โรงไฟฟ้าชีวมวล อีกหนึ่งผู้ก่อสงครามเหยียบย่ำ “สิทธิชุมชน”

บ้านคำสร้างไชย ต.ท่าช้าง อ.สว่างวีรวงศ์ จ.อุบลราชธานี ครั้งหนึ่งเคยเป็นหมู่บ้านเงียบสงบเพราะอยู่ลึกห่างออกไปจากถนนดำหลายกิโล  ชาวบ้านที่นี่ส่วนใหญ่มีอาชีพทำนาทำไร่และรับจ้าง แต่เมื่อ  3 ก่อน จู่ๆ ก็เกิดโครงการพัฒนาพื้นที่เพื่อเตรียมก่อสร้างโรงไฟฟ้าขึ้นมา หมู่บ้านที่เคยสงบก็กลายมาเป็นหมู่บ้านตื่นตัว เคลื่อนไหว

ชาวบ้านที่นี่ส่วนใหญ่อพยพมาตั้งรกรากถากถางทำกิน หนีความอดอยากเข้ามา เมื่อประมาณ 40-50 ปีก่อน  ต่อมาไม่นาน เมื่อป่าก็กลายเป็นไร่มันสำปะหลัง ที่ที่เคยรกร้างเป็นป่าก็กลายมาเป็นหมู่บ้าน เป็นไร่เป็นสวน และไม่นานจากนั้นนายทุนก็เข้ากว้านซื้อ และก็ถูกประกาศเป็นพื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังชีวมวล โดยการอนุมัติขั้นตอนสำคัญๆ ผ่านไปโดยที่ชาวบ้านไม่มีใครรู้เห็น ทำให้ชาวบ้านที่เคยอยู่กันอย่างสงบสุข จำต้องลุกขึ้นสู้เรียกร้องสิทธิของตนตั้งแต่นั้นมา

3 ปี ที่ชาวบ้านที่นี่ดิ้นรนเพรียกหาความยุติธรรม และการรับฟังคำทักท้วงยืนยันในสิทธิของชุมชน จากตำบล สู่อำเภอ จังหวัดและกรุงเทพฯ ศูนย์กลางการเมืองการปกครอง แต่ก็มิอาจจะยับยั้งอะไรได้ ความหวังทุกเส้นทางเสมือนริบหรี่ลงทุกขณะ  สดใส สร้างโศก หนึ่งในแกนนำเคลื่อนไหวต่อสู้ เผยบทเรียนและวิเคราะห์ สถานการณ์ล่าสุดว่า ยังไงๆ บริษัทบัวสมหมายก็คงไม่ยอมหยุด เพราะท่าทีรัฐนั้นล้วนแต่เอื้ออำนวยให้

“สถานการณ์การต่อสู้คัดค้านโรงไฟฟ้าของบริษัทบัวสมหมายยังคงดื้อรั้นอยู่ เพราะบริษัทยังลงพื้นที่มาจัดประชุมที่ อำเภอสว่างวีระวงศ์ และ อบต.ท่าช้าง โดยที่ไม่แจ้งให้ชาวบ้านรู้ มีคนเข้าร่วมเป็นผู้ใหญ่บ้าน คือบ้านคำสร้างไชย และญาติพี่น้องของผู้ใหญ่บ้าน ประมาณ ๑๐ กว่าคน  ผู้ใหญ่บ้านบ้านอื่นไม่มีใครรู้เรื่อง  จนกระทั่งประชุมเสร็จ ซึ่งนี่อาจจะเป็นชนวนนำไปสู่ความขัดแย้งในไม่ช้านี้อีกแน่ๆ

                ส่วนสถานการณ์ของชาวบ้าน ตอนนี้ ชาวบ้านยังวิตกังวลอยู่เพราะไม่อยากให้มีการสร้าง เพราะแค่บริษัทขุดบ่อน้ำขนาดประมาณ ๑๕ ไร่ ชาวบ้านก็ได้รับผลกระทบแล้ว น้ำในหนองน้ำ บ่อน้ำ ห้วย  ก็แห้งเร็วกว่าปกติ  ในส่วนชาวบ้านยังมีกลุ่มแกนนำตามเรื่องนี้ตลอด  ล่าสุดเราไปตามเรื่องที่ กกพ.(กำกับกิจการพลังงาน) ได้รับคำตอบว่า ไม่เพิกถอนใบอนุญาตบัวสมหมายเพราะทำถูกต้องตามกฎหมาย  ทั้งๆ ที่เราส่งเรืองราวให้ กกพ.ทราบว่า เอกสารของบริษัทบัวสมหมาย ได้มาด้วยความไม่โปร่งใส ชาวบ้านไม่มีส่วนร่วม และเราเสนอกระบวนการการมีส่วนร่วมต่อจังหวัดจนกระทั่งทางจังหวัด ตั้งกรรมการ ให้มีการศึกษาผลกระทบ ซึ่งในรายงานการศึกษาผลกระทบออกมา ก็พบว่า ไม่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และยังผลกระทบอื่นๆ  ด้วย   ทาง กกพ. ก็ยังไม่รับฟังเสียงทักท้วงของชาวบ้าน  ชาวบ้านจึงต้องออกมายื่นฟ้องเพื่อขอความเป็นธรรมจากศาลปกครอง ตอนนี้ ชาวบ้านฟ้องไปแล้ว 6 หน่วยงาน คือ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กรมโรงงานอุตสาหกรรม   ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี   อุตสาหกรรมจังหวัดอุบลราชธานี    องค์การบริหารส่วนตำบลท่าช้าง    และ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๑๗ บ้านคำสร้างไชย ตำบลท่าช้างค่ะ”  สดใส กล่าว ก่อนจะแจกแจงรายละเอียดกิจกรรมเคลื่อนไหวของชุมชน ว่า ชาวบ้านยังต้องสู้เพื่อไม่ให้มีการก่อสร้างแน่นอน

