เขื่อนท่าแซะภัยที่ยังคุกคามชาวบ้าน

เขื่อนท่าแซะ เป็นเขื่อนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ที่บ้านร้านตัดผม ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร พื้นที่น้ำท่วม
ประมาณ 9,800 ไร่ ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 3.3  พันล้านบาท มีผู้ได้รับผลกระทบประมาณ 400 ครอบครัว
มีการศึกษารายงานผลกระทบพร้อมกับเขื่อนรับร่อ เมื่อปี2536 – 2538
 
เขื่อนท่าแซะ ผ่านการพิจารณารายงานการศึกษาผลกระทบ ด้านสิ่งแวดล้อม จากคณะกรรมการผู้ชำนาญการ เมื่อปี 2544
ช่วงที่มีการเปลี่ยนประธานผู้ชำนาญการ จากดร.ธงชัย พรรณสวัสดิ์ เป็นดร.ปริญญา นุตาลัย ยังไม่ทันได้ประชุมคณะกรรมการผู้ชำนาญการ ก็มีการดึงโครงการเขื่อนท่าแซะ จากผู้ชำนาญการ ขึ้นไปพิจารณา ที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ทำให้หลายประเด็นยังไม่ได้ข้อยุติ เช่น
 
1. เรื่องพื้นที่อพยพ (กรรมการผู้ชำนาญการไม่เคยลงสำรวจพื้นที่) ได้มีการศึกษาเพิ่มเติมรายงานใหม่ ของบริษัทที่ปรึกษา
แต่ไม่มีพื้นที่อพยพ
 
2. ข้อเสนอชาวบ้านให้หาที่ชดเชยให้ครอบครัวละ ๒๕ ไร่ แต่กรมชลประทานตอบกับผู้ชำนาญการว่า ไม่สามารถหาได้
เนื่องจากเรียกร้องมากเกินไป และหาที่ได้ยากมาก
 
3. พื้นที่น้ำท่วมเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ากรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ จำนวน  2,400 ไร่ แต่ในรายงาน
เขียนไว้เพียง 100 กว่าไร่ และในรายงานพยายามหลีกเลี่ยงไม่กล่าวถึงกรณีน้ำท่วมเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
 
4. ไม่เคยรับฟังความเห็นชาวบ้าน เนื่องจากไม่เปิดโอกาสให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วม
 
เมื่อเดือนพฤษภาคม 2546 กรมชลประทานต้องการนำโครงการเขื่อนท่าแซะ เข้าสู่คณะรัฐมนตรี เพื่อให้การดำเนิน
การโครงการเป็นไปตามแผนงบประมาณที่เสนอไว้ แต่ชาวบ้านประมาณ 60 คน เดินทางมาพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ขอให้ยับยั้งเรื่องไว้ก่อน พร้อมกับยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ชะลอโครงการไว้ก่อน เนื่องจากการผ่ารายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมไม่เป็นไปตามขั้นตอน เป็นผลให้โครงการเขื่อนท่าแซะ ถูกเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ในวาระเพื่อทราบ ไม่ได้ขออนุมัติดำเนินการ เนื่องจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะรัฐมนตรีเห็นว่า โครงการนี้น่า จะมีปัญหา จึงได้ทำข้อสังเกตให้กรมชลประทานนำกลับไปทำความเข้าใจกับชาวบ้าน
 
เดือนมิถุนายน 2546 กรมชลประทาน ตั้งคณะกรรมการทำความเข้าใจกับชาวบ้าน โดยมีเฉพาะส่วนราชการฝ่ายปกครอง และกำนันกับผู้ใหญ่บ้าน โดยไม่มีชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบร่วมเป็นคณะกรรมการ ในเอกสารแต่งตั้งคณะกรรมการฯ ระบุว่า เป็นโครงการพระราชดำริ แต่ชาวบ้านได้ยกขบวนไปสอบถามทางจังหวัดชุมพร ได้รับคำตอบว่าไม่ใช่โครงการพระราชดำริ

