Archive for the Category ‘แรงงาน’

ความพยายามแก้ไขความผิดพลาด ในวันที่ร่างกฎกระทรวงฯ คนไทยพลัดถิ่น เดินเข้าสู่วาระการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี

ความพยายามแก้ไขความผิดพลาด ในวันที่ร่างกฎกระทรวงฯ คนไทยพลัดถิ่น เดินเข้าสู่วาระการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี

  ดรุณี ไพศาลพาณิชย์กุล นักศึกษาปริญญาเอก คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นักกฎหมาย สถาบันวิจัยและพัฒนาเพื่อเฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐ (SWIT) วันที่ 7 กรกฎาคม 2555   ตั้งแต่เช้าของวันนี้ (อังคารที่ 7 กรกฎาคม 2555) ตัวแทนคนไทยพลัดถิ่นจำนวนกว่า 30 ชีวิตได้ยื่นหนังสือและรอที่จะเข้าพบนายกรัฐมนตรีหรือผู้แทนเพื่อขอให้นายกฯ มีคำสั่งให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรีถอน (ร่าง) กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการพิสูจน์และการรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่น พ.ศ. …. ออกตามความใน พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2555  ออกจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ร่างกฎกระทรวงฯ กลับเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการเพื่อให้เกิดข้อยุติ ทั้งนี้เพื่อเคารพต่อเจตนารมณ์แห่งพ.ร.บ.สัญชาติ ฉบับที่ 5 พ.ศ.2555 จนถึงเวลาเที่ยง คนไทยพลัดถิ่นจึงได้ฟังข่าวดี ว่าร่างกฎกระทรวงฯ ถูกถอนออกจากวาระการประชุมครม. วันนี้แล้ว ……………………………………………………………………     ย้อนเวลากลับไป เป็นเวลาร่วม 3 อาทิตย์ที่หลายคนพยายามตรวจสอบว่า (ร่าง) กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการพิสูจน์และการรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่น พ.ศ. [...]

ผู้อพยพเชื้อสายไทยจากจังหวัดเกาะกง

ผู้อพยพเชื้อสายไทยจากจังหวัดเกาะกง

  เรื่องเล่าบนเส้นทางการบังคับใช้กฎหมายใหม่ พ.ร.บ.สัญชาติ ฉบับที่ 5 พ.ศ.2555 กรกนก วัมนภูมิ นักกฎหมาย สถาบันวิจัยและพัฒนาเพื่อเฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐ (SWIT) [1]   “สมัยโน้นลำบากมากนะ คนจนจนขนาดที่ต้องเอากระสอบมาใส่แทนเสื้อผ้า” คำบอกเล่าถึงอดีตจากคุณยายวัย 91 ฉันออกเดินทางแต่เช้ามืดจากกรุงเทพ เพื่อไปยังอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ชื่ออำเภออาจจะไม่คุ้นเหมือนเกาะช้าง เกาะกูด แต่อำเภอนี้มีอะไร ทำไมฉันต้องเดินทางไกลมานะเหรอ เคยได้ยินคำเหล่านี้มั้ย “ผู้อพยพเชื้อสายไทยจากจังหวัดเกาะกง” “คนไทยพลัดถิ่นจากเกาะกง” ที่นี่มีผู้อพยพเชื้อสายไทยจากจังหวัดเกาะกง อาศัยอยู่ ย้อนไปเมื่อครั้งรัชกาลที่ 5 เดิมเมืองประจันตคีรีเขตต์(เกาะกง) อยู่ในการปกครองของสยาม แต่เมื่อมีการทำ “อนุสัญญาระหว่างกรุงสยามกับกรุงฝรั่งเศสว่าด้วยอนุญาตที่ดินริมฝั่งแม่น้ำโขง ตามความในสัญญา 13 กุมภาพันธ์ ร.ศ.122 Convention entre la France et le  Siam Modifiant les Stipulations du Traité du 3 Octobre 1893, [...]

