กสทช. ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา เชิญตัวแทน ธปท. สคบ. ไอซีที หารือปัญหาตู้เติมเงินออนไลน์ หลังผู้บริโภคประสบปัญหาตู้อมเงินค่ามือถือ แต่หาผู้รับผิดชอบไม่ได้ แถมยังถูกฟ้องเรียกค่าเสียหาย ระบุการใช้บริการประเภทนี้ผู้บริโภคควรได้รับการเยียวยาทันที จากกรณีปัญหาตู้เติมเงินมือถือออนไลน์กินเงินผู้ใช้บริการจำนวน 100 บาทจนเป็นเหตุให้เกิดการทะเลาะวิวาทระหว่างผู้เติมเงินออนไลน์ซึ่งเป็นเพียงพนักงานรักษาความปลอดภัยกับเจ้าของตู้เติมเงิน และสุดท้ายคือผู้เติมเงินถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายจำนวน 80,000 บาทนั้น นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมหารือร่วมกันระหว่างตัวแทนจากธนาคารแห่งประเทศไทย ตัวแทนจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสำนักงาน กสทช. ทั้งนี้โดยได้เชิญตัวแทน บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด หรือผู้ทำธุรกิจ “ตู้บุญเติม” ตู้เติมเงินออนไลน์รายใหญ่ของประเทศ มาร่วมให้ข้อมูลด้วย เนื่องจากเห็นว่า บริการตู้เติมเงินเพื่อใช้บริการโทรคมนาคมตามที่เป็นข่าวนั้นยังไม่มีหน่วยงานใดกำกับดูแลเป็นการเฉพาะ เป็นเหตุให้ผู้บริโภคไม่ได้รับการคุ้มครองและไม่สามารถใช้สิทธิร้องเรียนได้เมื่อประสบปัญหา ดังนั้นจึงต้องมีการหารือว่า กรณีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับขอบเขตอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานใดบ้าง และควรจะมีแนวทางการกำกับดูแลอย่างไร “ปัจจุบันรูปแบบการเติมเงินผ่านตู้เติมเงินขยายตัวมากขึ้น เนื่องจากบริษัทมือถือต้องการลดต้นทุนในการเติมเงินผ่านบัตรเติมเงิน ที่ต้องมีรหัสและมีโอกาสถูกแฮกข้อมูลหรือถูกโกงได้ [...]
วันนี้พวกเราจำนวนหนึ่งโดยการประสานงานของคุณมณฑียร ธรรมวัติ (สภาพัฒนาการเมืองคณะกรรมการส่งเสริมการเมืองภาคพลเมืองภาคใต้) คุณธนวดี ท่าจีน คุณบัณฑิต จากมูลนิธิเพื่อนหญิง และ สภาสตรีแห่งชาติฯ (คุณหญิงณัฐิกา) กรรมาธิการการพัฒนาสังคมฯ วุฒิสภา ประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาและติดตามร่าง พรบ. กองทุนส่งเสริมการพัฒนาบทบาทและคุณภาพชีวิตสตรีฯ (หม่อมหลวงปรียพรรณ) นายกสมาคมบัณฑิตสตรีฯ (คุณประกายรัตน์) กลุ่มบูรณาการแรงงานสตรี (คุณธนพร วิจันทร์ ) เครือข่ายแรงงานนอก (คุณสุรีย์) เครือข่ายสตรีภาคกลาง (คุณลัดดา) กทม. เครือข่ายผู้หญิงภาคประชาสังคมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ (คุณวัลลภา นีละไพจิตร) เครือข่ายผู้หญิงจัดการภัยพิบัติ (คุณกาเหว่า) ได้มีโอกาสเข้าพบกับรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี (ดร. นลินี ทวีสิน) และคณะกรรมการบางท่าน อาทิ คุณอุตตมา อมรวิวัฒน์ เลขานุการ รมว. พม. คุณศุภรัตน์ นาคบุญนำ คุณสุนัย เศรษฐบุญสร้าง คุณเรณู ตังคจิวางกูร รองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายบริหาร คุณวันเพ็ญ สุวรรณวิศิษฐ์ ผอ. สำนักส่งสริมความเสมอภาคหญิงชาย พม. คุณนที ผอ. สนง. กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ คุณพัชรี (สค.พม.) และ [...]
