วรภัทร วีรพัฒนคุปต์ บนเส้นทางสายธารที่พานพบ คือทำนบเหี้ยมโหดบนโขดหิน คือตำนานแห่งประชาน้ำตาริน จึงอยากเดินบนดินจนสิ้นใจ” เป็นบทกวีที่กินใจจนทำให้คนสมองปลาทองอย่างผมจำได้จนขึ้นใจ เป็นบทกลอนสั้นๆที่สะท้อนได้ถึงจิตวิญญาณ ตัวตนของคนจริงที่ชื่อ “สุวิทย์ วัดหนู” ได้เป็นอย่างดี ผมต้องออกตัวก่อนเลยว่า ที่จริงผมกับพี่สุวิทย์ไม่เคยรู้จักกัน ไม่เคยเจอหน้ากัน ไม่เคยมีความเกี่ยวข้องใดๆกันมาก่อนเลย ผมได้เข้ามาในแวดวงขบวนการภาคประชาชนก็หลังจากที่พี่สุวิทย์ได้จากไปแล้ว อันที่จริง ถ้าไม่ใช่เพราะได้เห็นข่าวการตายของพี่สุวิทย์ ผมก็ไม่รู้จักด้วยซ้ำว่าเขาคือใคร หรือในทางกลับกัน ถ้าผมรู้จักพี่สุวิทย์เร็วกว่านั้น แกก็คงได้รับการเหยียดหยามจากผมอย่างเดียวกับที่ผมเคยทำไว้กับบุคคลอีกหลาย คนที่วันนี้ผมให้ความเคารพนับถือเป็นพี่น้องครูบาอาจารย์ ด้วยเหตุผลควายๆว่า ในอดีต ที่ผมรู้สึกว่า “NGO” แปลว่า “โง่” คำสบถที่ผมมักใช้แสดงถึงความรู้สึกรังเกียจที่มีต่อเอ็นจีโอคือ “ไอ้เอ็นจีโอห่าพวกนี้ นอกจากรับจ้างประท้วงแล้วมันเคยทำประโยชน์อะไรให้ประเทศบ้างวะ” จนกระทั่งการรัฐประหาร19กันยายน2549 ซึ่งได้เปลี่ยนชีวิตของผม จากการที่ยอมรับแต่การทำกิจกรรมแนวผู้นำเยาวชนในระบบของสภานักศึกษาใน มหาวิทยาลัย สภาเยาวชน หรือกิจกรรมแนวจิตอาสาอย่างการสอนหนังสือเด็ก ทำกิจกรรมกับเด็กพิการ ผู้สูงอายุ อะไรทำนองนี้ มาสู่การเดินเข้าหาในสิ่งที่ผมเคยรังเกียจสุดลิ่มทิ่มประตู อย่างขบวนการประชาธิปไตยภาคประชาชน (ที่ภาพแรกที่มักผุดในหัวก่อนเลย คือการชุมนุมประท้วง [...]
วรภัทร วีรพัฒนคุปต์ “ …เลิกฝันเสียทีว่าสักวันหนึ่งจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม สังคมยอมรับองค์กรนี้ว่าเป็นสื่อสาธารณะไปแล้ว จากเวทีที่จัดกับภาคประชาชน ประชาชนส่วนหนึ่งได้รู้สึกไปแล้วว่าไทยพีบีเอสเป็นสื่อของเขา…” เทพชัย หย่อง (8 ก.ย. 2554 ที่รัฐสภา) นี่คือคำกล่าวอย่างหนักแน่นของ “เทพชัย หย่อง” หรือที่ใครหลายคนที่เคยทำกิจกรรมร่วมกับ ThaiPBS เรียกแกว่า “น้าสิ่ว”(ชื่อเล่นคุณเทพชัย) ในระหว่างการเข้าชี้แจงผลการดำเนินงานของ “องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย” (ส.ส.ท. หรือ TPBS) ต่อสภาผู้แทนราษฎร ตอนแรกผมก็ทราบเพียงว่ามีการแถลงผลการดำเนินงานต่อสภาผู้แทนราษฎร แต่ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะผมทำงานสนามอยู่ต่างจังหวัด จนกระทั่งมีเพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่ง Broadcast ข้อความใน BB มา ใจความว่า “มีความพยายามของพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่จะแทรกแซงการทำงานของ ThaiPBS” ผมจึงได้ตามข่าวในภายหลังจากการสอบถามเพื่อนที่ทำงานอยู่ TPBS และได้เปิดคลิปในYou tube ดูการอภิปรายของ “นายจิรายุ ห่วงทรัพย์” และ “นายสุนัย จุลพงศธร” สำหรับนายสุนัยหน้าดำหัวขาว ผมคงไม่พูดถึงมาก เพราะผมไม่หวังจะได้ฟังอะไรที่เป็นสาระดีๆจากปากของนายคนนี้อยู่แล้ว (ทั้งๆที่ผมก็เคยชอบผลงาน “นิราศบาหลี”ของแก) แต่ที่น่าผิดหวังที่สุด ก็คงเป็นนายจิรายุ [...]