เปิดปมปัญหากระบวนการพิสูจน์สัญชาติแรงงานข้ามชาติพบช่องว่างเอื้อนายหน้าหากินกับแรงงานพม่า”

เปิดปมปัญหากระบวนการพิสูจน์สัญชาติแรงงานข้ามชาติพบช่องว่างเอื้อนายหน้าหากินกับแรงงานพม่า”

ถึงแม้ข่าวการมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของออง ซานซูจี นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในประเทศพม่าจะเรียกเสียงฮือฮาให้กับสื่อมวลชนและบุคคลทั่วไปที่สนใจถึงความเคลื่อนไหวและการเปลี่ยนแปลงในประเทศพม่าได้ไม่น้อย แต่กระแสความฮือฮานั้นก็จะค่อยๆ จางหายไปเพียงชั่วข้ามคืนเมื่อการมาเยือนของอองซาน ซูจี เสร็จสิ้นลงทิ้งไว้เพียงความจริงที่อยู่เบื้องหลังกระแสความฮือฮาเหล่านั้นคือพี่น้องร่วมชาติชาวพม่าของอองซาน ซูจี ที่ดิ้นรนหลีกหนีความทุกข์ยากลำบากในประเทศของตนเพื่อมาแสวงหาหนทางที่ดีกว่าให้กับตนเองและครอบครัวในประเทศไทย จากสถิติของกระทรวงแรงงานระบุอย่างชัดเจนว่ามีจำนวนของแรงงานข้ามชาติจากประเทศเพื่อนบ้านที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยมากถึงหนึ่งล้านสามแสนกว่าคน โดยเป็นแรงงานพม่ามากที่สุด ร้อยละ 82.1 รองลงมาคือ กัมพูชา และลาว ซึ่งมีสัดส่วนใกล้เคียงกัน คือ ร้อยละ 9.5 และ ร้อยละ 8.4 ตามลำดับ นอกจากนี้ยังมีแรงงานอีกจำนวนมากที่ลักลอบเข้าเมืองมาอย่างผิดกฎหมายจนทำให้ถูกเอารัดเอาเปรียบทั้งจากนายหน้าและจากนายจ้างหลายฝ่ายจึงระดมทางออกเพื่อช่วยแรงงานข้ามชาติเหล่านี้ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นนโยบายผ่อนผันให้กระทรวงแรงงานขยายเวลาดำเนินการพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ทั้งลาว กัมพูชา และพม่า ออกไปจนวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2555 นี้ ก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่รัฐบาลไทยใช้เป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาเรื่องแรงงานข้ามชาติ โดยการนำแรงงานที่อยู่ใต้ดินให้ขึ้นมาอยู่บนดินอย่างถูกกฎหมาย ซึ่งหากนับระยะเวลาตามนโยบายของรัฐบาลไทยก็เหลืออีกไม่กี่สิบวันที่แรงงานข้ามชาติเหล่านี้จะต้องพิสูจน์สัญชาติให้แล้วเสร็จ เครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ : Migrant Working Group (MWG) จึงได้ร่วมมือกันลงสำรวจกระบวนการพิสูจน์สัญชาติของแรงงานข้ามชาติชาวพม่าว่ามีความคืบหน้าและปัญหาอุปสรรคในด้านใดบ้างโดยศูนย์พิสูจน์สัญชาติพม่าจังหวัดสมุทรปราการเป็นสถานที่แห่งแรกที่เครือข่ายได้ลงพื้นที่ทำการสำรวจ ซึ่งจากการลงสำรวจในครั้งนี้นั้นพบว่าศูนย์พิสูจน์สัญชาติพม่าจังหวัดสมุทรปราการนั้นมีสถานที่ที่กว้างขวางหากแต่จำนวนของแรงงานที่เข้ามาใช้บริการในสถานที่แห่งนี้ยังมีจำนวนน้อยและกระบวนการในการออกเอกสารต่างๆ และการประสานเพื่อให้ข้อมูลกับแรงงานนั้นยังเป็นไปอย่างล่าช้าอยู่ ทศพล สุมานนท์ หัวหน้าศูนย์กรมการจัดหางานจังหวัดสมุทรปราการระบุว่า ศูนย์พิสูจน์สัญชาติแห่งนี้สามารถรองรับจำนวนแรงงานได้วันละ 800 คน โดยมีเจ้าหน้าที่รองรับการทำงานด้านเอกสารทั้งหมด [...]