 
เดือนเดียวกันนี้ ได้มีการนำโครงการเขื่อนท่าแซะ เข้าสู่คณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี
คณะกรรมการฯ ได้ให้ความเห็นชอบงบประมาณ ปี 2546 จำนวน 50 ล้านบาท และมีงบประมาณผูกพันไปจนถึงปี
2551 จำนวน 3,200 บาท ทั้งนี้กรมชลประทานต้องดำเนินการตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ทำความเห็นแย้งไป 4 ข้อให้แล้วเสร็จก่อน

ในส่วนของชาวบ้านที่จะได้รับผลกระทบจากโครงการเขื่อนท่าแซะ ในช่วงแรกไม่กล้าออกมาคัดค้าน เนื่องจากมีการแอบอ้างว่า เป็นโครงการพระราชดำริ อีกทั้งมีการข่มขู่ว่า ถ้าออกมาคัดค้านกลุ่มคนไทยพลัดถิ่นในพื้นที่ จะไม่ได้รับค่าชดเชย และจะไม่ได้รับสัญชาติไทย

ต่อมา ชาวบ้านได้รวมตัวเป็นเครือข่ายประชาชนต้นน้ำท่าแซะ ส่งหนังสือร้องเรียนไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ขอให้ตรวจสอบการดำเนินโครงการเขื่อนท่าแซะ ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2546 ระบุว่าการดำเนินโครงการดังกล่าว
มีการละเมิดสิทธิของชาวบ้าน

จากนั้น วันที่ 1 มีนาคม 2547 ชาวบ้านประมาณ 80 คน ได้ชุมนุมกันที่ศาลาอเนกประสงค์ หมู่ที่ 4 ตำบลสองพี่น้อง
อำเภอท่าแซะ เพื่อคัดค้านโครงการ ในประเด็นต่างๆ ดังนี้

1.ความไม่ปลอดภัยของเขื่อนท่าแซะ เนื่องจากบริเวณสร้างเขื่อนอยู่ห่างจากรอยเลื่อนแผ่นดินไหวแค่ 2 กิโลเมตร
อาจจะทำให้เขื่อนพังได้

2.หลังมีเขื่อนท่าแซะ ประชาชนที่อยู่ใต้เขื่อนจะประสบปัญหาน้ำท่วมรุนแรงขึ้น เพราะคลองท่าแซะน้ำมาก เขื่อนไม่สามารถรองรับได้หมด

3.มีการปกปิดบิดเบือนข้อเท็จจริง อ้างว่าสร้างเขื่อนเพื่อการชลประทาน แต่ความจริงต้องการนำน้ำไปให้อุตสาหกรรมเหล็ก
ที่อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และอำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร

4.เขื่อนท่าแซะทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง ท่วมป่าอนุรักษ์ต้นน้ำของคลองท่าแซะ อนาคตในฤดูฝนน้ำจะท่วมใหญ่
แต่ฤดูแล้งน้ำจะน้อยเพราะไม่มีป่า

5.นิคมอุตสาหกรรมเหล็กแห่งใหม่ จะต้องใช้ที่ดินของชาวชุมพรถึง 25,000 ไร่ อีกทั้งยังทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบจากมลพิษที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

6.เขื่อนท่าแซะทำลายเศรษฐกิจประชาชนชาวท่าแซะ ถึงปีละ ๓๐๐ ล้านบาทจนถึงขณะนี้ กรมชลประทานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ยังคงพยายามผลักดันโครงการนี้ต่อไป

http://www.oknation.net/blog/STCC/2009/08/08/entry-1


เว็บไทยเอ็นจีโอ สนับสนุนการใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์และเผยแพร่แนวคิดวัฒนธรรมเสรี เนื้อหาในเ็ว็บไซต์ไทยเอ็นจีโอดอทโออาจี ท่านสามารถเอาไปใช้งานได้เลยโดยไม่ต้องขออณุญาติ เพียงท่านระบุที่มาและห้ามทำการค้า

ไทยเอ็นจีโอ ดำเนินการโดย มูลนิธิกองทุนไทย 2044/23 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เขตห้วยขวาง กทม. 10310 โทรศัพท์ 02-3144112-3, 02-3183959 โทรสาร 02-7181850 Email : webmaster@thaingo.org
เว็บในเครือ


เว็บขับเคลื่อนด้วย Wordpress 3.0.5 ปรับแต่งโดย : สุรินทร์ 108
Seo เข้าสู่ระบบ - Free Premium Wordpress Themes