 ล้านบาท )&nbsp; จาก โบนัส และเงินเดือนเบี้ยประชุม รวมทั้งเอกชน มีรายได้จากการปันกำไร รวมตั้งแต่ปี 2543 -2550 รวมแล้วกว่า สองแสน ล้านบาท&nbsp; (216,384.49&nbsp; ล้านบาท )แต่คนทั้งประเทศจนลง&nbsp; จากวิจัยของหอการค้า&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ทั้งนี้ รายจ่ายที่เกิดขึ้น ล้วนมาจาก ผลจากการที่ราคาน้ำมันสูงขึ้น ทำให้ค่าไฟฟ้า ต้นทุนสินค้า&nbsp;&nbsp; อาหาร ค่าบริการ&nbsp; ค่าเดินทาง ขนส่ง&nbsp;&nbsp;&nbsp; ต้นทุนไปทำงาน&nbsp; ฯลฯ&nbsp; ต้องแพงขึ้น ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่ประชาชน&nbsp; และมติดังกล่าวยังขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา&nbsp; 66&nbsp;&nbsp; มาตรา 67&nbsp; มาตรา 85(4) ที่กำหนดให้ประชาชนได้ประโยชน์จาก ทรัพยากร ของประเทศอย่างเป็นธรรม&nbsp; และสมดุลย์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ขัดต่อ <strong>มาตรา </strong><strong>84&nbsp; </strong>ด้านกระจายรายได้&nbsp;&nbsp; รัฐต้องดำเนินการตามแนวนโยบายด้านเศรษฐกิจ โดย (6)&nbsp; ดำเนินการให้มีการกระจายรายได้ อย่างเป็นธรรม&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><u>จ.2 ข้อเท็จจริงด้านการขึ้นค่าไฟฟ้า </u></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2555 ที่ผ่านมา &nbsp;นายดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. กล่าวว่า ทาง <strong>กกพ</strong><strong>. </strong><strong>มีมติปรับขึ้นค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ หรือค่าเอฟที ในงวดเดือนพฤษภาคม</strong><strong>-</strong><strong>สิงหาคม</strong><strong>55 </strong><strong>&nbsp;อีก </strong><strong>30 </strong><strong>สตางค์ต่อหน่วย&nbsp; ซึ่งจะทำให้ค่าไฟฟ้าบ้าน ปรับขึ้นประมาณ </strong><strong>3.30 </strong><strong>บาทต่อหน่วย หรือราว </strong><strong>7-8 </strong><strong>เปอร์เซ็นต์ หากผู้ใช้คนใดเคยจ่ายค่าไฟประมาณเดือนละ </strong><strong>100 </strong><strong>บาท จะต้องจ่ายค่าไฟเพิ่มขึ้นอีก </strong><strong>7-8 </strong><strong>บาท</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>ทั้งนี้ นายดิเรก&nbsp; กล่าวว่า ค่าเอฟทีที่สูงขึ้น เป็น ผลมาจาก</strong></p>
<p><strong>1 ก๊าซธรรมชาติที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้า มีราคาสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน</strong>&nbsp; อีกทั้ง</p>
<p>&nbsp;2 ความต้องการในการใช้ไฟฟ้างวดใหม่ ยังเพิ่มขึ้นด้วย ก่อนหน้านี้ มีการคาดการณ์ว่า ปริมาณการใช้ไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.69 แต่ในความเป็นจริง มีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 11.32 หรือ 51,955 ล้านหน่วย <strong>ซึ่งเป็นผลมาจากอากาศร้อน การใช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้นร้อยละ </strong><strong>14 </strong><strong>และการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรม ก็ทำให้การใช้ไฟเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ</strong> 4 &nbsp;&nbsp;ซึ่งเป็นช่วงหน้าร้อน</p>
<p>ข้อเท็จจริง&nbsp; ราคาก๊าซในตลาดโลกลดลง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; และขณะนี้เดือนกค. 55&nbsp; เลยหน้าร้อนมาแล้ว&nbsp; แต่ปตท ร่วมกัน อนุมัติ หรือสนับสนุน ให้มีการเพิ่มราคาก๊าซ&nbsp;&nbsp; และค่าไฟฟ้า และจากการที่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตอ้างว่า ต้นทุนค่าเชื้อเพลิง&nbsp; เพิ่มขึ้นเพราะท่อก๊าซ ของปตทรั่วต้องนำเข้าน้ำมันเตามาผลิตกระแสไฟฟ้า และการใช้ไฟฟ้าในอัตราสูง แต่ปัจจุบัน ราคาก๊าซ ธรรมชาติในตลาดโลกลดลงมาก และราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกลดลง&nbsp; แต่การไฟฟ้าขอเพิ่มค่าเอฟที 30 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งข้ออ้างต่างๆ อ.ประสาทมีแต้ม ได้เขียนไว้ในผู้จัดการดังนี้</p>
<p>คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน&nbsp; ได้ประกาศขึ้นค่าไฟฟ้าเอฟที อีก 30 สตางค์ โดยอ้าง ราคาก๊าซขึ้นราคา และต้องใช้น้ำมันเตาทดแทน แต่จากการศึกษาข้อมูลของดร.ประสาท มีแต้มพบว่าสัดส่วนน้ำมันเตาใช้เพียง.&nbsp;&nbsp; 0.08%. ไม่ได้มีผลกระทบใดๆ ต่อต้นทุนการผลิต ไฟฟ้า ทั้งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตยังยินยอม ให้ปตท ขายก๊าซแพง <u>กว่าขายให้เอกชนรายอื่นๆในไทย</u><strong><u> 30 </u></strong><u>บาทต่อล้านบีทียู&nbsp;&nbsp; และแพงกว่า อเมริกา </u><strong><u>70 </u></strong><u>บาทต่อล้านบีทียู ทำให้ต้นทุน ค่าไฟฟฟ้า&nbsp; ก๊าซ หนึ่งล้านบีทียู ผลิตไฟฟ้าได้ </u><strong><u>120 </u></strong><u>หน่วย&nbsp;&nbsp; ทำให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าแพงขึ้นกว่าทั่วไปอีก </u><strong><u>25 </u></strong><u>สตางค์</u><u> ต่อยูนิท&nbsp;&nbsp; </u>ซึ่งแสดงถึงการไฟฟ้าฝ่ายผลิต&nbsp; และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมกันสนับสนุน หรือร่วมอนุมัติหรือเป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์ ราคาก๊าซ เพื่อเอื้อประโยชน์แก่บริษัทในเครือปตท และเอกชนผู้ถือหุ้น&nbsp;&nbsp; เป็นการใช้ดุลย์พินิจที่มิชอบ เพื่อประโยชน์ตนเอง <u>หรือผู้อื่น&nbsp; แม้นจะอ้างเรื่องกฎหมายให้อำนาจ ที่มีสิทธิเป็นกรรมการในหลายบริษัทในเครือปตท&nbsp; หรือมิให้อำนาจคณะกรรมการการ กกพ</u><strong><u>.</u></strong><u> ในการ&nbsp; แต่ก็เป็นการร่วมกันเสนอร่างกฎหมายและผ่านกฎหมาย&nbsp;&nbsp; เพื่อเอื้อประโยชน์ตนเองและพวกพ้องจากการ มีผลประโยชน์ทับซ้อนที่ถูกกฎหมาย เพราะทั้งอัยการ สูงสุด&nbsp; ผู้มีหน้าที่ตรวจสอบ&nbsp;&nbsp;&nbsp; เลขาสำนักงานกฤษฎีกา&nbsp;&nbsp;&nbsp; เจ้าหน้าที่ สตง ล้วนมีหน้าที่ตรวจสอบ&nbsp; ความโปร่งใส และ หรือ การทุจริต&nbsp; แต่กลับ ไปเป็นกรรมการบริษัท ซึ่งมีค่าตอบแทน เป็นล้านๆบาท เป็นการออกกฎหมายเพื่อให้ตนเอง&nbsp; หรือผู้อื่นกระทำถูกกฎหมาย และเอื้อประโยชน์ตนเองและ หรือพวกพ้อง ขัดประมวลจริยธธรรมตาม รัฐธรรมนูญมาตรา </u><strong><u>279</u></strong></p>
<p>&nbsp;และนับตั้งแต่เดือน มิถุนายน ถึงกันยายน&nbsp; 2555 ผู้ใช้ไฟฟ้าจะต้องเสียค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีก 30 สตางค์ต่อหน่วย ทั้งประเทศเราใช้ไฟฟ้าปีละประมาณ 1.5 แสนล้านหน่วย ส่งผลให้เงินในกระเป๋าของประชาชนต้องนำไปส่งส่วย สร้างความร่ำรวย แก่คณะกรรมการบอร์ด คณะกรรมการ และเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนที่อยู่ในบริษัทในเครือปตท รวมทั้งผู้ถือหุ้น เครือปตท <u>ที่มีเอกชนเกือบครึ่ง&nbsp; อีก </u><u>4.5 </u><u>หมื่นล้านบาทต่อปี</u> ยังไม่นับค่าราคาสินค้าที่ จะเพิ่มตามมาอีกมากมาย</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ยังผลให้ปตท กำไรจากการขายก๊าซ&nbsp; แต่ละปีเป็นหมื่นๆล้าน เช่นปี 53 กำไรเฉพาะจากส่วนของการค้าก๊าซ ธรรมชาติ 37,954 ล้านบาท&nbsp;&nbsp;&nbsp; ปี&nbsp; 54 กำไร จากก๊าซ 46,992&nbsp; ล้านบาท&nbsp; และบริษัท ปตท สผ.ที่เป็นบริษัทขุดเจาะ และสำรวจ แหล่งพลังงานและเป็นบริษัทที่ขายก๊าซให้ ปตท กำไร ปี 52กำไร51,570&nbsp; ปี 53กำไร 69,536ล้านบาท</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><u>สำหรับค่าเอฟที&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </u></p>
<p style="margin-left:7.1pt;">เหตุผลที่ใช้ในการขอขึ้นค่าเอฟทีครั้งนี้คือ</p>
<p style="margin-left:7.1pt;"><strong>หนึ่ง</strong>สาเหตุหลักเกิดจากความเชื่อว่าน้ำมันเตาเป็นตัวแปร หลักในการกำหนดราคาก๊าซ ธรรมชาติ (ไทยใช้ก๊าซธรรมชาติผลิตไฟฟ้า 70% ของทั้งหมด) เมื่อน้ำมันดิบขึ้นราคา ก๊าซธรรมชาติก็ขึ้นตามไปด้วย&nbsp; แต่ความจริงคือราคาก๊าซ&nbsp; และน้ำมันในตลาดโลกลดลง&nbsp; ในเดือนพค ,มิย 55&nbsp;&nbsp; และราคาน้ำมันมิได้ขึ้นสูงมากเหมือนปี 2551 ที่ขึ้นไปถึง 145 $ต่อบาเรลล์ ที่ราคาค่าไฟฟ้าอยู่ที่สองบาทกว่า&nbsp; ปัจจุบันอยู่ที่ 80-85 $ต่อบาเรลล์&nbsp; ราคาไฟฟ้ากว่าสามบาทต่อหน่วย</p>
<p style="margin-left:7.1pt;"><strong>สอง </strong>ราคาก๊าซธรรมชาติได้เพิ่มขึ้นจาก 292.65 เป็น 301.28 บาทต่อล้านบีทียู (เพิ่มขึ้น 8.63 บาท)</p>
<p style="margin-left:7.1pt;"><strong>&nbsp;เมื่อ</strong> กค 2551 ราคาน้ำมันสูงสุด อยู่ที่ 145$/บาเรลล์&nbsp;&nbsp; ค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 2บาทกว่า เดือนมิย 55 ราคาน้ำมันดิบโลกอยู่ที่ 80-85 $ /บาเรลล์ แต่ค่าไฟฟ้า กลับพุ่งขึ้นเป็นประมาณ 3.30 บาท&nbsp;&nbsp; <u>ทั้งราคาก๊าซในตลาดโลกก็ลดลง มาก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; แต่ กลับมมีมติครม</u><u>.</u><u>ให้ขึ้นราคาก๊าซตามต้นทุนไทยที่แพงเกินจริงเวลา ราคาน้ำมันโลกสูงกว่า ต้นทุนไทยก็อ้างอิงราคาน้ำมันโลก เวลา ราคาก๊าซ ตลาดโลก ถูกกว่าต้นทุนไทย ก็อ้างอิง ราคาไทย&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;ทั้งปตท และรมตพลังงาน &nbsp;ล้วนร่วมกัน เป็นผู้ออกกฎหรือสนับสนุนให้ออกกฎ หรือ ผู้ใช้กฎที่ ทั้งหมดเพื่อ ผลประโยชน์ที่เอื้อเอกชนทั้งสิ้น</u>ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อเอื้อประโยชน์เอกชนผู้ถือหุ้น&nbsp; ผิดกฎหมายอาญามาตรา 157 &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>
<p style="margin-left:7.1pt;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>
<p style="margin-left:7.1pt;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ส่วนที่ว่าราคาก๊าซจะขึ้นไปอยู่ที่ 301.28 บาท ดังนั้นต้นทุนค่าก๊าซในการผลิตไฟฟ้าไทยจะอยู่ที่ 2.51 บาทต่อหน่วย &nbsp;( จากรายงานประจำปี 2553 ของ กฟผ. ตัวเลขอยู่ที่ 1.824 บาท)</p>
<p style="margin-left:7.1pt;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp; <strong>ถ้ายึดตามตัวเลขของ กฟผ</strong><strong>.</strong>ที่ ว่าราคาก๊าซจะเพิ่มขึ้น 8.63 บาทต่อล้านบีทียู จะทำให้ค่าไฟฟ้า เพิ่มขึ้นเพียง 7.17 สตางค์ต่อหน่วยเท่านั้น ไม่ใช่ 57.45 สตางค์ ส่วนที่ว่าราคาน้ำมันดีเซล น้ำมันเตาสูงขึ้น นั้นเป็นส่วนเล็กน้อย มาก เพราะเราใช้แค่นิดเดียวคือ 0.8 และ 0.02%&nbsp;&nbsp; (ที่มาอ.ประสาท. มีแต้ม)</p>
<p>ถือหมกเม็ดบิดเบือนข้อมูล <u>เอื้อประโยชน์เอกชนทางอ้อม</u></p>
<p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ทั้งหมดคือลับลวงพราง และ&nbsp;&nbsp; ปตท. โจรหรือนักบุญ&nbsp;&nbsp; สุดแสบ&nbsp;&nbsp; ร่วมกับ นักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐ และนักการเมือง&nbsp;&nbsp; ให้เราๆท่านคิดกันเอาเองจะทำอะไร และอย่างไรให้ประเทศเรา </strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaingo.org/web/2012/08/27/%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%95/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สรุปสาระสำคัญๆ ที่ปรากฎในร่าง พรบ. ส่งเสริมโอกาสและความเสมอภาคระหว่างเพศ</title>
		<link>http://thaingo.org/web/2012/08/27/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b9%86-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%8-2/</link>
		<comments>http://thaingo.org/web/2012/08/27/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b9%86-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%8-2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 27 Aug 2012 11:00:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>webmaster</dc:creator>
				<category><![CDATA[รายงานพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[เศษฐกิจ-สังคม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaingo.org/web/?p=6300</guid>
		<description><![CDATA[ฉบับ รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่สมควรได้รับการพิจารณาทบทวนและแก้ไข ดังนี้ ข้อยกเว้น &#8220;เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุผลทางวิชาการ ทางศาสนา หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ&#8221; ต้องยกออก&#160; เพราะขัดหลักการ CEDAW (โปรดดูข้อสังเกตที่กระทรวงการต่างประเทศทักท้วงไว้ และ มติ ครม. วันที่ 2 เมย. 2555 ข้อ 2 ได้มีมติให้ยกออกแล้ว) เหตุผลในการตรากฎหมาย : ไม่อ้่างสาระสำคัญเรื่องสิทธิมนุษยชนตามรัฐธรรมนูญ ไม่ได้อ้างพันธกรณีที่ประเทศไทยได้ลงนามอนุสัญญาขจัดการเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิงในทุกรูปแบบ (CEDAW) คำนิยาม&#160;: กำกวม ไม่ชัดเจน ไม่ครอบคลุมอีกหลาย &#34;คำ&#34; ที่ควรนิยาม โดยเฉพาะอย่้างยิ่ง &#34;การส่งเสริมโอกาส&#34; &#34;การคุ้มครอง&#34; &#34;มาตรการพิเศษ&#34; &#34;ผู้ที่สมควรได้รับการส่งเสริมโอกาสและคุ้มครองเป็นพิเศษ&#34; (เพราะไม่มีัเรื่องพวกนี้ในร่างกฎหมายฉบับนี้&#8230;ซึ่งต้องมี!) นายกรัฐมนตรี ต้องเป็นผู้รักษาการตาม พรบ. ฉบับนี้ &#160;ไม่ใช่ รัฐมนตรี (ซึ่งร่าง พรบ. ไม่ระบุว่าเป็น รมว. กระทรวงใดด้วยซ้ำ!) เพราะความไม่เสมอภาคระหว่้างเป็นเพศเป็นปัญหาระดับชาติ &#160;ไม่ใช่ปัญหาระดับกระทรวง ทบวง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ฉบับ รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่สมควรได้รับการพิจารณาทบทวนและแก้ไข ดังนี้</p>
<p>	<a class="highslide" href="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/08/news270855-33.jpg" onclick="return vz.expand(this)"><img alt="" class="aligncenter size-full wp-image-6304" height="233" src="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/08/news270855-33.jpg" title="news270855-3" width="350" /></a></p>
<ol>
<li><u>ข้อยกเว้น &ldquo;</u>เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุผลทางวิชาการ ทางศาสนา หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ&rdquo; ต้องยกออก&nbsp; เพราะขัดหลักการ CEDAW (โปรดดูข้อสังเกตที่กระทรวงการต่างประเทศทักท้วงไว้ และ มติ ครม. วันที่ 2 เมย. 2555 ข้อ 2 ได้มีมติให้ยกออกแล้ว)</li>
</ol>
<ol>
<li value="2">เหตุผลในการตรากฎหมาย : ไม่อ้่างสาระสำคัญเรื่องสิทธิมนุษยชนตามรัฐธรรมนูญ ไม่ได้อ้างพันธกรณีที่ประเทศไทยได้ลงนามอนุสัญญาขจัดการเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิงในทุกรูปแบบ (CEDAW)</li>
</ol>
<ol>
<li value="3">คำนิยาม&nbsp;: กำกวม ไม่ชัดเจน ไม่ครอบคลุมอีกหลาย &quot;คำ&quot; ที่ควรนิยาม โดยเฉพาะอย่้างยิ่ง &quot;การส่งเสริมโอกาส&quot; &quot;การคุ้มครอง&quot; &quot;มาตรการพิเศษ&quot; &quot;ผู้ที่สมควรได้รับการส่งเสริมโอกาสและคุ้มครองเป็นพิเศษ&quot; (เพราะไม่มีัเรื่องพวกนี้ในร่างกฎหมายฉบับนี้&#8230;ซึ่งต้องมี!)</li>
</ol>
<ol>
<li value="4">นายกรัฐมนตรี ต้องเป็นผู้รักษาการตาม พรบ. ฉบับนี้ &nbsp;ไม่ใช่ รัฐมนตรี (ซึ่งร่าง พรบ. ไม่ระบุว่าเป็น รมว. กระทรวงใดด้วยซ้ำ!) เพราะความไม่เสมอภาคระหว่้างเป็นเพศเป็นปัญหาระดับชาติ &nbsp;ไม่ใช่ปัญหาระดับกระทรวง ทบวง กรม เท่านั้น</li>
</ol>
<ol>
<li value="5">การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมอันเนื่องมาจากความแตกต่างระหว่างเพศ&nbsp;มีขอบข่ายมาก ต้องระบุให้ชัดเจน จะกำกวมหรือจะไปรอประกาศในกฎกระทรวงโดยภาครัฐ (ที่อาจ &quot;ตาบอดในเรื่องความเสมอภาคระหว่างเพศ&quot;) ไม่ได้</li>
</ol>
<ol>
<li value="6">ร่าง พรบ. ฉบับของรัฐบาลไม่มีการระบุเรื่องการคุ้มครองและการส่งเสริืมโอกาสและความเสมอภาคระหว่างเพศเลย&nbsp;แต่ชื่อกฎหมายกลับมีคำว่า &quot;ส่งเสริมโอกาส&quot;!&nbsp;</li>
</ol>
<ol>
<li value="7">คณะกรรมการส่งเสริมโอกาสและความเท่าเทียมระหว่างเพศ (อทพ.)&nbsp;: กรรมการโดยตำแหน่งควรมีทุกกระทรวงภาครัฐ และควรต้องเพิ่ม อัยการ สนง.ตำรวจแห่งชาติ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ และองค์กรภาคธุรกิจ และ องค์กรสตรีภาคประชาสังคมด้วย ส่วนผู้ทรงคุณวุฒิควรเพิ่มสาขาด้านสิทธิมนุษยชนและด้านสตรีศึกษาและสถาบันการศึกษาด้วย โดยในหน่วยงานที่ไม่ใช่้ภาครัฐไม่ควรสรรหาและเสนอชื่อโดยรัฐมนตรี แต่ควรสรรหากันเองและนำเสนอชื่อให้นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งต่อไป และควรกำหนดสัดส่วนหญิงชายในคณะกรรมการให้ใกล้เคียงกันตามรัฐธรรมนูญมาตรา 87 วรรคท้าย</li>
</ol>
<ol>