จุดเปลี่ยนที่ต้องจับตามองของนโยบายการจัดการแรงงานข้ามชาติ : นโยบายและแนวโน้ม

จุดเปลี่ยนที่ต้องจับตามองของนโยบายการจัดการแรงงานข้ามชาติ : นโยบายและแนวโน้ม

  โดย อดิศร เกิดมงคล ส่วนหนึ่งของรายงานสถานการณ์ด้านสถานะบุคคลและสิทธิปี 2554, สถาบันวิจัยและพัฒนาเพื่อเฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐ                   “ใกล้ปิดตำนานแรงงานต่างด้าวเถื่อนในประเทศไทย” คำโปรยพาดหัวข่าวแจกของกรมการจัดหางานซึ่งพูดถึงนโยบายการจัดการแรงงานข้ามชาติ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555 ข้อความที่แฝงด้วยความมั่นใจของกรมการจัดหางานในครั้งนี้ ไม่อาจดูเบาได้ดังแต่ก่อน ด้วยเพราะแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจัยภายในประเทศต้นทางของแรงงานข้ามชาติเอง มีความเป็นไปได้ว่า อาจมีความเปลี่ยนแปลงที่มากกว่าที่กรมจัดหางานคาดหวัง   ทิศทางการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองสัญชาติพม่า ลาว และกัมพูชา ภายใต้มติคณะรัฐมนตรี 19 มกราคม 2555 บอกอะไรบ้าง?                   ประการแรก มติคณะรัฐมนตรีได้ขยายเวลาในการอนุญาตให้แก่กลุ่มแรงงานข้ามชาติที่เคยได้รับการผ่อนผันให้อยู่อาศัยและทำงานตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2553 ซึ่งการผ่อนผันจะสิ้นสุดในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2555  โดยผ่อนผันให้อยู่อาศัยและทำงานได้ต่อไปจนถึงวันที่ 14 มิถุนายน 2555 แต่แรงงานกลุ่มนี้จะต้องดำเนินการพิสูจน์สัญชาติให้เสร็จภายในวันที่ 14 มิถุนายน 2555 ด้วยเช่นกัน                 ในส่วนของกระบวนการการผ่อนผันการต่อใบอนุญาตทำงาน ยังคงเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการตามระบบที่เคยเป็นมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการขอต่อใบอนุญาตทำงาน การตรวจสุขภาพและประกันสุขภาพ [...]

การประชุมชี้แจงคลินิกโรคจากการทำงาน ปี ๒๕๕๕ สถานการณ์สุขภาพความปลอดภัย

การประชุมชี้แจงคลินิกโรคจากการทำงาน ปี ๒๕๕๕  สถานการณ์สุขภาพความปลอดภัย

ข้อเสนอต่อการแก้ไขปัญหาการเข้าถึงสิทธิทางสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงานเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ใช้แรงงาน วันที่ ๔เมษายน ๒๕๕๕ ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น   โดย สมบุญ สีคำดอกแค ประธานสภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วยจากการทำงานและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย ๔ มีนาคม ๒๕๕๕ การริเริ่มผลักดันแพทย์และคลินิกโรคจากการทำงานเป็นข้อเสนอในการเรียกร้องต่อรัฐบาลของสภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วย ในนามสมัชชาคนจนมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๓๘ –เพราะช่วงแรกๆ นั้นมีแพทย์หญิงอรพรรณ์ เมธาดิลกกุลจาก รพ.ราชวิถี วินิจฉัยคนคนงานเพียงผู้เดียว จนมาปัจจุบัน ผลจากการเข้าร่วมฟังและร่วมเป็นวิทยากร ในการประชุมชี้แจงการดำเนินโครงการคลินิกโรคจากการทำงาน  ๒๕๕๕ เมื่อวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๕ โดย ท่านเผดิมชัย สะสมทรัพย์ มาเป็นประธานในพิธีกล่าวเปิด โดยภาพรวมว่าปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมกับกระทรวงสาธารณสุข ได้ทำสัญญาตกลงร่วมกันเมื่อวันที่ ๖ กรกฏาคม ๒๕๔๘ ให้มีการดำเนินการคลินิกโรคจากการทำงาน มีระดับต้น ระดับกลาง ระดับสูง โดยคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนได้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนทั้งเชิงรุกและเชิงรับ เพื่อดูแลลูกจ้างในการส่งเสริม ป้องกัน เฝ้าระวังและอุบัติเหตุจากการทำงาน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐด้านแรงงาน โดยเพิ่มศักยภาพกองทุนเงินทดแทนในการดูแลลูกจ้างที่ประสบอันตรายจากการทำงาน ซึ่งมี รพ.ในสังกัดสามารถขยายเพิ่มขึ้นใน ปี ๕๕ จำนวน๑๔ [...]