สถานการณ์ระหว่างทหารพม่าและ SSA – ใต้ (the Shan State Army–South) ยังคงตึงเครียด หลังเกิดเหตุการณ์ปะทะกันในหลายเมือง ในรัฐฉานที่ผ่านมา โดยพบว่า แม้ทั้งสองฝ่ายจะมีการลงนามหยุดยิงไปตั้งแต่เมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา แต่ก็ยังพบว่า ทั้งสองฝ่ายได้ปะทะกันไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง ขณะที่เหตุการณ์ปะทะกันล่าสุดเกิดขึ้นที่บ้านหนองก่างและเมืองไฮ ซึ่งอยู่ห่างจากจังหวัดท่าขี้เหล็กไปประมาณ 25 กิโลเมตร โดยมีการปะทะกันตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สาเหตุมาจากที่ทหารพม่าต้องการขับไล่ทหาร SSA – ใต้ออกไปจากในพื้นที่ โดยให้ทหาร SSA – ใต้ไปอยู่ในพื้นที่ที่รัฐบาลจัดเตรียมไว้ให้เท่านั้น ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ปะทะกันจนถึงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ขณะที่ฝ่าย SSA – ใต้ อ้างว่า เรื่องนี้ไม่อยู่ในเงื่อนไขที่ทั้งสองฝ่ายได้เจรจาตกลงกันก่อนหน้านี้ พร้อมย้ำทางกลุ่มมีสิทธิ์เหนือพื้นที่ดังกล่าว เพราะเป็นพื้นที่บ้านเกิดเมืองนอนของตน และเป็นพื้นที่ซึ่งทางกลุ่มได้อาศัยอยู่มาตลอด จึงไม่สาสามรถถอนกำลังออกไปได้ ฝ่ายทหารพม่าต่างหากที่ควรถอนกำลังออกจากพื้นที่ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุการณ์ปะทะกัน ทางฝ่าย SSA – ใต้ [...]
พม่าได้รณรงค์เพื่อยุติการทำอนาจารต่อผู้หญิงบนรถโดยสารและในที่สาธารณะ โดยมีการแจกจ่ายนกหวีดให้กับผู้หญิงตรงบริเวณป้ายรถเมล์ในย่านคนพลุกพล่านทั้งแปดแห่งในกรุงย่างกุ้ง เพื่อให้ผู้หญิงในเมืองหลวงเอาไว้เป่าเพื่อขอความช่วยเหลือในกรณีที่ถูกลวนลามบนรถโดยสาร ทั้งนี้ โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนร่วมกันจากผู้ประกอบการรถโดยสาร กลุ่มคนขับรถโดยสาร และนักการเมือง รวมไปถึงอาสาสมัครที่เข้าร่วมโครงการ โดยมีการแจกจ่ายนกหวีดและแผ่นพับให้ความรู้ผู้หญิงในเมืองย่างกุ้ง เพื่อเอาไว้ขอความช่วยเหลือและป้องกันตัวเองจากการถูกคุกคามทางเพศ โดยโครงการได้เริ่มขึ้นนับตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว และจะขยายต่อเนื่องไปอีก 9 เดือน ดอว์ทาทา หนึ่งในคณะกรรมการที่ร่วมในโครงการครั้งนี้ให้สัมภาษณ์กับเมียนมาร์ไทม์ว่า พบผู้หญิงในเมืองหลวงมักถูกคุกคามทางเพศอยู่เสมอๆบนรถโดยสาร แต่ผู้หญิงส่วนใหญ่ก็ไม่กล้าร้องเรียนหรือแจ้งความ ดังนั้นเธอจึงเห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่ผู้หญิงต้องออกมาต่อต้านพฤติกรรมดังกล่าวของผู้ชายบางกลุ่ม โดยกล่าวว่า ผู้หญิงต้องร่วมมือกันต่อต้านสิ่งนี้ เพื่อสร้างสิ่งสวยงาม รวมไปถึงสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยให้เกิดขึ้น มีรายงานว่า รถเมล์บางสายในย่างกุ้งขานรับกับโครงการนี้ และเริ่มทดลองเปิดให้บริการรถเมล์ผู้หญิง ซึ่งจะให้รับเฉพาะผู้หญิงเท่านั้น ทางด้านคนขับรถเมล์รายหนึ่งเปิดเผยว่า การคุกคามทางเพศต่อผู้หญิงบนรถเมล์นั้นเกิดขึ้นมานานแล้ว “ที่ผ่านมา เราพยายามหยุดพฤติกรรมของผู้ชายเหล่านั้นโดยการใช้วิธีรุนแรงตอบโต้ แต่ในตอนนี้ เมื่อโครงการนี้เกิดขึ้น มันก็เหมือนกับว่าเรากำลังส่งสัญญาณไปยังผู้ชายเหล่านั้น แต่ต่างกันตรงท่ีครั้งนี้เราไม่ใช้วิธีรุนแรง ” เขากล่าว ขณะที่พบว่า ในชั่วโมงเร่งด่วนโดยเฉพาะในช่วงเย็น พบว่า ผู้หญิงถูกลวนลามมากที่สุด Mizzima / Myanmar Times 27 กุมภาพันธ์ 55
โครงการ ปลูกยา รักษาป่า รับอาสาสมัคร – ทำกระสุนชีวภาพ – เรียนรู้การปลูกผัก สมุนไพร บำรุงดิน วันที่ 10 มีนาคมนี้ ที่ หอจดหมายเหตุพุทธทาสอินทปัญโญ
Khonkhurtai : 24 กุมภาพันธ์ 2555 รัฐบาลพม่าหวังสร้างสันติภาพโดยเสนอเจรจาหยุดยิงกลุ่มติดอาวุธทั่วประเทศ หากแต่กองทัพยังเดินหน้าเคลื่อนไหวด้านการทหาร มีการซ่อมแซมฐาน สร้างถนนสู่จุดยุทธศาสต์บริเวณชายแดนไทย – พม่า (รัฐฉาน) ต่อเนื่อง …. แหล่งข่าวชายแดนไทย-พม่า (รัฐฉาน) ด้านอ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ รายงานว่า ตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ เป็นต้นมา ทหารพม่าที่ประจำการอยู่ในพื้นที่เมืองทาและชายแดนไทย ด้านปางใหม่สูง ปางก้ำก่อ ตรงข้ามบ้านหลักแต่ง บ้านเปียงหลวง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ได้มีการซ่อมแซมฐานที่มั่นและสร้างถนนหนทางไปยังจุดยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่อง โดยใช้รถไถ (แทรกเตอร์) ล้อสายพานปรับซ่อมแซมถนนจากเมืองทา มายังชายแดนไทย และสร้างเส้นทางรถขึ้นสู่ฐานที่มั่นยามหมาย 2 และยามหมาย 3 ที่เคยถูกกองกำลังไทใหญ่ SSA บุกยึดเมื่อปี 2545 ด้วย โดยเมื่อวันที่ 22 ก.พ. ทหารพม่าชุดเดียวกันซึ่งอยู่ในสังกัดกองพันทหารราบ 360 ได้ใช้รถไถสร้างถนนจากโรงเรียนบ้านก้ำก่อ ขึ้นสู่ฐานที่มั่นที่ตั้งอยู่บนพระอุโบสถ วัดฟ้าเวียงอินทร์ (ฝั่งรัฐฉาน) และกำลังมีการปรับสร้างเส้นทางไปฐานอื่นๆ อยู่ แหล่งข่าวเผยว่า [...]
