<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Thaingo.org ข่าวสาร วงการงานพัฒนาสังคม &#187; Columnists</title>
	<atom:link href="http://thaingo.org/web/category/columnists/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://thaingo.org/web</link>
	<description>แหล่งข่าวสาร เพื่องานพัฒนาสังคม</description>
	<lastBuildDate>Fri, 07 Sep 2012 07:17:39 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.4.1</generator>
		<item>
		<title>ไฟแมงดา</title>
		<link>http://thaingo.org/web/2012/08/06/6050/</link>
		<comments>http://thaingo.org/web/2012/08/06/6050/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 06 Aug 2012 10:51:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>webmaster</dc:creator>
				<category><![CDATA[Columnists]]></category>
		<category><![CDATA[สิงหา สัตยนนท์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaingo.org/web/?p=6050</guid>
		<description><![CDATA[&#160; &#160; ไฟแมงดา &#160; &#160; &#8230;.. โน้นระยิบริบไรไฟแมงดา สิ.ระยิบพริบตาไฟถนน นี่ระยับวับวามไฟกามกล สิ,ระยับนับจนไฟกลกาม &#8230; ดึกนี้กระท่อมทับเงาสลัว ไหวไหวด้วยลมตัวเกินทั่วถาม ณ ภายในอึกทึกเสียงตึกราม เหนือนิยามจารีตสัตว์กรีดร้อง &#8230; หลากเนื้อหาคอกขังเพลงชีวิต วงจรสวิตซ์ไฟใคร่สนอง ระบายเงาระบัดเพียงลัดมอง ก็รู้ว่าในทำนองมีวิญญาณ &#8230; หากหญิงสาวอ่อนไหวดุจใบเบี้ย ความปลิวว่อนอ่อนเพลียกับเสียงขาน คาราโอเกะค่ำนี้มีตำนาน กับวับแวมวูบผ่านเงารานร้าว &#8230;. ค่าชีวิตของตัวคือหัวใจ ใต้แสงไฟแมงดาลมร้อนผ่าว เข้าเผาไหม้อารมณ์อาลัยดาว ภาวนาแข็งกร้าวอย่างอ่อนแอ &#8230; หากชายหนุ่มกลุ่มกลัดสะบัดปีก คะนองคึกดึกฉีกลมกรีดแผล เพลงดีกรีรดน้ำตามายาแปร เป็นรอยยิ้มอิ่มแปร้เมื่อแทะโลม &#8230; ปลายวิกาลริบหรีไฟแมงดา ค่อยค่อยดับหลับตา เหล้าแสงโสม คาราโอเกะไก่โห่ ฟ้าเสื่อมโทรม ลมหายใจจู่โจมคิดถึงบ้าน &#8230; สิงหา สัตยนนท์ ๒๑ กรกฎาคม ๕๕]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;">&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;">&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><strong>ไฟแมงดา</strong></p>
<p style="text-align: center;">&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;">&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><a class="highslide" href="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/08/shutterstock_30023173.jpg" onclick="return vz.expand(this)"><img alt="" class="aligncenter size-full wp-image-6051" height="267" src="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/08/shutterstock_30023173.jpg" title="shutterstock_30023173" width="400" /></a><br />
	&#8230;..<br />
	โน้นระยิบริบไรไฟแมงดา<br />
	สิ.ระยิบพริบตาไฟถนน<br />
	นี่ระยับวับวามไฟกามกล<br />
	สิ,ระยับนับจนไฟกลกาม<br />
	&#8230;<br />
	ดึกนี้กระท่อมทับเงาสลัว<br />
	ไหวไหวด้วยลมตัวเกินทั่วถาม<br />
	ณ ภายในอึกทึกเสียงตึกราม<br />
	เหนือนิยามจารีตสัตว์กรีดร้อง<br />
	&#8230;<br />
	หลากเนื้อหาคอกขังเพลงชีวิต<br />
	วงจรสวิตซ์ไฟใคร่สนอง<br />
	ระบายเงาระบัดเพียงลัดมอง<br />
	ก็รู้ว่าในทำนองมีวิญญาณ<br />
	&#8230;<br />
	หากหญิงสาวอ่อนไหวดุจใบเบี้ย<br />
	ความปลิวว่อนอ่อนเพลียกับเสียงขาน<br />
	คาราโอเกะค่ำนี้มีตำนาน<br />
	กับวับแวมวูบผ่านเงารานร้าว<br />
	&#8230;.<br />
	ค่าชีวิตของตัวคือหัวใจ<br />
	ใต้แสงไฟแมงดาลมร้อนผ่าว<br />
	เข้าเผาไหม้อารมณ์อาลัยดาว<br />
	ภาวนาแข็งกร้าวอย่างอ่อนแอ<br />
	&#8230;<br />
	หากชายหนุ่มกลุ่มกลัดสะบัดปีก<br />
	คะนองคึกดึกฉีกลมกรีดแผล<br />
	เพลงดีกรีรดน้ำตามายาแปร<br />
	เป็นรอยยิ้มอิ่มแปร้เมื่อแทะโลม<br />
	&#8230;<br />
	ปลายวิกาลริบหรีไฟแมงดา<br />
	ค่อยค่อยดับหลับตา เหล้าแสงโสม<br />
	คาราโอเกะไก่โห่ ฟ้าเสื่อมโทรม<br />
	ลมหายใจจู่โจมคิดถึงบ้าน<br />
	&#8230;<br />
	สิงหา สัตยนนท์<br />
	๒๑ กรกฎาคม ๕๕</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaingo.org/web/2012/08/06/6050/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ฤาลมการเมืองกำลังเปลี่ยนทิศในรัฐเวสต์เบงกอลของอินเดีย</title>
		<link>http://thaingo.org/web/2012/05/18/%e0%b8%a4%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://thaingo.org/web/2012/05/18/%e0%b8%a4%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 May 2012 09:54:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>webmaster</dc:creator>
				<category><![CDATA[Columnists]]></category>
		<category><![CDATA[วิริยะ สว่างโชติ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaingo.org/web/?p=5344</guid>
		<description><![CDATA[&#160; วิริยะ สว่างโชติ &#160; (1) วันที่ยี่สิบพฤษภาคมนี้ที่จริงน่าจะเป็นวันแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบสามสิบห้าปีของการที่พรรคคอมมิวนิสต์อินเดีย( มาร์กซิสต์) หรือ Communist Party of&#160; India( Marxist): CPI(M)[1]เป็นรัฐบาลปกครองรัฐเวสต์ เบงกอลของอินเดีย&#160; หากเป็นเช่นนั้นจริงๆผู้เขียนคงจะหาอะไรๆอันเป็น &#8220;สัญลักษณ์&#8221;ของ &#8220;ค้อนกับเคียว&#8221;เป็นของฝากให้กับเพื่อนๆที่เมืองไทยได้ไม่ยาก&#160; แต่กาลกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น &#160;เพราะวันนี้กลายเป็นการฉลองครอบรอบหนึ่งปีที่พรรคการเมืองแนวเสรี-นิยมอย่างพรรคตรีนามูล คองเกรส( Trinamool Congress)ฉลองครบรอบการเป็นรัฐบาลในรัฐเวสต์เบงกอลไปเสียแล้ว&#160; &#8230;.ค้อนกับเคียวไม่ได้หายไปไหนหากแต่(เริ่ม)กลายเป็น &#8220;ของต้องห้าม&#8221;ในรัฐเวสต์ เบงกอล &#160; (2) ที่จริงมีสัญญาณที่เริ่มส่อให้ว่าพรรคคอมมิวนิสต์อินเดีย(มาร์กซิสต์) กำลังจะหมดความนิยมในเวสต์เบงกอล&#160; เริ่มเมื่อ 6 ปีก่อนเมื่อพรรคฯมาสะดุดขาตนเองจากการปรับเปลี่ยนนโยบายที่ประสบความสำเร็จอย่างนโยบาย&#8220;ปฏิวัติเขียว&#8221;และหันไปส่งเสริมอุตสาหกรรม โดยการจัดตั้งเขตอุตสาหกรรมในตอนนั้นที่สำคัญก็คือคือโรงงานรถยนต์อีโค-คาร์ &#8220; ตาต้า นาโน&#8221; ( Tata Nano)&#160; ในตอนนั้นโดยรัฐบาลเวสต์ เบงกอลจะทำการเวนคืนที่ดินของชาวนามาเป็นพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในเขตนานดิกราม&#160; ซิงกรู ปลายปี ค.ศ. 2006 จนถึงต้นปี ค.ศ.2007 รัฐบาลเวสต์ เบงกอลได้ใช้ความรุนแรงในการขับไล่ชาวนาออกจากพื้นที่นาที่จะปฏิรูปเป็นเขตอุสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง&#160; ตอนนั้นทั้งปัญญาชน นักเขียน นักการเมืองและนักศึกษาออกมาเดินเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการกระทำดังกล่าว ผลกระทบต่อเนื่องจากกรณีของนานดิกรามและซิงกรูที่ดูเป็นอะไรที่เป็นออกจะเป็นทางการ&#160; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="margin-left: 288pt;">&nbsp;</p>
<p align="right" style="margin-left: 288pt;"><strong>วิริยะ สว่างโชติ</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a class="highslide" href="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/05/news180555-1.jpg" onclick="return vz.expand(this)"><img alt="" class="alignleft size-full wp-image-5345" height="120" src="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/05/news180555-1.jpg" title="news180555-1" width="150" /></a></p>
<p><strong>(</strong><strong>1)</strong></p>
<p>วันที่ยี่สิบพฤษภาคมนี้ที่จริงน่าจะเป็นวันแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบสามสิบห้าปีของการที่พรรคคอมมิวนิสต์อินเดีย( มาร์กซิสต์) หรือ Communist Party of&nbsp; India( Marxist): CPI(M)<a href="#_ftn1" name="_ftnref1" title="">[1]</a>เป็นรัฐบาลปกครองรัฐเวสต์ เบงกอลของอินเดีย&nbsp; หากเป็นเช่นนั้นจริงๆผู้เขียนคงจะหาอะไรๆอันเป็น &ldquo;สัญลักษณ์&rdquo;ของ &ldquo;ค้อนกับเคียว&rdquo;เป็นของฝากให้กับเพื่อนๆที่เมืองไทยได้ไม่ยาก&nbsp; แต่กาลกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น &nbsp;เพราะวันนี้กลายเป็นการฉลองครอบรอบหนึ่งปีที่พรรคการเมืองแนวเสรี-นิยมอย่างพรรคตรีนามูล คองเกรส( Trinamool Congress)ฉลองครบรอบการเป็นรัฐบาลในรัฐเวสต์เบงกอลไปเสียแล้ว&nbsp; &#8230;.ค้อนกับเคียวไม่ได้หายไปไหนหากแต่(เริ่ม)กลายเป็น &ldquo;ของต้องห้าม&rdquo;ในรัฐเวสต์ เบงกอล</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>(2) </strong></p>
<p>ที่จริงมีสัญญาณที่เริ่มส่อให้ว่าพรรคคอมมิวนิสต์อินเดีย(มาร์กซิสต์) กำลังจะหมดความนิยมในเวสต์เบงกอล&nbsp; เริ่มเมื่อ 6 ปีก่อนเมื่อพรรคฯมาสะดุดขาตนเองจากการปรับเปลี่ยนนโยบายที่ประสบความสำเร็จอย่างนโยบาย&ldquo;ปฏิวัติเขียว&rdquo;และหันไปส่งเสริมอุตสาหกรรม โดยการจัดตั้งเขตอุตสาหกรรมในตอนนั้นที่สำคัญก็คือคือโรงงานรถยนต์อีโค-คาร์ &ldquo; ตาต้า นาโน&rdquo; ( Tata Nano)&nbsp; ในตอนนั้นโดยรัฐบาลเวสต์ เบงกอลจะทำการเวนคืนที่ดินของชาวนามาเป็นพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในเขตนานดิกราม&nbsp; ซิงกรู ปลายปี ค.ศ. 2006 จนถึงต้นปี ค.ศ.2007 รัฐบาลเวสต์ เบงกอลได้ใช้ความรุนแรงในการขับไล่ชาวนาออกจากพื้นที่นาที่จะปฏิรูปเป็นเขตอุสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง&nbsp; ตอนนั้นทั้งปัญญาชน นักเขียน นักการเมืองและนักศึกษาออกมาเดินเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการกระทำดังกล่าว</p>
<p><a class="highslide" href="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/05/viriya-New.jpg" onclick="return vz.expand(this)"><img alt="" class="alignright size-full wp-image-5346" height="382" src="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/05/viriya-New.jpg" title="viriya-New" width="265" /></a></p>
<p>ผลกระทบต่อเนื่องจากกรณีของนานดิกรามและซิงกรูที่ดูเป็นอะไรที่เป็นออกจะเป็นทางการ&nbsp; ก็คือการพ่ายแพ้การเลือกตั้งใหญ่สองครั้ง คือการเลือกตั้งโลกสภา(the Lok Sabha)ในปี ค.ศ. 2010 และการเลือกตั้งสภารัฐเวสต์เบงกอลในปี ค.ศ. 2011 ที่ทำให้พรรคคอมมิวนิสต์อินเดีย(มาร์กซิตส์)แทบไม่เหลือที่นั่งทั้งในโลกสภาของรัฐบาลกลางที่กรุงนิว เดลลีและสภาของรัฐเวสต์เบงกอลเองอีกเลย<a href="#_ftn2" name="_ftnref2" title="">[2]</a>&nbsp; พร้อมๆกันนั้นทำให้พรรคตรีนามูลคองเกรสซึ่งเป็นพรรคการเมืองระดับท้องถิ่นที่มีผู้นำหญิงอย่างมามาตา บานาจี ( Mamata Bannerjee)เป็นหัวหน้าพรรค ชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทะลาย และกลายเป็นพรรคการเมืองที่มีระดับความสำคัญระดับชาติไปในทันที&nbsp; เพราะหลังจากนำพรรคตรีนามูลชนะการเลือกตั้งโลกสภาในปี 2010 นั้นเธอ็ได้รับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการรถไฟของอินเดีย&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่นั้นยังไม่ใช่เป้าหมายของเธอเมื่อเธอประกาศว่าชัยชนะที่เธอต้องการคือ &ldquo;การถอนรากถอนโคนพรรคคอมมิวนิสต์อินเดีย(มาร์กซิสต์)ออกจากเวสต์เบงกอลให้ได้&rdquo;&nbsp; เพื่อนๆชาวเบงกาลีเคยบอกกับผู้เขียนว่าสโลแกน &ldquo;Anti-Communism&rdquo; ของมามาตามีคนจำได้มากกว่าสโลแกนของพรรคตีนามูลที่ว่า &ldquo;Ma, Mati, Manush&rdquo; ( Mother, Mati, People)เสียอีก&nbsp; &nbsp;ในอดีตมามาตาเคยเป็นนักเมืองของพรรคคองเกรส เคยลงสมัครเลือกตั้งในสภาของรัฐเบงกอลต่อสู่กับคู่แข่งจากพรรคคอมมิวนิสต์ฯมาตลอด และที่สำคัญเลยมามาตาเคยถูกทำร้ายกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์ฯในขณะกำลังปราศัยหาเสียงเลือกตั้งปี ค.ศ.1990&nbsp; แม้เธอจะชนะการเลือกตงในครั้งนั้น&nbsp; แต่พรรคคอมมิวนิสต์ฯก็ได้เป็นรัฐบาลยี่สิปปีให้หลังเธอกกลับมาทวงแค้นคืนได้สำเร็จในปี ค.ศ.2011 แม้ในขณะนั้นมามาตาเป็นรัฐมนตรีกระทรวงรถไฟของอินเดียและเป็นสมาชิกของโลกสภา&nbsp; แต่เธอประกาศไม่ลงสมัครเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภารัฐเวสต์ เบงกอล ขอช่วยหาเสียงให้ผู้ลงเลือกตั้งคนอื่นๆในพรรคจนพรรคเธอชนะท่วมท้น&nbsp;&nbsp; หลังจากนั้นเธอจึงลาออกจากการเป็นสมาชิกโลกสภาและรัฐมนตรีกระทรวงรถไฟารับตำแหน่งผู้ว่าการรัฐเวสต์ เบงกอล&nbsp; สิ่งที่เธอทำไม่น่าจะมีคำอธิบายเป็นอื่นนอกจากว่ามันเป็นเรื่อง &ldquo;ยุทธศาสตร์ทางการเมือง&rdquo;ของการล้มคอมมิวนิสต์ฯ &nbsp;สิ่งหนึ่งนี้ยืนยันได้ ก็คือ การที่รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริการฮิลลารี คลินตันประสงค์จะเยือนรัฐเวสต์เบงกอลในเดือนพฤษภาคมปีก่อนหลังพรรคตรีนามูลชนะการเลือกตั้ง&nbsp; แต่ถูกยับยั้งจากที่ปรึกษาของเธอว่า &ldquo;จะเป็นการแทรกแทรงการเมืองภายในของอินเดีย&rdquo; หากจะกล่าวแบบวาทการกรรมของโลกที่ &ldquo;อุดมการณ์ทางการเมืองยังไม่ได้สูญสิ้น&rdquo;การเยือนของเธอดูจะเป็นการออกหน้าออกตาเฉลิมฉลองชัยไปกับการชนะของโลกเสรีนิยมที่มีต่อโลกสังคมนิยมอะไรปานนั้น&nbsp; แต่โทษที!! เวสต์เบงกอล&nbsp; ไม่ใช่เวสต์เบอร์ลินเมื่อ ปี ค.ศ.1989&nbsp; ทีนี้!! ปัญญาชน มาร์กซิสต์เสรีนิยมสนับสนุนขบวนการเหมาอิสต์&nbsp; ในขณะที่รัฐบาลคอมมิวนิสต์(มาร์กซิสต์)ไล่ล่าพวกเหมาอิสต์ &#8230;ที่นี้(เคย) &ldquo;แดง&rdquo;ทั้งรัฐ &nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>(3)</strong><span style="font-weight: bold;">&nbsp;&nbsp; </span></p>