<li value="8">คุณสมบัติของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งเป็นคณะกรรมการ อทพ. ทุกคนไม่ว่าจะมาโดยตำแหน่งหรือได้รับการแต่งตั้งจากการสรรหากันเองของหน่วยงานต่างๆ จะต้องไม่เป็นผู้ที่เคยต้องคดีหรือกระทำความผิดทางเพศมาก่อน</li>
</ol>
<ol>
<li value="9">อำนาจหน้าที่ของ อทพ. ในเรื่องกำหนดเกณฑ์ แนวทาง ระเบียบปฏิบัติ ใดๆ (ถ้ามี) ต้องมีกรอบเวลากำกับไว้ด้วย</li>
</ol>
<ol>
<li value="10">คณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ (วลพ.) ไม่ควรมาจากการแต่งตั้งของ ครม. โดยการเสนอชื่อของ อทพ. เพราะจะกลายเป็นคณะกรรมการเล็กในคณะกรรมการใหญ่ ซึ่งไม่เหมาะสม &nbsp;หากแต่ กรรมการ&nbsp;วลพ.ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติที่เหมาะสมและเป็นทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญในเรื่องการเลือกปฏิบัติและความไม่เสมอภาคระหว่างเพศอย่างแท้จริง</li>
</ol>
<ol>
<li value="11">อำนาจหน้าที่ของ วลพ.&nbsp;ต้องมีการทบทวนและแก้ไข เพื่อมิให้เป็นการไปรอนสิทธิหรือกระทบสิทธิของผู้ร้องในการดำเนินคดีตามกระบวนยุึติธรรมอืื่นๆ ที่กกฎหมายอื่นกำหนดให้กระทำได้</li>
</ol>
<ol>
<li value="12">สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมโอกาสและความเสมอภาคระหว่างเพศ&nbsp;ต้องเป็นสำนักงานที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อปฏิบัติภารกิจตามพระราชบัญญัตินี้โดยเฉพาะ &nbsp;ซึ่งไม่ใช่ภาระกิจที่สำนักกิจการสตรีและครอบครัว (สค.) ซึ่งเป็นหน่วยงานของภาครัีฐสังกัดกระทรวง พม. จะทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจะต้องมี &quot;เลขาธิการสำนักงาน&quot; ที่ไม่ใช่ข้าราชการประจำ &nbsp;แต่ควรเป็นผู้ที่มีความสามารถและมีคุณสมบัติเหมาะสมกับการทำงานเพื่อผลัีกดันให้เกิดความเสมอภาคระหว่างเพศและขจัดการเลือกปฏิบัติได้อย่างแท้จริง &nbsp;ซึ่งจะต้องมีการรับสมัคร คัดเลือก สรรหา ตามกระบวนการอย่างโปร่งใสและควรมีการแสดงวิสัยทัศน์ด้วย</li>
</ol>
<ol>
<li value="13">คณะกรรมการบริหารกองทุนต้องมาจากการสรรหามิใช่มาจากการแต่งตั้งโดย สทพ. เพื่อความโปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ รวมทั้งยังแยกอำนาจบริหารจัดการจากฝ่ายนโยบาย (สทพ.) ออกจากฝ่ายบริหารกองทุนด้วย และภารกิจนี้ไม่ควรกระจุกตัวอยู่แต่ในหน่วยงานเล็กๆ ของภาครัฐ</li>
</ol>
<ol>
<li value="14">ส่วนหนึ่งของเงินของกองทุนควรมาจากเงินงบประมาณแผ่นดินประจำปีในสัดส่วน ร้อยละ 1 ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามหลักการ Gender Budgeting หรือการจัดสรรงบประมาณเพื่อการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศที่แท้จริง</li>
</ol>
<ol>
<li value="15">การกำหนดให้ &ldquo;เจ้าพนักงานดังต่อไปนี้เห็นว่าผู้กระทำผิดไม่ควรรับโทษจำคุกหรือไม่ควรถูกฟ้องร้องให้มีอำนาจเปรียบเทียบ ดังต่อไปนี้ (๑)ผู้อำนวยการ สำหรับความผิดที่เกิดขึ้นในกรุงเทพ (๒)ผู้ว่าราชการจังหวัด สำหรับความผิดที่เกิดขึ้นในจังหวัดอื่นซึ่งเป็นกระบวนการเปรียบเทียบปรับ (มาตรา 36) และเลิกคดี (มาตรา 36 วรรคท้าย) ต้องทบทวนและแก้ไข</li>
</ol>
<ol>
<li value="16">บทกำหนดโทษ&nbsp;ควรมีการทบทวนโดยควรให้สอดคล้องกับหลักการลงโทษตามความหนักเบาของความผิด &nbsp;โดยโทษปรับควรหลักการปรับตามการประเมินความเสียหาย (punitive damages) มาใช้ด้วยแทนที่จะกำหนดอัตราตายตัว และย้ำอีกครั้งว่าการกำหนดให้ &quot;</li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;<br />
	&nbsp;</p>
<p align="right">ดร. สุธาดา เมฆรุ่งเรืองกุล</p>
<p align="right">ผู้ประสานงานเครือข่ายผู้หญิงพลิกโฉมประเทศไทย<br />
	มือถือ 081 809 5401</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; Email: sutada.mod@gmail.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaingo.org/web/2012/08/27/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b9%86-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%8-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แฉ กลโกง 8 ชั้นของ ปตท.</title>
		<link>http://thaingo.org/web/2012/08/27/%e0%b9%81%e0%b8%89-%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b8%87-8-%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%9b%e0%b8%95%e0%b8%97/</link>
		<comments>http://thaingo.org/web/2012/08/27/%e0%b9%81%e0%b8%89-%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b8%87-8-%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%9b%e0%b8%95%e0%b8%97/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 27 Aug 2012 10:43:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>webmaster</dc:creator>
				<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[รายงานพิเศษ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaingo.org/web/?p=6297</guid>
		<description><![CDATA[&#160; &#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160;&#160; ผู้ร่วมแฉคนที่ 1 คือ คุณ : KU_EE &#160; &#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p>
	&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp; ผู้ร่วมแฉคนที่ 1 คือ คุณ : KU_EE &nbsp;<br />
	&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp; ที่มา &#8230;<a href="http://www.gasthai.com/article/html/351.html">http://www.gasthai.com/article/html/351.html</a></p>
<p><a class="highslide" href="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/08/news270855-2.jpg" onclick="return vz.expand(this)"><img alt="" class="alignleft size-full wp-image-6298" height="148" src="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/08/news270855-2.jpg" title="news270855-2" width="230" /></a></p>
<p><u>โกงขั้นที่ </u><u>1&nbsp; </u>คิดต้นทุนเทียมเอาน้ำมันจากแผ่นดินไทยคิดราคาฝรั่ง น้ำมันในประเทศขุดได้&nbsp; 142 ล้านลิตรต่อวัน (นำเข้าจำนวนหนึ่งล้านล้านบาท ส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปและผลิตภัณฑ์จากน้ำมันแปดแสนล้านบาท) แต่อ้างอิงราคาตลาดโลกโดยมีมติครม 21 พค34 ;ทำให้คนไทยที่มีทรัพยากรของประเทศไทยกว่าครึ่งที่ขุดได้ในแต่ละวันแต่ต้องซื้อราคาตลาดโลกตามมติครม&nbsp; 21 พค 2534 ที่สนับสนุนให้โกงขั้นที่ 1&nbsp; และต้นทุนการขุดเจาะอยู่ที่ 1.60 บาทต่อลิตร ประเทศไทยมีก๊าซอันดับ24 และน้ำมันอันดับที่33ของโลกที่มา EIA เวบไซด์อมเริกา</p>
<p>โกงขั้นที่ 2&nbsp; กำไรหน้าโรงกลั่นลิตรละ 5-6 บาทเทียบจากราคาน้ำมันดิบตลาดโลกแต่ส่วนใหญ่น้ำมันดิบมาจากไทยกว่าครึ่งแต่คิดราคาฝรั่งจนทำให้โรงกลั่นกำไรถ้วนหน้า</p>
<p>โกงขั้นที่ 3&nbsp; กองทุนน้ำมันเก็บจากก๊าซLPG&nbsp; หรือน้ำมันลิตรหรือกกละ 2-12 บาท สุดแสบเอาไปโป๊ะการนำเข้าLPGที่ส่วนใหญ่ภาคปิโตรเคมีใช้เพิ่มขึ้นมากและLPGในประเทศเหลือใช้หากภาคปิโตรเคมีไม่นำเอาไปใช้เพื่อการส่งออก&nbsp; (มูลค่าส่งออกจากผลิตภัณฑ์น้ำมันในรูปของเม็ดพลาสติดและเคมีภัณฑ์สูงถึง 500,000 ห้าแสนล้านบาท)ซึ่งอัตราการใช้เพิ่มของLPGในภาคปิโตรเคมีเพิ่มสูงถึง 62 % ในขณะที่ภาคครัวเรือนภาคขนส่ง ภาคอุตสาหกรรมอื่นที่ไม่ใช่ปิโตรเคมีในใช้ปริมาณเพิ่มขึ้นเพียง 38% กำไรปิโตรเคมีเช่นบริษัท PTTGC&nbsp; ( Global Chemical )&nbsp; ปี 54 กำไร 2111ล้านบาท กำไรเพิ่มเป็น 9800 ล้านบาทในไตรมาสแรก (มค-มีค ) ปี55&nbsp;&nbsp; เวลาเพียงหนึ่งในสี่ของปี</p>
<p>โกงขั้นที่ 4&nbsp; ก๊าซLPGขุดได้ในประเทศ กว่า70%&nbsp; นำเข้าเพียงสามสิบ% แต่อ้างอิงราคาตลาดโลกตามมติครม. เปรียบเทียบผลิตสินค้าในเมืองไทยแต่คิดราคาต่างประเทศ</p>
<p>โกงขั้นที่ 5&nbsp; ก๊าซธรรมชาติเพียงพอใช้แต่ไม่สร้างโรงแยกก๊าซให้เพียงพอเพื่อนำเข้าส่วนหนึ่งเพื่อ อ้างอิางราคาตลาดโลกยังผลให้ปตทกำไรจากสัดส่วนการทำธุรกิจก๊าซและสำรวจกว่า 80,000 ล้านบาทจากที่กำไรทั้งสิ้น 125,000 ล้าน&nbsp; เท่านั้นยังไม่พอยังโฆษณาหมกเม็ดชวนเชื่อประชาชนให้จ่ายราคา LPG เพิ่ม</p>
<p>โกงขั้นที่ 6&nbsp;&nbsp; การซื้อขายราคาน้ำมันไม่ได้ซื้อขายรายวันและการซื้อขายก๊าซมักทำเป็นสิบๆปีไม่ได้ขึ้นลงรายวันแต่เจ้าหน้าทีมักอ้างอิงว่าต้องขึ้นตามตลาดโลกและมักขึ้นมากกว่าลง ยังผลให้คนไทยใช้ราคาน้ำมันและก๊าซแพง</p>
<p>	โกงขั้นที่ 7&nbsp; นำเงินลงทุนเกาะแคย์แมนแต่ไร้ผลกำไรแปลว่า &hellip;.?</p>
<p>โกงขั้นที่ 8&nbsp;&nbsp; ไม่ยอมคืนท่อก๊าซให้รัฐแต่นำค่าผ่านท่อที่เป็นของรัฐเก็บจากประชาชนเข้า ปตท. มีเอกชนถือหุ้นกว่าครึ่ง</p>
<p>
	&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;</p>
<p>	&nbsp;</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp; ผู้ร่วมแฉ คนที่ 2 คือ คุณ พท.พญ.กมลพรรณชีวพันธ์ศรี<br />
	&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <a href="mailto:kamolpanch@gmail.com,www.thammapiban.com">kamolpanch@gmail.com,www.thammapiban.com</a>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผลประโยชน์ของ ปตท. มาจาก 2 ทาง กล่าวคือเป็นผลพลอยได้ (by product) ที่ได้จากการกลั่นน้ำมันในสัดส่วนประมาณ 40% ส่วนที่เหลือประมาณ 60% ซึ่งเป็นส่วนหลักนั้นได้จากผลพลอยได้ (by product) ที่เหลือมาจากการแยกก๊าซธรรมชาตินั่นเอง   โดยหลักการของการกำหนดราคาก๊าซธรรมชาติตั้งแต่ปากหลุมนั้นใช้วิธีคิดจากต้นทุนหรือ cost plus นั่นคือเอาต้นทุนบวกด้วยกำไรพอสมควรเป็นหลักการที่ใช้มาตลอดและเป็นที่ยอมรับตัวอย่างเช่นราคาก๊าซธรรมชาติที่ปตท. ขายให้การไฟฟ้าคิดจากราคาเนื้อก๊าซเฉลี่ยที่ปากหลุมบวกกับค่ากำไรหรือ margin แล้วบวกกับต้นทุนส่วนเพิ่มที่คิดบนค่าผ่านท่อประเด็นก็คือว่าก๊าซหุงต้ม (LPG) เมื่อเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการแยกก๊าซธรรมชาติหรือผลพลอยได้จากการกลั่นน้ำมันต้นทุนส่วนเพิ่มจริงๆนั้นเกือบไม่มีเลยเพราะการคิดต้นทุนการแยกก๊าซธรรมชาติกับกำไรบางส่วนได้รวมอยู่ในราคาก๊าซธรรมชาติที่ขายให้การไฟฟ้าหรือขายให้อุตสาหกรรมปิโตรเคมีและอุตสาหกรรมอื่นๆที่จำเป็นต้องใช้ไปแล้ว   อีกด้านหนึ่งเช่นเดียวกันต้นทุนต่างๆของโรงกลั่นน้ำมันก็ได้สะท้อนอยู่ในค่าการกลั่นน้ำมันและสะท้อนอยู่ในราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ขายอยู่แล้วฉะนั้นเมื่อเป็นดังที่กล่าวก็อาจพอสรุปได้ว่าก๊าซหุงต้ม (LPG) มีต้นทุนเพื่อให้ได้มาต่ำมากเพราะต้นทุนส่วนใหญ่ได้ถูกสะท้อนไปกับราคาขายก๊าซธรรมชาติและราคาน้ำมันสำเร็จรูปแล้ว&#8230;.</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaingo.org/web/2012/08/27/%e0%b9%81%e0%b8%89-%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b8%87-8-%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%9b%e0%b8%95%e0%b8%97/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>๑๐ ปี การขับเคลื่อนกองทุนสื่อสร้างสรรค์  ภาคประชาชน</title>
		<link>http://thaingo.org/web/2012/08/21/%e0%b9%91%e0%b9%90-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8/</link>
		<comments>http://thaingo.org/web/2012/08/21/%e0%b9%91%e0%b9%90-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 21 Aug 2012 08:23:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>webmaster</dc:creator>
				<category><![CDATA[รายงานพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กเยาวชน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaingo.org/web/?p=6244</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อประมาณ พ.ศ.๒๕๔๖ กว่า ๗๖&#160; องค์กรได้ร่วมกันเริ่มต้นผลักดันร่างกฏหมายกองทุนสื่อเด็ก โดยมีทั้งงานวิจัยการจัดตั้งกองทุนสื่อสร้างสรรค์ การรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ ไม่ต่ำกว่า&#160; 20 ครั้งทั่วประเทศ ร่างพระราชบัญญัติ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พ.ศ. &#8230;.ได้ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี สมัยรัฐบาลภายใต้การนำของนายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๓ และผ่านการพิจารณาของกฤษฏีกาแล้ว แต่มีการยุบสภาก่อน&#160; และต่อมาในสมัยรัฐบาลภายใต้การนำของนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้นำร่างกลับมาผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี เมื่อ๒ เมษายน ๒๕๕๕ และกำลังจะเข้าสู่สภา&#160; เครือข่ายสื่อเพื่อเด็ก เยาวชน และครอบครัว ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชนหลายเครือข่าย ที่ร่วมขับเคลื่อนมาตั้งแต่ต้น เห็นว่าร่างกฏหมายที่กำลังจะเข้าสภานี้จะมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น &#160;หากให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการเสนอกฏหมาย &#160;และเพื่อให้เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย ที่รัฐธรรมนูญได้ระบุว่าประชาชนมีสิทธิเข้าชื่อเสนอกฏหมายได้ &#160; &#160; ดังนั้นเครือข่ายภาคประชาชน&#160; จึงได้รวบรวมรายชื่อ มากกว่า 1 หมื่นรายชื่อ&#160; เพื่อเสนอ &#160; ร่างพระราชบัญญัติ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พ.ศ. &#8230;.&#160;&#160; ฉบับเครือข่ายประชาชน &#160; ประเด็นสำคัญ &#160;ของ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<ul>
<li>เมื่อประมาณ พ.ศ.๒๕๔๖ กว่า ๗๖&nbsp; องค์กรได้ร่วมกันเริ่มต้นผลักดันร่างกฏหมายกองทุนสื่อเด็ก โดยมีทั้งงานวิจัยการจัดตั้งกองทุนสื่อสร้างสรรค์ การรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ ไม่ต่ำกว่า&nbsp; 20 ครั้งทั่วประเทศ</li>
<li><strong>ร่างพระราชบัญญัติ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์</strong> <strong>พ.ศ. &#8230;.</strong>ได้ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี สมัยรัฐบาลภายใต้การนำของนายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๓ และผ่านการพิจารณาของกฤษฏีกาแล้ว แต่มีการยุบสภาก่อน&nbsp; และต่อมาในสมัยรัฐบาลภายใต้การนำของนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้นำร่างกลับมาผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี เมื่อ๒ เมษายน ๒๕๕๕ และกำลังจะเข้าสู่สภา&nbsp;</li>
<li>เครือข่ายสื่อเพื่อเด็ก เยาวชน และครอบครัว ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชนหลายเครือข่าย ที่ร่วมขับเคลื่อนมาตั้งแต่ต้น เห็นว่าร่างกฏหมายที่กำลังจะเข้าสภานี้จะมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น &nbsp;หากให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการเสนอกฏหมาย &nbsp;และเพื่อให้เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย ที่รัฐธรรมนูญได้ระบุว่าประชาชนมีสิทธิเข้าชื่อเสนอกฏหมายได้ &nbsp;
<p>		&nbsp;</li>
</ul>
<p style="margin-left:.75in;">ดังนั้นเครือข่ายภาคประชาชน&nbsp; จึงได้รวบรวมรายชื่อ มากกว่า 1 หมื่นรายชื่อ&nbsp; เพื่อเสนอ<br />
	&nbsp;</p>
<p style="margin-left:.75in;"><strong>ร่างพระราชบัญญัติ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์</strong> <strong>พ.ศ. &#8230;.</strong>&nbsp;&nbsp; <strong>ฉบับเครือข่ายประชาชน</strong></p>
<p style="margin-left:.75in;">&nbsp;</p>
<p style="margin-left:.75in;"><strong>ประเด็นสำคัญ &nbsp;ของ ร่าง พรบ.กองทุน ฯ ฉบับ ภาคประชาช</strong></p>
<table align="left" cellpadding="0" cellspacing="0" height="70" width="10">
<tbody>
<tr>
<td height="15">&nbsp;</td>
</tr>
<tr>
<td>&nbsp;</td>
<td height="51">
<table cellpadding="0" cellspacing="0" height="19" width="4">
<tbody>
<tr>
<td>&nbsp;</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><strong>๑ . แนวคิด &#8211; ภารกิจของกองทุนฯ </strong></p>
<ul>
<li>กองทุนนี้ต้องมีเป้าหมายเน้นไปที่ &nbsp;เด็ก &ndash;เยาวชนและครอบครัว เพราะเป็นโจทย์ใหญ่ร่วมกันของสังคม &nbsp;ที่พบว่าเด็กเยาวชนใช้เวลาอยู่กับสื่อมากกว่าอยู่ในห้องเรียน&nbsp; แต่สื่อสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาเด็กเยาวชนและครอบครัวมีน้อยมาก เด็กเยาวชนขาดทักษะการเท่าทันสื่อ และขาดพื้นที่สร้างสรรค์ ทำให้เกิดปัญหาสังคมมากมายตามมา จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้กระบวนการสื่อสร้างสรรค์เพื่อสร้างการเรียนรู้ของเด็กเยาวชนและครอบครัว&nbsp; และคนในชุมชน ให้ได้เรียนรู้สิ่งดีๆ&nbsp; เปลี่ยนแปลงตนเอง พัฒนาชุมชน สังคมให้ดีขึ้น</li>