ยืนยันแนวฟลัดเวย์ต้องออกกฎหมายรอนสิทธิและทำอีเอชไอเอ(EHIA) ตามรัฐธรรมนูญเสียก่อน ระบุต้นเดือนมีนาคมยื่นฟ้องศาลเพื่อระงับการสร้างเขื่อนและพนังกั้นน้ำรอบนิคมอุตสาหกรรมแน่นอน นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า เหตุจากความผิดพลาดล้มเหลว หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของรัฐบาลและหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำเมื่อปี พ.ศ.2554 จนก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วมทรัพย์สิน ที่อยู่อาศัย เทือกสวน ไร่นา ทั้งที่เป็นสังหาริมทรัพย์ และอสังหาริมทรัพย์ ของประชาชนกว่า 65 จังหวัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคเหนือตอนล่างเรื่อยมาจนถึงภาคกลาง และภาคอีสานกว่า 3.5 ล้านครัวเรือนได้รับผลกระทบเดือดร้อนและเสียหายกันไปทั่วหน้า สิ้นเนื้อประดาตัวกันไปเกือบทั้งหมด ประชาชนเจ็บป่วยเป็นจำนวนมาก รวมทั้งมีผู้เสียชีวิตไปมากกว่า 816 ศพ ซึ่งเลขาธิการสภาพัฒน์ฯ (สศช.) ได้แถลงข้อมูลเผยแพร่ต่อสาธารณะว่าเหตุดังกล่าว ทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปี 2554 ขยายตัวได้เพียง 0.1% (ต่ำกว่าที่เคยคาดไว้ว่าควรจะขยายตัว 3.8 %) ซึ่งธนาคารโลกก็ได้ประเมินความเสียหายของทรัพย์สินจากอุทกภัยดังกล่าวไว้กว่า 600,000 ล้านบาท และรายได้หายไปกว่า 700,000 ล้านบาท รวมเป็นความเสียกว่า 1.4 ล้านล้านบาทด้วยเช่นกัน ล่าสุดมีข้อมูลที่เปิดเผยออกมาจาก กยน.ว่าได้กำหนดให้มีแนวพื้นที่น้ำผ่านหรือฟลัดเวย์ (Floodway) ขึ้นทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว [...]
โคทม อารียา ดูเหมือนว่ารัฐสภาจะเดินหน้ายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่แน่นอนแล้ว คือห้ามไม่ได้แล้ว รัฐสภาถือเป็นตัวแทนของปวงชน ถ้าปวงชนส่วนใหญ่ (สมมุติว่าแทนโดยเสียงข้างมากในรัฐสภา) ตัดสินใจเดินหน้า ปวงชนส่วนน้อยไม่มีทางเลือก คือต้องเดินไปด้วยกัน เพราะรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของเราทุกคน จะร่างรัฐธรรมนูญทั้งที ควรมีความงามตั้งแต่ต้น ในท่ามกลาง และในตอนปลาย งามตั้งแต่ต้น ก่อนอื่น ผู้เสนอให้ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ได้แก่ คณะรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พรรคชาติไทยพัฒนา และตัวแทนประชาชน 3 คณะ ที่ยื่นรายชื่อ กว่า 50,000 ชื่อ และเสนอให้ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญโดยแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 291 นั้น ควรบอกกล่าวให้ชัดเจนขึ้นถึงหลักการและเหตุผลของการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เท่าที่ฟังมาจะเน้นในเรื่องที่มาของรัฐธรรมนูญปัจจุบัน ว่าไม่ชอบ แต่ยังไม่ชัดเจนในเรื่อง ความจำเป็นเร่งด่วน ทิศทางการปฏิรูป และเนื้อหาที่จะแก้ เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อให้พรรคการเมืองอื่น ๆ ตลอดจนพลังการเมืองอื่น ๆ ภาคธุรกิจและภาคประชาสังคม ฯลฯ เห็นคล้อยตามหลักการและเหตุผลของการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่นี้ให้มากที่สุด และมีความประสงค์จะเข้าร่วมคิด ร่วมแสดงออก และร่วมจัดทำรัฐธรรมนูญกันต่อไป [...]