<p>แต่ในท้ายสุด หนึ่งปีให้หลังนางฮิลลารีก็ได้มาชื่นชมบรรยากาศการเมืองแบบเสรีนิยมในเวสต์ เบงกอลสมความตั้งใจ&nbsp; หลังจากพบกับนายกรัฐมนตรีบังคลาเทศที่กรุงดาร์กาเธอก็มุ่งตรงสู่โกลกาตาเพื่อใช้เวลาในวันที่ 6 และ 7 พฤษภาคมพบกับผู้ว่าการรัฐเวสต์ เบงกอล&nbsp; กลุ่มเอ็นจีโอหญิง&nbsp; และเยาวชนสตรี&nbsp; หนังสือพิมพ์ประโคมข่าวว่าการมาของเธอนับเป็นครั้งแรกที่นักการเมืองระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเคยมาเยือนรัฐเวสต์เบงกอล &nbsp;แม้ไม่มีการรายงานถึงวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนของการมาเยือน&nbsp; เพียงแต่แจ้งว่า &ldquo;แวะพัก&rdquo;ก่อนไปที่นิว เดลลี &nbsp;แต่หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ในเวสต์รายการว่าหมายกำหนดการถูกเซทขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์ก่อนการมาเยือนของเธอ&nbsp;&nbsp; แล้วยังย้ำว่าหากพรรคคอมมิวนิสต์อินเดีย(มาร์กซิสต์)ยังคงครองอำนาจอยู่&nbsp; &ldquo;วันเช่นนี้คงไม่อาจเกิดขึ้นได้&rdquo;&nbsp; ที่จริงฮิลลารีเคยมาโกลกาตาครั้งหนึ่งในปี ค.ศ.1997 ตอนมาเธองานศพแม่ชีเทราซากับประธนานาธิบดีคลินตัน&nbsp; ผมไม่แน่ใจว่าตอนนั้นเธอสะดุดตากับธงแดง&nbsp; สัญลักษณ์ค้อนเคียวบนผนังอาคาร&nbsp; อนุเสาวรีย์เลนิน หรือถนนโฮจิมินต์ บ้างหรือเปล่า??</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อย่างไรก็ดี&nbsp; ดูข่างต่างๆในหนังสือพิมพ์จะยกให้กับบรรยากาศหลังพรรคคอมมิวนิสต์ล้มสลายที่ทำให้บรรายากาศของการลงทุน (จากนักลงทุนทั้งอินเดียและต่างชาติ)กำลังจะเข้ามามีความสำคัญมากขึ้นในเวสต์ เบงกอล &nbsp;สำหรับการมาเยือนของฮิลลารีแม้จะมีการต้อนรับอย่างเป็นทางการโดยผู้ว่าการรัฐมามาตาที่อาคาร Write Building อันเป็นเหมือนที่ทำการของรัฐบาลเวสต์ เบงกอล&nbsp; แต่ก็ว่ากันว่าจะไม่มีการพูดถึงเรื่อง &ldquo;ธุระทางการ&rdquo;ระหว่างมามาตากับฮิลลารี&nbsp; หลังจากนั้นสองวันข่าวก็รายงานว่าในเวบไซต์ของสำนักกงศุลอเมริกันในอินเดียก็ปรากฏรายงานว่าคณะของฮิลลารีและบุคคลในรัฐบาลของเวต์เบงกอล ได้มีพูดคุยถึงการลงทุนของนักลงทุนอเมริกัน โดยเฉพาะเรื่องการลงทุนในอุตสาหกรรมไอทีและการค้าปลีกในรัฐเวสต์ เบงกอล&nbsp; &nbsp;ซึ่งต่อมารายการดังกล่าวได้ถูกรัฐบาลเวสต์ เบงกอลขอให้ทางกงศุลอเมริกันลบออกจากเวบไซต์&nbsp;&nbsp;&nbsp; การเชือเชิญนักลงทุนเข้ามาในเวสต์เบงกอลน่าจะเป็นเรื่อง &ldquo;ละเอียดอ่อน&rdquo;ที่สำคัญของรัฐบาลของมามาตา เมื่อรัฐเวสต์เบงกอลโดยเฉพาะกัลกัตตาตลอดช่วงที่ผ่านมาถูกมองว่าเป็นเมืองแห่งการสไตรค์&nbsp; มีสหภาพแรงงานและองค์กรแรงงานย่อยๆที่เข้มแข็ง ขบวนการฝ่ายซ้ายต่อต้านทุนจักวรรดิ์นิยม&nbsp; ดังนั้น&nbsp; ที่ผ่านมาหากเทียบกับรัฐอื่นๆที่ผ่านมาเวสต์เบงกอลจึงดูไม่ค่อยมีบรรยากาศของการส่งเสริมการลงทุนมากนัก &nbsp;สิ่งสำคัญ &ldquo;ที่ดิน&rdquo;อันเป็นปัจจัยสำคัญของการลงทุนเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่รัฐบาลของมามาตายังไม่อยากแตะในตอนนี้</p>
<p><a class="highslide" href="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/05/news180555.jpg" onclick="return vz.expand(this)"><img alt="" class="alignleft size-full wp-image-5347" height="344" src="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/05/news180555.jpg" title="news180555" width="229" /></a></p>
<p><strong>&nbsp; (</strong><strong>4 )</strong></p>
<p>โดยสรุปการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในเวสต์เบงกอลหลังยุคคอมมิวนิสต์นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในด้านโครงสร้างเศรษฐกิจการเมืองเวสต์ เบงกอลอย่างแน่นอน&nbsp; และผลต่อโครงสร้างอำนาจทางการเมืองของสหพันธรัฐอินเดียไม่มกก็น้อย&nbsp; แต่มันจะนำไปสู่มิติใดบ้างคงเร็วเกินไปที่จะกล่าวถึงหรือคาดการณ์ในขณะนี้&nbsp;&nbsp; ผู้เขียนในฐานะคนนอกคงไม่อาจกล่าวอะไรได้ว่า 30 ปีกว่าที่พรรคคอมมิวนิสต์อินเดีย(มาร์กซิสต์)ปกครองเวสต์ เบงกอลมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง&nbsp; แต่ก็คิดว่าประชากรกว่า &nbsp;90 ล้านของเวสต์ เบงกอลน่าจะรู้และเป็นผู้กำหนดอนาคตของตนเองไปเรียบร้อยแล้ว&nbsp; คุณป้ามามาตา บันนาจีเป็นเพียงส่วนหนึ่งของสิ่งที่ได้เปลี่ยนแปลงไปและสิ่งที่กำลังจะเกิดตามมาในรัฐเวสต์ เบงกอล</p>
<div><br clear="all" /></p>
<hr align="left" size="1" width="33%" />
<div id="ftn1">
<p><a href="#_ftnref1" name="_ftn1" title="">[1]</a> ในอินเดียพรรคคอมมิวนิสต์เป็นพรรคการเมืองถูกกฏหมายและมี 2 พรรคใหญ่ คือ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งอินเดีย( Communist Party of India:CPI)ที่มีฐานเสียงในรัฐเคราล่า และพรรคคอมมิวนิสต์อินเดีย(มาร์กซิสต์) ( Communist Party of India(Marxist):CPI(M))ที่อยู่ในเวสต์ เบงกอล</p>
</p></div>
<div id="ftn2">
<p><a href="#_ftnref2" name="_ftn2" title="">[2]</a> ในกรณีนี้พรรคคอมมิวนิสต์อินเดีย(มาร์กซิสต์)มีที่นั่งในโลกสภามาตลอดและบ้างสมัยร่วมยังจัดตั้งรัฐบาล กลาง-ซ้ายกับพรรคคองเกรสสำหรับในสภาเวสต์เบงกอลพรรคคอมมิวนิสต์อินเดีย(มาร์กซิสต์)ครองเสียงข้างมาก มาตลอดตั้งแตปี ค.ศ.1977-2011&nbsp; แต่กลุ่มที่รวมตัวกันจัดตั้งรัฐบาลในรัฐเวสต์ เบงกอลจะเรียกว่า &ldquo;แนวร่วมพันธมิตรฝ่ายซ้าย&rdquo;หรือ &ldquo;Left Front&rdquo; อันประกอบไปด้วยพรรคคอมมิวนิสต์อินเดีย(มาร์กซิสต์) และพรรคการเมืองระดับท้องถิ่นหลายพรรคในเขตเวสต์เบงกอล การรวมตัวดังกล่าวเพื่อต้านกระแสพรรคคองเกรส ดังนั้น &ldquo;การเมือง&rdquo;ในระดับชาติและระดับรัฐของอินเดียจึงค่อนข้างมีความซับซ้อนและไม่ได้ทีระนาบของความร่วมมือไปในทิศทางเดียวกันเสมอไป</p>
</p></div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaingo.org/web/2012/05/18/%e0%b8%a4%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หัวใจในสนามเป้า</title>
		<link>http://thaingo.org/web/2012/03/22/%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://thaingo.org/web/2012/03/22/%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 22 Mar 2012 08:41:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>webmaster</dc:creator>
				<category><![CDATA[Columnists]]></category>
		<category><![CDATA[สิงหา สัตยนนท์]]></category>
		<category><![CDATA[กวี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaingo.org/web/?p=4827</guid>
		<description><![CDATA[&#160; &#160;&#160;&#160; แล้วเธอก็ล้มพับทิ้งขณะ พร้อมกับสัมภาระ , สนามเป้า ร่างทั้งร่าง ใจทั้งใจ เงาทั้งเงา สลบลงดั่งผงเถ้าแสงตะวัน &#160;&#160; ก้าวลงรถไฟฟ้า มหาร้อน นครฝันขาดตอนนครฝัน พอพลันผล็อยลอยลิ่ววิญญาณยัน สนั่นพื้นขืนขันแข่งแรงเมือง &#160;&#160; เธออีกเธอคว้าประคองด้วยสองแขน กระง่อนกระแง่นหญิงสาวมิขุ่นเขื่อง เข้าช่วยเหลือเนื้อหนังฝังฟันเฟือง หมุนกงล้อต่อเนื่องเรื่องชีวิต &#160;&#160;&#160; บนถนนพักตอนความอ่อนล้า ใครจะรู้ดวงตาก็พลันปิด ลมหายใจวิงเวียนเขียนความคิด เป็นลมนี้อิดโรย ฤาโหยไห้ &#160;&#160;&#160; สถานีเดินทางสนามเป้า ด้วยสายตายามเฝ้าทั้งเก่าใหม่ หากถามถึงเกิดขึ้นด้วยสิ่งใด อากาศร้อนเกินให้พลังงาน &#160;&#160;&#160; ฤดูนี้ชีวิตความผิดแผก บนแผ่นดินสาแหรกคนแปลกบ้าน BTS ลอยฟ้ามหากาฬ ส่งวิญญาณล้มพับกับขบวน &#160;&#160; ที่อยู่ได้ด้วยสิ่งจะจำนน จึงอดทนต่อไปแม้ไผลผวน การผลัดเวียน เพียรเฝ้า เท่าจำนวน หนึ่งรถด่วนขบวนแอร์ อันแรงร้อน ! &#160;&#160; แล้วเธอก็ลุกขึ้นอย่างฝืนสู้ ไม่มีคำดูถูกว่าลาก่อน ไปช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์มหานคร สนามเป้ามีเงินทอนคือหัวใจ &#8230;.. สิงหา&#160; สัตยนนท์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a class="highslide" href="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/03/news220355-5.jpg" onclick="return vz.expand(this)"><img alt="" class="aligncenter size-full wp-image-4828" height="150" src="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/03/news220355-5.jpg" title="news220355-5" width="262" /></a><br />
	&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;">&nbsp;&nbsp;&nbsp; แล้วเธอก็ล้มพับทิ้งขณะ</p>
<p style="text-align: center;">พร้อมกับสัมภาระ , สนามเป้า</p>
<p style="text-align: center;">ร่างทั้งร่าง ใจทั้งใจ เงาทั้งเงา</p>
<p style="text-align: center;">สลบลงดั่งผงเถ้าแสงตะวัน</p>
<p style="text-align: center;">&nbsp;&nbsp; ก้าวลงรถไฟฟ้า มหาร้อน</p>
<p style="text-align: center;">นครฝันขาดตอนนครฝัน</p>
<p style="text-align: center;">พอพลันผล็อยลอยลิ่ววิญญาณยัน</p>
<p style="text-align: center;">สนั่นพื้นขืนขันแข่งแรงเมือง</p>
<p style="text-align: center;">&nbsp;&nbsp; เธออีกเธอคว้าประคองด้วยสองแขน</p>
<p style="text-align: center;">กระง่อนกระแง่นหญิงสาวมิขุ่นเขื่อง</p>
<p style="text-align: center;">เข้าช่วยเหลือเนื้อหนังฝังฟันเฟือง</p>
<p style="text-align: center;">หมุนกงล้อต่อเนื่องเรื่องชีวิต</p>
<p style="text-align: center;">&nbsp;&nbsp;&nbsp; บนถนนพักตอนความอ่อนล้า</p>
<p style="text-align: center;">ใครจะรู้ดวงตาก็พลันปิด</p>
<p style="text-align: center;">ลมหายใจวิงเวียนเขียนความคิด</p>
<p style="text-align: center;">เป็นลมนี้อิดโรย ฤาโหยไห้</p>
<p style="text-align: center;">&nbsp;&nbsp;&nbsp; สถานีเดินทางสนามเป้า</p>
<p style="text-align: center;">ด้วยสายตายามเฝ้าทั้งเก่าใหม่</p>
<p style="text-align: center;">หากถามถึงเกิดขึ้นด้วยสิ่งใด</p>
<p style="text-align: center;">อากาศร้อนเกินให้พลังงาน</p>
<p style="text-align: center;">&nbsp;&nbsp;&nbsp; ฤดูนี้ชีวิตความผิดแผก</p>
<p style="text-align: center;">บนแผ่นดินสาแหรกคนแปลกบ้าน</p>
<p style="text-align: center;">BTS ลอยฟ้ามหากาฬ</p>
<p style="text-align: center;">ส่งวิญญาณล้มพับกับขบวน</p>
<p style="text-align: center;">&nbsp;&nbsp; ที่อยู่ได้ด้วยสิ่งจะจำนน</p>
<p style="text-align: center;">จึงอดทนต่อไปแม้ไผลผวน</p>
<p style="text-align: center;">การผลัดเวียน เพียรเฝ้า เท่าจำนวน</p>
<p style="text-align: center;">หนึ่งรถด่วนขบวนแอร์ อันแรงร้อน !</p>
<p style="text-align: center;">&nbsp;&nbsp; แล้วเธอก็ลุกขึ้นอย่างฝืนสู้</p>
<p style="text-align: center;">ไม่มีคำดูถูกว่าลาก่อน</p>
<p style="text-align: center;">ไปช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์มหานคร</p>
<p style="text-align: center;">สนามเป้ามีเงินทอนคือหัวใจ</p>
<p style="text-align: center;">&#8230;..</p>
<p style="text-align: center;">สิงหา&nbsp; สัตยนนท์</p>
<p style="text-align: center;">๒๑ มีนาคม ๕๕ บ่ายสามโมง</p>
<p style="text-align: center;">เขียนที่สถานนีรถไฟฟ้า BTS สนามเป้า</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaingo.org/web/2012/03/22/%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>6 ปี “สุวิทย์ วัดหนู” คนดีไม่มีวันตาย</title>
		<link>http://thaingo.org/web/2012/03/09/6-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b9-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://thaingo.org/web/2012/03/09/6-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b9-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 09 Mar 2012 06:45:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>webmaster</dc:creator>
				<category><![CDATA[Columnists]]></category>
		<category><![CDATA[วรภัทร วีรพัฒนคุปต์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaingo.org/web/?p=4723</guid>
		<description><![CDATA[&#160; วรภัทร&#160; วีรพัฒนคุปต์ &#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160; บนเส้นทางสายธารที่พานพบ&#160; คือทำนบเหี้ยมโหดบนโขดหิน&#160; คือตำนานแห่งประชาน้ำตาริน&#160; จึงอยากเดินบนดินจนสิ้นใจ&#8221; &#160; &#160; &#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160; เป็นบทกวีที่กินใจจนทำให้คนสมองปลาทองอย่างผมจำได้จนขึ้นใจ&#160; เป็นบทกลอนสั้นๆที่สะท้อนได้ถึงจิตวิญญาณ ตัวตนของคนจริงที่ชื่อ &#8220;สุวิทย์ วัดหนู&#8221; ได้เป็นอย่างดี &#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160; ผมต้องออกตัวก่อนเลยว่า&#160; ที่จริงผมกับพี่สุวิทย์ไม่เคยรู้จักกัน ไม่เคยเจอหน้ากัน&#160; ไม่เคยมีความเกี่ยวข้องใดๆกันมาก่อนเลย&#160; ผมได้เข้ามาในแวดวงขบวนการภาคประชาชนก็หลังจากที่พี่สุวิทย์ได้จากไปแล้ว &#160;&#160;&#160;&#160;&#160; อันที่จริง ถ้าไม่ใช่เพราะได้เห็นข่าวการตายของพี่สุวิทย์&#160; ผมก็ไม่รู้จักด้วยซ้ำว่าเขาคือใคร&#160; หรือในทางกลับกัน ถ้าผมรู้จักพี่สุวิทย์เร็วกว่านั้น&#160; แกก็คงได้รับการเหยียดหยามจากผมอย่างเดียวกับที่ผมเคยทำไว้กับบุคคลอีกหลาย คนที่วันนี้ผมให้ความเคารพนับถือเป็นพี่น้องครูบาอาจารย์&#160; &#160;ด้วยเหตุผลควายๆว่า ในอดีต ที่ผมรู้สึกว่า &#8220;NGO&#8221; แปลว่า &#8220;โง่&#8221; &#160;&#160;&#160;&#160;&#160; คำสบถที่ผมมักใช้แสดงถึงความรู้สึกรังเกียจที่มีต่อเอ็นจีโอคือ &#8220;ไอ้เอ็นจีโอห่าพวกนี้ นอกจากรับจ้างประท้วงแล้วมันเคยทำประโยชน์อะไรให้ประเทศบ้างวะ&#8221; &#160;&#160;&#160;&#160;&#160; จนกระทั่งการรัฐประหาร19กันยายน2549&#160; ซึ่งได้เปลี่ยนชีวิตของผม จากการที่ยอมรับแต่การทำกิจกรรมแนวผู้นำเยาวชนในระบบของสภานักศึกษาใน มหาวิทยาลัย&#160; สภาเยาวชน&#160; &#160;หรือกิจกรรมแนวจิตอาสาอย่างการสอนหนังสือเด็ก ทำกิจกรรมกับเด็กพิการ ผู้สูงอายุ อะไรทำนองนี้&#160;&#160; มาสู่การเดินเข้าหาในสิ่งที่ผมเคยรังเกียจสุดลิ่มทิ่มประตู อย่างขบวนการประชาธิปไตยภาคประชาชน (ที่ภาพแรกที่มักผุดในหัวก่อนเลย คือการชุมนุมประท้วง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center">&nbsp;</p>