“ตอนนี้ ชาวบ้านยังยืนยันไม่อยากให้มีการสร้างโรงไฟฟ้ากลางชุมชน  และต้องแจ้งให้ทราบกันเลยว่า เราไม่ได้คัดค้านพลังงานหมุนเวียน แต่เราเสนอให้ไปสร้างในที่ที่เหมาะสม และให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเลือกพื้นที่สร้างด้วย  ตอนนี้ กระแสคัดค้านยังเหมือนเดิม แต่ความคึกคักในการคัดค้านไม่เท่าเดิม ลดลงบ้างเพราะบางคนเหนื่อยและยังต้องมีภาระในการทำมาหากิน เพราะส่วนใหญ่ชาวบ้านที่นี่มีอาชีพรับจ้างรายวัน  ขาดงาน ๑ วันหมายถึงรายได้หายไป อาหารหายไปด้วย
                ส่วนท่าทีของโรงไฟฟ้า ก็คงพยายามต่อไป เพราะบริษัทเอง ก็อยากได้มติของชุมชนใหม่เห็นได้จากพยายามมาจัดประชุมแต่ไม่สำเร็จ  ส่วนหน่วยงานรัฐ ต้องบอกว่าเป็นตัวแทนให้บริษัทไปหมดแล้ว เพราะกลัวบริษัทจะฟ้อง กลัวนายทุนขาดทุน ไม่แก้ปัญหาอะไรให้ชาวบ้านเลย  อ้างแต่กฎหมายซึ่งมันไม่คุ้มครองสิทธิชุมชนและชีวิตของชาวบ้านเลย ยิ่งการเมืองระดับชาติขัดแย้งกัน ก็ยิ่งมีผลให้ชาวบ้านถูกทิ้ง เพราะรัฐไม่ได้สนใจปัญหาของชาวบ้านที่นี่เลย  รัฐบาลชุดนี้สนใจแค่เรื่องการเมืองของพรรคพวก แถมทำงานไม่เป็น เราจึงไม่หวังพึ่งรัฐบาลชุดนี้”  สดใส กล่าวก่อนจะสรุปแต่เพียงสั้นๆ เกี่ยวกับท่าทีของชาวบ้านที่คัดค้านในอนาคต

“เราต่อสู้มา ๔ ปี ยืนยันว่าโรงไฟฟ้าชีวมวล(แกลบ)มีผลกระทบเกิดขึ้นจริง เรื่องฝุ่น เรื่องแย่งน้ำ และความขัดแย้งในชุมชน การจราจรคับคั่งและเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ แถมมีปัญหาตั้งแต่กระบวนการตัดสินใจ ที่ไม่ให้ชาวบ้านมีส่วนร่วม และ หน่วยงานรัฐไม่ให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้านไม่ได้คำนึงผลประโยชน์ของชาวบ้านเลย ซึ่งสิ่งที่ชาวบ้านหวังพึ่งอันสุดท้าย คือ ศาลปกครองเพื่อ เป้าหมายก็แค่ ไม่ให้มีการสร้างโรงไฟฟ้ากลางชุมชน ของเรา และยืนยันว่าโรงไฟฟ้าชีวมวลต้องสร้างห่างจากชุมชนไม่ต่ำกว่า ๑๐ กิโล และตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีวัตถุดิบเพียงพอจะได้ไม่มีปัญหาเรื่องขนส่งซึ่งจะส่งผลกระทบต่อชาวบ้านคะ”  สดใสกล่าว

  • Sombat Thavorn

    เรื่องเศร้าของชุมชนกับสิทธิที่จะใช้ที่ดินอย่างไรก็ได้ของเจ้าของที่ดินทั้งๆ ที่เป็นการใช้ที่ดินที่จะก่อให้เกิดความแตกแยกภายในชุมชนและสร้างความเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนด้านอื่น ๆ โดยรวมอย่างมหาศาล