ยิ้มแรกของชาวบะไห

ยิ้มแรกของชาวบะไห

  โดย คำปิ่น อักษร[1]   ส่วนหนึ่งของรายงานสถานการณ์ด้านสถานะบุคคลและสิทธิปี 2554, สถาบันวิจัยและพัฒนาเพื่อเฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐ   “ชีวิตผม บ่เคยคาดคิดหว่าสิได่เป็นคนไทย เพราะพ่อของผมเคยไปอำเภอและไปจังหวัดมาแล่วหลายเถื่อ” ประสิทธิ์ จำปาขาว ชายหนุ่มวัย 29 ปี กำลังบอกเล่าเรื่องราวของตัวเองถึงความคิด ความหวัง ความพยายามของเขาและพ่อ ขณะที่พ่อของเขายังมีชีวิตอยู่เมื่อหลายปีมาแล้ว…    ประสิทธิ์ จำปาขาว เริ่มมีความหวังและเริ่มให้ความสนใจในปัญหาของเขาเองมากขึ้น  หลังจากมีหน่วยงานจากหลายภาคส่วนลงพื้นที่และเริ่มสนใจปัญหาเรื่องสถานะของกลุ่มคนลาวอพยพมากขึ้น ในระดับพื้นที่ที่มีกลุ่มคนลาวอพยพในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เริ่มตื่นตัวมากขึ้นเกี่ยวกับปัญหาสถานะของพวกเขา ประสิทธิ์เข้าเป็นสมาชิกกลุ่มเครือข่ายชุมชนคนฮักน้ำของในปี 2552 (ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 850 คน) ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มกันสามอำเภอในเขตพื้นที่จังหวัดอุบลฯ ได้แก่อำเภอโขงเจียม อำเภอบุณฑริก และอำเภอโพธิ์ไทร ก็ได้มีการขับเคลื่อนผลักดันประเด็นปัญหาคนลาวอพยพอย่างเข้มข้น มีการยื่นข้อเสนอให้สำรวจสถานะกันใหม่อีกรอบ เนื่องจากมีความเข้าใจผิดไปขึ้นทะเบียนที่อำเภอเป็นแรงงานต่างด้าว (ถือบัตรประจำตัวผู้ไม่มีสัญชาติไทย เลขประจำตัวสิบสามหลักขึ้นต้นด้วยเลข 00 และมีชื่อในทะเบียนประวัติประเภท ท.ร.38/1)หรือการไปรับสถานะบุคคลที่ผิดไปจากข้อเท็จจริงของพวกเขา (ไปรับการสำรวจและมีชื่อใน ท.ร. 38/1) ทำให้พวกเขากลายเป็นแรงงานต่างด้าวสัญชาติลาวไปโดยปริยาย ประสิทธิ์ ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย ทั้งที่ตามข้อเท็จจริงแล้ว ประสิทธิ์ไม่ได้เป็นคนลาวอพยพที่อพยพเข้ามาในประเทศไทยเหมือนคนอื่นๆ เนื่องจากเขามีพ่อเป็นคนไทย เพียงแต่เขาเกิดที่ประเทศลาว [...]