</ul>
<p><a class="highslide" href="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/08/news2108554.jpg" onclick="return vz.expand(this)"><img alt="" class="alignleft size-full wp-image-6249" height="122" src="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/08/news2108554.jpg" title="news210855" width="230" /></a></p>
<ul>
<li>กองทุนต้อง ให้ นิยาม&nbsp; &rdquo;สื่อ&rdquo;&nbsp; ในมุมที่กว้าง&nbsp; รวมไปถึงสื่อโดยเด็กเยาวชน ครอบครัว และชุมชน ไม่ใช่สื่อโดยผู้ประกอบวิชาชีพสื่อเท่านั้น</li>
<li>กองทุน ไม่ใช่เรื่องของ&rdquo;เงิน&rdquo; เพื่อการผลิตสื่อ &nbsp;&nbsp;แต่เป็นการสร้างและบูรณาการให้ทุนทางสังคมทุกด้านทั้งด้านความคิด จินตนาการ&nbsp; ทรัพยากรอื่นๆ มาร่วมสนับสนุนการใช้สื่อเพื่อสร้างการเรียนรู้อย่างยั่งยืนแก่เด็กเยาวชนและครอบครัว &nbsp;&nbsp;</li>
<li>กองทุนต้องให้ความสำคัญกับการ สร้างนวัตกรรม &nbsp;บูรณาการกับภาคส่วนต่างๆ&nbsp; และระดมสรรพกำลังและทุนทางสังคมให้มามีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบสื่อสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน ไม่ควรเน้นภารกิจในการตรวจสอบและปราบปรามสื่อร้ายเพราะมีกลไกอื่นกำกับดูแลอยู่แล้ว</li>
</ul>
<p><strong>๒.โครงสร้าง กองทุนฯต้องเน้นการมีส่วนร่วมของฝ่ายต่างๆ </strong></p>
<ul>
<li>เพื่อให้เกิดการการพัฒนาสื่อสร้างสรรค์ &nbsp;กองทุนต้องมีโครงสร้างและรูปแบบการบริหารจัดการแบบก้าวหน้า&nbsp; มีความคล่องตัว มีตัวแทนภาคประชาชนเข้าร่วมในสัดส่วนที่เหมาะสม&nbsp; มีโครงสร้างที่สะท้อนความมีธรรมาภิบาล&nbsp;&nbsp; และมีกลไกที่ให้ภาคประชาชนในท้องถิ่นเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม&nbsp;&nbsp; &nbsp;</li>
<li>โครงสร้างกรรมการ &nbsp;อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง มาจากตัวแทนภาคประชาชน ที่ทำงานด้านสื่อ ด้านเด็กเยาวชน ด้านการเรียนรู้การศึกษาฯ โดยการสรรหา</li>
<li>มีกลไกการมีส่วนร่วม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประชาชนสามารถเสนอแนะต่อทิศทางการบริหารจัดการและการดำเนินงานของกองทุนได้&nbsp; โดยผ่านกลไก <strong>&rdquo;สภาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์&rdquo; และ &rdquo;สมัชชาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์&rdquo;</strong>
<p>		<strong>๓. ความเท่าเทียมในการเข้าถึงกองทุน</strong></li>
</ul>
<ul>
<li>ให้ประชาชนทุกกลุ่ม ที่มีเป้าหมายใช้สื่อเพื่อพัฒนาเด็ก เยาวชนครอบครัว ชุมชน ทั้งในระดับท้องถิ่นและส่วนกลาง &nbsp;รวมถึงกลุ่มผู้ด้อยโอกาส เช่น กลุ่มคนพิการ, กลุ่มแรงงาน, กลุ่มชาติพันธุ์, กลุ่มคนชายขอบ ฯลฯ มีสิทธิเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากกองทุนนี้อย่างเท่าเทียม ไม่เฉพาะวิชาชีพสื่อมวลชนหรือภาคธุรกิจเท่านั้น</li>
</ul>
<p style="margin-left:.75in;"><a class="highslide" href="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/08/news210855-11.jpg" onclick="return vz.expand(this)"><img alt="" class="alignleft size-full wp-image-6251" height="189" src="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/08/news210855-11.jpg" title="news210855-1" width="350" /></a></p>
<ul>
<li>กองทุนต้องทำให้เกิดการกระจายทรัพยากร และ การเข้าถึงของภาคส่วนต่างๆ&nbsp; ทำให้เกิดระบบการสนับสนุนที่ต่อเนื่อง และครอบคลุมถึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายอย่างเท่าเทียม</li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaingo.org/web/2012/08/21/%e0%b9%91%e0%b9%90-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เปิดโปงขบวนการงาบงบฯ พัฒนาจังหวัดเชียงราย ปี 2555</title>
		<link>http://thaingo.org/web/2012/08/09/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%af-%e0%b8%9e%e0%b8%b1/</link>
		<comments>http://thaingo.org/web/2012/08/09/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%af-%e0%b8%9e%e0%b8%b1/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 09 Aug 2012 07:24:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>webmaster</dc:creator>
				<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[รายงานพิเศษ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaingo.org/web/?p=6082</guid>
		<description><![CDATA[&#160; แฉมหกรรมงาบงบประมาณแผ่นดินในแผนพัฒนาจังหวัดที่นักการเมืองสยายปีกงาบงบประมาณกันแทบสำลัก ซึ่งประเด็นนี้กลับไม่มีใครตีแผ่ ดังนั้น ขบวนการงาบงบแต่ละจังหวัดจึงยังกินกันโจ่งครึ่ม ไม่สนใจสายตาประชาชน บางจังหวัดอย่างพื้นที่จังหวัดเชียงรายก็ล้วนแต่เป็น ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่กำลังงาบงบประมาณ หรือเอางบทั้งจังหวัดไปลงเจาะจงเฉพาะพื้นที่คะแนนเสียงของตน &#160;อาทิ ส.ส. นายถาวร ตรีรัตน์ณรงค์ พรรคเพื่อไทย ก็เอางบประมาณไปลงโครงการตนเองถึง &#160;15 ล้าน จากทั้งหมด 18 ล้าน เหลือ &#160;3,550,000 ให้ชลประทานจังหวัดเอาไปตามแผนปกติซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการใช้เงินกันอย่างสนุกมือ และแน่นอนเร็วๆ นี้ ถ้าปิดงบประมาณประจำปีแล้วใครหละจะทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าขบวนการผลาญงบประมาณแผ่นดิน ว่าที่สูบดึงไปนั้น ได้ดำเนินการคุ้มค่าแค่ไหน ? ถึงไหน ? &#160;นอกจากนายถาวร แล้วยังมี ของ น.ส.ละออง ติยะไพรัช &#160;จากพรรคเพื่อไทย &#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160; ได้ไป 6,393,740 บาท และคนที่เยอะที่สุดในปีนี้ คือ นายอิทธิเดช แก้วหลวง &#160;จากพรรคเพื่อไทย &#160;เช่นกัน ได้ไป 9,429,240 บาท &#160;นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ &#160;จากพรรคเพื่อไทย&#160; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center">&nbsp;</p>
<p>แฉมหกรรมงาบงบประมาณแผ่นดินในแผนพัฒนาจังหวัดที่นักการเมืองสยายปีกงาบงบประมาณกันแทบสำลัก ซึ่งประเด็นนี้กลับไม่มีใครตีแผ่ ดังนั้น ขบวนการงาบงบแต่ละจังหวัดจึงยังกินกันโจ่งครึ่ม ไม่สนใจสายตาประชาชน บางจังหวัดอย่างพื้นที่จังหวัดเชียงรายก็ล้วนแต่เป็น ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่กำลังงาบงบประมาณ หรือเอางบทั้งจังหวัดไปลงเจาะจงเฉพาะพื้นที่คะแนนเสียงของตน &nbsp;อาทิ ส.ส. <strong>นายถาวร ตรีรัตน์ณรงค์ พรรคเพื่อไทย ก็เอา</strong>งบประมาณไปลงโครงการตนเองถึง &nbsp;15 ล้าน จากทั้งหมด 18 ล้าน เหลือ &nbsp;3,550,000 ให้ชลประทานจังหวัดเอาไปตามแผนปกติซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการใช้เงินกันอย่างสนุกมือ และแน่นอนเร็วๆ นี้ ถ้าปิดงบประมาณประจำปีแล้วใครหละจะทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าขบวนการผลาญงบประมาณแผ่นดิน ว่าที่สูบดึงไปนั้น ได้ดำเนินการคุ้มค่าแค่ไหน ? ถึงไหน ? &nbsp;นอกจากนายถาวร แล้วยังมี ของ น.ส.ละออง ติยะไพรัช &nbsp;จากพรรคเพื่อไทย &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ได้ไป <strong>6,393,740</strong> บาท และคนที่เยอะที่สุดในปีนี้ คือ นายอิทธิเดช แก้วหลวง &nbsp;จากพรรคเพื่อไทย &nbsp;เช่นกัน ได้ไป 9,429,240 บาท &nbsp;นาย<em>รังสรรค์</em> วันไชยธนวงศ์ &nbsp;จากพรรคเพื่อไทย&nbsp; มีโครงการเดียว &nbsp;&nbsp;1,050,000 บาท และ <strong>นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน จากพรรคเพื่อไทย โครงการเดียว เช่นกัน แต่มากถึง &nbsp;</strong><strong>3,150,000 บาท รวมงบประมาณที่ ส.ส. นำไปถลุงในพื้นที่ส่วนตัว&nbsp; ทั้งสิ้น &nbsp;23,572,980 บาท&nbsp; จากทั้งหมด </strong><strong>30,078,070 บาท</strong><strong> ซึ่ง เหลือเป็นงบประมาณให้จังหวัดบริหารตามปกติ&nbsp; จริงๆ&nbsp; เพียง &nbsp;</strong><strong>6,505,090 บาทเท่านั้น</strong></p>
<p><a class="highslide" href="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/08/news090855-1.jpg" onclick="return vz.expand(this)"><img alt="" class="alignleft size-full wp-image-6083" height="133" src="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/08/news090855-1.jpg" title="news090855-1" width="230" /></a><strong>วันนี้อยากปลุกขบวนการประชาชนที่ต้องการให้คนไทยทุกคนมีโอกาสได้รับการพัฒนาจากรัฐอย่างเท่าเทียมเป็นธรรม ที่ต้องการให้เงินภาษีไม่รั่วไหลหรือไปกระจุกอยู่กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพื่อผันไปสู่พวกพ้อง ฐานเสียงของตน อยากขอแรงพี่น้องคนไทย ช่วยกันจับตามองทุกหน่วยงานทั้งราชการ อบต. อบจ. เทศบาล และส่งข้อมูลการอุบอิบ ยักยอกโดยมิชอบ มาร่วมตีแผ่ ประจานให้ทุกคนในสังคมได้เห็นและรับรู้ร่วมกันครับ</strong></p>
<p align="center"><strong>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;</strong></p>
<p align="center">&nbsp;</p>
<p align="center"><strong>ตารางแสดงหน่วยงานรับผิดชอบโครงการตามแผนพัฒนาจังหวัดประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕</strong></p>
<p align="center"><strong>ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม</strong></p>
<p align="center">&nbsp;</p>
<p align="center">&nbsp;</p>
<table border="1" cellpadding="0" cellspacing="0">
<tbody>
<tr>
<td style="width:36px;">
<p align="center"><strong>ที่</strong></p>
</td>
<td style="width:208px;">
<p align="center"><strong>โครงการ/แผนงาน</strong></p>
</td>
<td style="width:444px;">
<p align="center"><strong>กิจกรรม</strong></p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p align="center"><strong>งบประมาณ</strong></p>
</td>
<td colspan="2" style="width:189px;">
<p align="center"><strong>หน่วยดำเนินการ</strong></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td rowspan="5" style="width:36px;">
<p><strong>1.</strong></p>
</td>
<td colspan="3" style="width:747px;">
<p><strong>โครงการส่งเสริมการสร้างสมดุลระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพแบบบูรณาการ</strong></p>
</td>
<td colspan="2" style="width:189px;">
<p><strong>30,078,070 บาท</strong></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td rowspan="2" style="width:208px;">
<p>1. ส่งเสริมการพัฒนาและฟื้นฟูพื้นที่และแหล่งรองรับน้ำ</p>
</td>
<td style="width:444px;">
<p>1.1 ปรับปรุงแม่น้ำ คูคลองธรรมชาติในเขตเมืองและชุมชนให้มีความสามารถในการรับน้ำและการระบายน้ำ</p>
<p>&nbsp;&nbsp; &#8211; ขุดลอกลำเหมืองใหม่&nbsp; หมู่ 14 ต.ป่างิ้ว</p>
<p>&nbsp;&nbsp; &#8211; ขุดลอกลำเหมืองป่าสัก หมู่ 2 ต.ป่างิ้ว</p>
<p>&nbsp;&nbsp; &#8211; ขุดลอกห้วยป่าคลั่ง บ้านเด่นศาลา หมู่ 3 &#8211; หมู่ 5 ต.สันสลี</p>
<p>&nbsp;&nbsp; &#8211; ขุดลอกลำน้ำลาว หมู่ 2 ต.แม่เจดีย์</p>
<p>&nbsp;&nbsp; &#8211; ขุดลอกบดอัดคันดินอ่างเก็บน้ำห้วยตาด หมู่ 15 ต.แม่เจดีย์</p>
<p>&nbsp;&nbsp; &#8211; ขุดลอกแม่น้ำลาว/เรียงหินกันตลิ่งพัง หมู่ 1, 9 ต.แม่เจดีย์</p>
<p>&nbsp;&nbsp; &#8211; ขุดลอกแม่น้ำลาว หมู่ 1-4 ต.เวียงกาหลง</p>
<p>&nbsp;&nbsp; &#8211; ขุดลอกลำน้ำลาว หมู่ 10 ต.เวียงกาหลง</p>
<p>&nbsp;&nbsp; &#8211; ขุดลอกห้วยลังกา หมู่ 4, 5 ต.บ้านโป่ง</p>
<p>&nbsp;&nbsp; &#8211; ขุดลอกหนองดินดำ หมู่ 4 &#8211; 5 ต.สันสลี</p>
<p>&nbsp;&nbsp; &#8211; ขุดลอกลำห้วย หมู่ 3 ต.เวียง</p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p align="right">15,000,000</p>
<p align="right">แบ่งเป็น</p>
<p align="right">1,680,000</p>
<p align="right">1,410,000</p>
<p align="right">1,940,000</p>
<p align="right">2,000,000</p>
<p align="right">1,500,000</p>
<p align="right">2,000,000</p>
<p align="right">1,900,000</p>
<p align="right">470,000</p>
<p align="right">1,000,000</p>
<p align="right">444,780</p>
<p align="right">655,220</p>
</td>
<td style="width:94px;">
<p>ที่ทำการปกครองจังหวัดเชียงราย</p>
</td>
<td style="width:94px;">
<p>(สส.ถาวร)</p>
<p>อ.เวียงป่าเป้า</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td style="width:444px;">
<p>1.2 พัฒนาพื้นที่รับน้ำให้มีศักยภาพเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งและเป็นแก้มลิงในฤดูน้ำหลาก</p>
<p>&nbsp;&nbsp; &#8211; พัฒนาพื้นที่แก้มลิงรองรับน้ำร่อง ต.จอมสวรรค์ อ.แม่จัน</p>
<p>&nbsp;&nbsp; &#8211; พัฒนาพื้นที่แก้มลิงรองรับน้ำกก-น้ำลัด</p>
<p>&nbsp;&nbsp; &#8211; งานอำนวยการและควบคุมงาน</p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p align="right">3,550,000</p>
<p align="right">แบ่งเป็น</p>
<p align="right">2,650,000</p>
<p align="right">750,000</p>
<p align="right">150,000</p>
</td>
<td colspan="2" style="width:189px;">
<p>โครงการชลประทานจังหวัดเชียงราย</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td rowspan="2" style="width:208px;">
<p>2. ส่งเสริมการปลูกป่าและสร้างความชุ่มชื้นในพื้นที่ต้นน้ำ</p>
</td>
<td style="width:444px;">
<p>2.1 ฟื้นฟูบำรุงรักษาแหล่งน้ำในป่าชุมชน (บริเวณสองข้างทางของลำหวย ระยะทาง 60 กิโลเมตร ใช้กล้วย 6,000 ต้น/หมู่บ้าน รวม 180,000 ต้น)</p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p>3,150,000</p>
</td>
<td style="width:94px;">
<p>สปม.2</p>
</td>
<td style="width:94px;">
<p>(สส.พิเชษฐ์)</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td style="width:444px;">
<p>2.2 ส่งเสริมการฟื้นฟูป่าต้นน้ำอย่างเหมาะสม (พื้นที่ 1,000 ไร่)</p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p>1,575,000</p>
</td>
<td style="width:94px;">
<p>สบอ.15</p>
</td>
<td style="width:94px;">
<p>(สส.ละออง)</p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<table border="1" cellpadding="0" cellspacing="0">
<tbody>
<tr>
<td style="width:36px;">
<p align="center"><strong>ที่</strong></p>
</td>
<td style="width:208px;">
<p align="center"><strong>โครงการ/แผนงาน</strong></p>
</td>
<td style="width:444px;">
<p align="center"><strong>กิจกรรม</strong></p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p align="center"><strong>งบประมาณ</strong></p>
</td>
<td colspan="2" style="width:189px;">
<p align="center"><strong>หน่วยดำเนินการ</strong></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td rowspan="7" style="width:36px;">
<p>&nbsp;</p>
</td>
<td rowspan="2" style="width:208px;">
<p>&nbsp;</p>
</td>
<td style="width:444px;">
<p>2.3 ส่งเสริมการอนุรักษ์ดินและน้ำ (ฝึกอบรมสร้างความตระหนักถึงผลกระทบจากการชะล้างพังทลายหน้าดินให้กับประชาชนในพื้นที่เป้าหมาย จำนวน 2 รุ่น ๆ ละ 1 วัน รวม 200 คน)</p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p>857,000</p>
</td>
<td style="width:94px;">
<p>ทสจ.ชร.</p>
</td>
<td style="width:94px;">
<p>(สส.อิทธิเดช)</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td style="width:444px;">
<p>2.4 ปลูกป่าสร้างความชุ่มชื้นเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา</p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p>1,533,820</p>
</td>
<td style="width:94px;">
<p>กองบัญชาการทหารสูงสุด</p>
</td>
<td style="width:94px;">
<p>(สส.ละออง)</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td rowspan="3" style="width:208px;">
<p>3. ส่งเสริมการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง</p>
</td>
<td style="width:444px;">
<p>3.1 ส่งเสริมการปลูกไม้ใช้สอยและไม้เศรษฐกิจในพื้นที่ป่าชุมชน (ฝึกอบรมการเพาะชำกล้าไม้เพื่อสร้างอาชีพเสริมรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่เป้าหมาย จำนวน 4 รุ่น ๆ ละ 1 วัน รวม 200 คน)</p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p>812,000</p>
</td>
<td style="width:94px;">
<p>ทสจ.ชร.</p>
</td>
<td style="width:94px;">