<p align="right"><em>วรภัทร&nbsp; วีรพัฒนคุปต์</em></p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <em>บนเส้นทางสายธารที่พานพบ</em>&nbsp;<em> คือทำนบเหี้ยมโหดบนโขดหิน&nbsp;</em><em> คือตำนานแห่งประชาน้ำตาริน&nbsp;</em><em> จึงอยากเดินบนดินจนสิ้นใจ&rdquo; &nbsp;</em><br />
	<a class="highslide" href="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/03/news080355.jpg" onclick="return vz.expand(this)"><img alt="" class="aligncenter size-full wp-image-4724" height="178" src="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/03/news080355.jpg" title="news080355" width="350" /></a><br />
	&nbsp;</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เป็นบทกวีที่กินใจจนทำให้คนสมองปลาทองอย่างผมจำได้จนขึ้นใจ&nbsp; เป็นบทกลอนสั้นๆที่สะท้อนได้ถึงจิตวิญญาณ ตัวตนของคนจริงที่ชื่อ &ldquo;สุวิทย์ วัดหนู&rdquo; ได้เป็นอย่างดี</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผมต้องออกตัวก่อนเลยว่า&nbsp; ที่จริงผมกับพี่สุวิทย์ไม่เคยรู้จักกัน ไม่เคยเจอหน้ากัน&nbsp; ไม่เคยมีความเกี่ยวข้องใดๆกันมาก่อนเลย&nbsp; ผมได้เข้ามาในแวดวงขบวนการภาคประชาชนก็หลังจากที่พี่สุวิทย์ได้จากไปแล้ว</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; อันที่จริง ถ้าไม่ใช่เพราะได้เห็นข่าวการตายของพี่สุวิทย์&nbsp; ผมก็ไม่รู้จักด้วยซ้ำว่าเขาคือใคร&nbsp; หรือในทางกลับกัน ถ้าผมรู้จักพี่สุวิทย์เร็วกว่านั้น&nbsp; แกก็คงได้รับการเหยียดหยามจากผมอย่างเดียวกับที่ผมเคยทำไว้กับบุคคลอีกหลาย คนที่วันนี้ผมให้ความเคารพนับถือเป็นพี่น้องครูบาอาจารย์&nbsp; &nbsp;ด้วยเหตุผลควายๆว่า ในอดีต ที่ผมรู้สึกว่า &ldquo;NGO&rdquo; แปลว่า &ldquo;โง่&rdquo;</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; คำสบถที่ผมมักใช้แสดงถึงความรู้สึกรังเกียจที่มีต่อเอ็นจีโอคือ &ldquo;ไอ้เอ็นจีโอห่าพวกนี้ นอกจากรับจ้างประท้วงแล้วมันเคยทำประโยชน์อะไรให้ประเทศบ้างวะ&rdquo;</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; จนกระทั่งการรัฐประหาร19กันยายน2549&nbsp; ซึ่งได้เปลี่ยนชีวิตของผม จากการที่ยอมรับแต่การทำกิจกรรมแนวผู้นำเยาวชนในระบบของสภานักศึกษาใน มหาวิทยาลัย&nbsp; สภาเยาวชน&nbsp; &nbsp;หรือกิจกรรมแนวจิตอาสาอย่างการสอนหนังสือเด็ก ทำกิจกรรมกับเด็กพิการ ผู้สูงอายุ อะไรทำนองนี้&nbsp;&nbsp; มาสู่การเดินเข้าหาในสิ่งที่ผมเคยรังเกียจสุดลิ่มทิ่มประตู อย่างขบวนการประชาธิปไตยภาคประชาชน (ที่ภาพแรกที่มักผุดในหัวก่อนเลย คือการชุมนุมประท้วง แหกปากจับผิดนักการเมือง)</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ด้วยเหตุที่ว่า ผมเริ่มรู้สึกว่า &ldquo;ประชาธิปไตย&rdquo; ในความหมายของผมที่เคยคิดเพียงว่าต้องเคารพการเลือกตั้งและวิถีทาง รัฐสภา(เพราะผมเป็นยุวชนประชาธิปไตยของรัฐสภาด้วย) มันเริ่ม &ldquo;ไม่ใช่แล้ว(ว่ะ)!!!&rdquo;</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; และบังเอิญว่าช่วงรอบปี2550 &nbsp;ก็ดันเป็นช่วงปีที่เราได้สูญเสียนักรบประชาชนคนสำคัญไปถึง 3 ท่านรวด&nbsp; หนึ่งในนั้นก็คือพี่สุวิทย์ (อีก 2 ท่านคือ วนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์&nbsp; และ นันทโชติ ชัยรัตน์)</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; แม้ว่าผมจะเริ่มเข้าสู่กิจกรรมการเมืองภาคประชาชนและการเคลื่อนไหวเรื่อง สิทธิมนุษยชน&nbsp; จากจุดที่ผมยอมรับไม่ได้กับการรัฐประหาร&nbsp; และได้กล่าวโทษ &ldquo;พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย&rdquo;&nbsp; ว่าเป็นขบวนการ &ldquo;เอ็นจีโอสายอำมาตย์&rdquo; ที่สนับสนุนการรัฐประหาร&nbsp; แต่นั่นก็คือจุดเริ่มต้นของยุค &ldquo;ฉันจึงมาหาความหมาย&rdquo; สำหรับผม</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; การเดินทางตามหาความหมาย ได้ทำให้ผมเจอผู้คนในแวดวงนักรบประชาชนมากมาย&nbsp; ที่ได้มีส่วนหล่อหลอม&nbsp; เคี่ยวกรำ ความคิด&nbsp; อุดมการณ์ จิตวิญญาณของผมมากมาย&nbsp; ทั้ง เมธา&nbsp; มาสขาว&nbsp; , บุญแทน ตันสุเทพวีรวงศ์ , ลัดดาวัลย์&nbsp; ตันติวิทยาพิทักษ์ , อาจารย์ภัทรมน สุวพันธุ์ (ที่ผมมักเรียกว่า &ldquo;เจ๊&rdquo;)&nbsp; , นิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์ &nbsp;, บำรุง คะโยธา , มาลีรัตน์ แก้วก่า ,สุริยะใส กตะศิลา , ประสาร มฤคพิทักษ์ , สุนี ไชยรส , กานต์ ธงไชย(ลูกชายของ &ldquo;พิภพ ธงไชย&rdquo;) , &nbsp;ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล&nbsp; และอีก ฯลฯ ที่ผมไม่สามารถเอ่ยชื่อได้ทั้งหมด</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; บุคคลดังที่กล่าวมานี้&nbsp; เป็นบุคคลที่อาจมีความเกี่ยวข้องผูกพัน คุ้นเคย สนิทสนมมากน้อยแตกต่างกันออกไป&nbsp;&nbsp; บางท่านอาจเคยร่วมงานกันมา&nbsp; บางท่านอาจได้พบเจอกันตามเวทีต่างๆหรือกินเหล้าด้วยกันบ่อยบ้างไม่บ่อยบ้าง แต่ก็ได้ให้ข้อคิดดีๆแก่ผมเสมอทุกครั้งที่เจอกัน&nbsp; หรือแม้แต่บางท่านอย่าง &ldquo;หัวหน้าโย&rdquo;(บำรุง คะโยธา)&nbsp; ผมก็เคยเจอเพียงครั้งเดียวด้วยซ้ำ&nbsp; จากการไปกิจกรรมค่ายสิทธิมนุษยชน ลงพื้นบ้านกุดนาไก้&nbsp; แต่กระนั้นบุคคลเหล่านี้ก็นับได้ว่าเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลต่อ &ldquo;จุดเหวี่ยง&rdquo; ทางความคิด จิตวิญญาณของผมอย่างมาก (คนที่สนิทกับผมจะรู้ดี ว่าในเส้นทางนี้ ผมมีจุดเหวี่ยง ผกผันเยอะมาก กว่าจะมาเป็นตัวผมในวันนี้ จนหลายคนก็ตามไม่ค่อยทัน&nbsp; บางทีก็ทำให้เพื่อนพี่น้องหลายคนปรับตัวหรือทำใจกับผมไม่ได้ ฮา)</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; แต่สิ่งที่เป็นจุดร่วมเดียวกันที่ทำให้ผมต้องพูดถึงและเอ่ยชื่อบุคคลเหล่า นี้&nbsp; เพราะพวกเขาเหล่านี้ ล้วนเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง ที่เคยร่วมงานกับ &ldquo;สุวิทย์ วัดหนู&rdquo; มาทั้งสิ้น</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เพราะว่าพี่สุวิทย์&nbsp; คือหนึ่งในนักศึกษาที่ร่วมการต่อสู้เคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย ขับไล่เผด็จการในเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516&nbsp; &nbsp;&nbsp;เป็นแกนนำ &ldquo;แนวร่วมอาชีวะเพื่อประชาธิปไตย&rdquo; ในช่วงยุคแตกแยกรุนแรงระหว่างอุดมการณ์ซ้ายขวา จนในที่สุดเมื่อเกิดเหตุ 6 ตุลาคม 2519&nbsp; พี่สุวิทย์ได้เดินหน้าตามอุดมการณ์&nbsp; มุ่งสู่ป่าไปเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ในเขตงาน508 ช่องช้าง สุราษฎร์ธานี&nbsp; ต่อมาก็ได้รับมอบหมายจากพรรคให้ไปขยายงานในพื้นที่ชุมพร รวมแล้วพี่สุวิทย์ใช้ชีวิตจับปืนอยู่ในป่ายาวนานถึง 8 ปี</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; หลังออกจากป่า&nbsp; พี่สุวิทย์ก็ได้กลับมาเริ่มกลับมาสู่งานภาคการพัฒนากับทางมูลนิธิดวง ประทีป(ซึ่งเริ่มจากโรงเรียนวันละบาทในชุมชนแออัดคลองเตยของ &ldquo;ครูประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ&rdquo;) จากการทำงานเพื่อสร้างอนาคตและสังคมที่พึงประสงค์ให้เด็กด้อยโอกาสในสลัม คลองเตย&nbsp; ก็ได้ยกระดับมาสู่การทำงานแบบเกาะติดประเด็นคนยากจนในเมือง&nbsp; สิทธิชุมชน ความมั่นคงในที่อยู่อาศัย&nbsp; ในนามของมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย ซึ่งต่อมาพี่สุวทย์ได้เป็นเลขาธิการและกรรมการของมูลนิธินี้มาตลอด(จนภาย หลังได้ลาออกมาเพื่อเดินหน้างงานสร้างพรรคการเมืองทางเลือกของภาคประชาชน)</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; นอกจากนี้พี่สุวิทย์ยังเคยเป็นทั้งที่ปรึกษาสมัชชาคนจน , เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและที่ปรึกษาเครือข่ายสลัม4ภาค , เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.)&nbsp; และได้สนับสนุนการต่อสู้ของสมัชชาเกษตรกรรายย่อยภาคอีสาน(สกยอ.) &nbsp;</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; อันที่จริงการต่อสู้ของพี่สุวิทย์เพื่อผู้ยากไร้ แกก็ทำมานานแล้วตั้งแต่สมัยยังเป็นนักศึกษา&nbsp; อย่างการต่อสู้คัดค้านการสร้างอ่างเก็บน้ำมาบประชัน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ปี2517 หลังจากที่แกนนำในพื้นที่ถูกยิงเสียชีวิต&nbsp; ซึ่งอ่างเก็บน้ำนี้สร้างเพื่อเอื้อบรรดาโรงแรม มิใช่เพื่อการชลประทาน&nbsp; มีคนพื้นที่เดือดร้อนกว่า 2,000ครอบครัว&nbsp; พี่สุวิทย์ต่อสู้จนโครงการก่อสร้างนี้ชะงัก&nbsp; ถูกบรรดานายทุนโกรธค้น ส่งมือปืนมาลอบฆ่า แต่เคราะห์ดีที่รอดมาได้ (และผมเข้าใจว่าจุดนี้เอง ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ &ldquo;สุทธิ อัชฌาศัย&rdquo; กลายเป็นนักสู้เพื่อประชาชนภาคตะวันออก&nbsp; เพราะพี่สุทธิก็เคยพูดไว้ว่าพี่สุวิทย์คือคนหนึ่งที่เป็นรุ่นพี่ผู้สร้างแรง บันดาลใจให้พี่สุทธิ)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; พี่สุวิทย์&nbsp; เป็นคนที่ให้มรดกทางความคิดในการยกระดับประชาชน&nbsp; โดยได้ทำให้พวกเราเห็นถึงความสำคัญของการที่ต้องทำงานขับเคลื่อนภาคการพัฒนา ที่ทำต่อประชาชน(บุคคล) ชุมชน&nbsp; ไปพร้อมกับการขับเคลื่อนภาคการเมือง&nbsp; การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน โดยพี่สุวิทย์ได้เป็นผู้ผลักดันพระราชบัญญัติชุมชนแออัดฉบับภาคประชาชนอีก ด้วย</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; และพี่สุวิทย์ก็ไม่ได้ละทิ้งบทการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ท้าทายอำนาจเผด็จการ&nbsp; โดยในเหตุพฤษภาทมิฬ2535&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พี่สุวิทย์ก็เป็นหนึ่งในคณะกรรมการรณรงค์เพื่อ ประชาธิปไตย(ครป.)ที่เป็นองค์กรร่วมสู้ในเหตุการณ์นี้&nbsp; และทำหน้าที่โฆษกบนเวทีในระหว่างการต่อสู้นี้ด้วย</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ต่อมาในปี2549&nbsp; เมื่อการใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรมรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร มาถึงจุดของการลุอำนาจอย่างที่สุด&nbsp; จนทำให้เอ็นจีโอ นักวิชาการ&nbsp; เครือข่ายประชาชนมากมายต้องรวมขบวนกันเป็น &ldquo;พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย&rdquo; พี่สุวิทย์ก็ยังทำหน้าที่โฆษกบนเวที&nbsp; และต้องยอมรับว่าการก่อตั้งขบวนการพันธมิตรฯในยุคนั้น&nbsp; ได้สร้างปรากฎการณ์น่าสนใจคือ การที่ประชาชนที่เป็นชนชั้นกลาง&nbsp; ชนชั้นผู้มีอันจะกิน&nbsp; กับขบวนการคนจนสลัม&nbsp; ชาวนา แรงงาน มาอยู่ในการชุมนุมประท้วงเดียวกัน&nbsp; เรียนรู้ความเป็นพลเมืองผู้ไม่ยอมจำนนต่อเผด็จการรัฐสภาด้วยกัน(วันนี้ตัวผม ยังบ่นบ่อยครั้งกับบรรดาพี่ๆที่เคารพทั้งหลาย รวมทั้งเพื่อนฝูงนักกิจกรรม&nbsp; ลูกหลานคนเดือนตุลา&nbsp; ลูกหลานแกนนำในพันธมิตรฯ ว่าจะทำยังไงให้เรารักษาขบวนการประชาชนให้มันได้อย่างตอนเริ่มก่อตั้ง พันธมิตรฯ เพราะวันนี้มันแตกกระจายจนสมานกลับได้ยาก และเหมือนจะเริ่มหลงทางมาหักล้าง ทำลายกันเอง)</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผมเข้ามาในแวดวงขบวนการภาคประชาชนหลังพี่สุวิทย์จากไปแล้ว&nbsp; แต่อย่างน้อยๆการที่ผมได้เข้าร่วมกลุ่มศึกษาพรรคการเมืองทางเลือก&nbsp; มาเจอหัวหน้าไผ่(นิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์) เจ๊เอ๋ (อ.ภัทรมน สุวพันธ์) และพี่ๆเอ็นจีโอ ผู้นำกรรมกร ผู้นำเกษตรกร นักสู้เพื่อคนสลัม คนไร้ที่ คนไร้บ้านอีกหลายท่าน ก็ได้ทำให้ผมรู้ว่าพี่สุวิทย์ฝากมรดกไว้ก่อนหมดลมหายใจอีกอย่างคือ ภาพฝันอนาคตการมี &ldquo;พรรคการเมืองทางเลือก&rdquo;ของภาคประชาชน พรรคที่สมาชิกคือผู้มีอำนาจสำคัญสูงสุด&nbsp; มีอุดมการณ์และปฏิบัติการเพื่อสนองความหลากหลายของกลุ่มประเด็นสังคม มีทั้งชาวนา&nbsp; กรรมกร&nbsp; สตรี&nbsp; เด็กเยาวชน เป็นปีกของพรรค&nbsp;</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ภารกิจนี้พี่สุวิทย์ยังทำได้ไม่ทันจบก็สิ้นลมจากพวกเราไปเสียก่อน&nbsp; เพราะแกไม่ได้ต้องการสร้างพรรคเพื่อให้ตัวเองได้ไปสู่การมีตำแหน่งทางการ เมือง(ที่จริงถ้าแกอยากมี แกยอมขายตัวตามข้อเสนอที่พวกนักการเมืองพยายามยื่นให้แกมาตลอดยังง่ายกว่า เยอะ) แต่แกอยากสร้างพรรคที่เป็นของประชาชน&nbsp; พรรคที่สามารถเคลื่อนอุดมการณ์สาธารณะของชนทุกทุกชั้นทุกกลุ่ม&nbsp; เพื่อยกระดับการเมืองภาคประชาชนหลุดพ้นการผูกขาดจากการเมืองที่รับใช้ทุนเอา เปรียบประชาชน</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ในโอกาสที่กำลังจะครบรอบ 5 ปี แห่งการจากไปของพี่สุวิทย์ ในวันที่11 มีนาคม 2555 ที่กำลังจะถึงนี้&nbsp; ผมจึงขออุทิศบทความนี้เพื่อแทนความศรัทธา&nbsp; คาราวะ และรำลึกถึงพี่สุวิทย์ที่ได้ทำให้คนรุ่นหลังอย่างผมยังมีแรงบันดาลใจ ไม่อยากเดินหนีออกไปจากเส้นทางการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมของปวงประชา&nbsp; และเปลี่ยนจากความเบื่อหน่าย อ่อนล้า มาเป็นความภาคภูมิและศรัทธากับหนทางการต่อสู้ที่ &ldquo;ยิ่งสู้ ยิ่งจน แต่อิ่มใจ&rdquo; (พี่น้องหลายคนที่รู้จัก สู้ร่วมกันมากับพี่สุวิทย์ วันนี้กลายเป็นอำมาตย์บ้าง นายทุนบ้าง เขาไปตามแนวทางการเมืองแบบที่เขาเชื่อว่าใช่&nbsp; หรือเพราะไปรับงานใคร ถูกใครจ้างให้มาทำลายพี่น้องภาคประชาชนด้วยกัน อันนี้ผมขอไม่พูดถึงแล้วกัน)</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; อย่างน้อยวันนี้พี่สุวิทย์ก็จะยังมีชีวิตอยู่ในความคิด จิตวิญญาณของผมและเพื่อนพี่น้องอีกหลายคน ผมเชื่อว่าคนดีคนนี้&#8230;จะไม่มีวันตายไปจากใจพวกเรานะครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaingo.org/web/2012/03/09/6-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b9-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บทวิจารณ์หนังของคนท้องถิ่นเพื่อชาติพันธุ์ท้องถิ่น  เรื่อง กอนกวย.. ส่วยไม่ลืมชาติ</title>