งานบุญกับการอยู่ร่วมกันต่างชาติพันธุ์อย่างสันติสุข

งานบุญกับการอยู่ร่วมกันต่างชาติพันธุ์อย่างสันติสุข

  เกาะติดประเด็นความขัดแย้งทางชาติพันธุ์โดย : กอแก้ว วงศ์พันธุ์   แรงงานข้ามชาติชาวพม่าร่วม งานบุญบำเพ็ญกุศลและประชุมเพลิงสรีระสังขารหลวงพ่อแสง วิมโลอดีตเจ้าอาวาสสำนักสงฆ์บ้านน้ำเค็ม อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ประธานชุมชนบ้านน้ำเค็มกับการแสดงของโรงเรียนและแรงงานข้ามชาติ บ้านน้ำเค็ม อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เป็นพื้นที่ที่มีแรงงานข้ามชาติชาวพม่าหลั่งไหลเข้ามาทำงานจำนวนมาก เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีจำนวนแพปลาขนาดกลางถึง 3 แพปลา จำนวนเรือประมงมากกว่า 30 ลำ การใช้แรงงานจึงมากตามจำนวนงานที่เกิดขึ้น จึงเกิดชุมชนแรงงานพม่าอาศัยอยู่ปะปนกับชุมชนไทยบ้านน้ำเค็มเป็นเวลานับสิบปี ซึ่งเป็นชุมชนไทยชุมชนแรกที่สร้างสรรค์การอยู่ร่วมกันระหว่างคนไทยและคนพม่าอย่างกลมกลืน เนื่องจากเป็นชุมชนที่นำแรงงานพม่าเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน ไม่ว่าจะเป็นทีมงานร่วมในคณะกรรมการป้องกันภัยพิบัติน้ำเค็ม เป็นที่ทราบกันดีว่าชุมชนบ้านน้ำเค็มเป็นชุมชนที่ได้รับผลกระทบกับภัยพิบัติสึนามิอย่างใหญ่หลวงเมื่อปี พ.ศ.2547 แต่ชุมชนร่วมกันต่อสู้ฟื้นฟูจนกระทั่งกลายเป็นชุมชนที่สร้างเครือข่ายป้องกันภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เข้มแข็ง และมีแรงงานข้ามชาติร่วมเป็นทีมงานด้วย เมื่อมีงานบุญบำเพ็ญกุศลและประชุมเพลิงสรีระสังขารหลวงพ่อแสง วิมโล ซึ่งเป็นอดีตเจ้าอาวาสสำนักสงฆ์บ้านน้ำเค็มในวันที่ 1-5 มีนาคมนี้ ชุมชนบ้านน้ำเค็มจึงเชิญชวนแรงงานข้ามชาติชาวพม่าเข้ามามีส่วนร่วมในการทำบุญครั้งนี้   โดยมีการจัดการแสดงทางวัฒนธรรมมาร่วมตลอดงานและจัดขายพวงมาลัยเพื่อนำเงินเข้าวัด นอกจากการแสดงของแรงงานพม่าแล้ว ยังมีการแสดงของนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ จากจังหวัดพังงา เช่น วิทยาลัยการอาชีพ โรงเรียนเทศบาลเสนาตะกั่วป่า โรงเรียนบ้านบางครั่ง โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ โรงเรียนบ้านธารน้ำใจ โรงเรียนบ้านลำปี ฯลฯ เป็นต้น นับเป็นการเวทีร่วมของการแสดงวัฒนธรรมทางชาติพันธุ์ที่น่าสนใจในสังคมไทย นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากข้าราชการ นายอำเภอตะกั่วป่า นายศิริพัฒ พัฒกุลเป็นประธานฝ่ายฆราวาส [...]

ค่าจ้างที่เป็นธรรม : “เปลี่ยนมุมคิด พลิกคุณภาพชีวิตแรงงาน”

ค่าจ้างที่เป็นธรรม : “เปลี่ยนมุมคิด พลิกคุณภาพชีวิตแรงงาน”