<p>(สส.อิทธิเดช)</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td style="width:444px;">
<p>3.2 สนับสนุนการจัดตั้ง Bio Bank (จัดทำแนวกันไฟ จำนวน 30 หมู่บ้าน ๆ ละ 5 กม. รวม 150 กิโลเมตร)</p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p>1,890,000</p>
</td>
<td style="width:94px;">
<p>สปม.2</p>
</td>
<td style="width:94px;">
<p>(สส.อิทธิเดช)</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td style="width:444px;">
<p>3.3 ส่งเสริมการเพาะชำกล้าไม้เฉพาะถิ่น/ไม้ประจำจังหวัด พันธุ์ไม้หายากให้กับประชาชน (จำนวน 800,000 กล้า)</p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p>784,000</p>
</td>
<td style="width:94px;">
<p>สบอ.15</p>
</td>
<td style="width:94px;">
<p>(สส.อิทธิเดช)</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td style="width:208px;">
<p>4. ส่งเสริมการศึกษาวิจัยเพื่อลดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ</p>
</td>
<td style="width:444px;">
<p>4.1 การศึกษาระบบปลูกพืชที่เหมาะสมกับปริมาณน้ำฝนและสภาพพื้นที่</p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p>620,000</p>
</td>
<td colspan="2" style="width:189px;">
<p>วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงราย</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td style="width:208px;">
<p>5. การติดตามประเมินผลการดำเนินงานโครงการ</p>
</td>
<td style="width:444px;">
<p>&nbsp;</p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p>306,250</p>
</td>
<td colspan="2" style="width:189px;">
<p>ทสจ.ชร.</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td style="width:36px;">
<p><strong>2.</strong></p>
</td>
<td colspan="3" style="width:747px;">
<p><strong>โครงการปรับปรุงดินด้วยเกษตรธรรมชาติ</strong></p>
</td>
<td colspan="2" style="width:189px;">
<p><strong>3,478,800 บาท</strong></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td rowspan="5" style="width:36px;">
<p>&nbsp;</p>
</td>
<td style="width:208px;">
<p>1. สร้างจิตสำนึกทางด้านสิ่งแวดล้อม</p>
</td>
<td style="width:444px;">
<p>1.1 จัดกิจกรรมรณรงค์การลดการใช้สารเคมีในพื้นที่นำร่อง</p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p>400,000</p>
</td>
<td style="width:94px;">
<p>มูลนิธิกระจกเงาร่วมกับทสจ.ชร.</p>
</td>
<td style="width:94px;">
<p>สส.รังสรรค์</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td rowspan="4" style="width:208px;">
<p>2. พัฒนาความรู้ระบบเกษตรธรรมชาติ</p>
</td>
<td style="width:444px;">
<p>2.1 ฝึกอบรมและศึกษาดูงาน 32 รุ่น ๆ ละ 2 วัน รวมเกษตรดูงาน 800 คน</p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p>631,600</p>
</td>
<td rowspan="4" style="width:94px;">
<p>ศูนย์ส่งเสริมเกษตรที่สูงจังหวัดเชียงราย</p>
</td>
<td style="width:94px;">
<p>สส.ละออง</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td style="width:444px;">
<p>2.2 จัดทำแปลงเรียนรู้เกษตรธรรมชาติแบบมีส่วนร่วม</p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p>650,000</p>
</td>
<td style="width:94px;">
<p>สส.รังสรรค์</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td style="width:444px;">
<p>2.3 จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ รณรงค์สร้างจิตสำนึก</p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p>376,000</p>
</td>
<td style="width:94px;">
<p>สส.ละออง</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td style="width:444px;">
<p>2.4 การติดตามนิเทศงานแปลงเกษตรธรรมชาติแบบมีส่วนร่วม</p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p>342,400</p>
</td>
<td style="width:94px;">
<p>สส.ละออง</p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<table border="1" cellpadding="0" cellspacing="0">
<tbody>
<tr>
<td style="width:35px;">
<p align="center"><strong>ที่</strong></p>
</td>
<td style="width:204px;">
<p align="center"><strong>โครงการ/แผนงาน</strong></p>
</td>
<td style="width:432px;">
<p align="center"><strong>กิจกรรม</strong></p>
</td>
<td style="width:94px;">
<p align="center"><strong>งบประมาณ</strong></p>
</td>
<td colspan="2" style="width:205px;">
<p align="center"><strong>หน่วยดำเนินการ</strong></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td rowspan="3" style="width:35px;">
<p>&nbsp;</p>
</td>
<td style="width:204px;">
<p>3. ส่งเสริมการพัฒนาเครือข่าย</p>
<p>เกษตรธรรมชาติ</p>
</td>
<td style="width:432px;">
<p>3.1 สาธิตการปรับปรุงดินด้วยชีววิธี</p>
</td>
<td style="width:94px;">
<p>450,000</p>
</td>
<td colspan="2" style="width:205px;">
<p>สถาบันการศึกษาและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติแลสิ่งแวดล้อม</p>
<p>มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td style="width:204px;">
<p>4. ส่งเสริมการศึกษาวิจัยเพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อม</p>
</td>
<td style="width:432px;">
<p>4.1 การศึกษาความรู้และการปฏิบัติในการใช้สารเคมีในแปลงเพาะปลูกของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ</p>
</td>
<td style="width:94px;">
<p>500,000</p>
</td>
<td colspan="2" style="width:205px;">
<p>สถาบันการศึกษาและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติแลสิ่งแวดล้อม</p>
<p>มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td style="width:204px;">
<p>5. การติดตามประเมินผลการดำเนินงานโครงการ</p>
</td>
<td style="width:432px;">
<p>&nbsp;</p>
</td>
<td style="width:94px;">
<p>128,800</p>
</td>
<td colspan="2" style="width:205px;">
<p>ทสจ.ชร.</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td style="width:35px;">
<p><strong>3.</strong></p>
</td>
<td colspan="3" style="width:730px;">
<p><strong>โครงการเสริมสร้างศักยภาพการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแบบบูรณาการ</strong></p>
</td>
<td colspan="2" style="width:205px;">
<p><strong>16,727,200 บาท</strong></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td rowspan="5" style="width:35px;">
<p>&nbsp;</p>
</td>
<td rowspan="5" style="width:204px;">
<p>1. การจัดการความรู้ในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในทุกภาคส่วน</p>
</td>
<td style="width:432px;">
<p>1.1 ศึกษาระบบนิเวศลำน้ำในท้องถิ่น (ลำน้ำเป้าหมาย 2 แห่ง น้ำคำ น้ำจัน ผู้เข้าร่วมแห่งละ 100 คน)</p>
</td>
<td style="width:94px;">
<p>1,000,000</p>
</td>
<td style="width:113px;">
<p>ที่ทำการปกครองจังหวัดเชียงราย</p>
</td>
<td style="width:93px;">
<p>สส.ละออง</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td style="width:432px;">
<p>1.2 สร้างผู้นำด้านสิ่งแวดล้อมในระดับหมู่บ้าน</p>
<p>&nbsp;&nbsp; &#8211; เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กับผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกท้องถิ่นของเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 1) เจ้าหน้าที่จากเทศบาล จำนวน 51 เทศบาล ๆ ละ 2 คน&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2) เจ้าหน้าที่จากอบต. จำนวน 92 อบต. ๆ ละ 2 คน รวมเจ้าหน้าที่ 286 คน</p>
</td>
<td style="width:94px;">
<p>&nbsp;</p>
<p>590,000</p>
</td>
<td colspan="2" style="width:205px;">
<p>&nbsp;</p>
<p>สำนักงานปกครองท้องถิ่นจังหวัด เชียงราย</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td style="width:432px;">
<p>&nbsp;&nbsp; &#8211; สร้างผู้นำด้านสิ่งแวดล้อมในระดับหมู่บ้าน (เป้าหมายผลผลิต คือ เกษตรกร บุคลากรภาครัฐ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน ที่มีศักยภาพในการเป็นผู้นำด้านสิ่งแวดล้อม จำนวน 32 คน)</p>
</td>
<td style="width:94px;">
<p>921,038</p>
</td>
<td colspan="2" style="width:205px;">
<p>สถาบันการศึกษาและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติแลสิ่งแวดล้อม</p>
<p>มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td style="width:432px;">
<p>1.3 เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการขยะชุมชน (เป้าหมาย ส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใน 2 อำเภอเป้าหมาย สามารถลดปริมาณขยะชุมชนได้ร้อยละ 5 โดยส่งเสริมการจัดระบบคัดแยกวัสดุรีไซเคิลในชุมชน และเพิ่มประสิทธิภาพการกำจัดขยะ)</p>
</td>
<td style="width:94px;">
<p>766,750</p>
</td>
<td colspan="2" style="width:205px;">
<p>ทสจ.ชร.</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td style="width:432px;">
<p>1.4 ส่งเสริมการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน</p>
</td>
<td style="width:94px;">
<p>1,450,000</p>
</td>
<td colspan="2" style="width:205px;">
<p>ศูนย์ความหลากหลายทางชีวภาพ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ร่วมกับ เครือข่ายลุ่มน้ำ</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td style="width:35px;">
<p align="center"><strong>ที่</strong></p>
</td>
<td style="width:204px;">
<p align="center"><strong>โครงการ/แผนงาน</strong></p>
</td>
<td style="width:432px;">
<p align="center"><strong>กิจกรรม</strong></p>
</td>
<td style="width:94px;">
<p align="center"><strong>งบประมาณ</strong></p>
</td>
<td colspan="2" style="width:205px;">
<p align="center"><strong>หน่วยดำเนินการ</strong></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td style="width:35px;">
<p>&nbsp;</p>
</td>
<td style="width:204px;">
<p>&nbsp;</p>
</td>
<td style="width:432px;">
<p>1.5 ส่งเสริมการบริหารจัดการป่าไม้โดยการมีส่วนร่วม</p>
<p>&nbsp;&nbsp; &#8211; จัดเวทีประชาคมโดยการมีส่วนร่วม (ประชาคมจำนวน 5 ครั้ง แก่ราษฎรกลุ่มหมู่บ้านเป้าหมาย 500 คน)</p>
</td>
<td style="width:94px;">
<p>&nbsp;</p>
<p>100,000</p>
</td>
<td colspan="2" style="width:205px;">
<p>&nbsp;</p>
<p>สบอ.15</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td style="width:35px;">
<p>&nbsp;</p>
</td>
<td style="width:204px;">
<p>&nbsp;</p>
</td>
<td style="width:432px;">
<p>&nbsp;&nbsp; &#8211; เพิ่มประสิทธิภาพการคุ้มครองพื้นที่ป่าไม้&nbsp; (ส่งเสริมราษฎรกลุ่มหมู่บ้านเป้าหมาย จำนวน 10 หมู่บ้านเป้าหมาย ปฏิบัติงานเฝ้าระวังคุ้มครองเก็บข้อมูลสำคัญบริเวณพื้นที่ป่าหมู่บ้าน จำนวน 30 ป่า)</p>
</td>
<td style="width:94px;">
<p>2,750,000</p>
</td>
<td style="width:113px;">
<p>สบอ.15</p>
</td>
<td style="width:93px;">
<p>สส.อิทธิเดช</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td style="width:35px;">
<p>&nbsp;</p>
</td>
<td style="width:204px;">
<p>&nbsp;</p>
</td>
<td style="width:432px;">
<p>&nbsp;&nbsp; &#8211; สำรวจและจัดทำผังชุมชนเพื่อพัฒนาองค์ความรู้การอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าชุมชนและจัดทำแผนการใช้ประโยชน์ป่าชุมชนอย่างยั่งยืน (จำนวน 30 หมู่บ้าน)</p>
</td>
<td style="width:94px;">
<p>480,000</p>
</td>
<td colspan="2" style="width:205px;">
<p>สปม.2</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td rowspan="3" style="width:35px;">
<p>&nbsp;</p>
</td>
<td rowspan="3" style="width:204px;">
<p>2. พัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</p>
</td>
<td style="width:432px;">
<p>2.1 การวิเคราะห์และแปลภาพถ่ายทางอากาศเพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินจังหวัดเชียงราย (1 ฐานข้อมูล)</p>
</td>
<td style="width:94px;">
<p>1,086,080</p>
</td>
<td colspan="2" style="width:205px;">
<p>ทสจ.ชร. ร่วมกับ GISTDA</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td style="width:432px;">
<p>2.2 การพัฒนาระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) เพื่อการบริหารจัดการและระบบเตือนภัยทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</p>
</td>
<td style="width:94px;">
<p>1,300,000</p>
</td>
<td colspan="2" style="width:205px;">
<p>สำนักงานจังหวัดเชียงราย</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td style="width:432px;">
<p>2.3 ศึกษาเรียนรู้ร่วมกับชุมชนในการสำรวจภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการใช้ประโยชน์พืช สัตว์และภูมิปัญญาท้องถิ่น</p>
<p>&nbsp;&nbsp; &#8211; การจัดเวทีชี้แจงทำความเข้าใจ (มีผู้เข้าร่วมจำนวน 300 คน จาก 6 ตำบล)</p>
<p>&nbsp;&nbsp; &#8211; การฝึกอบรมอาสาสมัครร่วมสำรวจ (ผู้เข้าร่วมฝึกอบรมตำบลละ 10 คน/ตำบล)</p>
<p>&nbsp;&nbsp; &#8211; การสำรวจพืช สัตว์ และภูมิปัญญาท้องถิ่น (ฐานข้อมูลด้านพืช สัตว์ และภูมิปัญญาท้องถิ่นในรูปแบบเอกสาร)</p>
<p>&nbsp;&nbsp; &#8211; จัดทำศูนย์การเรียนรู้ (แหล่งเรียนรู้ในป่าชุมชนตำบลละ 1 แห่ง รวม 6 แห่ง)</p>
<p>&nbsp;&nbsp; &#8211; จัดทำคู่มือและบทปฏิบัติการในแหล่งเรียนรู้ (คู่มือและบทปฏิบัติการในแหล่งเรียนรู้ จำนวน 6 แห่ง)</p>
</td>
<td style="width:94px;">
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>286,000</p>
<p>189,200</p>
<p>1,520,000</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>621,000</p>
<p>229,800</p>
</td>
<td colspan="2" style="width:205px;">
<p>ศูนย์ความหลากหลายทางชีวภาพ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย</p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<table border="1" cellpadding="0" cellspacing="0">
<tbody>
<tr>
<td style="width:36px;">
<p align="center"><strong>ที่</strong></p>
</td>
<td style="width:208px;">
<p align="center"><strong>โครงการ/แผนงาน</strong></p>
</td>
<td style="width:444px;">
<p align="center"><strong>กิจกรรม</strong></p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p align="center"><strong>งบประมาณ</strong></p>
</td>
<td colspan="2" style="width:189px;">
<p align="center"><strong>หน่วยดำเนินการ</strong></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td rowspan="6" style="width:36px;">
<p>&nbsp;</p>
</td>
<td rowspan="2" style="width:208px;">
<p>&nbsp;</p>
</td>
<td style="width:444px;">
<p>2.4 ศึกษาเรียนรู้ร่วมกับชุมชนในการจัดทำฐานข้อมูลความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในแหล่งน้ำ</p>
<p>&nbsp;&nbsp; &#8211; สร้างกระบวนการเรียนรู้วิธีการสำรวจร่วมกับชุมชน</p>
<p>&nbsp;&nbsp; &#8211; สำรวจและจัดทำฐานข้อมูลความหลากหลายของชนิดพันธุ์สิ่งมีชีวิตในน้ำด้านพืช และสัตว์น้ำ (6 แหล่งน้ำ 6 ฐานข้อมูล)</p>
<p>&nbsp;&nbsp; &#8211; ส่งเสริมการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรประมง (สร้างสมดุลแหล่งน้ำ 6 แห่ง ปล่อยพันธุ์ปลาแห่งละ 30,000 ตัว มีฐานข้อมูลแหล่งน้ำ 6 แห่ง)</p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>40,000</p>
<p>300,000</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>460,000</p>
</td>
<td colspan="2" style="width:189px;">
<p>สำนักงานประมงจังหวัดเชียงราย</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td style="width:444px;">
<p>2.5 สำรวจและจัดทำฐานข้อมูลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</p>
<p>&nbsp;&nbsp; &#8211; สำรวจและจัดทำฐานข้อมูลแหล่งน้ำระดับท้องถิ่น (2 ลำน้ำ: น้ำลาว, น้ำจัน)</p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p>&nbsp;</p>
<p>421,460</p>
</td>
<td colspan="2" style="width:189px;">
<p>&nbsp;</p>
<p>คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เขตพื้นที่เชียงราย</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td style="width:208px;">
