Archive for the Category ‘อุ่นลมหายใจ… บทกวีเพียงความเคลื่อนไหวแห่ง “ชายขอบ”’

ดวงแก้ว ตาชั่ง และใจของคน

ดวงแก้ว ตาชั่ง และใจของคน

 ดั่งได้แก้ว แวววาวมา ประคองฝัน มิทันพลัน ได้ยลก็ ฉงนฉงาย กลับกลิ้งกลอก หลอกกลอกกลิ้ง ทิ้งวอดวาย ก็พลันหมาย มั่นใหม่แก้ว อีกแล้ว ใจ              เทกระจาดดาดเดื่อนเกลื่อนรอยเศร้า ทั้งตาชั่ง ก็ยังร้าว  ที่กล่าวไว้ เอียงเอนอ่อน ลู่ลม มิทันไร ก็เปลี่ยนใจ แปรผัน ฉับพลันคน                                 อ.จักรกฤษณ์  ชัยสุภา ภาพและบทกวี                                 ตรัง ๒๕๕๔

ในเมืองใหญ่: กับภาวะที่ซ่อนเร้น

ในเมืองใหญ่: กับภาวะที่ซ่อนเร้น

  ในเมืองใหญ่: กับภาวะที่ซ่อนเร้น   เงาสะท้อน เงาสีเร่งเร้า ในเงาไสว                           ทาบทามผืน น้ำไกล  ทิวเทือกเมือง สะพรั่งแสง กระเพื่อมน้ำอันเปล่าเปลือง                   เรียงร้อย เรื่องราวร้าว ในเมืองใหญ่ เงาทาบเงา ทาบสี ทาบแม่น้ำ                       ฉ่ำแสงสี ฉ่ำเมือง ฉ่ำไสว กลบดาดเดื่อน เกลื่อนว้าวุ่น ในเมืองใหญ่                 ปกปิดไว้ ภายใน  ภาวะเมือง                                                                           อ.จักรกฤษณ์  ชัยสุภา ภาพ และบทกวี                                                                         ตรัง ๒๕๕๔  

ละเลงฝัน

ละเลงฝัน

ละเลงฝัน  แทรกผ่าน ด่านชีวิต     เพื่อผลิตเส้นทางฝัน ละเลงแล้วในบางวัน     จิตสั่นเทาในบางคืน      รอยเก่าในทางเก่า     ยังปลุกเร้าให้คืนฟื้น แทรกผ่านยามค่ำคืน     สะดุ้งตื่นหลังความฝัน จุดหมายที่ปลายฟ้า     คืบคลานมาในคืนนั้น เขย่าใจบ้างบางวัน     ละเลงฝันในบางคืน อ.จักรกฤษณ์  ชัยสุภา ตรัง 2554

ถึงหนุ่มสาว

ถึงหนุ่มสาว

นั่นแสงแรก แห่งวัย ช่วงรอยต่อ ท่วงสำเนียง เสียงหัวเราะ ผสานฝัน แววแห่งตา บอกเรื่องราว แห่งวัยนั้น ให้แปลงฝัน ย่ำฝันถาม ถึงยามเยาว์ ดูซิ….. นั่นแวววาว สายตากล่าว จากดวงตา หัวใจปล่อยวาจา ปลอบรอยเหงา สรรพสำเนียง ตักเตือนฝัน ให้สั่นเทา ว่าหนุ่มสาว  พลังเจ้า เท่าฟ้าคราม ว่าหนุ่มสาวพลังเจ้าเท่าฟ้าคราม…..                                                                                     อ.จักรกฤษณ์  ชัยสุภา                                                                                 อาศรมวงศ์สนิท  นครนายก                                                                                 มีนาคม 54

เด็กน้อย : ชาติ : ความเป็นไปบนเกาะแห่งหนึ่ง

เด็กน้อย : ชาติ : ความเป็นไปบนเกาะแห่งหนึ่ง

    เด็กน้อย : ชาติ : ความเป็นไปบนเกาะแห่งหนึ่ง   สายตาที่อ่อนไหวต่อบุคคลแปลกหน้า เด็กน้อยผู้อยู่พื้นที่ชายขอบ…… ประตูของหัวใจเขาปิดแน่น  เพราะเขาระแวงในคนอื่นเสมอ ใส่กลอนไว้แล้ว……อย่างเงียบงัน  เขาแอบอยู่ในซอกหลืบโลกแห่งหนึ่งใน อันดามัน หลายหลากผู้คนวนเวียนไขประตูของเขา…..แต่ด้วยสันโดษเขาไม่เคยเปิดรับใคร หรือแม้นว่าดูเสมือนว่าจะเปิดรับ  แต่ก็เปล่าเลย…. กาลวันหนึ่ง  ผู้คนจากรัฐชาติก็พยายามไขกุญแจเพื่อไขปริศนาที่ซ่อนเร้น แต่ก็ได้แค่ห้วงแห่งความรู้สึกของผู้มาเยือนเท่านั้น…ทว่าไม่สามารถเข้าไปนั่งกอดเขาคุยกับเด็กน้อยเหล่านั้นได้ แต่ไม่เสียทีเดียวหรอกนะ…. ปลิงทะเล….ปลา….หอย….ปู…..กุ้ง…..เรือ….ทะเล…..ไม่เคยมีกุญแจแต่ สามารถไขความลับของชาติพันธุ์ชาวเลได้อย่างง่ายดาย บนเกาะแห่งหนึ่งซึ่งมีรอยต่อระหว่างรัฐ เด็กน้อยยังคงระแวงเสมอ  เมื่อมีผู้แปลกหน้ามาเยือน  ในเกาะแห่งนั้น………       บทกวีโดย อ.จักรกฤษณ์  ชัยสุภา ภาพโดย  เจริญพงศ์  ชูเลิศ