  • KidKid

    ถ้าวันนี้เราไม่ทำ..แล้วท่านจะทำอย่างไรถ้าไม่มีไฟฟ้าใช้เพียงพอในอนาคต และในอนาคตท่านกับลูกหลานของท่าน.จะต้องเสียค่าไฟฟ้าแพงริบริ้วท่านชอบใจไหม..เพราะต้องซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ..หรือเราจะกลับไปใช้ตะเกียงกันดี …ท่านๆๆช่วยเราคิดและหาคำตอบหน่อย..ปัจจุบันมีการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าจนมีมลภิษต่ำกว่ารถยนต์ที่ติดอยู่ตามท้องถนนเสียอีก..ท่านๆๆๆต้องศึกษาหาข้อมูลบ้าง..อย่าฟังความข้างเดียว..อย่าตัดรอนอนาคตลูกหลานด้วยความคิดของท่าน

    • http://thaingo.org webmaster

      ศึกษาครับ และเชื้อในแนวทางนี้ ด้วย เรื่อง โรงไฟฟ้าชีวมวล พลังงานทางเลือก อาจจะต้องควบคู่ไปกับพลังงานกระแสหลักถ่านหิน เขื่อน นิวเคลียร์ ที่จะมี ในภาคหน้า แต่… ถ้าคิดเรื่องชีวมวลก็ชีวมวลจริงๆ ไม่แอบแฝง เมื่อถามว่า ถ้าแกลบหมดจะเอาแกลบหรือชานอ้อย ที่ไหนมาทำเชื้อเพลิง ก็ตอบไม่ได้ และ ต้องผ่านกระบวนการ รับฟัง เสียงของชุมชน เสียงคนที่เขาต้องเสี่ยงกับผลกระทบ ด้วย ถ้าเกิด… ขึ้น

      คุณรักปอดคุณ รักสุขภาพคุณไหม๊ ? ถ้ารัก ก็จงอดทน ทำความเข้าใจกัน อย่าเอาเงินเอาอำนาจมาตีหัวคนจนๆ

      ผมก็รักลูกหลานผม แต่วิธีการเราต่างกันแค่นั้นเอง

  • Suchart

    เช่นเดียวกัน ถ้าท่านยกประเด็นเป้าปลายทาง ดูเหมือนว่าคนที่เห็นแย้ง จะกลายเป็นกลุ่มคนที่เห็นแก่ตัว ไม่ยอมรับการพัฒนา ถามว่าแล้วตัวท่านยืนอยู่ในสถานภาพใดของสังคม เป็นผู้รับ หรือผู้จำต้องยอมรับ การศึกษาข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับประเด็นปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้น ถามว่าแม้ในนิคมอุตสาหกรรมที่เป็นพื้นที่เฉพาะ ระบบของเทคโนโลยีที่ทันสมัยตามที่ท่านกล่าวถึงก็ยังไม่สามารถควบคุมมิให้กระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนผู้จำต้องยอมรับได้ ปัญหาอยู่ที่เทคโนโลยี ระบบ หรือ คน ผู้มีหน้าที่ใช้และควบคุมระบบกันแน่ หากท่านสามารถวิเคราะห์ และทราบได้ถึงการพัฒนาทางเทคโนโลยี และความต้องการใช้ที่ไม่เคยพอ และสิ้นสุดของมนุษย์แล้ว ท่านน่าจะสามารถวิเคราะห์ได้อีกว่า ก่อนจะได้มาถึงผลลัพธ์ปลายทางที่เป็นประโยชน์ตามหลักการ ผลที่เกิดขึ้นที่เขาร้องกล่าวกัน มันอยู่ในขั้นตอนไหนของกระบวนการทั้งหมด แล้วมันเกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วค่อยสรุป แล้วค่อยนำเสนออย่างรับผิดชอบต่อการแสดงความคิดเห็นของตนเอง มากกว่าการให้บทสรุปในบรรทัดสุดท้ายของท่านอย่างเจ็บร้าวต่อสถานภาพของผู้เห็นแย้งว่าเป็น “ผู้โง่งม”


เว็บไทยเอ็นจีโอ สนับสนุนการใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์และเผยแพร่แนวคิดวัฒนธรรมเสรี เนื้อหาในเ็ว็บไซต์ไทยเอ็นจีโอดอทโออาจี ท่านสามารถเอาไปใช้งานได้เลยโดยไม่ต้องขออณุญาติ เพียงท่านระบุที่มาและห้ามทำการค้า

ไทยเอ็นจีโอ ดำเนินการโดย มูลนิธิกองทุนไทย 2044/23 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เขตห้วยขวาง กทม. 10310 โทรศัพท์ 02-3144112-3, 02-3183959 โทรสาร 02-7181850 Email : webmaster@thaingo.org
เว็บในเครือ


เว็บขับเคลื่อนด้วย Wordpress 3.0.5 ปรับแต่งโดย : สุรินทร์ 108
Seo เข้าสู่ระบบ - Free Premium Wordpress Themes