<p>&nbsp;</p>
</td>
<td style="width:444px;">
<p>&nbsp;&nbsp; &#8211; สำรวจและจัดทำฐานข้อมูลแหล่งกำเนิดมลพิษ (ข้อมูลตาม พรบ.สิ่งแวดล้อม)</p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p>461,000</p>
</td>
<td colspan="2" style="width:189px;">
<p>สถาบันการศึกษาและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติแลสิ่งแวดล้อม</p>
<p>มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td style="width:208px;">
<p>&nbsp;</p>
</td>
<td style="width:444px;">
<p>&nbsp;&nbsp; &#8211; สำรวจและจัดทำฐานข้อมูลเพื่อใช้ในการวางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาดินถล่ม</p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p>500,000</p>
</td>
<td colspan="2" style="width:189px;">
<p>ปภ.ชร.</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td rowspan="2" style="width:208px;">
<p>3. การรณรงค์ สร้างจิตสำนึกการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</p>
</td>
<td style="width:444px;">
<p>3.1 อาสาสมัครพิทักษ์รักษาทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติ</p>
<p>&nbsp;&nbsp; &#8211; จัดค่ายอาสาสมัครเด็กและเยาวชนเพื่อพิทักษ์สิ่งแวดล้อม (จัดฝึกอบรมให้กับเด็กเยาวชน จำนวน 5 รุ่น ๆ ละ 50 คน รวม 250 คน)</p>
<p>&nbsp;&nbsp; &#8211; จัดกิจกรรมเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปในสังคมได้มีโอกาสและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมผ่านการทำกิจกรรมร่วมกันกับเด็กและชุมชนอย่างต่อเนื่อง</p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>280,000</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>220,000</p>
</td>
<td colspan="2" style="width:189px;">
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ปภ.ชร.ร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ปภ.ชร.ร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td style="width:444px;">
<p>3.2 จัดกิจกรรมรณรงค์ในชุมชนพื้นที่เสี่ยงภัยและจัดกิจกรรมฝึกซ้อมแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับกลุ่มอาสาสมัครฯ โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้ง 18 พื้นที่ ๆ ละ 100 คน</p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p>500,000</p>
</td>
<td style="width:94px;">
<p>ปภ.ชร.</p>
</td>
<td style="width:94px;">
<p>สส.อิทธิเดช</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td style="width:36px;">
<p align="center"><strong>ที่</strong></p>
</td>
<td style="width:208px;">
<p align="center"><strong>โครงการ/แผนงาน</strong></p>
</td>
<td style="width:444px;">
<p align="center"><strong>กิจกรรม</strong></p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p align="center"><strong>งบประมาณ</strong></p>
</td>
<td colspan="2" style="width:189px;">
<p align="center"><strong>หน่วยดำเนินการ</strong></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td style="width:36px;">
<p>&nbsp;</p>
</td>
<td style="width:208px;">
<p>4. การติดตามประเมินผลการดำเนินงานโครงการ</p>
</td>
<td style="width:444px;">
<p>&nbsp;</p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p>254,892</p>
</td>
<td colspan="2" style="width:189px;">
<p>ทสจ.ชร.</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td style="width:36px;">
<p><strong>4.</strong></p>
</td>
<td colspan="3" style="width:747px;">
<p><strong>โครงการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจากวิกฤตหมอกควัน</strong></p>
</td>
<td colspan="2" style="width:189px;">
<p><strong>5,840,000 บาท</strong></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td rowspan="8" style="width:36px;">
<p>&nbsp;</p>
</td>
<td style="width:208px;">
<p>1. พัฒนาระบบเตือนภัยมลพิษทางอากาศ</p>
</td>
<td style="width:444px;">
<p>1.1 พัฒนาระบบเตือนภัยมลพิษทางอากาศ</p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p>500,000</p>
</td>
<td colspan="2" style="width:189px;">
<p>สถาบันการศึกษาและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติแลสิ่งแวดล้อม</p>
<p>มหาวิทยาลัยราชมงคงล้านนา</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td rowspan="2" style="width:208px;">
<p>2. สร้างเครือข่ายปลอดการเผาในพื้นที่ป่าสงวนและพื้นที่อนุรักษ์</p>
</td>
<td style="width:444px;">
<p>2.1 เพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังการเผาในป่าอนุรักษ์</p>
<p>&nbsp;&nbsp; &#8211; จัดเวทีประชาคมป้องกันไฟป่าโดยการมีส่วนร่วม&nbsp; (จัดเวทีประชาคม จำนวน 10 ครั้งแก่ราษฎรกลุ่มหมู่บ้านเป้าหมาย 1,000 คน)</p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p>&nbsp;</p>
<p>165,000</p>
</td>
<td rowspan="2" style="width:94px;">
<p align="center">&nbsp;</p>
<p align="center">สบอ. 15</p>
<p align="center">&nbsp;</p>
<p align="center">สบอ. 15</p>
<p align="center">&nbsp;</p>
<p align="center">&nbsp;</p>
</td>
<td rowspan="2" style="width:94px;">
<p align="center">&nbsp;</p>
<p align="center">สส.ละออง</p>
<p align="center">&nbsp;</p>
<p align="center">สส.ละออง</p>
<p align="center">&nbsp;</p>
<p align="center">&nbsp;</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td style="width:444px;">
<p>&nbsp;&nbsp; &#8211; จัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังการเผาในพื้นที่ป่าสงวนและพื้นที่ป่าอนุรักษ์ (ส่งเสริมหมู่บ้านเครือข่ายอาสาสมัครป้องกันไฟป่า จำนวน 20 หมู่บ้านเป้าหมาย เฝ้าระวังการเผาในพื้นที่ป่าสงวนและพื้นที่อนุรักษ์ จำนวน 30 ป่าปฏิบัติงาน 90 วัน)</p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p>2,303,740</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td rowspan="2" style="width:208px;">
<p>3. สร้างเครือข่ายปลอดการเผาในพื้นที่เกษตร</p>
</td>
<td style="width:444px;">
<p>&nbsp;&nbsp; &#8211; พัฒนาศักยภาพแหล่งเรียนรู้การจัดการฟางข้าวแบบครบวงจร จำนวน 10 ชุมชน ชุมชนละ 1 แปลง ๆ ละ 5 ไร่</p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p>220,000</p>
</td>
<td rowspan="2" style="width:94px;">
<p align="center">สำนักงานเกษตรจ.ชร.</p>
</td>
<td rowspan="2" style="width:94px;">
<p align="center">สส.อิทธิเดช</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td style="width:444px;">
<p>&nbsp;&nbsp; &#8211; สร้างเครือข่ายเกษตรจัดการฟางข้าวแบบครบวงจร (จำนวน 10 รุ่นๆ ละ 50คน)</p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p>357,000</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td rowspan="2" style="width:208px;">
<p>4. ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนในชุมชน</p>
</td>
<td style="width:444px;">
<p>4.1 ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนในชุมชนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง</p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p>&nbsp;</p>
</td>
<td rowspan="3" style="width:94px;">
<p align="center">สำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงราย</p>
</td>
<td rowspan="3" style="width:94px;">
<p align="center">สส.อิทธิเดช</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td style="width:444px;">
<p>&nbsp;&nbsp; &#8211; สำรวจศักยภาพด้านพลังงานทดแทน เพื่อคัดเลือก อปท.เป็นชุมชนนำร่องของแต่ละอำเภอ จำนวน 1 ชุมชน/อำเภอ</p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p>128,100</p>
<p>&nbsp;</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td style="width:208px;">
<p>&nbsp;</p>
</td>
<td style="width:444px;">
<p>&nbsp;&nbsp; &#8211; จัดประชุมชี้แจงโครงการกับชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 4 ครั้ง โดยแยกตามกิจกรรมที่อปท.เข้าร่วม</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 1) ด้านก๊าซชีวภาพ จำนวน 5 อปท. รวม 50 คน</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2) ด้านเตาหุงต้มประสิทธิภาพสูง จำนวน 5 อปท. รวม 50 คน</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 3) ด้านเชื้อเพลิงอัดแท่ง 4 อปท. รวม 40 คน</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 4) ด้านเตาชีวมวล(เตาแกลบ) จำนวน&nbsp; 4 อปท. รวม 40 คน</p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p>115,400</p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<table border="1" cellpadding="0" cellspacing="0">
<tbody>
<tr>
<td style="width:36px;">
<p align="center"><strong>ที่</strong></p>
</td>
<td style="width:208px;">
<p align="center"><strong>โครงการ/แผนงาน</strong></p>
</td>
<td style="width:444px;">
<p align="center"><strong>กิจกรรม</strong></p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p align="center"><strong>งบประมาณ</strong></p>
</td>
<td colspan="2" style="width:189px;">
<p align="center"><strong>หน่วยดำเนินการ</strong></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td rowspan="5" style="width:36px;">
<p>&nbsp;</p>
</td>
<td rowspan="2" style="width:208px;">
<p>&nbsp;</p>
</td>
<td style="width:444px;">
<p>&nbsp;&nbsp; &#8211; จัดอบรมสร้างฐานอาชีพ&nbsp; ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ&nbsp;&nbsp; จำนวน 4 ครั้ง โดยแยกตามกิจกรรมที่อปท. เข้าร่วม</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 1) ด้านก๊าซชีวภาพ จำนวน 5 อปท.ๆละ10 คน รวม 50 คน</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2) ด้านเตาหุงต้มประสิทธิภาพสูง จำนวน 5 อปท.ๆละ 20คน รวม 100 คน</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 3) ด้านเชื้อเพลิงอัดแท่ง 4 อปท.ๆละ10 คน รวม 40 คน</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 4) ด้านเตาชีวมวล(เตาแกลบ) จำนวน 4 อปท.ๆละ10 คน รวม 40 คน</p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p>665,400</p>
</td>
<td rowspan="2" style="width:94px;">
<p align="center">สำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงราย</p>
</td>
<td rowspan="2" style="width:94px;">
<p align="center">สส.อิทธิเดช</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td style="width:444px;">
<p>&nbsp;&nbsp; &#8211; ส่งเสริมกลุ่มอาชีพด้านพลังงาน (จำนวนทั้งสิ้น 13 กลุ่ม)</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 1) ด้านเตาหุงต้มประสิทธิภาพสูง 1 กลุ่ม/อปท.รวม 5 กลุ่ม</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2) ด้านเชื้อเพลิงอัดแท่ง 1 กลุ่ม/อปท.รวม 4 กลุ่ม</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 3) ด้านเตาชีวมวล(เตาแกลบ) 1 กลุ่ม/อปท.รวม 4 กลุ่ม</p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p>350,340</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td rowspan="2" style="width:208px;">
<p>5. ลดปริมาณการปล่อยมลพิษจากยานพาหนะ</p>
</td>
<td style="width:444px;">
<p>5.1 เพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังมลพิษทางอากาศจากภาคขนส่ง</p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p>525,000</p>
</td>
<td colspan="2" style="width:189px;">
<p>สำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td style="width:444px;">
<p>5.2 ส่งเสริมการปรับแต่งเครื่องยนต์ในภาคขนส่ง</p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p>300,000</p>
</td>
<td colspan="2" style="width:189px;">
<p>สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงราย</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td style="width:208px;">
<p>6.การติดตามประเมินผลฯ</p>
</td>
<td style="width:444px;">
<p>&nbsp;</p>
</td>
<td style="width:95px;">
<p>164,020</p>
</td>
<td colspan="2" style="width:189px;">
<p>ทสจ.ชร.</p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaingo.org/web/2012/08/09/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%af-%e0%b8%9e%e0%b8%b1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ&#8230;.  (ฉบับผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ)</title>
		<link>http://thaingo.org/web/2012/08/09/%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://thaingo.org/web/2012/08/09/%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 09 Aug 2012 07:22:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>webmaster</dc:creator>
				<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[รายงานพิเศษ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaingo.org/web/?p=6079</guid>
		<description><![CDATA[ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ&#8230;. (ฉบับผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ) &#160; ________________________________________ &#160; เอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง&#160; &#160; &#8226;&#160; ร่างพรบ..ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ&#8230;.(ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ) ร่างกฎหมายฉบับอื่นๆ &#8226;&#160; ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ&#8230;.(คณะรัฐมนตรี) &#8226;&#160; ร่างพรบ. ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ&#8230;..(คุณเจริญ จรรย์โกมลและคณะ) &#8226;&#160; ร่างพรบ. ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ&#8230;..(คุณผุสดี ตามไท และคณะ) &#8226;&#160; ร่างพรบ. ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ&#8230;..(คุณวิชัย ล้ำสุทธิ และคณะ) &#8226;&#160; ร่างพรบ. ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ&#8230;..(ดร.ภูมิ มูลศิลป์ และ ปชช. ๑๐,๕๗๑ คน) &#8226;&#160; ร่างพรบ.ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ&#8230;&#8230;(สถาบันพระปกเกล้า และประชาชน ๑๒,๔๖๖ คน)&#160; &#160; การเข้าชื่อเสนอกฎหมายโดยประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในระบอบการปกครองประชาธิปไตยแบบทางตรง (Direct democracy) รูปแบบหนึ่ง โดยประชาชนสามารถใช้อำนาจอธิปไตยได้โดยตรงผ่านการเสนอร่างกฎหมาย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<table align="center" border="0" cellpadding="0" style="width:700px;" width="700">
<tbody>
<tr>
<td>
<p>ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ&#8230;.</p>
<p>(ฉบับผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>________________________________________</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&bull;&nbsp; ร่างพรบ..ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ&#8230;.(ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ)</p>
<p><a class="highslide" href="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/08/news090855.jpg" onclick="return vz.expand(this)"><img alt="" class="alignleft size-full wp-image-6080" height="134" src="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/08/news090855.jpg" title="news090855" width="230" /></a></p>
<p>ร่างกฎหมายฉบับอื่นๆ</p>
<p>&bull;&nbsp; ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ&#8230;.(คณะรัฐมนตรี)</p>
<p>&bull;&nbsp; ร่างพรบ. ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ&#8230;..(คุณเจริญ จรรย์โกมลและคณะ)</p>
<p>&bull;&nbsp; ร่างพรบ. ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ&#8230;..(คุณผุสดี ตามไท และคณะ)</p>