		<link>http://thaingo.org/web/2012/02/21/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://thaingo.org/web/2012/02/21/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 21 Feb 2012 06:27:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>webmaster</dc:creator>
				<category><![CDATA[Columnists]]></category>
		<category><![CDATA[จิตินาถ ดีทรัพย์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaingo.org/web/?p=4534</guid>
		<description><![CDATA[บทวิจารณ์หนังของคนท้องถิ่นเพื่อชาติพันธุ์ท้องถิ่น เรื่อง กอนกวย.. ส่วยไม่ลืมชาติ &#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160; จิตินาถ&#160; ดีทรัพย์ ได้นอนดูหนัง &#34;กอนกวย ส่วยไม่ลืมชาติ&#34; สร้างโดยชาวบ้านชนเผ่า กวย หนึ่งในชน 4 เผ่าของเมืองศรีสะเกษ หนังสะท้อนปัญหาการเปลี่ยนแปลงในสังคมชาติพันธุ์ยุคเปลี่ยนผ่าน วิธีถ่ายทอดภาพสืบสานวัฒนธรรมที่ต้องการสื่อความคงอยู่ของชาวกวยที่ยังรักษา ขนบพิธีกรรมความเชื่ออยู่ในวิถีชีวิต หนังใช้สามกลุ่มคิดเห็นต่างกันในการรับความเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม คือ อย่างอนุรักษ์ อย่างแปลกแยก และอย่างอยู่ร่วม ผ่านตัวละครร่วมสมัยคือคนหนุ่มสาวและเด็กวัยรุ่น ซึ่งสองอย่างแรก ถูกส่งผ่านตัวละครที่เป็นวัยรุ่นชาวกวย ได้แทนความต่างในการตีความทันสมัยของความเป็นเมือง ฝ่ายนึงแสดงความพยายามเลียนแบบเมือง การแต่งตัว ความฟุ้งเฟ้อ และรวมถึง การหมกมุ่นในโลกไซเบอร์และยาเสพติด ที่ดูจะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเหมือนหลายๆที่&#160; อีกหนึ่งแนวอนุรักษ์แต่ร่วมสมัยด้วยการศึกษา ในขณะที่ความคิดที่สามถูกเชื่อมด้วยคนนอก คือเพื่อนคนเมืองที่มองกลับอย่างชื่นชมในวิถีดั้งเดิมและมองเห็นการอยู่ร่วม สมัยของวัฒนธรรม &#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160; ความจริงได้สะท้อนไปกลับระหว่างตัวละครและ เราคนดูซึ่งตัวเราก็เข้าใจได้ในฐานะกลุ่มคิดที่สาม แต่ก็แอบคิดว่าขณะที่หนังเดินไปยังมีความเป็นอุดมคติคิดทางบวก เพราะความจริงของสังคมข้างนอกจอ มีความคิดเห็นที่สี่ที่เป็นพวกไม่เคยเห็นความสำคัญ หรือแม้กระทั่งเหยียดความเป็นท้องถิ่น แต่ในหนังพยายามใช้ทางบวกของคนส่วนน้อยที่สนใจท้องถิ่น เป็นสีสันในการสร้างความมั่นใจบางอย่างที่เป็นข้อที่น่าคิดว่าความต้องการ ที่จะถูกยอมรับ จะนำความภูมิใจมาให้ถ้าเค้าได้รับจาก &#8216;คนเมือง&#8217; มากกว่าคนบ้านใกล้ตัวอย่าง ลาว หรือ เขมร? &#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160; หนังพยายามชี้แจง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>บทวิจารณ์หนังของคนท้องถิ่นเพื่อชาติพันธุ์ท้องถิ่น</p>
<p>เรื่อง กอนกวย.. ส่วยไม่ลืมชาติ<br />
	<a class="highslide" href="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/02/news210255.jpg" onclick="return vz.expand(this)"><img alt="" class="aligncenter size-full wp-image-4535" height="122" src="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/02/news210255.jpg" title="news210255" width="150" /></a></p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; จิตินาถ&nbsp; ดีทรัพย์</p>
<p>ได้นอนดูหนัง &quot;กอนกวย ส่วยไม่ลืมชาติ&quot; สร้างโดยชาวบ้านชนเผ่า กวย หนึ่งในชน 4 เผ่าของเมืองศรีสะเกษ หนังสะท้อนปัญหาการเปลี่ยนแปลงในสังคมชาติพันธุ์ยุคเปลี่ยนผ่าน วิธีถ่ายทอดภาพสืบสานวัฒนธรรมที่ต้องการสื่อความคงอยู่ของชาวกวยที่ยังรักษา ขนบพิธีกรรมความเชื่ออยู่ในวิถีชีวิต หนังใช้สามกลุ่มคิดเห็นต่างกันในการรับความเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม คือ อย่างอนุรักษ์ อย่างแปลกแยก และอย่างอยู่ร่วม ผ่านตัวละครร่วมสมัยคือคนหนุ่มสาวและเด็กวัยรุ่น ซึ่งสองอย่างแรก ถูกส่งผ่านตัวละครที่เป็นวัยรุ่นชาวกวย ได้แทนความต่างในการตีความทันสมัยของความเป็นเมือง ฝ่ายนึงแสดงความพยายามเลียนแบบเมือง การแต่งตัว ความฟุ้งเฟ้อ และรวมถึง การหมกมุ่นในโลกไซเบอร์และยาเสพติด ที่ดูจะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเหมือนหลายๆที่&nbsp; อีกหนึ่งแนวอนุรักษ์แต่ร่วมสมัยด้วยการศึกษา ในขณะที่ความคิดที่สามถูกเชื่อมด้วยคนนอก คือเพื่อนคนเมืองที่มองกลับอย่างชื่นชมในวิถีดั้งเดิมและมองเห็นการอยู่ร่วม สมัยของวัฒนธรรม</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ความจริงได้สะท้อนไปกลับระหว่างตัวละครและ เราคนดูซึ่งตัวเราก็เข้าใจได้ในฐานะกลุ่มคิดที่สาม แต่ก็แอบคิดว่าขณะที่หนังเดินไปยังมีความเป็นอุดมคติคิดทางบวก เพราะความจริงของสังคมข้างนอกจอ มีความคิดเห็นที่สี่ที่เป็นพวกไม่เคยเห็นความสำคัญ หรือแม้กระทั่งเหยียดความเป็นท้องถิ่น แต่ในหนังพยายามใช้ทางบวกของคนส่วนน้อยที่สนใจท้องถิ่น เป็นสีสันในการสร้างความมั่นใจบางอย่างที่เป็นข้อที่น่าคิดว่าความต้องการ ที่จะถูกยอมรับ จะนำความภูมิใจมาให้ถ้าเค้าได้รับจาก &lsquo;คนเมือง&rsquo; มากกว่าคนบ้านใกล้ตัวอย่าง ลาว หรือ เขมร?</p>
<p><a class="highslide" href="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/02/news210255-1.jpg" onclick="return vz.expand(this)"><img alt="" class="alignright size-full wp-image-4536" height="447" src="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/02/news210255-1.jpg" title="news210255-1" width="300" /></a></p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; หนังพยายามชี้แจง และโต้แย้งความไม่เหมือนออกมาได้ประทับใจในความบริสุทธิ์ของความเป็นพื้น บ้านของคนแสดงมากที่สุด แต่ก็ไม่ต่างกับหนังแนวอนุรักษ์ท้องถิ่น ดูแล้วมันยังไม่ค่อยอิ่มเพราะยังขาดการสร้างแรงบันดาลใจบางอย่าง ว่าทำไมชุมชนชาติพันธุ์ควรต้องรักรากเหง้าตัวเอง? หนังยังขาดการดึงอารมณ์ร่วม ถ้าเทียบกับความรู้สึกล้วนๆ นั้นมันช่างต่างกับดูโฆษณาปันหยี FC ที่ไม่ต้องไล่เรียงให้ครบรูปแบบวัฒนธรรมแต่เราเห็นภาพเบื้องหลังชีวิต และแค่ฉากหลังที่ไม่จำนนต่ออุปสรรค ก็ทำเอาน้ำตาจุกอกแล้ว<br />
	&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ตัวอย่าง ของการแสดงออกตามสื่อสร้างสรรค์แนววัฒนธรรมบ้านเราหนีไม่พ้นต้องสู้กับความ เหมาะสมในการถ่ายทอด ความเปราะบางทางความคิดด้านวัฒนธรรมเสมอ คนลาวกว่าจะข้ามพ้นบุคลิกน่าขบขันมาสู่ความน่านับถือชื่นชมในแง่มุมสู้ชีวิต มีความมั่นคงทางวัฒนธรรมอาหาร ที่เดี๋ยวนี้สาวกรุงกล้าออเดอร์ตำปูปลาร้าอย่างชัดถ้อยชัดคำ และหากินได้ทั่วไปแม้แต่กลางห้างหรูในเมืองหลวง หนังใหญ่พูดลาวกันโดยมีซับไตเติ้ลภาษากลาง หนุ่มสาวดารารุ่นใหม่ไม่ต้องปิดบังว่าตัวเองมาจากต่างจังหวัด ก็มีรูปลักษณ์น่ามองไม่แพ้ใคร แถมจริงๆต้องบอกว่ามีความสามารถพิเศษ พูดได้หลายภาษาด้วยซ้ำ</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ความเป็นแหล่งวัฒนธรรม ความรู้ตกทอด การเรียนรู้ภูมิปัญญา จะถูกกลืนหายไปเรื่อยๆ ทุกอย่างไม่ใช่เรื่องบังเอิญ&#8230; เพราะต้องยอมรับว่า แค่เพียงใครอ่านอักขระโบราณได้ อย่างขอม อย่างล้านนา นั่นก็ถูกเพ่งเล็งจากกลุ่มคนมีอำนาจในประเทศที่คลั่งความเป็นชาตินิยมแล้วก็ยังขอเอาใจช่วยต่อกลุ่มชาติพันธุ์ต่อไป ที่จะผลิตผลงานออกสู่สาธารณะมากๆ เพียงแต่การต่อสู้กับประเด็นความมั่นคงก็ต้องใช้ศิลปะในการประกอบร่างหน่อย เพราะการต่อสู้ที่แท้จริงของชาติพันธุ์ คือ คุณกำลังสู้ กำลังรื้อชุดความรู้พื้นฐานที่ไม่เหมือนชุดที่ยัดเยียดในห้องเรียนให้คนทุก คน&#8230;ได้รับรู้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaingo.org/web/2012/02/21/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แนวคิดการจัดตั้งพรรคมุสลิม ในสถานการณ์ปัจจุบัน</title>
		<link>http://thaingo.org/web/2012/01/23/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%b8/</link>
		<comments>http://thaingo.org/web/2012/01/23/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%b8/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Jan 2012 07:49:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>webmaster</dc:creator>
				<category><![CDATA[Columnists]]></category>
		<category><![CDATA[มุมมองของอุสตาซ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaingo.org/web/?p=4269</guid>
		<description><![CDATA[โดย อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ ( อับดุลสุโก ดินอะ )&#160; ผช.ผจก.ร.ร.จริรยธรรมศึกษามูลนิธิ อ.จะนะ จ.สงขลา อาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยทักษิณ Shukur2003@yahoo.co.uk;&#160; http://www.oknation.net/blog/shukur&#160; &#160; &#160; &#160;&#160;&#160; ด้วย พระนามของอัลลอฮ์ผู้ทรงเมตตาปรานีเสมอ ขอความสันติ ความจำเริญแด่ศาสนฑูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน &#160; &#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160; เมื่อวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๕๕&#160; ผู้เขียนได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานการศึกษามหาวิทยาลัยกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซียเพื่อจัดทำความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างมหาวิทยาลัยต่างๆในประเทศมาเลเซียกับทางมูลนิธิดารุลนาอีม จังหวัดสงขลาซึ่งมีโครงการจะเปิด Islamic&#160; Asian College of&#160; Science and&#160; Technology ในจังหวัดสงขลาเพื่อรองรับประชาคมอาเซี่ยน&#160; ซึ่งในวงน้ำชาทีมงานจากดารุลนาอีมได้พูดคุยเกี่ยวกับการศึกษาและการเมือง จึงเลยถือโอกาสสัมภาษณ์ท่านเกี่ยวกับการเมืองซึ่งท่านสนใจในให้มุสลิมรวมตัวตั้งพรรคการเมือง ซึ่งรายละเอียดมีดังนี้ ถาม อะไรคือความจำเป็น มุสลิมในประเทศไทยในการตั้งพรรคการเมือง ตอบ พรรคการเมืองมุสลิม &#8220;Thai Muslim party&#8221; ความจำเป็น มุสลิมในประเทศไทย 7-8 ล้านคน การเมืองเมืองเป็นการวางแนวทาง ในการวางแนวทางในการบริหารปี1&#160; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>โดย อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ ( อับดุลสุโก ดินอะ )&nbsp; ผช.ผจก.ร.ร.จริรยธรรมศึกษามูลนิธิ อ.จะนะ จ.สงขลา<br />
	อาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยทักษิณ</p>
<p>	Shukur2003@yahoo.co.uk;&nbsp; http://www.oknation.net/blog/shukur&nbsp;<br />
	&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp; ด้วย พระนามของอัลลอฮ์ผู้ทรงเมตตาปรานีเสมอ ขอความสันติ ความจำเริญแด่ศาสนฑูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน</p>
<p>&nbsp;<a class="highslide" href="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/01/news220155-2.jpg" onclick="return vz.expand(this)"><img alt="" class="alignleft size-full wp-image-4271" height="115" src="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/01/news220155-2.jpg" title="news220155-2" width="150" /></a></p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เมื่อวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๕๕&nbsp; ผู้เขียนได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานการศึกษามหาวิทยาลัยกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซียเพื่อจัดทำความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างมหาวิทยาลัยต่างๆในประเทศมาเลเซียกับทางมูลนิธิดารุลนาอีม จังหวัดสงขลาซึ่งมีโครงการจะเปิด Islamic&nbsp; Asian College of&nbsp; Science and&nbsp; Technology ในจังหวัดสงขลาเพื่อรองรับประชาคมอาเซี่ยน&nbsp; ซึ่งในวงน้ำชาทีมงานจากดารุลนาอีมได้พูดคุยเกี่ยวกับการศึกษาและการเมือง จึงเลยถือโอกาสสัมภาษณ์ท่านเกี่ยวกับการเมืองซึ่งท่านสนใจในให้มุสลิมรวมตัวตั้งพรรคการเมือง ซึ่งรายละเอียดมีดังนี้</p>
<p>ถาม อะไรคือความจำเป็น มุสลิมในประเทศไทยในการตั้งพรรคการเมือง</p>
<p>ตอบ</p>
<p>พรรคการเมืองมุสลิม &ldquo;Thai Muslim party&rdquo;</p>
<p>ความจำเป็น มุสลิมในประเทศไทย 7-8 ล้านคน การเมืองเมืองเป็นการวางแนวทาง ในการวางแนวทางในการบริหารปี1&nbsp; มีงบประมานเกือบปีละเกือบ 3 ล้านล้านบาท มีผู้ที่ได้โอกาสในการบริหารคือคนกลุ่มน้อยในสังคม ทำให้มีผู้ที่เสียโอกาสส่วนใหญ่เสียโอกาสมาก ทำให้ต่างจากประเทศเจริญแล้วที่ใช้ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย ที่ประชาชนส่วนใหญ่มีโอกาสและได้รับประโยชน์มากที่สุด เพราะเขาสามารถเลือกผู้ที่เข้ามาบริหารประเทศหรือท้องถิ่นเองเนื่องจากประชาชนมีความรู้และความเข้าใจในสิทธิในการปกครองระบอบนี้มากกว่า เพราะระบบประชาธิปไตยไม่ใช้แค่การเลือกอย่างเดียว แต่การเลือกตั้งนั้นเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นของระบอบนี้ สิทธิเสรีภาพของประชาชนทุกคนต่างหากที่ถือว่าเป็นหัวใจของระบอบนี้ หมายถึงสิทธิในการเป็นพลเมืองเท่าเทียมกันไม่ว่ามากดีมีจนก็ถือว่ามีสิทธิเท่าเทียมกันหมด การบังคับใช้กฎหมายก็ใช้มาตรฐานเดียวกัน ไม่ใช้สองมาตรฐานแบบสังคมไทยปัจจุบัน ที่ถือว่าตัวองมากจากการเลือกตั้งและสามารถทำได้ทุกอย่าง ขอแค่เลือกตั้งเข้ามาได้ก็ถือว่าเป็นมติที่ได้มาจากประชาชน สามารถบริหารประเทศได้อย่างชอบธรรม ดังนั้นนักการเมืองส่วนใหญ่จึงใช้ทุกวิถีทางในการที่จะทำให้สามารถชนะการเลือกตั้งอย่างเดียวพอ ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีคู่ต่อสู้ฝ่ายตรงข้าม ซื้อเสียง หรือแม้กระทั้งใช้หน่วยการของข้าราชการในการช่วยหาเสียง และมาการตอบแทนกันหลังจากได้เป็นรัฐบาล การบริหารเลยเป็นการบริหารเอาใจคนส่วนน้อยในประเทศนี้ที่มีเพียงไม่กี่ตระกูลและเป็นบุคคลที่มีหน้ามีตาในสังคม พร้อมทั้งมีทรัพย์สินมากมากอยู่แล้ว ส่วนบุคคลส่วนใหญ่ของประเทศถูกเอารัดเอาเปรียบ และเสียผลประโยชน์มากที่สุด โดยเฉพาะคนมุสลิมทั้งนี้เพราะเป็นคนกลุ่มน้อยในสังคม ในอดีตที่ผ่านมาไม่เคยในมีพรรคการเมืองใดให้โอกาสให้เกียรติชาวมุสลิมยกเว้นสมัยพรรคความหวังใหม่ที่พลเอกชวลิต&nbsp; ยงใจยุทธ เป็นหัวหน้าพรรคและสมัยพรรมไทยรักไทยที่พ.ต.ท ดร. ทักษิณ&nbsp; ชินวัต เป็นรัฐบาล เท่านั้น</p>