วรภัทร วีรพัฒนคุปต์ ก่อนที่จะเขียนบทความนี้ในวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๔ เมื่อ ๓ วันก่อน(๒๘ ก.ค.) เมื่อผมหยิบ BB ขึ้นมาดูความเป็นไปบนโลก Face book ผมเห็นอัพเดทล่าสุดบนเฟซบุ๊คของ “กิตตินันท์ นาคทอง”เพื่อนผมซึ่งร่วมงานภาคสังคมด้วยกันในการทำนิตยสาร Democrazy และในคณะทำงานของวุฒิสภา(เมื่อครั้งที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน เป็น ส.ว.สรรหา) ปัจจุบันพี่อ๊อฟเป็นนักข่าวหนังสือพิมพ์ASTV-ผู้จัดการ พี่อ๊อฟอัพเดทข่าวที่ทำให้ผมรู้สึกอดใจหายไม่ได้ นั่นคือ ข่าวการถูกลอบสังหารด้วยอาวุธปืนในเวลากลางวันแสกๆ ของ “นายทองนาค เสวกจินดา” ชีวิตจริงๆของคุณทองนาค เป็นประชาชนธรรมดาคนหนึ่ง มีอาชีพเปิดร้านขายของและขายก๋วยเตี๋ยวหน้าบ้านตัวเอง แต่ต้องมาผกผันตัวเองมาเป็นแกนนำคนสำคัญของชาวบ้านหมู่ ๔ ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ที่ได้รับผลกระทบจากการประกอบกิจการโรงถ่านหินของบริษัทเทคนิทีม(ไทยแลนด์)จำกัด ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านในพื้นที่อันเนื่องมาจากการใช้โกดังพักสินค้าการเกษตรเป็นที่เก็บและขนถ่ายถ่านหิน ซึ่งส่งผลให้เกิดปัญหาฝุ่นละอองถ่านหิน(คนที่เป็นโรคหอบหืดอย่างผมเข้าใจว่าฝุ่นละอองทุกชนิดมันเลวร้ายขนาดไหน)และรวมถึงปัญหามลภาวะทางเสียงของรถบรรทุกที่ลักลอบขนถ่านหินในยามวิกาล ซึ่งปัญหาเหล่านี้ คุณทองนาคเป็นแกนนำในการต่อสู้เพื่อสิทธิของชาวบ้านในพื้นที่มากว่า ๒ ปีแล้ว เพราะแม้ทั้งศาลและทางผู้ว่าราชการจังหวัดจะมีคำสั่งให้บริษัทดังกล่าวหยุดการประกอบกิจการที่ก่อมลภาวะส่งผลกระทบต่อประชาชนแล้ว แต่การลักลอบผลิตและขนถ่ายถ่านหินยังคงเกิดขึ้นโดยขาดมาตรการความรับผิดชอบต่อสุขภาวะชุมชนมาตลอด ที่ผมสะเทือนใจเพราะเมื่อไม่กี่วันก่อนผมเพิ่งอ่านข่าวการชุมนุมปิดถนนพระราม ๒ ของกลุ่มต่อต้านโรงถ่านหินในพื้นที่นี้ที่ประสบความสำเร็จจนทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดฯต้องสั่งหยุดการขนถ่ายถ่านหิน ( แม้สั่งแล้วก็ยังมีการลักลอบฝืนคำสั่งก็ตาม ) และเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนผมจะเกิดนอนไม่หลับแล้วลุกขึ้นมาเขียนบทความนี้ ผมทราบรายงานข่าวล่าสุดว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้มอบหมายให้ “พลตำรวจเอกภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา” รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ [...]