<p>&bull;&nbsp; ร่างพรบ. ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ&#8230;..(คุณวิชัย ล้ำสุทธิ และคณะ)</p>
<p>&bull;&nbsp; ร่างพรบ. ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ&#8230;..(ดร.ภูมิ มูลศิลป์ และ ปชช. ๑๐,๕๗๑ คน)</p>
<p>&bull;&nbsp; ร่างพรบ.ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ&#8230;&#8230;(สถาบันพระปกเกล้า และประชาชน ๑๒,๔๖๖ คน)&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การเข้าชื่อเสนอกฎหมายโดยประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในระบอบการปกครองประชาธิปไตยแบบทางตรง (Direct democracy) รูปแบบหนึ่ง โดยประชาชนสามารถใช้อำนาจอธิปไตยได้โดยตรงผ่านการเสนอร่างกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญหรือร่างกฎหมายอื่นๆ&nbsp; โดยเป้าหมายหลักคือเพื่อให้ประชาชนสามารถมีอิทธิพลโดยตรงต่อทิศทางนโยบายของรัฐบาลทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ทั้งที่เป็นการเสนอกฎหมายใหม่ หรือการแก้ไขกฎหมายที่มีอยู่เดิมผ่านการถกเถียงสาธารณะ ด้วยการรวบรวมรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อสนับสนุนข้อเสนอนั้นๆ</p>
<p>รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ มาตรา ๑๗๐ ได้บัญญัติรับรองสิทธิในการเข้าไปมีส่วนร่วมในด้านการเมืองการปกครองของประชาชนโดยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย โดยกำหนดให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า ๕๐,๐๐๐ คน มีสิทธิเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้รัฐสภาพิจารณากฎหมายตามที่กำหนดไว้ในหมวด ๓ สิทธิเสรีภาพของชนชาวไทย และหมวด ๕ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ&nbsp; ขณะเดียวกันก็ได้มีการตราพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ.๒๕๔๒ ซึ่งออกตามความในมาตรา ๑๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ ขึ้น เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ กระบวนการและขั้นตอนในการเข้าชื่อเสนอกฎหมายโดยประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง</p>
<p>ต่อมาเมื่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ ถูกยกเลิกโดยคำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ และมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๐ เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๐ ในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยังคงรับรองสิทธิของประชาชนในการเข้าชื่อเสนอกฎหมายไว้เช่นเดิม แต่มีการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการเข้าชื่อเสนอกฎหมายเหลือไม่น้อยกว่า ๑๐,๐๐๐ รายชื่อ และไม่น้อยกว่า ๕๐,๐๐๐ รายชื่อในกรณีเสนอญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ทำให้พระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ.๒๕๔๒ มีเนื้อหาไม่ตรงตามที่รัฐธรรมแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๐ บัญญัติไว้ ดังนั้นจึงมีการเสนอให้แก้ไขพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ.๒๕๔๒ เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยมีการเข้าชื่อของผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ&#8230;.. รวมทั้งสิ้น ๖ ฉบับ โดยจำนวน ๒ ฉบับ เป็นร่างกฎหมายที่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมาย ประกอบด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>๑. ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ&#8230;. ซึ่งประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นผู้เสนอ ได้แก่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>
<p>๑.๑ นายภูมิ มูลศิลป์ และประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน ๑๐,๗๕๑ คน เป็นผู้เสนอ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>
<p>๑.๒ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ และประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน ๑๒,๔๔๖ คน เป็นผู้เสนอ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>๒. ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ&#8230;. ซึ่งฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติเป็นผู้เสนอ ได้แก่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>
<p>๒.๑ คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ (สมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>
<p>๒.๒ นายวิชัย ล้ำวิสุทธิ กับคณะเป็นผู้เสนอ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>
<p>๒.๓ ดร.ผุสดี ตามไท กับคณะเป็นผู้เสนอ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>
<p>๒.๔ นายเจริญ จันทร์โกมล กับคณะเป็นผู้เสนอ</p>
<p>ต่อมาสภาผู้แทนราษฎรได้มีการแต่งตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ&#8230; เพื่อพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว โดยดำเนินการพิจารณาแล้วเสร็จเมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๕๕&nbsp; และได้รายงานต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรไปเมื่อวันพุธที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๕&nbsp; อย่างไรก็ตามร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ&#8230;..มีความสำคัญอย่างยิ่งในการส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตยของภาคประชาชน หากร่างกฎหมายกฎหมายดังกล่าวสามารถวางรากฐานกระบวนการเข้าชื่อเสนอกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพก็จะเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในทางการเมืองการปกครองมากยิ่งขึ้น แต่ในทางตรงกันข้ามหากกฎหมายที่จะบังคับใช้ดังกล่าวไม่เอื้ออำนวยก็จะกลายเป็นข้อจำกัดได้เช่นกัน</p>
<p>ทั้งนี้จากการศึกษาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ&#8230; ซึ่งผ่านการพิจารณาของกรรมาธิการวิสามัญฯ มีหลักการและเนื้อหาที่แตกต่างไปจากที่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นผู้เสนอในหลายประเด็น&nbsp; คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายจึงได้มอบหมายให้คณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงและพัฒนากฎหมายด้านการกระจายอำนาจและการมีส่วนร่วมของประชาชนรับผิดชอบเรื่องดังกล่าว โดยได้กำหนดจัดประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ&#8230; (ฉบับผ่านการพิจารณาของกรรมาธิการวิสามัญฯ) ในวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๕ เวลา ๙.๐๐ น. ณ โรงแรมทีเค พาเลซ ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่</p>
<p>ดังนั้นคณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงและพัฒนากฎหมายด้านการกระจายอำนาจและการมีส่วนร่วมของประชาชนจึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมให้ความเห็นและข้อเสนอแนะต่อร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ&#8230; (ฉบับผ่านการพิจารณาของกรรมาธิการวิสามัญฯ)&nbsp; โดยสามารถส่งความเห็นผ่านทางเว๊ปไซต์ (http://www.lrct.go.th/?p=1613) หรืออีเมลย์ pratheep180@gmail.com เพื่อรวบรวมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของท่านนำไปเสนอในที่ประชุมและนำไปประกอบการพิจารณาต่อไป</p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<div style="clear:both;">&nbsp;</div>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaingo.org/web/2012/08/09/%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สรุปสาระสำคัญๆ ที่ปรากฎในร่าง พรบ. ส่งเสริมโอกาสและความเสมอภาคระหว่างเพศ ฉบับ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่สมควรได้รับการพิจารณาทบทวนและแก้ไข</title>
		<link>http://thaingo.org/web/2012/08/09/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b9%86-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%8e/</link>
		<comments>http://thaingo.org/web/2012/08/09/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b9%86-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%8e/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 09 Aug 2012 07:19:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>webmaster</dc:creator>
				<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[รายงานพิเศษ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaingo.org/web/?p=6076</guid>
		<description><![CDATA[ดังนี้ &#160; ข้อยกเว้น &#8220;เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุผลทางวิชาการ ทางศาสนา หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ&#8221; ต้องยกออก&#160; เพราะขัดหลักการ CEDAW (โปรดดูข้อสังเกตที่กระทรวงการต่างประเทศทักท้วงไว้ และ มติ ครม. วันที่ 2 เมย. 2555 ข้อ 2 ได้มีมติให้ยกออกแล้ว) เหตุผลในการตรากฎหมาย : ไม่อ้่างสาระสำคัญเรื่องสิทธิมนุษยชนตามรัฐธรรมนูญ ไม่ได้อ้างพันธกรณีที่ประเทศไทยได้ลงนามอนุสัญญาขจัดการเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิงในทุกรูปแบบ (CEDAW) คำนิยาม&#160;: กำกวม ไม่ชัดเจน ไม่ครอบคลุมอีกหลาย &#34;คำ&#34; ที่ควรนิยาม โดยเฉพาะอย่้างยิ่ง &#34;การส่งเสริมโอกาส&#34; &#34;การคุ้มครอง&#34; &#34;มาตรการพิเศษ&#34; &#34;ผู้ที่สมควรได้รับการส่งเสริมโอกาสและคุ้มครองเป็นพิเศษ&#34; (เพราะไม่มีัเรื่องพวกนี้ในร่างกฎหมายฉบับนี้&#8230;ซึ่งต้องมี!) นายกรัฐมนตรี ต้องเป็นผู้รักษาการตาม พรบ. ฉบับนี้ &#160;ไม่ใช่ รัฐมนตรี (ซึ่งร่าง พรบ. ไม่ระบุว่าเป็น รมว. กระทรวงใดด้วยซ้ำ!) เพราะความไม่เสมอภาคระหว่้างเป็นเพศเป็นปัญหาระดับชาติ &#160;ไม่ใช่ปัญหาระดับกระทรวง ทบวง กรม เท่านั้น การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมอันเนื่องมาจากความแตกต่างระหว่างเพศ&#160;มีขอบข่ายมาก ต้องระบุให้ชัดเจน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a class="highslide" href="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/08/news090855-2.jpg" onclick="return vz.expand(this)"><img alt="" class="alignleft size-full wp-image-6077" height="141" src="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/08/news090855-2.jpg" title="news090855-2" width="230" /></a> ดังนี้<br />
	&nbsp;</p>
<ol>
<li><u>ข้อยกเว้น &ldquo;</u>เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุผลทางวิชาการ ทางศาสนา หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ&rdquo; ต้องยกออก&nbsp; เพราะขัดหลักการ CEDAW (โปรดดูข้อสังเกตที่กระทรวงการต่างประเทศทักท้วงไว้ และ มติ ครม. วันที่ 2 เมย. 2555 ข้อ 2 ได้มีมติให้ยกออกแล้ว)</li>
</ol>
<ol>
<li value="2">เหตุผลในการตรากฎหมาย : ไม่อ้่างสาระสำคัญเรื่องสิทธิมนุษยชนตามรัฐธรรมนูญ ไม่ได้อ้างพันธกรณีที่ประเทศไทยได้ลงนามอนุสัญญาขจัดการเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิงในทุกรูปแบบ (CEDAW)</li>
</ol>
<ol>
<li value="3">คำนิยาม&nbsp;: กำกวม ไม่ชัดเจน ไม่ครอบคลุมอีกหลาย &quot;คำ&quot; ที่ควรนิยาม โดยเฉพาะอย่้างยิ่ง &quot;การส่งเสริมโอกาส&quot; &quot;การคุ้มครอง&quot; &quot;มาตรการพิเศษ&quot; &quot;ผู้ที่สมควรได้รับการส่งเสริมโอกาสและคุ้มครองเป็นพิเศษ&quot; (เพราะไม่มีัเรื่องพวกนี้ในร่างกฎหมายฉบับนี้&#8230;ซึ่งต้องมี!)</li>
</ol>
<ol>
<li value="4">นายกรัฐมนตรี ต้องเป็นผู้รักษาการตาม พรบ. ฉบับนี้ &nbsp;ไม่ใช่ รัฐมนตรี (ซึ่งร่าง พรบ. ไม่ระบุว่าเป็น รมว. กระทรวงใดด้วยซ้ำ!) เพราะความไม่เสมอภาคระหว่้างเป็นเพศเป็นปัญหาระดับชาติ &nbsp;ไม่ใช่ปัญหาระดับกระทรวง ทบวง กรม เท่านั้น</li>
</ol>
<ol>
<li value="5">การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมอันเนื่องมาจากความแตกต่างระหว่างเพศ&nbsp;มีขอบข่ายมาก ต้องระบุให้ชัดเจน จะกำกวมหรือจะไปรอประกาศในกฎกระทรวงโดยภาครัฐ (ที่อาจ &quot;ตาบอดในเรื่องความเสมอภาคระหว่างเพศ&quot;) ไม่ได้</li>
</ol>
<ol>
<li value="6">ร่าง พรบ. ฉบับของรัฐบาลไม่มีการระบุเรื่องการคุ้มครองและการส่งเสริืมโอกาสและความเสมอภาคระหว่างเพศเลย&nbsp;แต่ชื่อกฎหมายกลับมีคำว่า &quot;ส่งเสริมโอกาส&quot;!&nbsp;</li>
</ol>
<ol>
<li value="7">คณะกรรมการส่งเสริมโอกาสและความเท่าเทียมระหว่างเพศ (อทพ.)&nbsp;: กรรมการโดยตำแหน่งควรมีทุกกระทรวงภาครัฐ และควรต้องเพิ่ม อัยการ สนง.ตำรวจแห่งชาติ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ และองค์กรภาคธุรกิจ และ องค์กรสตรีภาคประชาสังคมด้วย ส่วนผู้ทรงคุณวุฒิควรเพิ่มสาขาด้านสิทธิมนุษยชนและด้านสตรีศึกษาและสถาบันการศึกษาด้วย โดยในหน่วยงานที่ไม่ใช่้ภาครัฐไม่ควรสรรหาและเสนอชื่อโดยรัฐมนตรี แต่ควรสรรหากันเองและนำเสนอชื่อให้นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งต่อไป และควรกำหนดสัดส่วนหญิงชายในคณะกรรมการให้ใกล้เคียงกันตามรัฐธรรมนูญมาตรา 87 วรรคท้าย</li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>
<ol>
<li value="8">คุณสมบัติของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งเป็นคณะกรรมการ อทพ. ทุกคนไม่ว่าจะมาโดยตำแหน่งหรือได้รับการแต่งตั้งจากการสรรหากันเองของหน่วยงานต่างๆ จะต้องไม่เป็นผู้ที่เคยต้องคดีหรือกระทำความผิดทางเพศมาก่อน</li>
</ol>
<ol>
<li value="9">อำนาจหน้าที่ของ อทพ. ในเรื่องกำหนดเกณฑ์ แนวทาง ระเบียบปฏิบัติ ใดๆ (ถ้ามี) ต้องมีกรอบเวลากำกับไว้ด้วย</li>
</ol>
<ol>
<li value="10">คณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ (วลพ.) ไม่ควรมาจากการแต่งตั้งของ ครม. โดยการเสนอชื่อของ อทพ. เพราะจะกลายเป็นคณะกรรมการเล็กในคณะกรรมการใหญ่ ซึ่งไม่เหมาะสม &nbsp;หากแต่ กรรมการ&nbsp;วลพ.ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติที่เหมาะสมและเป็นทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญในเรื่องการเลือกปฏิบัติและความไม่เสมอภาคระหว่างเพศอย่างแท้จริง</li>
</ol>
<ol>
<li value="11">อำนาจหน้าที่ของ วลพ.&nbsp;ต้องมีการทบทวนและแก้ไข เพื่อมิให้เป็นการไปรอนสิทธิหรือกระทบสิทธิของผู้ร้องในการดำเนินคดีตามกระบวนยุึติธรรมอืื่นๆ ที่กกฎหมายอื่นกำหนดให้กระทำได้</li>
</ol>
<ol>
<li value="12">สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมโอกาสและความเสมอภาคระหว่างเพศ&nbsp;ต้องเป็นสำนักงานที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อปฏิบัติภารกิจตามพระราชบัญญัตินี้โดยเฉพาะ &nbsp;ซึ่งไม่ใช่ภาระกิจที่สำนักกิจการสตรีและครอบครัว (สค.) ซึ่งเป็นหน่วยงานของภาครัีฐสังกัดกระทรวง พม. จะทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจะต้องมี &quot;เลขาธิการสำนักงาน&quot; ที่ไม่ใช่ข้าราชการประจำ &nbsp;แต่ควรเป็นผู้ที่มีความสามารถและมีคุณสมบัติเหมาะสมกับการทำงานเพื่อผลัีกดันให้เกิดความเสมอภาคระหว่างเพศและขจัดการเลือกปฏิบัติได้อย่างแท้จริง &nbsp;ซึ่งจะต้องมีการรับสมัคร คัดเลือก สรรหา ตามกระบวนการอย่างโปร่งใสและควรมีการแสดงวิสัยทัศน์ด้วย</li>
</ol>
<ol>
<li value="13">คณะกรรมการบริหารกองทุนต้องมาจากการสรรหามิใช่มาจากการแต่งตั้งโดย สทพ. เพื่อความโปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ รวมทั้งยังแยกอำนาจบริหารจัดการจากฝ่ายนโยบาย (สทพ.) ออกจากฝ่ายบริหารกองทุนด้วย และภารกิจนี้ไม่ควรกระจุกตัวอยู่แต่ในหน่วยงานเล็กๆ ของภาครัฐ</li>
</ol>
<ol>
<li value="14">ส่วนหนึ่งของเงินของกองทุนควรมาจากเงินงบประมาณแผ่นดินประจำปีในสัดส่วน ร้อยละ 1 ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามหลักการ Gender Budgeting หรือการจัดสรรงบประมาณเพื่อการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศที่แท้จริง</li>
</ol>
<ol>
<li value="15">การกำหนดให้ &ldquo;เจ้าพนักงานดังต่อไปนี้เห็นว่าผู้กระทำผิดไม่ควรรับโทษจำคุกหรือไม่ควรถูกฟ้องร้องให้มีอำนาจเปรียบเทียบ ดังต่อไปนี้ (๑)ผู้อำนวยการ สำหรับความผิดที่เกิดขึ้นในกรุงเทพ (๒)ผู้ว่าราชการจังหวัด สำหรับความผิดที่เกิดขึ้นในจังหวัดอื่นซึ่งเป็นกระบวนการเปรียบเทียบปรับ (มาตรา 36) และเลิกคดี (มาตรา 36 วรรคท้าย) ต้องทบทวนและแก้ไข</li>
</ol>
<ol>
<li value="16">บทกำหนดโทษ&nbsp;ควรมีการทบทวนโดยควรให้สอดคล้องกับหลักการลงโทษตามความหนักเบาของความผิด &nbsp;โดยโทษปรับควรหลักการปรับตามการประเมินความเสียหาย (punitive damages) มาใช้ด้วยแทนที่จะกำหนดอัตราตายตัว และย้ำอีกครั้งว่าการกำหนดให้ &quot;</li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;<br />