<p>อยากให้ท่านช่วยวิเคราะหหรือศัพท์ทางวิชาการเรียกว่า SWOT ในการตั้งพรรคการเมืองมุสลิม</p>
<p>ตอบ</p>
<p>ปัจจุบัน&nbsp; มีพรรคการเมืองใหญ่แค่ 2 พรรค คือพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปไตย แต่ทั้ง 2 พรรคมีข้อจำกัดดังนี้</p>
<p>1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เมื่อคราวสรรหาสมาชิกวุฒิสภา พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีมุสลิม ที่ไม่ได้รับการคัดสรร ผิดกับสมัยพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ และพ.ต.ท ดร. ทักษิณ&nbsp; ชินวัต เป็นรัฐบาล</p>
<p>2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เป็นรัฐบาล บริหารประเทศ 2 ปี สส. มุสลิม 13 คน แต่ไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี คือไม่ได้เป็นผู้บริหาร</p>
<p>3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เป็นนโยบายที่เกี่ยวกับชาวมุสลิมภารกิจไม่ชัดเจน เช่น กิจการฮัจจ์ มีปัญหามากมายพระราชบัญญัติศอบต. ใน 5 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงกล่าวคือ พื้นที่ศอบต.มีแค่ 3 จังหวัด กับ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลาเท่านั้น แต่งบประมาณและบุคลากรมักลงรวมในสงขลาทั้งจังหวัด</p>
<p>พรรคเพื่อไทย</p>
<p>พรรคพลังประชาชนถึงพรรคเพื่อไทย อดีต สส.อารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ เป็นสส.มุสลิมหนึ่งเดียวในภาคใต้ที่อาวุโส แต่พรรคก็ไม่ให้เกียตริ จนต้องย้ายพรรคเมื่อพรรคถูกยุบมาป็นพรรคเพื่อไทยไม่ได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในลำดับปาตี้ลิสต์ ในการเลือกตั้งครั้งหลังสุด ทั้งที่น่าจะได้จัดลำดับคัดเลือก แม้แต่สายอาจารย์วันนอร์ยังจัดให้อยู่ลำดับที่ 70&nbsp; กว่า ซึ่งไม่มีโอกาสเป็นสส.สัดส่วนแน่นอนและอีกหลายคนที่ลักษณะคล้ายๆกัน หลังเลือกตั้งและเป็นรัฐบาลพรรคก็ไม่มีที่ให้นั่ง เช่น อดีตสส.จิรายุ สเนวเกตุ อยู่หน้าเวทีเสื้อแดงตลอดการต่อสู้ของคนเสื้อแดงแต่เด็กที่มาทีหลังก็ได้ตำแหน่งในรัฐบาลพรรคเพื่อไทยกันทั่วหน้า เหล่านี้คือข้อจำกัดของพรรคการเมืองใหญ่ในประเทศไทยขณะนี้ ประกอบกับคนมุสลิมมีสมาคมที่แตกต่างเช่น</p>
<p>1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ไม่ดื่มเหล้า ไม่สังสรรค์ ไม่ตีกอล์ฟ</p>
<p>2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ไม่มีเงิน</p>
<p>3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ไม่มีเส้น</p>
<p>4.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เขาไม่เชื่อว่าพวกเรามีคะแนนเสียง</p>
<p><a class="highslide" href="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/01/news220155-1.jpg" onclick="return vz.expand(this)"><img alt="" class="aligncenter size-full wp-image-4272" height="194" src="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/01/news220155-1.jpg" title="news220155-1" width="450" /></a><br />
	โอกาส</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; การจัดตั้งพรรคการเมืองของพวกเราเองคือ พรรคมุสลิมหรือพรรคมลายู เป็นช่วงจังหวะและโอกาสที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างยิ่งกล่าวคือ</p>
<p>1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; คนมุสลิมในประเทศเริ่มตื่นตัวในพรรคการเมือง และมีความรู้สึกเหมือนๆกันกับเหตุการณ์ที่เกิดกับคนมุสลิมดังกล่าว</p>
<p>2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; บุคลากรของคนมุสลิมไม่ว่าด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคมมีความพร้อม</p>
<p>3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ทรัพย์ยากรอาจมีน้อยแต่สามารถระดมทุนเพื่อแปรสภาพเป็นพรรคมวลชนได้</p>
<p>4.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; สถานภาพประเทศอาเซียนและโลกส่งเสริมเอื้ออำนวยโดยเฉพาะอาเซียนเมื่อรวม 10 ประเทศ&nbsp; เป็นประเทศมุสลิมเกินครึ่งของประชากร โดยเฉพาะมาเลเซีย อินโดนีเซีย สามารถสร้างพันธมิตรทางการเมืองง่าย และสอดคล้องกับวิถีชีวิตมุสลิม</p>
<p>5.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ประเทศไทยคนเริ่มเบื่อการเมืองแบบน้ำเน่ากล่าวคือซื้อเสียงเข้าไปเพื่อฉ้อโกงถอนทุนแนวโน้มอาจมีพรรคทางเลือก</p>
<p>6.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เรามีพรรคการเมืองของประเทศมาเลเซียเป็นต้นแบบได้ระดับหนึ่ง</p>
<p>ข้อเสนอแนะที่น่าจะทำให้ได้รับความนิยม</p>
<p>1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ต้องใช้รูปแบบอัล-อิสลาม ถึงไม่ทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ต้องมีแบบที่จะให้ถึง เช่น</p>
<p>1.1&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ใช้รูปแบบทีเกี่ยวกับชุมชนและอัลกุลอ่านที่เกี่ยวกับการเมือง</p>
<p>1.2&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ทุกคนที่ทำการเมืองต้องทำอย่างอิกลาค อยากเห็นรูปแบบที่ได้ทั้งโลกนี้และโลกหน้า ตามปรัชญาของอิสลาม</p>
<p>1.3&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ค่าใช้จ่ายทุกบาททุกสตางค์คืองานซาบิล เพื่อลูกหลานคนด้อยโอกาส คนอ่อนแอ และเพื่องานเผยแพร่ของอัลเลาะห์</p>
<p>1.4&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; จริงใจจริงจังตามแบอิสลาม คือมีสัจจะและใช้สติปัญญา</p>
<p>2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ไม่แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว และองค์กร ทำงานเพื่อมนุษยชาติและอัลเลาะห์</p>
<p>3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ความเป็นอยู่ประหยัดเสมือนคนธรรมดาไม่ฟุ้งเฟ้อฟุ้มเฟือย</p>
<p>4.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ใช้มัสยิดเป็นที่ซูรอ</p>
<p>5.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; กลุ่มคนที่ควรชักชวน</p>
<p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; โต๊ะครู ผู้นำด้านศาสนา</p>
<p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; กรรมการอิสลามประจำจังหวัด</p>
<p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; นักธุรกิจผู้มีอาชีพอิสระ</p>
<p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ข้าราชการหรืออดีตข้าราชการ</p>
<p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; บุคคลทั่วไปที่สนใจในการเมือง</p>
<p>วิธีดำเนินงาน</p>
<p>1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; รวบรวมอายะ(อัลกุรอาน) ฮาดิส ที่เกี่ยวกับการเมือง การบริหารรูปแบบที่ส่งเสริมให้มีความสำนึกในอิสลาม และเพื่อประชาชนโดยทั่วไป โดยใช้เป็นธรรมนูญของพรรคและสมาชิก</p>
<p>2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; จัดทำหนังสือ</p>
<p>3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ประสานงานกับกลุ่มเพื่อนมุสลิมทุกคน ทุกพรรคการเมืองไม่แตกแยก</p>
<p>4.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; สร้างต้นแบบของพรรคในการบริหาร หาสมาชิกเขตละ 10,000 คน เขตหลักที่เป็นมุสลิม หรือไม่ใช้มุสลิม โดยใช้กลุ่มคนในข้อ 5 กลุ่มละ 20,000 คน ไม่ยุ่งยากเกินไป</p>
<p>5.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; งบประมาณปีละ 1,000,000 บาท จาก</p>
<p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; พวกเราซึ่งบริจาคกันเอง</p>
<p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; รับบริจาคอย่างเปิดเผย</p>
<p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; สภาธุรกิจ (ถ้ามีโอกาส)</p>
<p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; องค์กรการกุศล</p>
<p><a class="highslide" href="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/01/news220155.jpg" onclick="return vz.expand(this)"><img alt="" class="aligncenter size-full wp-image-4270" height="213" src="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2012/01/news220155.jpg" title="news220155" width="350" /></a></p>
<p>นี่คือทัศนะส่วนหนึ่งของอดีตสว. มุสลิมที่ปัจจุบันหันเอาดีทางการศึกษา</p>
<p>ภาพความร่วมมือการวางศิลาฤกษ์ Islamic&nbsp; Asian College of&nbsp; Science and&nbsp; Technology ระหว่างมูลนืธิดารุลนาอีมประเทศไทยและมหาวิทยาลัยต่างๆของมาเลเซีย&nbsp; ณ ตำบลสะกอม&nbsp; อำเภอ เทพา จังหวัดสงขลา เมื่อ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๕</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaingo.org/web/2012/01/23/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%b8/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>“ทีวีสาธารณะของประชาชน” ต้องไม่กลับไปเป็นของกลุ่มทุนหรือกลุ่มการเมืองหน้าไหนอีกต่อไป !!!</title>
		<link>http://thaingo.org/web/2011/09/27/%e2%80%9c%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://thaingo.org/web/2011/09/27/%e2%80%9c%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 27 Sep 2011 10:24:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>webmaster</dc:creator>
				<category><![CDATA[Columnists]]></category>
		<category><![CDATA[วรภัทร วีรพัฒนคุปต์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaingo.org/web/?p=3367</guid>
		<description><![CDATA[&#160; วรภัทร&#160; วีรพัฒนคุปต์ &#8220; &#8230;เลิกฝันเสียทีว่าสักวันหนึ่งจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม &#160;สังคมยอมรับองค์กรนี้ว่าเป็นสื่อสาธารณะไปแล้ว จากเวทีที่จัดกับภาคประชาชน&#160; &#160;ประชาชนส่วนหนึ่งได้รู้สึกไปแล้วว่าไทยพีบีเอสเป็นสื่อของเขา&#8230;&#8221; เทพชัย หย่อง (8 ก.ย. 2554&#160; ที่รัฐสภา) นี่คือคำกล่าวอย่างหนักแน่นของ &#8220;เทพชัย หย่อง&#8221;&#160; หรือที่ใครหลายคนที่เคยทำกิจกรรมร่วมกับ ThaiPBS เรียกแกว่า &#8220;น้าสิ่ว&#8221;(ชื่อเล่นคุณเทพชัย)&#160; ในระหว่างการเข้าชี้แจงผลการดำเนินงานของ &#8220;องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย&#8221; (ส.ส.ท. หรือ TPBS) ต่อสภาผู้แทนราษฎร ตอนแรกผมก็ทราบเพียงว่ามีการแถลงผลการดำเนินงานต่อสภาผู้แทนราษฎร แต่ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะผมทำงานสนามอยู่ต่างจังหวัด&#160; จนกระทั่งมีเพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่ง Broadcast ข้อความใน BB มา ใจความว่า &#8220;มีความพยายามของพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่จะแทรกแซงการทำงานของ ThaiPBS&#8221;&#160; ผมจึงได้ตามข่าวในภายหลังจากการสอบถามเพื่อนที่ทำงานอยู่ TPBS&#160; และได้เปิดคลิปในYou tube ดูการอภิปรายของ &#8220;นายจิรายุ ห่วงทรัพย์&#8221;&#160; และ &#8220;นายสุนัย จุลพงศธร&#8221; สำหรับนายสุนัยหน้าดำหัวขาว&#160; ผมคงไม่พูดถึงมาก&#160; เพราะผมไม่หวังจะได้ฟังอะไรที่เป็นสาระดีๆจากปากของนายคนนี้อยู่แล้ว (ทั้งๆที่ผมก็เคยชอบผลงาน &#8220;นิราศบาหลี&#8221;ของแก)&#160;&#160; แต่ที่น่าผิดหวังที่สุด&#160; ก็คงเป็นนายจิรายุ&#160; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center">&nbsp;</p>
<p align="right"><em>วรภัทร&nbsp; วีรพัฒนคุปต์</em></p>
<p><em>&ldquo; &#8230;เลิกฝันเสียทีว่าสักวันหนึ่งจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม &nbsp;สังคมยอมรับองค์กรนี้ว่าเป็นสื่อสาธารณะไปแล้ว จากเวทีที่จัดกับภาคประชาชน</em><em>&nbsp; &nbsp;ประชาชนส่วนหนึ่งได้รู้สึกไปแล้วว่าไทยพีบีเอสเป็นสื่อของเขา&#8230;&rdquo; </em></p>
<p><em>เทพชัย หย่อง (8 ก.ย. 2554&nbsp; ที่รัฐสภา)</em><br />
	<a class="highslide" href="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2011/09/news270954-7.jpg" onclick="return vz.expand(this)"><img alt="" class="alignleft size-full wp-image-3368" height="100" src="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2011/09/news270954-7.jpg" title="news270954-7" width="165" /></a></p>
<p>นี่คือคำกล่าวอย่างหนักแน่นของ &ldquo;เทพชัย หย่อง&rdquo;&nbsp; หรือที่ใครหลายคนที่เคยทำกิจกรรมร่วมกับ ThaiPBS เรียกแกว่า &ldquo;น้าสิ่ว&rdquo;(ชื่อเล่นคุณเทพชัย)&nbsp; ในระหว่างการเข้าชี้แจงผลการดำเนินงานของ &ldquo;องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย&rdquo; (ส.ส.ท. หรือ TPBS) ต่อสภาผู้แทนราษฎร</p>
<p>ตอนแรกผมก็ทราบเพียงว่ามีการแถลงผลการดำเนินงานต่อสภาผู้แทนราษฎร แต่ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะผมทำงานสนามอยู่ต่างจังหวัด&nbsp; จนกระทั่งมีเพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่ง Broadcast ข้อความใน BB มา ใจความว่า &ldquo;มีความพยายามของพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่จะแทรกแซงการทำงานของ ThaiPBS&rdquo;&nbsp; ผมจึงได้ตามข่าวในภายหลังจากการสอบถามเพื่อนที่ทำงานอยู่ TPBS&nbsp; และได้เปิดคลิปในYou tube ดูการอภิปรายของ &ldquo;นายจิรายุ ห่วงทรัพย์&rdquo;&nbsp; และ &ldquo;นายสุนัย จุลพงศธร&rdquo;</p>