ผู้เฒ่า :เดือนดาว:ขอบฟ้าและความเป็นไปของรัฐชาติ

ผู้เฒ่า :เดือนดาว:ขอบฟ้าและความเป็นไปของรัฐชาติ

ผู้เฒ่า :เดือนดาว:ขอบฟ้าและความเป็นไปของรัฐชาติ   ณ คืนอันดาวพราย  ข้าพเจ้าและชายชราภาพสนทนากัน กระแสคลื่นลมมรสุม  ที่พัดผ่าน..ข้ามพ้นเทือกเขาจากฟากฟ้าตะวันออก เกรี้ยวด้วยเกลียวคลื่น  และลมทมึนดำเหนือท้องฟ้า ยามค่ำเดือนดาวกระพริบลิบลับ  หลังบ้านคือรัฐพม่า  และบ้านของน้องสาว ของผู้เฒ่า ผู้เฒ่าเล่าว่า…ท่านเกิดที่บ้านอ่าวจีน  บริเวณหมู่บ้านชาวไทย  อณาเขตของเกาะสองประเทศพม่าปัจจุบัน ผู้เฒ่าเล่าว่า…ท่านมีน้องชายอาศัยอยู่ที่นั้น  แม่ก็นอนนิ่งในโลงไม้ใต้ผืนดินที่นั่น  เรามีนา  มีไร่  มีช้าง ผู้เฒ่าเล่าว่า…เรามีความสุข  เพราะที่นั่นคือบ้าน  บ้านซึ่งท่านลืมตาดูความเป็นไปบนโลกครั้งแรก                   เดือนดาวยังคงกระพริบ…เหมือนกับแสงแรกตอนแกยังเด็กที่ลืมตาที่บ้านอ่าวจีน                 ผู้เฒ่าเล่าว่า…แกเคยเจออาคันตุกะกลุ่มหนึ่งมาจากเมืองหลวง ร่ำรวยทรัพย์  ใจกว้างผิวขาว หนังตาชั้นเดียว                 ผู้เฒ่าเล่าว่า…ท่านได้สนทนาถึงความเป็นไปและรากเหง้าของเขา                 ผู้เฒ่ายิ้มเยาะสายตาประกายน้ำฉ่ำแดง                 ผู้เฒ่าเล่าว่า  “ต้นตระกูลของเพื่อนแปลกหน้าผู้นั้นเป็นคนอพยพมาจากประเทศจีน  เข้ามาอยู่เมืองหลวงของเรา  ในยุคสมัยเสื่อผืนหมอนใบ”                         ผู้เฒ่าหยุดเล่า  ความเงียบปกคลุม สายตาผู้เฒ่ามองออกไปยังขอบฟ้าทะเล     โดย อ.จักรกฤษณ์  ชัยสุภา  ภาพจาก http://www.thairath.co.th/member/login