	&nbsp;</p>
<p align="right">ดร. สุธาดา เมฆรุ่งเรืองกุล</p>
<p align="right">ผู้ประสานงานเครือข่ายผู้หญิงพลิกโฉมประเทศไทย</p>
<p align="right">มือถือ 081 809 5401</p>
<p align="right">Email: sutada.mod@gmail.com</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaingo.org/web/2012/08/09/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b9%86-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%8e/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มองประเทศไทยในแง่ดี  โอกาสทองที่คนไทยมีเวลาทบทวน ก่อนที่จะมีการเผชิญหน้าครั้งต่อไป</title>
		<link>http://thaingo.org/web/2012/07/31/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://thaingo.org/web/2012/07/31/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 31 Jul 2012 09:52:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>webmaster</dc:creator>
				<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[รายงานพิเศษ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaingo.org/web/?p=5986</guid>
		<description><![CDATA[&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160; &#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160; &#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212; &#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160; &#160;&#160; พล.อ.สายหยุด&#160; เกิดผล ประธานองค์กรกลาง และพีเน็ต, ประธานก่อตั้งองค์กรแอลเฟรล(ANFREL) มิถุนายน 2555 &#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160; จากการตัดสินใจของประธานรัฐสภาเมื่อ 8 มิถุนายน 55&#160; ให้เลื่อนการลงมติวาระที่ 3 ไปตามที่ศาลรัฐธรรมนูญแนะนำมา&#160; จนกว่าจะถึงการประชุมครั้งต่อไปในเดือนสิงหาคม 55&#160; ทำให้บรรยากาศทางการเมืองซึ่งกำลังเดินหน้าทั้งในสภาและนอกสภาเพื่อเผชิญหน้ากัน&#160; เริ่มผ่อนคลายลงทันที&#160; จึงทำให้ทุกฝ่ายโดยเฉพาะประชาชนทั่วไปที่ต้องการให้บ้านเมืองอยู่ในความสงบ&#160; โดยเฉพาะในระยะที่จะเข้าฤดูฝน&#160; ต้องเตรียมการป้องกันน้ำท่วม และเตรียมตัวที่จะต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติ&#160; รวมทั้งทางด้านเศรษฐกิจที่มีผลกระทบจากวิกฤติของเงินยูโร และราคาสินค้า เครื่องอุปโภคสูงขึ้น&#160; มีความกังวลอย่างยิ่ง &#160; &#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160; เมื่อเหตุการณ์ทางการเมืองซึ่งมีความร้อนแรง สลับกับความผ่อนคลาย เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเริ่มถอยกันบ้าง บางคนเชื่อว่าเป็นเพราะ &#8220;พระสยามเทวาธิราช&#8221; คุ้มครอง&#160; แต่บางคนก็ว่า &#8220;พระสยามเทวาธิราช&#8221; ที่ว่านั้นไม่มีหรอก&#160; ซึ่งก็มีส่วนถูกทั้งสองฝ่าย&#160; ผมจึงขอแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ว่า&#160; ที่ว่า &#8220;พระสยามเทวาธิราช&#8221; มีนั้น&#160; ก็เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ได้สร้าง &#8220;องค์พระสยามเทวาธิราช&#8221; ขึ้น&#160; คงประดิษฐานไว้ที่ปราสาทพระเทพบิดา ในพระบรมมหาราชวัง&#160; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;</p>
<p><strong>พล.อ.สายหยุด&nbsp; เกิดผล</strong><br />
	ประธานองค์กรกลาง และพีเน็ต,<br />
	ประธานก่อตั้งองค์กรแอลเฟรล(ANFREL)</p>
<p>	มิถุนายน 2555</p>
<p align="center"><a class="highslide" href="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/07/news310755-1.jpg" onclick="return vz.expand(this)"><img alt="" class="alignleft size-full wp-image-5987" height="208" src="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/07/news310755-1.jpg" title="news310755-1" width="350" /></a></p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; จากการตัดสินใจของประธานรัฐสภาเมื่อ 8 มิถุนายน 55&nbsp; ให้เลื่อนการลงมติวาระที่ 3 ไปตามที่ศาลรัฐธรรมนูญแนะนำมา&nbsp; จนกว่าจะถึงการประชุมครั้งต่อไปในเดือนสิงหาคม 55&nbsp; ทำให้บรรยากาศทางการเมืองซึ่งกำลังเดินหน้าทั้งในสภาและนอกสภาเพื่อเผชิญหน้ากัน&nbsp; เริ่มผ่อนคลายลงทันที&nbsp; จึงทำให้ทุกฝ่ายโดยเฉพาะประชาชนทั่วไปที่ต้องการให้บ้านเมืองอยู่ในความสงบ&nbsp; โดยเฉพาะในระยะที่จะเข้าฤดูฝน&nbsp; ต้องเตรียมการป้องกันน้ำท่วม และเตรียมตัวที่จะต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติ&nbsp; รวมทั้งทางด้านเศรษฐกิจที่มีผลกระทบจากวิกฤติของเงินยูโร และราคาสินค้า เครื่องอุปโภคสูงขึ้น&nbsp; มีความกังวลอย่างยิ่ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เมื่อเหตุการณ์ทางการเมืองซึ่งมีความร้อนแรง สลับกับความผ่อนคลาย เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเริ่มถอยกันบ้าง บางคนเชื่อว่าเป็นเพราะ &ldquo;พระสยามเทวาธิราช&rdquo; คุ้มครอง&nbsp; แต่บางคนก็ว่า &ldquo;พระสยามเทวาธิราช&rdquo; ที่ว่านั้นไม่มีหรอก&nbsp; ซึ่งก็มีส่วนถูกทั้งสองฝ่าย&nbsp; ผมจึงขอแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ว่า&nbsp; ที่ว่า &ldquo;พระสยามเทวาธิราช&rdquo; มีนั้น&nbsp; ก็เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ได้สร้าง &ldquo;องค์พระสยามเทวาธิราช&rdquo; ขึ้น&nbsp; คงประดิษฐานไว้ที่ปราสาทพระเทพบิดา ในพระบรมมหาราชวัง&nbsp; ที่สร้างขึ้นก็เพื่อให้มีองค์จริงตามจินตนาการ&nbsp; ตามที่คนทั่วไปมักกล่าวอ้างว่า ในการที่ประเทศไทยผ่านวิกฤติกาลใหญ่ๆ ในทางการเมืองของโลก เช่น ในสมัยล่าอาณานิคม ในสงครามโลกครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2&nbsp; ไทยก็รอดพ้นอันตรายถึงขั้นสูญเสียเอกราชมาแล้ว&nbsp; แต่ไทยเราก็สามารถดำรงความเป็นเอกราชมาได้&nbsp; ก็เพราะการกระทำขององค์พระประมุข&nbsp; ด้วยการสนับสนุนของพสกนิกร เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน &nbsp;ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะทุกคนเชื่อมั่นในพระสยามเทวาธิราช&nbsp; ซึ่งเดิมไม่มีตัวตนให้ความคุ้มครองอยู่&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จะเชื่อกันหรือไม่ ไม่เป็นไร แต่ลองมาเทียบกับมนุษย์เรา ซึ่งประกอบด้วย กาย กับ จิต ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า &ldquo;Body and Mind&rdquo; คำว่า Mind นี้&nbsp; ไม่ใช่ส่วนใดส่วนหนึ่งของกาย&nbsp; แต่ต้องหนึ่งกับกาย มีบทบาทอิทธิพลต่อความเป็นอยู่ของกาย&nbsp; ภาษาไทยเราบางทีก็เรียกว่า &ldquo;วิญญาณ&rdquo;&nbsp; ซึ่งก็ไม่ตรงนัก เพราะ &ldquo;วิญญาณ&rdquo; หมายถึง ธาตุรู้ ตามชนบทของไทยเรา หมอแผนโบราณหรือหมอประจำหมู่บ้าน&nbsp; ได้ใช้การรักษาคนไข้สำหรับเด็กๆ ที่ยังเยาว์วัย เมื่อมีอาการเจ็บไข้ ไม่รู้ว่าเพราะสาเหตุใด พ่อแม่ก็มักจะพาไปหาหมอประจำหมู่บ้าน&nbsp; ก็จะใช้ธูปเทียนดอกไม้และไข่ต้ม แล้วเรียก &ldquo;ขวัญ&rdquo;&nbsp; เพื่อให้ขวัญกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว&nbsp; กลับมาอยู่ติดกับร่างกายของเด็กนั่นเอง&nbsp; คำว่า &ldquo;ขวัญ&rdquo; ในที่นี่ น่าจะหมายถึง จิต หรือ Mind ที่คู่กับกายนั่นเอง</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ดังนั้นประเทศชาติของเราก็มีตัวตนจับต้องได้&nbsp; แต่ก็คงจะต้องมีอีกสิ่งหนึ่งที่จับต้องไม่ได้ จะเรียกว่า &ldquo;ขวัญของชาติ&rdquo; ก็ได้&nbsp; ที่ทำให้ประเทศชาติดำรงอยู่ได้โดยสมบูรณ์&nbsp; ถ้า &ldquo;ขวัญของชาติ&rdquo; แตกแยกกัน ก็จะทำให้ประเทศชาติอยู่ในสภาพที่อ่อนแอไปด้วย&nbsp; &ldquo;ขวัญของชาติ&rdquo;&nbsp; ในที่นี้ก็คือ ความเชื่อมั่นยึดมั่นในองค์พระประมุของค์เดียวกัน&nbsp; ถ้าเห็นองค์พระประมุข เป็นบุคคล ก็อาจแปรสภาพเป็นสิ่งที่ไม่มีตัวตน คือ &ldquo;พระสยามเทวาธิราช&rdquo;&nbsp; เป็นที่ยึดเหนี่ยวของคนในชาติ&nbsp; ถ้าทุกคนหันมายึดเหนี่ยวในสิ่งเดียวกัน ก็จะทำให้ &ldquo;ขวัญของชาติ&rdquo; เข้มแข็ง มั่นคง มีพลังที่จะต่อสู้กับศัตรูใดๆ ได้ เช่น ร่างกายมนุษย์ที่มีทั้ง Body และ Mind ที่แข็งแรง&nbsp; ย่อมสามารถต่อสู้โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้เช่นกัน</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; จากประสบการณ์ของผม ก็นับว่ายาวนานพอ ได้ผ่านการขัดแย้งถึงขั้นสงครามมาหลายครั้ง&nbsp; และได้เข้าไปเกี่ยวข้อง กับได้ติดตามศึกษาความเป็นไปในประเทศเพื่อนบ้านของเรา ได้แก่ เนปาล, ลาว และเขมร&nbsp; ผมจึงอยากจะเล่าประวัติศาสตร์บางตอนของประเทศเหล่านี้ เพื่อให้ &ldquo;สติ&rdquo; แก่คนไทยทั่วไป&nbsp; ที่อาจไม่มีโอกาสได้ศึกษาความจริงบทเรียนของเราเองก็มีมาก&nbsp; ผมเองก็ได้เล่าให้ฟังไว้ในหนังสือ &ldquo;พคท.หายไปไหน ?&rdquo;&nbsp; ดูเหมือนจะมีน้อยคนที่ศึกษาเรื่องของเราอย่างจริงจัง&nbsp; อันเป็นธรรมดาที่เราจะมองตัวเราเองไม่ค่อยเห็น&nbsp; ทั้งๆ ที่คนทั่วโลกเขาศึกษาเรื่องของเรา และก็ชื่นชมในความสำเร็จของเราในการแก้ปัญหา ที่มีการขัดแย้งทางการเมือง ถึงขั้นต่อสู้กันด้วยอาวุธ มีคนล้มตายไม่น้อยกว่า 10,000 คน&nbsp; ในช่วงระยะเวลาระหว่างปี 2508-2528 เป็นเวลา 20 ปี&nbsp; ได้เป็นผลสำเร็จด้วยตัวเราเอง&nbsp; เพราะเราใช้ &ldquo;วิธีแก้ปัญหาที่ถูกจุด&rdquo; นั่นเอง&nbsp; แม้ว่าจะใช้เวลานานเท่าใดก็ตาม&nbsp; เพราะ &ldquo;วิธีการที่ถูก&rdquo; เท่านั้นที่จะแก้ปัญหาได้&nbsp; หรือที่เรียกว่า เอาชนะได้&nbsp;</p>
<p><a class="highslide" href="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/07/news310755-2.jpg" onclick="return vz.expand(this)"><img alt="" class="alignright size-full wp-image-5988" height="142" src="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/07/news310755-2.jpg" title="news310755-2" width="220" /></a></p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เราลองไปดูสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศเนปาล&nbsp; คนส่วนมากคงไม่ทราบว่า ประเทศเนปาลเป็นอีกประเทศหนึ่ง ปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราช&nbsp; สามารถดำรงความเป็นเอกราชมาได้ตลอดสมัยล่าอาณานิคม เช่นเดียวกับประเทศไทย และประเทศญี่ปุ่น&nbsp; แต่เมื่อเปลี่ยนระบบเป็นประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ก็ทำให้เนปาลมีความขัดแย้งทางการเมืองอย่างรุนแรง&nbsp; เพราะมีพรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นใหม่ เรียกแบบทั่วไปว่า &ldquo;พรรคเมา&rdquo; (Maoist Party) เป็นพรรคที่ดำเนินการตามแนวคิดของเมาเซตุง&nbsp; ด้วยการใช้กำลังชนบทล้อมเมืองหลวง&nbsp; ต่อสู้กับพรรคการเมืองที่มีอำนาจ คือ &ldquo;พรรคคองเกรส&rdquo;&nbsp; ปกครองประเทศมาช้านาน&nbsp; พรรคคองเกรสไม่สามารถแก้ปัญหา&nbsp; พระองค์ทรงตกลงแก้ปัญหาด้วยการใช้กำลังทหารของชาติเข้าแก้ปัญหา&nbsp; ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ถูกต้อง&nbsp; จึงทำให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้น จนสังคมนานาชาติต้องเข้ามาเกี่ยวข้องให้ทั้งสองฝ่าย &ldquo;หยุดยิง&rdquo; แล้วจัดให้มีการเลือกตั้งขึ้น&nbsp; ผมเองในฐานะประชาชนองค์กรตรวจสอบการเลือกตั้งซึ่งได้ไปร่วมสังเกตการณ์ตรวจสอบการเลือกตั้งครั้งนั้นด้วย&nbsp; ผลการเลือกตั้งไม่มีฝ่ายใดชนะเด็ดขาด&nbsp; แต่ &ldquo;พรรคเมา&rdquo; ได้ที่นั่งมากกว่า&nbsp; จึงจัดตั้งรัฐบาลผสม โดยมีเงื่อนไขว่า จะต้องมีการโหวตในสภาก่อน&nbsp; เพื่อตัดสินว่าประเทศจะปกครองต่อไปด้วย &ldquo;ระบอบประชาธิปไตย มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือมีประธานาธิบดี&rdquo;&nbsp; ในที่สุดพรรคคองเกรส&nbsp; ซึ่งเป็นพรรคที่เทิดทูลพระมหากษัตริย์ และได้ไปกราบทูลพระมหากษัตริย์ เพื่อให้เข้ามาช่วยแก้ปัญหา&nbsp; ก็ได้หักหลังพระมหากษัตริย์ โดยโหวตร่วมกับพรรคที่เห็นชอบในการเปลี่ยนการปกครอง จากระบอบการปกครองที่มีกษัตริย์เป็นประมุข มาเป็นระบอบ ปชต. มีประธานาธิบดีเป็นประมุข&nbsp; การเมืองหลังจากนั้น พรรคการเมืองต่างๆ ด้วยการนำของพรรคเมา ก็ไม่สามารถตั้งรัฐบาลที่มั่นคงได้ จนกระทั่งทุกวันนี้</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ส่วนประเทศกัมพูชา เดิมเป็นระบอบ ปชต. ที่มีพระมหากษัตริย์ เจ้าสีหนุ เป็นประมุข&nbsp; แต่ต่อมาเกิดรัฐประหาร โดยนายพล ลอนนอล มือขวาของเจ้าสีหนุ ทำรัฐประหาร&nbsp; ในขณะที่เจ้าสีหนุไปราชการต่างประเทศ&nbsp; เจ้าสีหนุ แทนที่จะกลับมาเผชิญหน้ากับนายพลลอนนอล&nbsp;&nbsp; แต่พระองค์ท่านตัดสินใจไปอยู่ข้างคอมมิวนิสต์เขมรแดง ของนายพลพอลพอต เกิดสงครามกลางเมือง ต่อสู้กันจนฝ่ายเวียดนาม ได้นำกำลังภายใต้การนำของเฮงสัมรินและฮุนเซนมาขับไล่เขมรแดงพอลพอต ออกจากเมืองหลวง จนนานาชาติต้องมาเกี่ยวข้องให้หยุดยิง และมีการเลือกตั้งขึ้น&nbsp; ซึ่งผมได้ไปร่วมด้วย ฝ่ายฮุนเซนชนะการเลือกตั้ง มีการตั้งรัฐบาลผสมระหว่างพรรคของฮุนเซน กับพรรคของราชบุตรของสีหนุ&nbsp;</p>
<p>ในที่สุดเจ้าสีหนุ ได้ดำเนินนโยบายปกครองให้เขมรกลับมาปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข&nbsp; โดยพระองค์สละราชสมบัติให้ราชบุตรสีหมุนี เป็นกษัตริย์แทน&nbsp; ทำให้รัฐบาลของเขมร มีเสถียรภาพพอสมควรในเวลาต่อมา&nbsp; แต่กว่าจะแก้ปัญหาโดยนำระบอบกษัตริย์เป็นประมุข&nbsp; เขมรก็ได้ลองผิดลองถูกมาเป็นเวลายาวนาน หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นเวลา 20-30 ปี สูญเสียชีวิตผู้คนและทรัพย์สมบัติของแผ่นดินเป็นอันมาก&nbsp; นี่ก็เป็นบทเรียนอันมีค่า ที่คนไทยบางคนเรียกร้องอยากจะให้มีการเปลี่ยนแปลง&nbsp; โดยไม่ทราบว่าการเปลี่ยนแปลงนั้น มีอะไรขวางกัน มีบุคคลใดที่พอจะเชื่อมั่นได้&nbsp; ถ้าระบบเก่าอันเป็นมรดกล้ำค่า ที่เราพากันภาคภูมิใจได้ล่มสลายลง เราจะมีอะไรเป็นหลักประกันหรือไม่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ส่วน &ldquo;สปป.ลาว&rdquo;&nbsp; ที่มีประธานาธิบดีเป็นประมุข&nbsp; ก็ได้สร้างอนุสาวรีย์กษัตริย์องค์สุดท้าย ไว้ที่พระราชวัง ในเมืองหลวงพระบาง เป็นองค์ที่ใหญ่โตขนาด 2-3 กว่าขององค์จริง ไว้เป็นที่ระลึก&nbsp; ผมก็ไม่ทราบว่า ลึกๆ ในจิตใจของคนลาวจะมีความรู้สึกอย่างไรต่อการที่เขาได้สูญเสียองค์พระประมุขที่ได้สร้างราชอาณาจักรลาวมาเป็นเวลาช้านาน&nbsp; มีประวัติศาสตร์ที่น่าภาคภูมิใจในความเสียสละของบรรพบุรุษ ที่ได้ก่อสร้างประเทศมา&nbsp; แม้ว่าจะมีหลักฐานทางข้อเขียนทางประวัติศาสตร์&nbsp; แต่ก็ไม่มีองค์บุคคลที่เป็นเครื่องยืนยันได้ เช่น ประเทศไทย, ประเทศญี่ปุ่น, อังกฤษ &nbsp;และหลายประเทศในยุโรป&nbsp; แม้ว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ จะไม่ทรงมีอำนาจในทางการเมืองใดๆ&nbsp; แต่ก็เป็นสถาบันที่เป็นจุดรวมของคนในชาตินั้นๆ&nbsp; เช่น การฉลองการครองราชย์ของพระบรมราชินิอังกฤษครบ 60 ปี เมื่อเร็วๆ นี้&nbsp;&nbsp; และของพระบาทสมเด็จของพระเจ้าอยู่หัวของเราเมื่อหลายปี ก่อนหน้านี้&nbsp; ได้นำความสุข ความปลื้มปิติ ของคนในชาติ แม้จะเพียงชั่วขณะหนึ่งก็ตาม&nbsp; แต่ก็มีผลต่อขวัญกำลังใจ และเศรษฐกิจของประเทศเป็นจำนวนมหาศาล นับค่ามิได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผมคิดว่าเวลานี้เป็นเวลาที่เหมาะที่สุด ที่คนไทยจะได้มีโอกาสได้คิดทบทวนถึงเหตุการณ์ที่เป็นมาแล้ว&nbsp; โดยอาศัยบทเรียนที่มีค่าของเราเอง&nbsp; และของประเทศเพื่อนบ้าน มีให้ศึกษาหลายรูปแบบ&nbsp; บางแบบอาจจะตรงกับที่ท่านคิดอยู่ขณะนี้ ที่ท่านอยากจะเปลี่ยนแปลง และขอให้คิดให้ตลอด ว่าถ้าเปลี่ยนแปลงแล้ว จะเป็นอย่างไร มีตัวอย่างให้เห็นอยู่ทุกรูปแบบ&nbsp; ถึงจะเป็นแบบไหนก็ตาม&nbsp; ผมก็ยังมองไม่เห็น&nbsp; เหตุการณ์และประเทศที่ผมหยิบยกมานี้&nbsp; ทำให้เห็นว่า แนวคิดของผู้นำสูงสุดที่ท่านเทิดทูล กับความคิดของผู้นำในกลุ่มของท่าน ก็ดูจะไม่ตรงกัน ความคิดของผู้นำสูงสุดของท่าน คิดเพียงเพื่อให้เขา <strong>&ldquo;พ้นผิด&rdquo;</strong> และสามารถกลับประเทศไทยได้อย่างสง่างามเท่านั้น&nbsp; ส่วนความคิดของผู้นำที่สนับสนุนเขาคงคิดไกลไปกว่านั้น&nbsp; ผมยังไม่ทราบว่า <strong>&ldquo;เป้าหมาย&rdquo; ของเขาจะไปทางไหนแน่ !&nbsp; แล้วคนที่เฮฮาตามเขาไปนั้น ท่านรู้หรือไม่ว่า เขาจะพาท่านไปไหน ! &nbsp;ขอให้คิดทบทวนดูให้ดี !</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>ถ้าท่านไม่มีพระสยามเทวธิราชคุ้มครองท่านแล้ว&nbsp; ใครจะคุ้มครองท่าน&nbsp; ประเทศที่ไม่มี &ldquo;ขวัญ&rdquo; เหมือนร่างกายไม่มี จิต-Mind &nbsp;จะเป็นร่างกาย หรือประเทศที่สมบูรณ์แข็งแรงได้อย่างไร&nbsp; จะเจริญก้าวหน้าได้อย่างไร ?&nbsp;&nbsp;&nbsp; โอกาสเป็นของประเทศไทยแล้ว ในกลุ่มอาเซียน&nbsp; ถ้าเราไม่สามารถแก้ปัญหาภายในของเราได้แล้ว&nbsp; เราจะเป็นผู้นำได้อย่างไร ? </strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaingo.org/web/2012/07/31/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ร้องเรียนครึ่งปี 55 ย้ำสัญญาณมือถือมีปัญหา</title>