<p>สำหรับนายสุนัยหน้าดำหัวขาว&nbsp; ผมคงไม่พูดถึงมาก&nbsp; เพราะผมไม่หวังจะได้ฟังอะไรที่เป็นสาระดีๆจากปากของนายคนนี้อยู่แล้ว (ทั้งๆที่ผมก็เคยชอบผลงาน &ldquo;นิราศบาหลี&rdquo;ของแก)&nbsp;&nbsp; แต่ที่น่าผิดหวังที่สุด&nbsp; ก็คงเป็นนายจิรายุ&nbsp; ที่เป็นคนทำงานสื่อมวลชนมาก่อนและเป็นลูกหม้อเก่าของสถานีโทรทัศน์ ITV ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็น &ldquo;ทีวีเสรี&rdquo; (แต่จริงๆนายคนนี้ก็รับใช้ ITVในยุคที่กลายเป็น &ldquo;ทีวีทรราชย์&rdquo; น่ะแหละ)&nbsp; การอภิปรายของนายจิรายุ ทำให้ผมต้องเอ่ยว่า นอกจากจะไม่เหมาะสมแก่ความเป็นผู้แทนปวงชนแล้ว&nbsp; ยังต้องถือว่าเป็นบุคคลที่ล้มละลายในความเป็น &ldquo;สื่อมวลชน&rdquo; ด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8230;.และต้องถือว่า เป็นคน&ldquo;เนรคุณ&rdquo; ที่ควรต้องถูกสาปแช่งอย่างถึงที่สุด !!!!</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อพูดมาถึงตรงนี้&nbsp; ผมก็อยากจะขอย้อนรอยถึงที่มาที่ไปของ &ldquo;ทีวีสาธารณะ&rdquo;&nbsp; ช่องนี้เสียหน่อย&hellip;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ก่อนจะมาถึงการเป็นทีวีสาธารณะ&nbsp; ต้องเล่าย้อนไปถึงการเกิดขึ้นของสถานีโทรทัศน์ระบบ UHF ที่ชื่อว่า &ldquo;ITV&rdquo; ที่หมายถึง &ldquo;Independent TV&rdquo; หรือ &ldquo;ทีวีเสรี&rdquo; &nbsp;&nbsp;ซึ่งเกิดขึ้นจากดำริของ &ldquo;นายอานันท์ ปันยารชุน&rdquo; ขณะที่ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี(รอบที่ 2 ภายหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535)&nbsp; โดยท่านนายกฯอานันท์ได้เล็งเห็นว่า จากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ที่เกิดขึ้นนั้น&nbsp;&nbsp; นอกจากความเลวร้ายของทหาร ตำรวจ&nbsp; ที่ทำร้าย เข่นฆ่าประชาชน รับใช้นายกรัฐมนตรี(พลเอกสุจินดา คราประยูร ผู้นำการรัฐประหารปี2534 และตระบัดสัตย์มารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยตนเองไม่ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร)แล้ว&nbsp; ความเลวร้ายอีกอย่างจากเหตุการณ์ครั้งนั้นคือ&nbsp; การที่สื่อวิทยุโทรทัศน์ทุกช่องอยู่ในกำกับดูแลของรัฐ&nbsp; ได้ทำตัวเป็นเหมือน &ldquo;สถานีวิทยุยานเกราะยุค 6 ตุลา 19&rdquo; ในการเป็นกระบอกเสียงบิดเบือนข้อเท็จจริงที่รัฐบาลผสม &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&ldquo;ทหาร + นักการเมืองทรราชย์&rdquo; สั่งฆ่าประชาชนบ้าคลั่ง&nbsp; และปิดกั้นการรับรู้ความจริงของประชาชนต่อเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้น(จะบอกว่าประเทศไทยเวลานั้นตกในภาวะเหมือนประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่าก็คงไม่ผิด)</p>
<p>ท่านนายกฯอานันท์จึงเห็นว่า ควรจะต้องมี &ldquo;ทีวีเสรี&rdquo; ที่สามารถนำเสนอข้อมูลข่าวสารได้อย่างเป็นอิสระต่ออำนาจรัฐ และอำนาจทุนทั้งปวง&nbsp; ที่สามารถสื่อสารความจริงต่อสังคมและเป็นกระบอกเสียงของประชาชนได้&nbsp; รวมทั้งเป็นช่องโทรทัศน์ที่สามารถนำเสนอรายการต่างๆที่เป็นประโยชน์ เป็นสาระต่อสังคมได้มากกว่าช่องโทรทัศน์ทั่วๆไปที่ต้องบริหารผลประโยชน์ร่วมกับฝ่ายการเมือง&nbsp; ฝ่ายรัฐ ฝ่ายทุน (บางทีเขาก็เรียกว่า &ldquo;มาเฟียสื่อ&rdquo;) จึงได้มีนโยบายการจัดตั้ง &ldquo;ทีวีเสรี&rdquo; เป็นนโยบายทิ้งทวนก่อนหมดวาระการเป็นรัฐบาลเฉพาะกาล</p>
<p>ในปี 2538&nbsp; เราจึงได้รู้จัก &ldquo;ITV&rdquo; เป็นครั้งแรกภายใต้สโลแกน &ldquo;ITV ทีวีเสรี&rdquo; โดยสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี(สปน.) เป็นเจ้าของคลื่นความถี่และเป็นผู้กำกับดูแลการเปิดประมูลให้เอกชนเช่าสัมปทาน โดยผู้ชนะสัมปทานคือ<em>กลุ่มบริษัท สยามทีวีแอนด์คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด</em>&nbsp; และได้ชักชวนพร้อมทั้งเชิญชวนให้<a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97_%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99_%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2_%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B9%8A%E0%B8%9B_%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94_%28%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%99%29" title="บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)">บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</a> เข้าร่วมถือหุ้น และบริหารสถานีฯ ด้วย&nbsp; ก่อนจะมาเป็น &ldquo;บริษัท ไอทีวี จำกัด(มหาชน)&rdquo;</p>
<p>ไอทีวีในยุคนั้นจึงเป็นสถานีโทรทัศน์ที่โดดเด่นในด้านรายการข่าวและสารคดีเชิงข่าว&nbsp; ก่อนที่ต่อมาในเดือน<a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%A8%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99" title="พฤศจิกายน">พฤศจิกายน</a> <a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2543" title="พ.ศ. 2543">พ.ศ. 2543</a> <a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97_%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%99_%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99_%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94_%28%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%99%29" title="บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)">บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)</a> ได้เข้ามาซื้อหุ้นของ บมจ.ไอทีวี จากธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ที่แสดงความจำนงจะขายหุ้น หลังประสบปัญหาในการบริหารสถานีฯ ส่งผลให้พนักงานฝ่ายข่าวของสถานีฯ บางส่วนไม่เห็นด้วย และเมื่อ บมจ.ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด เข้าซื้อหุ้นเป็นผลสำเร็จ กลุ่มผู้บริหารและพนักงานฝ่ายข่าวบางส่วน ที่นำโดย นายเทพชัย หย่อง จึงตัดสินใจลาออกจากสถานีฯ</p>
<p>ITV จึงปิดฉากการเป็น &ldquo;ทีวีเสรี&rdquo; นับแต่นั้นมา&nbsp; พร้อมกับการเริ่มต้นเป็นทีวีของกลุ่มทุน &ldquo;ชินคอร์ป&rdquo; ที่เน้นขายรายการบันเทิงและโฆษณา&nbsp; รวมทั้งการเป็นสื่อที่รับใช้อำนาจการเมือง &ldquo;ชินวัตราธิปไตย&rdquo; นับแต่นั้น</p>
<p>แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องขอบคุณที่ กระบวรนการยุติธรรมของศาลปกครองท่านมีตา เวรกรรมมีจริง&nbsp; ในวันที่ <a href="http://th.wikipedia.org/wiki/9_%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%A9%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1" title="9 พฤษภาคม">9 พฤษภาคม</a> <a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2549" title="พ.ศ. 2549">พ.ศ. 2549</a> <a href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%87&#038;action=edit&#038;redlink=1" title="ศาลปกครองกลาง (หน้านี้ไม่มี)">ศาลปกครองกลาง</a>มีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งของ<a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%95%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3" title="อนุญาโตตุลาการ">อนุญาโตตุลาการ</a> ที่ชี้ขาดให้ สปน.ลดค่าสัมปทานแก่สถานีฯ เป็นเงิน 230 ล้านบาท ตลอดจนการปรับเพิ่มสัดส่วนรายการบันเทิงในผังรายการ เป็นร้อยละ 50 เท่ากับรายการข่าวและสาระ รวมถึงการจ่ายค่าชดเชยโดย สปน. ซึ่งเมื่อวันที่ <a href="http://th.wikipedia.org/wiki/13_%E0%B8%98%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1" title="13 ธันวาคม">13 ธันวาคม</a> <a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2549" title="พ.ศ. 2549">พ.ศ. 2549</a> <a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94" title="ศาลปกครองสูงสุด">ศาลปกครองสูงสุด</a>ก็พิพากษายืนตามศาลปกครองกลาง ส่งผลให้ บมจ.ไอทีวี ต้องจ่ายค่าสัมปทานสำหรับเช่าสถานีโทรทัศน์ไอทีวี เป็นเงิน 1,000 ล้านบาทต่อปีตามเดิม และต้องปรับเพิ่มสัดส่วนให้รายการข่าวและสาระ เป็นร้อยละ 70 ต่อรายการบันเทิง ร้อยละ 30 ตามเดิม นอกจากนี้ บมจ.ไอทีวี ยังต้องเสียค่าปรับจากการผิดสัญญาสัมปทาน จากการเปลี่ยนแปลงผังรายการที่ไม่เป็นไปตามสัญญาสัมปทาน คิดเป็นร้อยละ 10 ของค่าสัมปทานในแต่ละปี คิดเป็นรายวัน วันละ 100 ล้านบาท นับตั้งแต่เริ่มมีการปรับผังรายการ รวมระยะเวลา 2 ปี</p>
<p>ต่อมา<a href="http://th.wikipedia.org/wiki/14_%E0%B8%98%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1" title="14 ธันวาคม">14 ธันวาคม</a> <a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2549" title="พ.ศ. 2549">พ.ศ. 2549</a> <a href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98_%E0%B8%AB%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%93%E0%B8%A2%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%95&#038;action=edit&#038;redlink=1" title="จุลยุทธ หิรัณยะวสิต (หน้านี้ไม่มี)">นายจุลยุทธ หิรัณยะวสิต</a> ปลัด<a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5" title="สำนักนายกรัฐมนตรี">สำนักนายกรัฐมนตรี</a> ประกาศให้ บมจ.ไอทีวี ชำระค่าสัมปทานที่ค้างอยู่ จำนวนทั้งสิ้น 2,210 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 เป็นจำนวนเงินรวม 464 ล้าน 5 แสนบาท มาชำระกับ สปน.ภายใน 45 วัน และให้ชำระค่าปรับ กรณีทำผิดสัญญาเรื่องปรับผังรายการ อีกกว่า 97,760 ล้านบาท &nbsp;ซึ่งเมื่อ บมจ.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ไอทีวี ไม่สามารถจ่ายค่าสัมปทานและคำเสียหายดังกล่าวให้กับ สปน.ได้ &nbsp;&nbsp;ที่สุดแล้ว ในวันที่ <a href="http://th.wikipedia.org/wiki/7_%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1" title="7 มีนาคม">7 มีนาคม</a> พ.ศ. 2550 <a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5" title="คณะรัฐมนตรี">คณะรัฐมนตรี</a>จึงมีมติให้ยกเลิกสัญญาสัมปทานจัดตั้งสถานีโทรทัศน์เสรี ระหว่าง สปน.กับ บมจ.ไอทีวี และสั่งให้ยุติการออกอากาศ สถานีโทรทัศน์ไอทีวี ในวันเดียวกัน เมื่อเวลา 24.00 น(จนเกิดปรากฎการณ์ &ldquo;ทีวีจอดำ&rdquo;)</p>
<p>จึงสรุปได้ว่า จุดจบของทีวีเสรีช่องนี้ เกิดขึ้นเพราะการเข้าครอบงำของกลุ่มทุนการเมือง ที่เข้ามาแล้วทำผิดเงื่อนไขการให้สัมปทาน รวมทั้งผิดต่อเจตนารมณ์การเป็นทีวีเสรี&nbsp; แต่ก็ยังมีพวกยอมรับความจริงไม่ได้ กล่าวหาว่าเป็นเพราะการรัฐประหารบ้าง&nbsp; เพราะเอ็นจีโอสายอำมาตย์บ้าง (รวมทั้งตัวผมเวลานั้น ที่สวมเสื้อต่อต้าน คมช. อยู่&nbsp; และมองอะไรที่เกิดขึ้นในยุครัฐบาล คมช. เป็นเรื่องเลวร้ายไปเสียหมด)</p>
<p>ต่อมาภายหลัง&nbsp; สถานีโทรทัศน์ UHF ช่องนี้&nbsp; ได้ฟื้นคืนชีพใหม่&nbsp; โดยการจัดตั้งให้เป็น &ldquo;ทีวีสาธารณะ&rdquo; ซึ่งมีสถานะที่เปลี่ยนไปจากเดิมคือ&nbsp; เป็นสถานีโทรทัศน์ที่กำกับดูแลโดย &ldquo;องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย&rdquo; ซึ่งเป็นองค์กรจัดตั้งตามกฎหมาย มีความเป็นอิสระจากอำนาจรัฐ&nbsp; กำหนดทิศทางโดยคณะกรรมการนโยบายที่มาจากการสรรหาโดยภาคประชาสังคม&nbsp; มีงบประมาณจากภาษีสุราและยาสูบ &nbsp;อิสระจากอำนาจทุนเพราะไม่ต้องพึ่งรายได้จากงบค่าเวลาโฆษณา&nbsp; รวมทั้งมีการติดตามตรวจสอบการทำงานโดย &ldquo;สภาผู้รับชมและรับฟังรายการ&rdquo; ที่มีผู้แทนจากภาคประชาสังคมสายงานต่างๆ&nbsp;</p>
<p>จากผลงานที่ผ่านมา 4 ปี ของ &ldquo;ทีวีไทย ทีวีสาธารณะ&rdquo; มีสิ่งที่ผมต้องยอมรับกันตรงๆ แม้ว่าโดยส่วนตัวผมเอง จะค่อนข้างได้รับเกียรติให้ไปร่วมเป็นวิทยากรในรายการของช่อง &ldquo;สถานีโทรทัศน์แห่งชาติ&rdquo;(สทท.11 เดิม)บ่อยกว่าช่อง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ทีวีไทย&nbsp;&nbsp; แต่สิ่งหนึ่งที่ทั้งช่องสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ และช่องทีวีอื่นๆทำไม่ได้อย่างทีวีไทย&nbsp; คือการที่ทีวีไทยวันนี้ ไม่เพียงถือว่าเป็นทีวีที่ให้ความรู้ ข่าวสารสาระที่เป็นประโยชน์ ในรูปแบบที่สร้างสรรค์และฉีกกรอบเดิมๆเท่านั้น&nbsp; แต่ยังถือได้ว่าเป็นทีวีที่เป็นกระบอกเสียงให้กับประชาชน&nbsp; เป็นสื่อแทนความทุกข์ยากในมุมมืดของสังคม&nbsp; และเป็นสื่อที่ตีแผ่ความจริงในสังคมได้อย่างถึงลูกถึงคน ตรงไปตรงมา</p>
<p>ทั้งรายการข่าว&nbsp; และรายการสัมภาษณ์ต่างๆ สามารถหยิบยกประเด็นต่างๆในสังคมมานำเสนอได้อย่างรอบด้าน&nbsp; และในความรู้สึกของผมที่ผูกพันกับแวดวงขบวนการสิทธิมนุษยชน&nbsp; ผมต้องยอมรับเลยว่าช่องนี้มีรายการดีๆที่ผมไม่คิดว่าจะหาดูได้ในฟรีทีวีหลัก 5 ช่องได้&nbsp; อย่างรายการ &ldquo;สิทธิวิวาทะ&rdquo;&nbsp; และ &ldquo;เวทีสาธารณะ&rdquo; ที่ผมชอบในการเป็นทีวีสิทธิมนุษยชนที่หาดูได้ยากมาก&nbsp; และดูแล้วรู้สึกว่า ไม่เป็นเพียงรายการที่เราจะฟังคนพูด แต่เราฟังแล้วได้คิด ได้ตระหนักต่อปัญหาสังคมที่รายการนำเสนอจนเรารู้สึกว่า ปัญหาสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นในมุมต่างๆของสังคม เป็นปัญหาร่วมของพวกเราทุกคนในสังคม</p>
<p>หรือแม้แต่รายการละครอย่าง &ldquo;หมอหงวน&#8230;แสงดาวแห่งศรัทธา&rdquo;&nbsp; และ &ldquo;โรงงานสำราญใจ&rdquo; ก็ยังเป็นละครที่สามารถให้ปัญญาแก่สังคมได้อย่างดียิ่ง (ขออภัยที่ผมอาจไม่ได้กล่าวถึงอีกหลายรายการดีๆในช่องนี้)</p>
<p>และที่ต้องเรียกว่า&nbsp; เป็นความเหนือชั้นยิ่งสำหรับทีวีไทย&nbsp; คือการที่ TPBS สามารถทำให้ทีวีไทยเป็นของประชาชนได้อย่างแท้จริง&nbsp; กับการที่ส่วนงาน &ldquo;สำนักทุนทางสังคม&rdquo; สามารถเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนในยามวิกฤตของประเทศ&nbsp; ไม่ว่าจะเป็นช่วงวิกฤตการเมืองปี 2553&nbsp; ที่TPBSได้มีส่วนในการระดมเครือข่ายภาคประชาสังคมกลุ่มทำงานประเด็นปัญหาต่างๆ รวมทั้งขบวนการการเมืองที่มีความขัดแย้งกันสุดขั้ว มาร่วมกันคิดหาทางออกให้กับประเทศไทยที่กำลังมีความขัดแย้งรุนแรงสุดๆ ซึ่งจะบอกว่าเป็นก้าวแรกแห่งการ &ldquo;ปฏิรูปประเทศไทย&rdquo; ในเวลาต่อมาที่เป็นรูปธรรม ก็คงไม่ผิด&nbsp;</p>