  -1-             ย้อนไปสมัยเรียนปริญญาตรีเมื่อหลายสิบกว่าปีที่แล้ว ครั้งหนึ่งต้องลงเรียนวิชาเศรษฐศาสตร์ ฉันจำได้แม่นยำว่านักศึกษาทุกคนต้องผ่านตาคำพูดหนึ่งของ Henry Ford ผู้ก่อตั้งบริษัทฟอร์ดมอเตอร์ ที่พูดไว้ว่า “Quality means doing it right when no one is looking"  ซึ่งคำพูดนี้เป็นที่มาของ “วิถีการผลิตแบบฟอร์ด (Fordism)” บริษัท Ford เป็นโรงงานผลิตรถยนต์ที่ใหญ่มากในสหรัฐอเมริกา ในปี ค.ศ.1913 (พ.ศ.2456) โรงงานผลิตรถยนต์แห่งนี้มีคนงานสูงกว่าหนึ่งหมื่นคน แต่กลับพบว่ามีการประท้วงของคนงานเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ครั้งหนึ่งมีคนงานเข้าร่วมถึงแปดพันกว่าคน ที่นี่มีคนงานหมุนเวียนเข้าออกจากงานมากถึงห้าหมื่นกว่าคน เนื่องเพราะอัตราการลาออกอยู่ในระดับที่สูงมาก ฉันไม่รู้ว่าขณะนั้นในฐานะ CEO บริษัท Henry Ford คิดอะไรอยู่ พอๆกับ Walter Reuther ประธานสหภาพแรงงานที่ต้องดูภาพคนงานที่เดินเข้าออกจากโรงงานเป็นว่าเล่น อย่างไรก็ตาม 5 มกราคม ค.ศ.1914 Henry Ford ตัดสินใจประกาศขึ้นค่าจ้างให้คนงานหนึ่งเท่าตัวจากที่เคยได้รับจากเดิม พร้อมๆไปกับการลดชั่วโมงทำงานของคนงานลง คำประกาศดังกล่าวในช่วงเวลานั้นได้สร้างความตกตะลึงให้แก่สังคมทุนนิยมอเมริกันอย่างมโหฬาร กำไรของบริษัท Ford [...]

การย้ายถิ่นกับประเทศไทยในปีพ.ศ. 2555: การท้าทายการกระทำความผิดแต่ไม่ต้องรับโทษที่ฝังรากลึก

การย้ายถิ่นกับประเทศไทยในปีพ.ศ. 2555: การท้าทายการกระทำความผิดแต่ไม่ต้องรับโทษที่ฝังรากลึก

อานดี้ โฮลล์* ในระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีในช่วงวิกฤติการณ์น้ำท่วม ไม่มีประเด็นเรื่องแรงงานข้ามชาติถูกบรรจุอยู่ในวาระการประชุม ไม่มีการร้องขอใดๆ เพื่อแรงงานข้ามชาติเป็นพิเศษ ไม่มีหน่วยงานใดเป็นเจ้าภาพที่ต้องรับผิดชอบโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย หรือกระทรวงการต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม หน่วยงานบังคับใช้กฏหมายติดตามเรื่องแรงงานข้ามชาติอย่างใกล้ชิด แน่นอนพวกเขารู้ดีว่า วิกฤติน้ำท่วมนี้มีผลกระทบต่อพวกเขาอย่างไรบ้าง แรงงานข้ามชาติกว่า 200,000 คน จากประเทศพม่า กัมพูชา ลาว และเวียดนาม ต่างเคลื่อนย้ายกันในช่วงวิกฤติน้ำท่วม สำหรับคนไทยที่ได้รับผลกระทบ การหาที่พักอาศัยกับครอบครัว หรือในศูนย์พักพิงเป็นเรื่องที่ท้าทายไม่น้อย แรงงานข้ามชาติต้องเจอกับความท้าทายที่คล้ายคลึงกัน เพียงแต่มีอุปสรรคที่เฉพาะเจาะจงหลายอย่างจึงถูกโยนใส่พวกเขาอย่างไม่เป็นธรรมเช่นกัน แต่ก็มีข้อยกเว้นในบางเรื่องเช่นความกรุณาและการต้อนรับที่อบอุ่นจากนายจ้างบางคน และจากชุมชนบางแห่ง ในกลุ่มแรงงานข้ามชาติที่มีหนังสือเดินทางที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เสรีภาพในการเคลื่อนย้ายของพวกเขาต้องถูกใช้เงินไปเป็นจำนวนมากเพื่อจ่ายให้กับนายหน้าที่ไม่ถูกควบคุมดูแลโดยรัฐสำหรับเป็นการช่วยชีวิตของพวกเขา หลายคนต้องเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางเพื่อให้เดินทางกลับบ้านของตนอย่างถูกกฎหมาย หรือเพื่อเดินทางไปหาที่พักอาศัยกับเพื่อนในพื้นที่อื่นๆ จนกว่าระดับน้ำจะลดลง และเมื่อสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย แรงงานที่กลับเข้ามาทำงาน ต้องเผชิญกับปัญหาความไม่ยืดหยุ่นและมีค่าใช้จ่ายเป็นเงินจำนวนมากในกระบวนการตรวจคนเข้าเมืองเพื่อจัดการกับเรื่องการได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรที่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และวีซ่าหมดอายุ สำหรับแรงงานข้ามชาติที่มีเพียงเอกสารใบเสร็จรับเงินการขึ้นทะเบียนแรงงานที่แสนจะบอบบาง (กว่าสองปีแล้วที่แรงงานส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตทำงาน) หรือไม่มีเอกสารใดๆ เลย เราได้เห็นสิ่งเลวร้ายที่สุดของการบริหารจัดการการย้ายถิ่น เมื่อแรงงานกลุ่มนี้ที่เดินทางออกนอกพื้นที่จังหวัดที่ถูกน้ำท่วม นายหน้าผู้ฉวยโอกาส ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ รีดไถแรงงานเหล่านี้ เนื่องจากพวกเขาไม่ได้รับอนุญาตตามกฏหมายให้เดินทางออกนอกจังหวัดที่ถูกระบุไว้ว่าเป็นพื้นที่ทำงานที่ได้จดทะเบียนไว้ แรงงานเหล่านี้อัดกันแน่นถึง 150 คน ในรถหกล้อเช่า เดินทางไปยังชายแดนตอนกลางคืน ซึ่งชัดเจนว่าการเดินทางอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่รัฐที่ฉ้อฉล แรงงานเหล่านี้ถูกส่งกลับเพราะเป็นเหยื่อของภัยน้ำท่วม [...]