		<link>http://thaingo.org/web/2012/07/31/%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b5-55-%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%b1/</link>
		<comments>http://thaingo.org/web/2012/07/31/%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b5-55-%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%b1/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 31 Jul 2012 09:41:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>webmaster</dc:creator>
				<category><![CDATA[รายงานพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี่เพื่อการพัฒนา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaingo.org/web/?p=5983</guid>
		<description><![CDATA[&#160; ผลร้องเรียนโทรคมนาคมครึ่งแรกปี 55 ชี้ชัด ปัญหาด้านคุณภาพและมาตรฐานการให้บริการพุ่งขึ้นครองอันดับหนึ่ง โดยพบการร้องเรียนมากในทุกประเภทบริการ รองลงมาคือปัญหาการคิดค่าบริการผิดพลาดที่เคยครองแชมป์ในปีก่อนๆ&#160; รวมสองปัญหานี้มียอดร้องเรียนเกินครึ่ง เฉพาะด้านบริการมือถือนั้น ปัญหาหลักคือเรื่องการกำหนดอายุการใช้งานโทรศัพท์ระบบเติม ซึ่งมีผู้ร้องเรียนมากถึง 1 ใน 4 ของเรื่องร้องเรียนด้านมือถือทั้งหมด ในขณะที่ปัญหา SMS และปัญหาการแจกซิมฟรีที่ทำให้เกิดค่าบริการภายหลัง ยังคงมีผู้ร้องเรียนจำนวนมาก จากสถิติการร้องเรียนปัญหาจากการใช้บริการด้านโทรคมนาคม ตั้งแต่ 1 ม.ค.- 30 มิ.ย 2555 พบว่า มีเรื่องร้องเรียนเข้ามายังสำนักงาน กสทช. จำนวน 993 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นปัญหาจากการใช้บริการโทรศัพท์มือถือมากที่สุด จำนวน 724 เรื่อง หรือประมาณร้อยละ 73 ที่เหลือเป็นปัญหาจากการใช้บริการอินเทอร์เน็ต 160 เรื่อง ปัญหาจากการใช้บริการโทรศัพท์พื้นฐาน 82 เรื่อง ปัญหาเกี่ยวกับสถานีวิทยุคมนาคม 24 เรื่อง และเรื่องอื่นๆ อีก 3 เรื่อง นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center">&nbsp;</p>
<p><strong><em>ผลร้องเรียนโทรคมนาคมครึ่งแรกปี 55 ชี้ชัด ปัญหาด้านคุณภาพและมาตรฐานการให้บริการพุ่งขึ้นครองอันดับหนึ่ง โดยพบการร้องเรียนมากในทุกประเภทบริการ รองลงมาคือปัญหาการคิดค่าบริการผิดพลาดที่เคยครองแชมป์ในปีก่อนๆ&nbsp; รวมสองปัญหานี้มียอดร้องเรียนเกินครึ่ง เฉพาะด้านบริการมือถือนั้น ปัญหาหลักคือเรื่องการกำหนดอายุการใช้งานโทรศัพท์ระบบเติม ซึ่งมีผู้ร้องเรียนมากถึง 1 ใน 4 ของเรื่องร้องเรียนด้านมือถือทั้งหมด ในขณะที่ปัญหา </em></strong><strong><em>SMS และปัญหาการแจกซิมฟรีที่ทำให้เกิดค่าบริการภายหลัง ยังคงมีผู้ร้องเรียนจำนวนมาก</em></strong></p>
<p><strong>จากสถิติการร้องเรียนปัญหาจากการใช้บริการด้านโทรคมนาคม ตั้งแต่ 1 ม.ค.- 30 มิ.ย 2555 พบว่า มีเรื่องร้องเรียนเข้ามายังสำนักงาน กสทช. จำนวน 993 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นปัญหาจาก</strong>การใช้บริการโทรศัพท์มือถือมากที่สุด จำนวน 724 เรื่อง หรือประมาณร้อยละ 73 ที่เหลือเป็นปัญหาจากการใช้บริการอินเทอร์เน็ต 160 เรื่อง ปัญหาจากการใช้บริการโทรศัพท์พื้นฐาน 82 เรื่อง ปัญหาเกี่ยวกับสถานีวิทยุคมนาคม 24 เรื่อง และเรื่องอื่นๆ อีก 3 เรื่อง</p>
<p>นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม กล่าวถึงประเด็นที่เป็นข้อร้องเรียนหลักในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ว่า เมื่อมองในภาพรวมจากบริการ 4 ประเภท เรื่องร้องเรียนที่มีปริมาณมากที่สุดคือคุณภาพและมาตรฐานการให้บริการ โดยมีสัดส่วนการร้องเรียนสูงถึงร้อยละ 26 ของเรื่องร้องเรียนทั้งหมด ส่วนเรื่องการคิดค่าบริการผิดพลาดมีสัดส่วนการร้องเรียนประมาณร้อยละ 24</p>
<p>&ldquo;เรื่องคิดค่าบริการผิดพลาดเคยเป็นข้อร้องเรียนอันดับหนึ่งในช่วงปีก่อนๆ และในข้อเท็จจริงก็ยังเป็นเรื่องร้องเรียนหลัก เพียงแต่เมื่อมองในภาพรวม ประเด็นคุณภาพและมาตรฐานการให้บริการอาจจะมีความหมายกว้างกว่า และพบการร้องเรียนได้ในทุกประเภทบริการ ซึ่งความหมายในส่วนของโทรศัพท์มือถือจะครอบคลุมตั้งแต่ปัญหาเรื่องสัญญาณ เช่น ล่ม หลุด ไม่ชัด ต่อติดยาก จนถึงปัญหาคุณภาพเน็ตผ่านมือถือไม่ดี ใช้บริการที่สมัครไม่ได้ ซึ่งก็ตรงกับความรู้สึกของผู้ใช้บริการทั่วไปที่ในระยะหลังมีการบ่นกันมากในเรื่องคุณภาพสัญญาณ เช่นเดียวกับบริการอินเทอร์เน็ตก็จะเป็นปัญหาเรื่องความเร็วและคุณภาพสัญญาณ ในขณะที่โทรศัพท์พื้นฐานจะเป็นเรื่องโทรศัพท์เสีย ส่วนในกรณีสถานีวิทยุคมนาคมหมายถึงปัญหาความกังวลในเรื่องผลกระทบต่อสุขภาพ&rdquo;</p>
<p>อย่างไรก็ตาม หากดูเฉพาะบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ จะพบว่า ประเด็นที่เป็นข้อร้องเรียนหลักยังคงมาจากผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือระบบเติมเงินที่เดือดร้อนจากการถูกกำหนดวันหมดอายุ ทำให้ไม่สามารถใช้บริการได้ทั้งที่ยังมีเงินเหลืออยู่ในระบบ และกรณีเติมเงินช้ากว่ากำหนดก็จะถูกยึดเงินพร้อมถูกระงับบริการ ติดตามด้วยการยึดเลขหมายด้วย ซึ่งพบว่า มีผู้บริโภคร้องเรียนในประเด็นเหล่านี้ทั้งหมด</p>
<p>&ldquo;ปัญหาเรื่องการกำหนดอายุการใช้งานโทรศัพท์ระบบเติมเงิน หรือพรีเพด เป็นเรื่องร้องเรียนอันดับหนึ่งของเรื่องร้องเรียนด้านบริการมือถือในช่วงครึ่งแรกของปี 2554 เช่นเดียวกัน โดยในช่วงนั้นมีสัดส่วนมากกว่าครึ่งของเรื่องร้องเรียนทั้งหมด ส่วนในปีนี้มี 184 เรื่อง หรือประมาณ 1 ใน 4 ของเรื่องร้องเรียนมือถือ แต่ถึงแม้น้ำหนักของปัญหาจะลดลงไปมาก จากการที่ทางผู้ประกอบการมีมาตรการผ่อนปรนต่างๆ เช่น การเปิดให้ใช้เงินแลกวัน การออกโปรโมชั่นที่ให้ระยะเวลานาน แต่จะเห็นได้ว่าเรื่องนี้ก็ยังคงเป็นปัญหาร้องเรียนอันดับหนึ่ง ที่สำคัญคือ ปัญหานี้เป็นเรื่องของการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย ดังนั้นจะแก้ปัญหาให้ได้ผลจะต้องบังคับให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างจริงจัง&rdquo; นายประวิทย์กล่าว</p>
<p>นอกจากนี้ นายประวิทย์ชี้ว่า ยังมีประเด็นปัญหาเฉพาะในส่วนของบริการโทรศัพท์มือถือที่น่าสนใจคือ ปัญหาบริการข้อความสั้น หรือ SMS ที่ผู้บริโภคร้องเรียนในแง่การถูกรบกวน การถูกคิดค่าบริการโดยไม่ได้สมัคร รวมทั้งปัญหาการไม่สามารถยกเลิกบริการได้ ซึ่งยอดการร้องเรียนมีประมาณร้อยละ 13 ของเรื่องร้องเรียนมือถือ ขณะที่กรณีการแจกซิมฟรีพบว่ามีการร้องเรียนเกี่ยวกับการถูกคิดค่าบริการในภายหลัง ทั้งที่ไม่มีการใช้บริการ และปัญหาการให้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน โดยมีสัดส่วนการร้องเรียนประมาณร้อยละ 8 ของเรื่องร้องเรียนมือถือ</p>
<p>สถิติเรื่องร้องเรียนโทรคมนาคม 1 มกราคม &#8211; 30 มิถุนายน 2555&nbsp; แยกตามประเภทบริการ</p>
<p><a class="highslide" href="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/07/news310755.jpg" onclick="return vz.expand(this)"><img alt="" class="aligncenter size-full wp-image-5984" height="215" src="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/07/news310755.jpg" title="news310755" width="450" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaingo.org/web/2012/07/31/%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b5-55-%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%b1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เขื่อนท่าแซะภัยที่ยังคุกคามชาวบ้าน</title>
		<link>http://thaingo.org/web/2012/07/03/%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%8b%e0%b8%b0%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84/</link>
		<comments>http://thaingo.org/web/2012/07/03/%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%8b%e0%b8%b0%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 03 Jul 2012 12:27:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>webmaster</dc:creator>
				<category><![CDATA[รายงานพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaingo.org/web/?p=5820</guid>
		<description><![CDATA[เขื่อนท่าแซะ เป็นเขื่อนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ที่บ้านร้านตัดผม ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร พื้นที่น้ำท่วม ประมาณ 9,800 ไร่ ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 3.3 &#160;พันล้านบาท มีผู้ได้รับผลกระทบประมาณ 400 ครอบครัว มีการศึกษารายงานผลกระทบพร้อมกับเขื่อนรับร่อ เมื่อปี2536 &#8211; 2538 &#160; เขื่อนท่าแซะ ผ่านการพิจารณารายงานการศึกษาผลกระทบ ด้านสิ่งแวดล้อม จากคณะกรรมการผู้ชำนาญการ เมื่อปี 2544 ช่วงที่มีการเปลี่ยนประธานผู้ชำนาญการ จากดร.ธงชัย พรรณสวัสดิ์ เป็นดร.ปริญญา นุตาลัย ยังไม่ทันได้ประชุมคณะกรรมการผู้ชำนาญการ ก็มีการดึงโครงการเขื่อนท่าแซะ จากผู้ชำนาญการ ขึ้นไปพิจารณา ที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ทำให้หลายประเด็นยังไม่ได้ข้อยุติ เช่น &#160; 1. เรื่องพื้นที่อพยพ (กรรมการผู้ชำนาญการไม่เคยลงสำรวจพื้นที่) ได้มีการศึกษาเพิ่มเติมรายงานใหม่ ของบริษัทที่ปรึกษา แต่ไม่มีพื้นที่อพยพ &#160; 2. ข้อเสนอชาวบ้านให้หาที่ชดเชยให้ครอบครัวละ ๒๕ ไร่ แต่กรมชลประทานตอบกับผู้ชำนาญการว่า ไม่สามารถหาได้ เนื่องจากเรียกร้องมากเกินไป และหาที่ได้ยากมาก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a class="highslide" href="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/07/news040755-31.jpg" onclick="return vz.expand(this)"><img alt="" class="alignleft size-full wp-image-5821" height="130" src="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/07/news040755-31.jpg" title="news040755-3" width="230" /></a></p>
<p>เขื่อนท่าแซะ เป็นเขื่อนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ที่บ้านร้านตัดผม ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร พื้นที่น้ำท่วม<br />
	ประมาณ 9,800 ไร่ ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 3.3 &nbsp;พันล้านบาท มีผู้ได้รับผลกระทบประมาณ 400 ครอบครัว<br />
	มีการศึกษารายงานผลกระทบพร้อมกับเขื่อนรับร่อ เมื่อปี2536 &ndash; 2538<br />
	&nbsp;<br />
	เขื่อนท่าแซะ ผ่านการพิจารณารายงานการศึกษาผลกระทบ ด้านสิ่งแวดล้อม จากคณะกรรมการผู้ชำนาญการ เมื่อปี 2544<br />
	ช่วงที่มีการเปลี่ยนประธานผู้ชำนาญการ จากดร.ธงชัย พรรณสวัสดิ์ เป็นดร.ปริญญา นุตาลัย ยังไม่ทันได้ประชุมคณะกรรมการผู้ชำนาญการ ก็มีการดึงโครงการเขื่อนท่าแซะ จากผู้ชำนาญการ ขึ้นไปพิจารณา ที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ทำให้หลายประเด็นยังไม่ได้ข้อยุติ เช่น<br />
	&nbsp;<br />
	1. เรื่องพื้นที่อพยพ (กรรมการผู้ชำนาญการไม่เคยลงสำรวจพื้นที่) ได้มีการศึกษาเพิ่มเติมรายงานใหม่ ของบริษัทที่ปรึกษา<br />
	แต่ไม่มีพื้นที่อพยพ<br />
	&nbsp;<br />
	2. ข้อเสนอชาวบ้านให้หาที่ชดเชยให้ครอบครัวละ ๒๕ ไร่ แต่กรมชลประทานตอบกับผู้ชำนาญการว่า ไม่สามารถหาได้<br />
	เนื่องจากเรียกร้องมากเกินไป และหาที่ได้ยากมาก<br />
	&nbsp;<br />
	3. พื้นที่น้ำท่วมเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ากรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ จำนวน&nbsp; 2,400 ไร่ แต่ในรายงาน<br />
	เขียนไว้เพียง 100 กว่าไร่ และในรายงานพยายามหลีกเลี่ยงไม่กล่าวถึงกรณีน้ำท่วมเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์<br />
	&nbsp;<br />
	4. ไม่เคยรับฟังความเห็นชาวบ้าน เนื่องจากไม่เปิดโอกาสให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วม<br />
	&nbsp;<br />
	เมื่อเดือนพฤษภาคม 2546 กรมชลประทานต้องการนำโครงการเขื่อนท่าแซะ เข้าสู่คณะรัฐมนตรี เพื่อให้การดำเนิน<br />
	การโครงการเป็นไปตามแผนงบประมาณที่เสนอไว้ แต่ชาวบ้านประมาณ 60 คน เดินทางมาพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</p>
<p>ขอให้ยับยั้งเรื่องไว้ก่อน พร้อมกับยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ชะลอโครงการไว้ก่อน เนื่องจากการผ่ารายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมไม่เป็นไปตามขั้นตอน เป็นผลให้โครงการเขื่อนท่าแซะ ถูกเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ในวาระเพื่อทราบ ไม่ได้ขออนุมัติดำเนินการ เนื่องจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะรัฐมนตรีเห็นว่า โครงการนี้น่า จะมีปัญหา จึงได้ทำข้อสังเกตให้กรมชลประทานนำกลับไปทำความเข้าใจกับชาวบ้าน<br />
	&nbsp;<br />
	เดือนมิถุนายน 2546 กรมชลประทาน ตั้งคณะกรรมการทำความเข้าใจกับชาวบ้าน โดยมีเฉพาะส่วนราชการฝ่ายปกครอง และกำนันกับผู้ใหญ่บ้าน โดยไม่มีชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบร่วมเป็นคณะกรรมการ ในเอกสารแต่งตั้งคณะกรรมการฯ ระบุว่า เป็นโครงการพระราชดำริ แต่ชาวบ้านได้ยกขบวนไปสอบถามทางจังหวัดชุมพร ได้รับคำตอบว่าไม่ใช่โครงการพระราชดำริ</p>
<p>&nbsp;<br />
	เดือนเดียวกันนี้ ได้มีการนำโครงการเขื่อนท่าแซะ เข้าสู่คณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี<br />
	คณะกรรมการฯ ได้ให้ความเห็นชอบงบประมาณ ปี 2546 จำนวน 50 ล้านบาท และมีงบประมาณผูกพันไปจนถึงปี<br />
	2551 จำนวน 3,200 บาท ทั้งนี้กรมชลประทานต้องดำเนินการตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ทำความเห็นแย้งไป 4 ข้อให้แล้วเสร็จก่อน</p>
<p>ในส่วนของชาวบ้านที่จะได้รับผลกระทบจากโครงการเขื่อนท่าแซะ ในช่วงแรกไม่กล้าออกมาคัดค้าน เนื่องจากมีการแอบอ้างว่า เป็นโครงการพระราชดำริ อีกทั้งมีการข่มขู่ว่า ถ้าออกมาคัดค้านกลุ่มคนไทยพลัดถิ่นในพื้นที่ จะไม่ได้รับค่าชดเชย และจะไม่ได้รับสัญชาติไทย</p>
<p>ต่อมา ชาวบ้านได้รวมตัวเป็นเครือข่ายประชาชนต้นน้ำท่าแซะ ส่งหนังสือร้องเรียนไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ขอให้ตรวจสอบการดำเนินโครงการเขื่อนท่าแซะ ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2546 ระบุว่าการดำเนินโครงการดังกล่าว<br />
	มีการละเมิดสิทธิของชาวบ้าน</p>
<p>จากนั้น วันที่ 1 มีนาคม 2547 ชาวบ้านประมาณ 80 คน ได้ชุมนุมกันที่ศาลาอเนกประสงค์ หมู่ที่ 4 ตำบลสองพี่น้อง<br />
	อำเภอท่าแซะ เพื่อคัดค้านโครงการ ในประเด็นต่างๆ ดังนี้</p>
<p>1.ความไม่ปลอดภัยของเขื่อนท่าแซะ เนื่องจากบริเวณสร้างเขื่อนอยู่ห่างจากรอยเลื่อนแผ่นดินไหวแค่ 2 กิโลเมตร<br />
	อาจจะทำให้เขื่อนพังได้</p>
<p>2.หลังมีเขื่อนท่าแซะ ประชาชนที่อยู่ใต้เขื่อนจะประสบปัญหาน้ำท่วมรุนแรงขึ้น เพราะคลองท่าแซะน้ำมาก เขื่อนไม่สามารถรองรับได้หมด</p>
<p>3.มีการปกปิดบิดเบือนข้อเท็จจริง อ้างว่าสร้างเขื่อนเพื่อการชลประทาน แต่ความจริงต้องการนำน้ำไปให้อุตสาหกรรมเหล็ก<br />
	ที่อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และอำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร</p>
<p>4.เขื่อนท่าแซะทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง ท่วมป่าอนุรักษ์ต้นน้ำของคลองท่าแซะ อนาคตในฤดูฝนน้ำจะท่วมใหญ่<br />
	แต่ฤดูแล้งน้ำจะน้อยเพราะไม่มีป่า</p>
<p>5.นิคมอุตสาหกรรมเหล็กแห่งใหม่ จะต้องใช้ที่ดินของชาวชุมพรถึง 25,000 ไร่ อีกทั้งยังทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบจากมลพิษที่จะเกิดขึ้นในอนาคต</p>
<p>6.เขื่อนท่าแซะทำลายเศรษฐกิจประชาชนชาวท่าแซะ ถึงปีละ ๓๐๐ ล้านบาทจนถึงขณะนี้ กรมชลประทานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ยังคงพยายามผลักดันโครงการนี้ต่อไป</p>
<p>http://www.oknation.net/blog/STCC/2009/08/08/entry-1</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaingo.org/web/2012/07/03/%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%8b%e0%b8%b0%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