<p>นอกจากนี้ในวิกฤตอุทกภัยเมื่อปลายปี 2553&nbsp; ก็ต้องยอมรับว่า TPBS เป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้เกิดการรวมกันของขบวนการภาคประชาชนทั้งเอ็นจีโอสายงานต่างๆ&nbsp; กลุ่มธุรกิจเพื่อสังคม สามารถมาร่วมกันคิดจนเกิดการปฏิรูปแนวทางบริหารจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติโดยภาคประชาชน ได้อย่างเป็นรูปธรรมเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์จริงๆ&nbsp; และในปี2554&nbsp; TPBS ก็ได้เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิด &ldquo;ศูนย์ประสานงานเสียงประชาชน&rdquo; และทำให้การเลือกตั้งในปีนี้&nbsp; มีความหมายมากกว่าแค่การไปหย่อนบัตรเลือกตั้ง&nbsp; แต่ทำให้สังคมได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเลือกตั้งที่ประชาชนควรมีส่วนเป็น &ldquo;เจ้าของนโยบายสาธารณะ&rdquo;ของประเทศด้วย</p>
<p>สรุปแล้ว&nbsp; ทีวีไทยวันนี้ได้ทำให้ประชาชนอย่างผม&nbsp; ได้รู้จักสื่อสารมวลชนที่เป็น &ldquo;สื่อของมวลชน&rdquo;&nbsp; ที่ทำได้มากกว่าแค่การเป็นสื่อ&nbsp; แต่ยังสามารถเป็นผู้ระดมทุนทางสังคมให้เกิดพลังปัญญา พลังองค์ความรู้ ที่จะร่วมกันปฏิรูปสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรมที่ก้าวข้ามออกจากแค่ในจอทีวีหรือลำโพงวิทยุ</p>
<p>ผมจึงขอเป็นประชาชนหนึ่งเสียง&nbsp; ที่อยากเรียกร้องให้ภาคประชาสังคมทุกเครือข่าย และปวงชนชาวไทยผู้เป็นเจ้าของประเทศตัวจริง และโดยเฉพาะพี่น้องประชาชนทุกคนที่มีส่วนร่วมในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 รวมทั้งวิกฤตการเมือง วิกฤตสังคมต่างๆ ควรออกมาแสดงพลังร่วมกันปกป้ององค์กรTPBS และสถานีโทรทัศน์ทีวีไทยให้เป็นของประชาชน&nbsp; ทีวีช่องนี้ต้องเป็นของประชาชนตลอดไป</p>
<p><strong>พวกเราต้องไม่ยอมและยอมไม่ได้อย่างเด็ดขาด ที่จะให้ทีวีช่องนี้ที่แลกมาด้วยเลือดเนื้อ จิตวิญญาณประชาชน&nbsp; และเป็นทีวีที่เป็นส่วนสำคัญในการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมของสังคม&nbsp; จักต้องถูกกระทำย่ำยีให้หายไป หรือกลับไปเป็นสื่อใต้อาณัติของกลุ่มทุนการเมือง หรือกลุ่มชั่วร้ายใดๆในสังคมอีกต่อไป</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaingo.org/web/2011/09/27/%e2%80%9c%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วัฒนธรรมและประเพณีภายในแคมป์แรงงานข้ามชาติ ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่</title>
		<link>http://thaingo.org/web/2011/09/20/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83/</link>
		<comments>http://thaingo.org/web/2011/09/20/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 20 Sep 2011 07:37:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>webmaster</dc:creator>
				<category><![CDATA[Columnists]]></category>
		<category><![CDATA[ธนิตา เทพอินทร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaingo.org/web/?p=3295</guid>
		<description><![CDATA[&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160; แม้ว่ากลุ่มคนข้ามแดนจากประเทศพม่าจะเข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อทำการประกอบอาชีพ และลี้ภัยทางการเมือง แต่กลุ่มคนเหล่านี้ก็ไม่เคยคิดที่จะลืมความเป็นตัวตนของตนเอง อีกทั้งยังแสดงออกถึงความเป็นตัวตน แม้ว่าจะไม่สามารถแสดงออกได้เต็มที่สักเท่าไรนักก็ตาม ในที่นี้จะขอยกตัวอย่างวัฒนธรรมและประเพณีต่างๆที่เห็นได้ชัดเจน เพื่อสะท้อนให้เห็นแบบแผนการดำเนินชีวิตของกลุ่มคนข้ามแดนจากประเทศพม่า ภายในแคมป์แรงงานข้ามชาติที่ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เช่น &#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160; วัฒนธรรมและประเพณีที่เกี่ยวข้องกับชีวิต หมายถึงวัฒนธรรมและประเพณีที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มคนข้ามแดนจากประเทศพม่าตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตาย ภายในแคมป์แรงงานข้ามชาติ พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งกลุ่มคนข้ามแดนจากประเทศพม่าบางคนเกิดและเติบโตที่ประเทศไทย บางคนหลบหนีมากับครอบครัว บางคนมาใช้ชีวิตเป็นแรงงานในไทยจนกระทั่งเสียชีวิต ฯลฯ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการและการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของตน เพื่อให้อยู่ร่วมกับสังคมได้ โดยที่ยังคงรักษาอัตลักษณ์ของตนเองไว้ ไม่ว่าจะเป็น &#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160; การเกิด แต่เดิมมีการคลอดลูกกันเองภายในแคมป์ เพราะกลัวทั้งหมอ และตำรวจทั้งที่เข้าเมืองมาอย่างถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย แต่ปัจจุบันแรงงานข้ามส่วนนิยมที่จะไปคลอดลูกในสถานพยาบาลของภาครัฐ เพราะมีความปลอดภัยกว่า อีกทั้งบุตรที่เกิดมาก็จะได้รับเอกสารการเกิด คือหนังสือรับรองการเกิด และได้รับคำแนะนำที่ดีในการเลี้ยงดูบุตรให้ถูกวิธี ถูกสุขลักษณะ เมื่อเด็กครบที่จะฉีดวัคซีน ผู้ปกครองกลุ่มคนข้ามแดนจากประเทศพม่าก็จะพาบุตรหลานของตนไปรับวัคซีนที่สถานีอนามัยใกล้แคมป์ แม้ว่าจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเต็มราคาทุกครั้งก็ตาม &#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160; การบวช ของกลุ่มคนข้ามแดนมีหลายประเภทด้วยกัน แต่ประเพณีการบวชที่พบเห็นได้ชัดเจน คือประเพณีปอยส่างลอง ซึ่งถือว่ามีความสำคัญและมีความโดดเด่นเป็นอย่างมาก โดยที่เด็กและเยาวชนกลุ่มคนข้ามแดนจากประเทศพม่า โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มาจากรัฐฉานและเรียกตัวเองว่า &#8220;ไทใหญ่&#8221; หรือ &#8220;ไต&#8221; เมื่อถึงเวลาก็จะมีการบวชเณร และเชื่อว่าการบวชเณรหรือการเข้าร่วมประเพณีปอยส่างลองนั้นจะได้รับบุญมาก เมื่อได้บวชก็จะถือว่า ไม่เป็นคนดิบอีกต่อไป คือเป็นผู้อยู่ภายใต้พุทธศาสนานั่นเอง พิธีกรรมต่างๆกลุ่มวัฒนธรรมไทใหญ่ได้ร่วมกับองค์กรเอกชนและภาครัฐ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; แม้ว่ากลุ่มคนข้ามแดนจากประเทศพม่าจะเข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อทำการประกอบอาชีพ และลี้ภัยทางการเมือง แต่กลุ่มคนเหล่านี้ก็ไม่เคยคิดที่จะลืมความเป็นตัวตนของตนเอง อีกทั้งยังแสดงออกถึงความเป็นตัวตน แม้ว่าจะไม่สามารถแสดงออกได้เต็มที่สักเท่าไรนักก็ตาม ในที่นี้จะขอยกตัวอย่างวัฒนธรรมและประเพณีต่างๆที่เห็นได้ชัดเจน เพื่อสะท้อนให้เห็นแบบแผนการดำเนินชีวิตของกลุ่มคนข้ามแดนจากประเทศพม่า ภายในแคมป์แรงงานข้ามชาติที่ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เช่น<br />
	<a class="highslide" href="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2011/09/news200954-4.jpg" onclick="return vz.expand(this)"><img alt="" class="alignleft size-full wp-image-3296" height="137" src="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2011/09/news200954-4.jpg" title="news200954-4" width="150" /></a></p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <u>วัฒนธรรมและประเพณีที่เกี่ยวข้องกับ</u><u>ชีวิต</u> หมายถึงวัฒนธรรมและประเพณีที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มคนข้ามแดนจากประเทศพม่าตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตาย ภายในแคมป์แรงงานข้ามชาติ พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งกลุ่มคนข้ามแดนจากประเทศพม่าบางคนเกิดและเติบโตที่ประเทศไทย บางคนหลบหนีมากับครอบครัว บางคนมาใช้ชีวิตเป็นแรงงานในไทยจนกระทั่งเสียชีวิต ฯลฯ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการและการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของตน เพื่อให้อยู่ร่วมกับสังคมได้ โดยที่ยังคงรักษาอัตลักษณ์ของตนเองไว้ ไม่ว่าจะเป็น</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>การเกิด </strong>แต่เดิมมีการคลอดลูกกันเองภายในแคมป์ เพราะกลัวทั้งหมอ และตำรวจทั้งที่เข้าเมืองมาอย่างถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย แต่ปัจจุบันแรงงานข้ามส่วนนิยมที่จะไปคลอดลูกในสถานพยาบาลของภาครัฐ เพราะมีความปลอดภัยกว่า อีกทั้งบุตรที่เกิดมาก็จะได้รับเอกสารการเกิด คือหนังสือรับรองการเกิด และได้รับคำแนะนำที่ดีในการเลี้ยงดูบุตรให้ถูกวิธี ถูกสุขลักษณะ เมื่อเด็กครบที่จะฉีดวัคซีน ผู้ปกครองกลุ่มคนข้ามแดนจากประเทศพม่าก็จะพาบุตรหลานของตนไปรับวัคซีนที่สถานีอนามัยใกล้แคมป์ แม้ว่าจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเต็มราคาทุกครั้งก็ตาม</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>การบวช</strong> ของกลุ่มคนข้ามแดนมีหลายประเภทด้วยกัน แต่ประเพณีการบวชที่พบเห็นได้ชัดเจน คือประเพณีปอยส่างลอง ซึ่งถือว่ามีความสำคัญและมีความโดดเด่นเป็นอย่างมาก โดยที่เด็กและเยาวชนกลุ่มคนข้ามแดนจากประเทศพม่า โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มาจากรัฐฉานและเรียกตัวเองว่า &ldquo;ไทใหญ่&rdquo; หรือ &ldquo;ไต&rdquo; เมื่อถึงเวลาก็จะมีการบวชเณร และเชื่อว่าการบวชเณรหรือการเข้าร่วมประเพณีปอยส่างลองนั้นจะได้รับบุญมาก เมื่อได้บวชก็จะถือว่า ไม่เป็นคนดิบอีกต่อไป คือเป็นผู้อยู่ภายใต้พุทธศาสนานั่นเอง พิธีกรรมต่างๆกลุ่มวัฒนธรรมไทใหญ่ได้ร่วมกับองค์กรเอกชนและภาครัฐ เป็นผู้จัดงาน โดยที่กลุ่มวัฒนธรรมไทใหญ่เป็นผู้จัดงานหลักและประสานงานให้ และมีพ่อแม่ญาติพี่น้องของคนที่จะเข้าพิธีบวชจะร่วมกันจัดขึ้น ตลอดระยะเวลาก่อนเข้าพิธีกรรมบวชเณรประมาณ 3-7 วัน ผู้เป็นพ่อแม่และญาติจะคอยดูแล</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ส่วนเรื่องของอาหารการกินภายในงานทุกคนจะช่วยกันทำ เป็นอาหารพื้นเมืองของคนไทใหญ่ ซึ่งมีความเชื่อในเรื่องของการเป็นสิริมงคล เช่น แกงผักกุ่ม น้ำพริกอุก เป็นต้น และในวันสุดท้ายก็จะมีการแห่ปอยส่างลองและเข้าพิธีทางพระพุทธศาสนาเพื่อทำการบวชเณร การแห่ปอยส่างลองของกลุ่มคนข้ามแดนมีความรื่นเริงสนุกสนาน ผู้ที่เป็นส่างลองจะแต่งหน้าแต่งตัวที่สวยงามนั่งบนบ่าหรืขี่คอโยกย้ายไปตามจังหวะดนตรีพื้นเมือง เสียงกอง ฉาบ ฉิ่ง ฆ้อง ที่ทุกคนต่างร่วมด้วยช่วยกัน ก่อนเข้าไปในอุโบสถเพื่อประกอบพิธีกรรม เมื่อพิธีกรรมเสร็จสิ้น จากนั้นก็จะให้เณรอยู่ที่วัดเป็นเวลา 3-7 วันเพื่อให้เณรได้รับใช้พระพุทธศาสนาและศึกษาพระพุทธศาสนาอย่างเต็มที่</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เมื่อเข้าไปเรียนรู้และร่วมกิจกรรมปอยส่างลอง เมื่อสัมภาษณ์กลุ่มคนข้ามแดนจากประเทศพม่า ในเรื่องของการดำเนินวิถีชีวิตตามแบบอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของตน ทำให้ทราบว่า กลุ่มคนข้ามแดนจากประเทศพม่าบางกลุ่มไม่กล้าที่จะเข้าไปร่วมประเพณี เพราะกลัวว่าเจ้าหน้าที่จะเข้าไปจับกุม กลัวตำรวจ แม้จะรู้ว่าได้กุศลมาก แต่ถ้าถูกจับขึ้นมาก็ไม่คุ้ม นอกเสียจากว่าจำเป็นต้องไปจริงๆ เพราะเป็นลูกหลาน ญาติพี่น้องของเรา ถ้าไม่ไปอาจจะโดนตัดญาติได้ แต่สำหรับบางคนก็จะพาลูกหลานกลับไปบ้าน(รัฐฉาน ประเทศพม่า) เพื่อทำพิธีปอยส่างลอง เพื่อให้ญาติๆทางฝั่งพม่าได้รับบุญกุศลจากการบวชปอยส่างลองนี้ด้วย</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ที่สำคัญคือภายในงานรื่นเริงและงานบุญขนาดใหญ่ไม่มีการเสพของมึนเมา เมื่อสอบถามก็ได้รับคำตอบว่ามีการออกกฎไม่ให้ดื่ม เพราะการดื่มสุราอาจนำมาซึ่งการทะเลาะวิวาท เมื่อเกิดการทะเลาะวิวาททางเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจจะเข้ามา ทำให้งานบุญต้องหยุดชะงักลง และถือว่าบาปมาก</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>การแต่งงาน </strong>ส่วนใหญ่กลุ่มคนข้ามแดนที่มาอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ล้วนแล้วแต่มีครอบครัวด้วยกันทั้งสิ้น ซึ่งถ้าวัยหนุ่มสาวที่ที่ยังโสดก็มักจะเลือกคู่ครองที่มีกลุ่มชาติพันธุ์เดียวกัน แต่ก็มีหลายคู่ที่แต่งงานกับกลุ่มชาติพันธุ์อื่น ถ้าได้แต่งกับคนที่มีเชื้อสายไทย ถ้ามีลูกด้วยกัน ลูกที่เกิดออกมาก็จะมีสัญชาติไทยโดยทันที ส่วนพิธีแต่งงานนั้นส่วนใหญ่จะเดินทางกลับไปทำพิธียังบ้านเกิดของตนเอง เพราะอย่างน้อยญาติพี่น้องก็จะได้ร่วมเฉลิมฉลองภายในงานด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>
<p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; การตาย </strong>หากมีการตายขึ้น ก็จะมีการจัดพิธีศพตามแบบศาสนาพุทธทั่วไป แล้วเก็บกระดูกบรรจุอัฐิไปบำเพ็ญกุศลยังบ้านเกิดของผู้ตาย</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; นอกจากนี้ยังมี<u>วัฒนธรรมและประเพณีประจำปี</u>ที่พบได้เห็นในจังหวัดเชียงใหม่ ยกตัวอย่าง<strong>ประเพณีปีใหม่ไต </strong>ซึ่งปีใหม่ไตถือเป็นอัตลักษณ์อย่างหนึ่งของกลุ่มคนข้ามแดนจากประเทศพม่า โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มาจากรัฐฉาน ซึ่งขนมสำหรับต้อนรับปีใหม่และฉลองแขกได้แก่ &ldquo;ข้าวต้มแหลม&rdquo; ที่ถือว่าเป็นขนมมงคล มีความหมาย การสร้างความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เสมือนเมล็ดข้าวเหนียวและงาที่ตำบดละเอียดเป็นกลุ่มก้อนอันเดียวกัน และภายในงานจะมีการเฉลิมฉลองมีกิจกรรมการแสดงประจำชาติ เพื่อให้คนที่ร่วมภายในงานรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มีความรู้สึกเป็นชาติเดียวกัน</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; แม้ว่าการแสดงออกทางวัฒนธรรมจะสามารถบ่งบอกถึงอัตลักษณ์ และเอกลักษณ์ของตนเองได้ ซึ่งพื้นที่ในการแสดงออกก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะวัฒนธรรมจะต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในแต่ละพื้นที่ ดังเช่น<u>การแสดงออกทางวัฒนธรรมหรือวิถีชีวิตที่กลุ่มคนข้ามแดนจากประเทศพม่าในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ หรือ &ldquo;คนไทใหญ่&rdquo; แม้จะไม่ได้เป็นไปตามความต้องการ หรือความพึงพอใจของชนกลุ่มมากนัก แต่การปรับตัวเองให้อยู่รอดในสังคมใหม่ได้อย่างกลมกลืนในยามที่พลัดถิ่นเป็นแนวทางที่สำคัญและจำเป็นต่อความอยู่รอดมากกว่านั่นเอง</u></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaingo.org/web/2011/09/20/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หาดแสงจันทร์ การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของชายหาดหลังการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม</title>