แผนแม่บทด้านความปลอดภัยดีอย่างไร ทำไมคนงานยังมีภัยจากเครื่องจักรและสารเคมี

แผนแม่บทด้านความปลอดภัยดีอย่างไร  ทำไมคนงานยังมีภัยจากเครื่องจักรและสารเคมี

สมบุญ สีคำดอกแค ประธานสภาเครือข่ายฯ 2 ธันวาคม 2554           สภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วยจากากรทำงานและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย รวมตัวมาจากผู้เจ็บป่วยและประสบอันตรายจากการทำงาน   ในฐานะองค์กรผู้ถูกกระทบจากการพัฒนาอุตสาหกรรม ได้ร่วมกันเคลื่อนไหวเรียกร้องให้คนงานที่เจ็บป่วยและประสบอันตรายจากการทำงานได้เข้าถึงสิทธิตามกฎหมายกองทุนเงินทดแทน  19 แล้วปัญหาสุขภาพความปลอดภัยก็ยังเป็นเพียงนามธรรมเท่านั้น  คนงานยังเจ็บป่วยและประสบอันตรายจากการทำงานปีละจำนวนมาก เพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยัง ขาดการปฎิบัติเพื่อการป้องกันอย่างจริงจัง สภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วยได้ค้นคว้าข้อมูลจาก ตัวเลขสถิติของสำนักงานกองทุนเงินทดแทน ที่มีคนงานต้องเจ็บป่วยและประสบอันตรายดังนี้   สถิติการประสบอันตราย พ.ศ.    จำนวนลูกจ้าง   ประสบอันตราย   เสียชีวิต  ประสบอันตราย/1000   เงินทดแทนทุกกรณี เกิน3วัน                                                                                                                      (ล้านบาท) 2545   6,541,105      190,979 650 (9.94)        29.20             8.12                       1220.14 2546   7,033,907      210,673 787 (11.19)        29.95             8.10                         1480.36 2547 [...]


เว็บไทยเอ็นจีโอ สนับสนุนการใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์และเผยแพร่แนวคิดวัฒนธรรมเสรี เนื้อหาในเ็ว็บไซต์ไทยเอ็นจีโอดอทโออาจี ท่านสามารถเอาไปใช้งานได้เลยโดยไม่ต้องขออณุญาติ เพียงท่านระบุที่มาและห้ามทำการค้า

ไทยเอ็นจีโอ ดำเนินการโดย มูลนิธิกองทุนไทย 2044/23 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เขตห้วยขวาง กทม. 10310 โทรศัพท์ 02-3144112-3, 02-3183959 โทรสาร 02-7181850 Email : webmaster@thaingo.org
เว็บในเครือ


เว็บขับเคลื่อนด้วย Wordpress 3.0.5 ปรับแต่งโดย : สุรินทร์ 108
Seo เข้าสู่ระบบ - Free Premium Wordpress Themes