“ก่ามอยออลางมอแกน” : ห้วงอันดามันในยามมรสุมและผัวคนที่สองของหญิงหม้าย

“ก่ามอยออลางมอแกน” : ห้วงอันดามันในยามมรสุมและผัวคนที่สองของหญิงหม้าย

  (แด่ พจน์  ประมงกิจ เกาะช้าง จ.ระนอง)   “อันดามัน”  สถานที่ซึ่งบุคคลต่างถิ่นต้องการแรมรอนเดินทางมาเยือน สถานที่ซึ่งผู้คนต้องการหลีกเร้นหนีความปวดร้าว.. สถานที่ซึ่งสามารถปลดระวางความเขื่องขุ่นในหัวใจ  ของคนทั่วไป แต่นั่นแนวทะเลลิบ….จรดขอบฟ้าลับ..ลับ.. “ก่าบ๊าง”  ลำผุ ลอยโยกตามคลื่นกาล…คลื่นแห่งวิถี  คลื่นแห่งชะตากรรม หลังคลื่นยักษ์ผ่านพ้น  ดูเหมือนว่าจะสงบในกาลนั้น แต่ไม่เลยหัวใจของ “อีบูม” และ “อีบ๊าบ” ผีบรรพชนยังคงร้อนรุ่ม ในยามที่ลูกหลานมอแกนเหน็ดเหนื่อย ในยามที่ลูกหลานมอแกนพาเพื่อนกลับมาจากดำปลิงในน่านน้ำของรัฐชาติอื่น เพื่อนที่ไร้ลมหายใจแผ่วเบา เสียงเรือของนายทุนยังสั่นระทึกแก่หญิงหม้ายชาวมอแกนเสมอ  เหมือนกับว่า  เสียงแรกที่เรือลำนี้มารับ ผัวอันเป็นหัวแรงครอบครัว หญิงสาวมอแกน  มีลูกเล็กสองคน “ก่าบ๊าง”  ลำผุ ลอยโยกตามคลื่นกาล…คลื่นแห่งวิถี  คลื่นแห่งชะตากรรม ณ  สถานที่ซึ่งบุคคลต่างถิ่นต้องการแรมรอนเดินทางมาเยือน สถานที่ซึ่งผู้คนต้องการหลีกเร้นหนีความปวดร้าว.. สถานที่ซึ่งสามารถปลดระวางความเขื่องขุ่นในหัวใจ  ของคนทั่วไป เสียงเรือของนายทุนยังสั่นระทึกหัวใจแก่หญิงหม้ายชาวมอแกนเสมอ  เหมือนกับว่า  เสียงแรกที่เรือลำนี้มารับ ผัวอันเป็นหัวแรงครอบครัว  คราวนั้น หญิงสาวมอแกน  มีลูกวัยซนสองคน….และลูกสาววัยหนึ่งเดือนของผัวคนที่สองยืนส่งสามีคนใหม่ที่ท่าน้ำ และสายตาของ อีบูม และ อีบ๊าบ                                                                                   [...]

พลับพลึงธาร: รู้ในห้วงแห่งน้ำใส และเข้าใจ

พลับพลึงธาร: รู้ในห้วงแห่งน้ำใส และเข้าใจ

พลับพลึงธาร: รู้ในห้วงแห่งน้ำใส และเข้าใจ   สายน้ำจากเทือกเขาสูง  ไหลสู่เบื้องล่าง  น้ำ  ผู้คน คลองนาคา  ชุ่มฉ่ำท่ามกลางสายน้ำไหลใสเย็นฉ่ำชื่น…. ชีวิต…น้ำ….ป่า….ล้วนเกี่ยวดองกันตั้งแต่เริ่มกำเนิดจุลินทรีย์ สายน้ำพอเพียง  ผู้เฒ่าผู้แก่ก็ย่อมรู้ดีเรื่องราวของน้ำ ในห้วงแห่งเวลาการ…รีดไถ..ดูดเลือด..เอาเปรียบทรัพยากรเวลานี้ พลับพลึงธาร  เขาย่อมรู้ดีว่า  ใกล้ ๆ บ้านของเขา  มีขนำเล็ก ๆ ซึ่งผู้เฒ่าผู้แก่พำนักอยู่ ที่ต้องการใช้น้ำชำระคราบเหงื่อ  คราบแห่งความชราภาพ  คราบแห่งความเหนื่อยอ่อนจาก ชาวสวนวิถี พลับพลึงธาร  รู้ดีว่า  น้ำใส  สามารถช่วยให้ผู้เฒ่าผู้แก่ดับกระหายในวันที่แดดร้อน  กลางสวนได้ กระนั้น  พลับพลึงธาร  ก็  รู้ดีว่า  น้ำคลำ  น้ำเน่า  เป็นอย่างไร จากการตาย และเหี่ยวเฉา  ของเขาเอง  พลับพลึง………   บทกวี  โดยจักรกฤษณ์  ชัยสุภา ภาพ-คลองนาคา จ.ระนอง โดย  สมศักดิ์  สุนทรนวภัทร์


เว็บไทยเอ็นจีโอ สนับสนุนการใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์และเผยแพร่แนวคิดวัฒนธรรมเสรี เนื้อหาในเ็ว็บไซต์ไทยเอ็นจีโอดอทโออาจี ท่านสามารถเอาไปใช้งานได้เลยโดยไม่ต้องขออณุญาติ เพียงท่านระบุที่มาและห้ามทำการค้า

ไทยเอ็นจีโอ ดำเนินการโดย มูลนิธิกองทุนไทย 2044/23 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เขตห้วยขวาง กทม. 10310 โทรศัพท์ 02-3144112-3, 02-3183959 โทรสาร 02-7181850 Email : webmaster@thaingo.org
เว็บในเครือ


เว็บขับเคลื่อนด้วย Wordpress 3.0.5 ปรับแต่งโดย : สุรินทร์ 108
Seo เข้าสู่ระบบ - Free Premium Wordpress Themes