		<link>http://thaingo.org/web/2011/09/06/%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://thaingo.org/web/2011/09/06/%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 06 Sep 2011 09:14:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>webmaster</dc:creator>
				<category><![CDATA[Columnists]]></category>
		<category><![CDATA[ชัชวัสส์ คติพิพัฒน์พร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaingo.org/web/?p=3195</guid>
		<description><![CDATA[โดย : ชัชวัสส์ คติพิพัฒน์พร Email : ccw@hotmail.co.th หาดแสงจันทร์ เป็นชายหาดที่ตั้งอยู่ในเมืองระยอง อยู่ระหว่างมาบตาพุดและบริษัท IRPC ซึ่งสามารถที่จะพูดได้ว่า เป็นชายหาดที่สวยงามแห่งหนึ่งในจังหวัดระยอง ในสมัยก่อนนั้นนอกจากจะเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมง ที่ขยายตัวมาจากปากน้ำเมืองระยองแล้ว ยังมีผู้คนมากมายทั้งจากท้องถิ่นเองและนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน ได้ใช้ประโยชน์ในด้านสันทนาการ แต่ปัจจุบันชายหาดแห่งนี้ได้เปลี่ยนแปลงสภาพไปแล้ว โดยชายหาดแห่งนี้ไม่สามารถใช้ประโยชน์ดังกล่าวได้ ซึ่งผู้เขียนเองได้สังเกตเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพดังกล่าว ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน การกัดเซาะชายหาดนั้นเป็นภัยธรรมชาติอย่างหนึ่ง ถ้าจะพูดกันจริงๆ แล้ว ปัญหาการกัดเซาะชายหาดนี้ได้เกิดขึ้นทั่วโลก เนื่องจากเป็นวัฏจักรทางธรรมชาติ แต่อย่างไรก็ตามผลกระทบที่เกิดจากวัฏจักรนี้เกิดขึ้นช้ามาก เนื่องจากกระบวนการกัดเซาะชายหาดของคลื่น-ลมตามธรรมชาตินั้น จะมีการนำทรายจากใต้ท้องทะเลขึ้นมาแทนที่ด้วย เปรียบเสมือนเป็นการเสริมและทดแทนของธรรมชาติ การกัดเซาะชายหาด จะรุนแรงมากเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพทางกายภาพและภูมิศาสตร์ของชายหาดนั้นๆ เอง ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยด้านองศาความชันของชายหาด ปริมาณปะการังและหญ้าทะเลในบริเวณนั้น แต่ก็ยังมีอีกปัจจัยหนึ่ง ที่ทำให้ระดับความรุนแรงของการกัดเซาะชายหาดเพิ่มขึ้นและเร็วขึ้น ปัจจัยนั้นก็คือกิจกรรมของมนุษย์ที่อยู่ในบริเวณนั้นนั่นเอง โดยที่มนุษย์เหล่านั้นไม่รู้ตัวและคาดไม่ถึงว่า กิจกรรมที่ทำนั้นจะส่งผลกระทบต่อชายหาดรุนแรงถึงเพียงใด หาด แสงจันทร์แห่งนี้ ได้เปลี่ยนแปลงสภาพไปเมื่อมีการถมทะเลสร้างท่าเรือน้ำลึกของนิคมฯ มาบตาพุดและท่าเรือของบริษัท IRPC ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิศาสตร์ชายฝั่งทะเลนี้ ทำให้กระแสคลื่นและลมเปลี่ยนแปลงทิศทาง มุ่งโจมตีชายหาดแห่งนี้อย่างรุนแรง การกัดเซาะของน้ำทะเลได้รุกเข้ามาถึงถนนเลียบชายหาด ส่งผลให้ถนนดังกล่าวเกิดความเสียหาย และมีแนวโน้มว่าบ้านเรือนของประชาชนจะถูกผลกระทบจากการกัดเซาะด้วย ทางราชการที่เกี่ยวข้องจึงต้องสร้างถนนใหม่ให้ถอยร่นเข้ามา และมีการก่อสร้างเขื่อนเพื่อป้องกันคลื่นน้ำทะเลกัดเซาะชายหาด สาเหตุที่แท้จริงในการที่ทำให้ชายหาดแห่งนี้เปลี่ยนสภาพไป [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โดย : </strong><strong>ชัชวัสส์ คติพิพัฒน์พร</strong></p>
<p>Email : <a href="mailto:ccw@hotmail.co.th">ccw@hotmail.co.th</a></p>
<p><a class="highslide" href="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2011/09/news070954-5.jpg" onclick="return vz.expand(this)"><img alt="" class="aligncenter size-full wp-image-3196" height="265" src="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2011/09/news070954-5.jpg" title="news070954-5" width="350" /></a></p>
<p>หาดแสงจันทร์ เป็นชายหาดที่ตั้งอยู่ในเมืองระยอง อยู่ระหว่างมาบตาพุดและบริษัท IRPC ซึ่งสามารถที่จะพูดได้ว่า เป็นชายหาดที่สวยงามแห่งหนึ่งในจังหวัดระยอง ในสมัยก่อนนั้นนอกจากจะเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมง ที่ขยายตัวมาจากปากน้ำเมืองระยองแล้ว ยังมีผู้คนมากมายทั้งจากท้องถิ่นเองและนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน ได้ใช้ประโยชน์ในด้านสันทนาการ แต่ปัจจุบันชายหาดแห่งนี้ได้เปลี่ยนแปลงสภาพไปแล้ว โดยชายหาดแห่งนี้ไม่สามารถใช้ประโยชน์ดังกล่าวได้ ซึ่งผู้เขียนเองได้สังเกตเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพดังกล่าว ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน</p>
<p>การกัดเซาะชายหาดนั้นเป็นภัยธรรมชาติอย่างหนึ่ง ถ้าจะพูดกันจริงๆ แล้ว ปัญหาการกัดเซาะชายหาดนี้ได้เกิดขึ้นทั่วโลก เนื่องจากเป็นวัฏจักรทางธรรมชาติ แต่อย่างไรก็ตามผลกระทบที่เกิดจากวัฏจักรนี้เกิดขึ้นช้ามาก เนื่องจากกระบวนการกัดเซาะชายหาดของคลื่น-ลมตามธรรมชาตินั้น จะมีการนำทรายจากใต้ท้องทะเลขึ้นมาแทนที่ด้วย เปรียบเสมือนเป็นการเสริมและทดแทนของธรรมชาติ</p>
<p>	การกัดเซาะชายหาด จะรุนแรงมากเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพทางกายภาพและภูมิศาสตร์ของชายหาดนั้นๆ เอง ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยด้านองศาความชันของชายหาด ปริมาณปะการังและหญ้าทะเลในบริเวณนั้น แต่ก็ยังมีอีกปัจจัยหนึ่ง ที่ทำให้ระดับความรุนแรงของการกัดเซาะชายหาดเพิ่มขึ้นและเร็วขึ้น ปัจจัยนั้นก็คือกิจกรรมของมนุษย์ที่อยู่ในบริเวณนั้นนั่นเอง โดยที่มนุษย์เหล่านั้นไม่รู้ตัวและคาดไม่ถึงว่า กิจกรรมที่ทำนั้นจะส่งผลกระทบต่อชายหาดรุนแรงถึงเพียงใด</p>
<p>	หาด แสงจันทร์แห่งนี้ ได้เปลี่ยนแปลงสภาพไปเมื่อมีการถมทะเลสร้างท่าเรือน้ำลึกของนิคมฯ มาบตาพุดและท่าเรือของบริษัท IRPC ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิศาสตร์ชายฝั่งทะเลนี้ ทำให้กระแสคลื่นและลมเปลี่ยนแปลงทิศทาง มุ่งโจมตีชายหาดแห่งนี้อย่างรุนแรง การกัดเซาะของน้ำทะเลได้รุกเข้ามาถึงถนนเลียบชายหาด ส่งผลให้ถนนดังกล่าวเกิดความเสียหาย และมีแนวโน้มว่าบ้านเรือนของประชาชนจะถูกผลกระทบจากการกัดเซาะด้วย ทางราชการที่เกี่ยวข้องจึงต้องสร้างถนนใหม่ให้ถอยร่นเข้ามา และมีการก่อสร้างเขื่อนเพื่อป้องกันคลื่นน้ำทะเลกัดเซาะชายหาด</p>
<p><a class="highslide" href="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2011/09/news070954-6.jpg" onclick="return vz.expand(this)"><img alt="" class="aligncenter size-full wp-image-3197" height="269" src="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2011/09/news070954-6.jpg" title="news070954-6" width="350" /></a></p>
<p>สาเหตุที่แท้จริงในการที่ทำให้ชายหาดแห่งนี้เปลี่ยนสภาพไป สามารถที่จะสรุปได้ว่าเกิดจากการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมนั่นเอง ถึงแม้ว่าการพัฒนาดังกล่าวเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับประเทศ ที่จะสามารถดึงเงินลงทุนจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ เข้ามาเสริมเศรษฐกิจ แต่ความผิดพลาดของรัฐ ที่มองเห็นแต่ตัวเลข GDP เพียงอย่างเดียว ไม่ได้มองถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นอย่างรอบด้าน อีกทั้งขาดการวางแผนในการแก้ปัญหาที่ดีและรอบครอบนั้น เป็นอันตรายต่อการพัฒนาเป็นอย่างยิ่ง</p>
<p>	อีกประเด็นหนึ่งก็คือ สภาพพื้นที่ภูมิศาสตร์ชายฝั่งของแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน ดังนั้นวิธีการแก้ไขปัญหาของแต่ละพื้นที่จึงต้องแตกต่างกันไปด้วย เมื่อผู้รับผิดชอบขาดความรู้ ความเข้าใจถึงสภาพการณ์ แล้วนำแบบอย่างการแก้ไขปัญหาของต่างพื้นที่เข้ามา จึงทำให้การแก้ไขปัญหาไม่มีประสิทธิผล อีกทั้งยังจะทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาอย่างมากมาย</p>
<p>	นี่จึงเป็นบทเรียนหนึ่งที่สอนว่า การที่มนุษย์เข้าไปแทรกแทรงธรรมชาติอย่างเกินพอดี ทั้งๆ ที่ไม่มีแผนแม่บทรองรับปัญหาที่จะเกิดขึ้น จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างของระบบนิเวศ และภูมิศาสตร์อย่างรุนแรง ผลกระทบที่เกิดขึ้นคงหนีไม่พ้นมนุษย์ที่จะต้องรับไป และไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaingo.org/web/2011/09/06/%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คุกไม้เท้า</title>
		<link>http://thaingo.org/web/2011/08/22/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://thaingo.org/web/2011/08/22/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 22 Aug 2011 11:43:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>webmaster</dc:creator>
				<category><![CDATA[Columnists]]></category>
		<category><![CDATA[สิงหา สัตยนนท์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaingo.org/web/?p=3064</guid>
		<description><![CDATA[ดอกผลคนตาบอด กระป๋องกระแป๋ง งอกรากเป็นแก้งก๊ก เกาะอกหลัง ดั้นด้นผลผลิตติดตาชั่ง ร้องเพลงเศษสตังส์ดังหล่นร่วง นำหน้าคนตาดี ตีไม้เท้า เคาะเงาสะเทือนฟ้าสะท้านสรวง ก้าวไปกับมืดบอดตลอดดวง พาทุกการตักตวง จ้วงทำนอง ร่วงหล่น ร่วงหล่น เสียงดนตรี กระทบสังกะสีก้นกระป๋อง หล่นร่วง หล่นร่วง เงินต่างทอง ค่าของคนร้องเพลง ใครขอทาน ! &#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160; ลำโพงน้อยห้อยคอสร้อยสายไมค์ ประจุถ่านไฟฝันให้ขันขาน มีความลับเหลือเฟือเนื้อวิญญาณ ลึกลับโลกกลับด้าน ชำนาญคิด &#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160; ธรรมชาติเกิดมาแล้วตาบอด ทอดยอดปลายไม้เท้าธุรกิจ เป็นเครือข่ายระโยง โกงชีวิต ร้องเพลงหยอดยาพิษ รักษาตา &#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160; แต่ละคู่ละคู่ ดั่งคู่รัก เกาะแผ่นหลังผลักย้ายทั้งซ้ายขวา ย้อนกลับทางตาบอดตลอดมา ล้วนคอกคับขังคา คุกไม้เท้า &#8230;.. สิงหา&#160; สัตยนนท์ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๔ ระหว่างอยู่ในร้านลาบอีสาน หน้าโรงงานอุตสาหรรม จ.ชลบุรี&#160; มีคนตาบอดเดินร้องเพลงขอทานเข้ามาในร้านคู่แล้วคู่เล่า ผู้ที่อยู่ข้างหลังเป็นคนตาดีรอบๆเอวจะมีกระเป๋าหนังใส่เงิน ผมนั่งดูและพูดคุยกับเพื่อนเรื่องของการทำธุรกิจบนชีวิตของคนตาบอด ดูกี่ทีกี่ที่ก็ไม่ใช่คู่รัก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a class="highslide" href="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2011/08/news220854-31.jpg" onclick="return vz.expand(this)"><img alt="" class="aligncenter size-full wp-image-3065" height="176" src="http://thaingo.org/web/wp-content/uploads/2011/08/news220854-31.jpg" title="news220854-3" width="150" /></a></p>
<p style="text-align: center;">ดอกผลคนตาบอด กระป๋องกระแป๋ง</p>
<p style="text-align: center;">งอกรากเป็นแก้งก๊ก เกาะอกหลัง</p>
<p style="text-align: center;">ดั้นด้นผลผลิตติดตาชั่ง</p>
<p style="text-align: center;">ร้องเพลงเศษสตังส์ดังหล่นร่วง</p>
<p style="text-align: center;">นำหน้าคนตาดี ตีไม้เท้า</p>
<p style="text-align: center;">เคาะเงาสะเทือนฟ้าสะท้านสรวง</p>
<p style="text-align: center;">ก้าวไปกับมืดบอดตลอดดวง</p>
<p style="text-align: center;">พาทุกการตักตวง จ้วงทำนอง</p>
<p style="text-align: center;">ร่วงหล่น ร่วงหล่น เสียงดนตรี</p>
<p style="text-align: center;">กระทบสังกะสีก้นกระป๋อง</p>
<p style="text-align: center;">หล่นร่วง หล่นร่วง เงินต่างทอง</p>
<p style="text-align: center;">ค่าของคนร้องเพลง ใครขอทาน !</p>
<p style="text-align: center;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ลำโพงน้อยห้อยคอสร้อยสายไมค์</p>
<p style="text-align: center;">ประจุถ่านไฟฝันให้ขันขาน</p>
<p style="text-align: center;">มีความลับเหลือเฟือเนื้อวิญญาณ</p>
<p style="text-align: center;">ลึกลับโลกกลับด้าน ชำนาญคิด</p>
<p style="text-align: center;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ธรรมชาติเกิดมาแล้วตาบอด</p>
<p style="text-align: center;">ทอดยอดปลายไม้เท้าธุรกิจ</p>
<p style="text-align: center;">เป็นเครือข่ายระโยง โกงชีวิต</p>
<p style="text-align: center;">ร้องเพลงหยอดยาพิษ รักษาตา</p>
<p style="text-align: center;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; แต่ละคู่ละคู่ ดั่งคู่รัก</p>
<p style="text-align: center;">เกาะแผ่นหลังผลักย้ายทั้งซ้ายขวา</p>
<p style="text-align: center;">ย้อนกลับทางตาบอดตลอดมา</p>
<p style="text-align: center;">ล้วนคอกคับขังคา คุกไม้เท้า</p>
<p style="text-align: center;">&#8230;..</p>
<p style="text-align: center;">สิงหา&nbsp; สัตยนนท์</p>
<p style="text-align: center;">๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๔</p>
<p style="text-align: center;">ระหว่างอยู่ในร้านลาบอีสาน หน้าโรงงานอุตสาหรรม จ.ชลบุรี&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;">มีคนตาบอดเดินร้องเพลงขอทานเข้ามาในร้านคู่แล้วคู่เล่า ผู้ที่อยู่ข้างหลังเป็นคนตาดีรอบๆเอวจะมีกระเป๋าหนังใส่เงิน</p>
<p style="text-align: center;">ผมนั่งดูและพูดคุยกับเพื่อนเรื่องของการทำธุรกิจบนชีวิตของคนตาบอด ดูกี่ทีกี่ที่ก็ไม่ใช่คู่รัก !</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaingo.org/web/2011/08/22/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