ยืนยันแนวฟลัดเวย์ต้องออกกฎหมายรอนสิทธิและทำอีเอชไอเอ(EHIA) ตามรัฐธรรมนูญเสียก่อน ระบุต้นเดือนมีนาคมยื่นฟ้องศาลเพื่อระงับการสร้างเขื่อนและพนังกั้นน้ำรอบนิคมอุตสาหกรรมแน่นอน นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า เหตุจากความผิดพลาดล้มเหลว หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของรัฐบาลและหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำเมื่อปี พ.ศ.2554 จนก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วมทรัพย์สิน ที่อยู่อาศัย เทือกสวน ไร่นา ทั้งที่เป็นสังหาริมทรัพย์ และอสังหาริมทรัพย์ ของประชาชนกว่า 65 จังหวัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคเหนือตอนล่างเรื่อยมาจนถึงภาคกลาง และภาคอีสานกว่า 3.5 ล้านครัวเรือนได้รับผลกระทบเดือดร้อนและเสียหายกันไปทั่วหน้า สิ้นเนื้อประดาตัวกันไปเกือบทั้งหมด ประชาชนเจ็บป่วยเป็นจำนวนมาก รวมทั้งมีผู้เสียชีวิตไปมากกว่า 816 ศพ ซึ่งเลขาธิการสภาพัฒน์ฯ (สศช.) ได้แถลงข้อมูลเผยแพร่ต่อสาธารณะว่าเหตุดังกล่าว ทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปี 2554 ขยายตัวได้เพียง 0.1% (ต่ำกว่าที่เคยคาดไว้ว่าควรจะขยายตัว 3.8 %) ซึ่งธนาคารโลกก็ได้ประเมินความเสียหายของทรัพย์สินจากอุทกภัยดังกล่าวไว้กว่า 600,000 ล้านบาท และรายได้หายไปกว่า 700,000 ล้านบาท รวมเป็นความเสียกว่า 1.4 ล้านล้านบาทด้วยเช่นกัน ล่าสุดมีข้อมูลที่เปิดเผยออกมาจาก กยน.ว่าได้กำหนดให้มีแนวพื้นที่น้ำผ่านหรือฟลัดเวย์ (Floodway) ขึ้นทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว [...]
สื่อพม่าอย่างMyanmar Newsweek รายงานว่า ขณะนี้รัฐบาลพม่าอนุญาตให้ประชาชนชาวพม่าที่อยู่ในต่างประเทศสามารถกลับพม่าได้ แต่อย่างไรก็ตาม ชาวพม่าที่ต้องการกลับไปใช้สิทธิในฐานะพลเมืองพม่าจะต้องสละสัญชาติที่ได้รับมาระหว่างอยู่ในประเทศนั้นๆก่อน เนื่องจากขณะนี้ ประเทศพม่ายังไม่อนุญาตให้ประชาชนถือสองสัญชาติ ทั้งนี้ นายขิ่นยี รัฐมนตรีด้านตรวจคนเข้าเมืองและประชากรของพม่าระบุว่า การยื่นเรื่องของคืนสิทธิพลเมืองพม่า ชาวพม่าที่อยู่ในต่างประเทศจะต้องยกเลิกอีกสัญชาติที่ได้รับจากประเทศนั้นๆและได้รับการยืนยันจากสถานทูตพม่าในต่างประเทศเสียก่อน ขณะที่เดือนสิงหาคมเมื่อปีที่แล้ว ประธานาธิบดีเต็งเส่งได้ออกมาเผยนโยบายใหม่ของรัฐบาลและกล่าวเชิญชวนชาวพม่าที่อยู่ในต่างประเทศให้เดินทางกลับบ้าน โดยในถ้อยแถลงของเต็งเส่งในครั้งนั้นระบุว่า บุคคลหรือองค์กรใดภายในชาติที่มีความเห็นที่แตกต่างจากรัฐบาล ไม่ควรเสียเวลาไปกับการโต้เถียงกัน แต่ควรที่จะร่วมมือกันทำงานเพื่อประโยชน์ของชาติ “ประชาชนชาวพม่าที่อยู่ในต่างประเทศ อาจด้วยเพราะเหตุผลบางประการ พวกเขาสามารถกลับบ้านได้ หากไม่ได้ก่อคดีผิดกฎหมายใดๆ” เต็งเส่งกล่าว และหลังจากการออกมาประกาศในครั้งนั้น มีรายงานว่า เริ่มมีประชาชนชาวพม่าอย่างเช่น นักเคลื่อนไหวคนสำคัญ นักวิชากร ศิลปินและเจ้าหน้าที่ที่เคยต่อต้่านรัฐบาลชุดเก่าได้ทยอยกลับบ้าน แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีชาวพม่าบางส่วนที่ยังไม่ไว้วางใจกับท่าทีของรัฐบาล โดยเรียกร้องให้รัฐบาลรับรองความปลอดภัยของพวกเขามากกว่านี้ ก่อนที่พวกเขาจะเดินทางกลับพม่า แปลและเรียบเรียงจาก Mizzima 22 กุมภาพันธ์ 55