- ถนนชลระอุ ตำบลเขานิเวศน์ อำเภอเมือง จังหวัดระนอง รหัสไปรษณีย์ 85000
โทรศัพท์/โทรสาร 077-825-086 www.thaipladthin.org
วันที่ 28 มกราคม 2555
เรื่อง ขอเรียกร้องให้ สว. ยกเลิกการแก้ไขมาตรา 3 ของพระราชบัญญัติสัญชาติ เพราะที่ผ่านมากรมการปกครองยังไม่เคยมีการประกาศสำรวจคนไทยพลัดถิ่น เป็นการเฉพาะ
เรียน สื่อมวลชน ที่เคารพทุกท่าน
ตามที่ เครือข่ายการแก้ปัญหาคืนสัญชาติคนไทยฯ ร่วมกับเครือข่ายชุมชนเพื่อการปฎิรูปสังคมและการเมือง (คปสม.) ใช้เวลาถึง 10 ปีในการหาแนวทางแก้ไขปัญหา เพื่อ คืนสัญชาติไทยให้กับคนไทยพลัดถิ่น ที่กลับมาอยู่ในประเทศไทยนานแล้วแต่ไร้สิทธิทุกด้าน รวมทั้งยังถูกคุกคามเอาเปรียบรีดไถ และเด็กๆขาดโอกาสทางการศึกษา นั้น
ใน ปี 2554 ขบวนคนไทยพลัดถิ่น ได้เดินเท้าจากด่านสิงขร ถึงรัฐสภา เพื่อผลักดันร่างกฎหมายสัญชาติ ว่าด้วยการคืนสัญชาติไทยให้คนไทยพลัดถิ่น จนผ่านวาระ 1-2-3 ของสภาผู้แทนราษฏร์ (สส.) สามวาระรวด
ปัจจุบันกฎหมายดังกล่าว กำลังอยู่ในการพิจารณาของกรรมาธิการวิสามัญวุฒิสภา ฯ และ กรรมาธิการ ฯ ได้มีการ ตัดออกและเพิ่มเติม ในมาตรา 3 จนทำให้ พวกเรา คนไทยพลัดถิ่นที่พยายามผลักดันกฎหมายนี้ ต้องตกหล่นและไม่มีโอกาสได้สัญชาติไทยอีก โดยมีรายละเอียด ดังนี้
มาตรา ๓ ให้เพิ่มบทนิยามคำว่า “ คนไทยพลัดถิ่น ” ระหว่างบทนิยามคำว่า “ คนต่างด้าว ” และบทนิยามคำว่า “ คณะกรรมการ ” ในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. ๒๕๐๘ ““ คนไทยพลัดถิ่น ” หมายความว่า ผู้ซึ่งมีเชื้อสายไทยที่ต้องกลายเป็นคนในบังคับของประเทศอื่น โดยเหตุอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงอาณาเขตของราชอาณาจักรไทยในอดีต ซึ่งปัจจุบันผู้นั้นมิได้ถือสัญชาติของประเทศอื่น และได้อพยพเข้ามาอยู่อาศัยในประเทศไทยเป็นระยะเวลาหนึ่งและมีวิถีชีวิตเป็นคนไทย โดยได้รับการสำรวจจัดทำทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะรัฐมนตรีกำหนด หรือเป็นผู้ซึ่งมีลักษณะอื่นทำนองเดียวกันตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ก่อนวันที่พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. มีผลใช้บังคับ”
โดย เครือข่าย ฯ ขอชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้
1. ที่ผ่านมากรมการปกครองไม่เคยมีการออกประกาศสำรวจ “ คนไทยพลัดถิ่น “ เป็นการเฉพาะ มีแต่การสำรวจชนกลุ่มน้อย และคนไร้สถานะทางทะเบียน ฯ เท่านั้น ซึ่งอาจจะมีชื่อคนไทยพลัดถิ่นบางส่วน อยู่ในนั้นบ้างแต่ยังไม่ชัดเจน ดังนั้น การตัดออกและเพิ่มเติม เนื้อความในมาตรา 3 ดังกล่าว ทำให้คนไทยพลัดถิ่น ที่ออกมาผลักดันกฎหมายนี้ ตกหล่นเกือบ ทั้งหมด
2. กรณีข้อกังวลของ สว. ที่ว่าจะมีคนนอกที่ไม่ใช่คนไทยเข้ามาจำนวนมากนั้น ขอเรียนชี้แจงว่า
- กฎหมายนี้ระบุให้เฉพาะ “ ผู้มีเชื้อสายไทย….และได้อพยพเข้ามาอยู่อาศัยในประเทศไทยเป็นระยะเวลาหนึ่ง ” แล้วเท่านั้น ซึ่งสามารถตรวจสอบจากบ้านที่อยู่อาศัยจริงได้ชัดเจนในทุกชุมชน
- กฎหมายนี้มีความก้าวหน้าเพราะยังกำหนดให้มี คณะกรรมการที่มาจากหลายฝ่าย ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ฝ่ายความมั่นคง นักวิชาการและผู้ทรงคุณวุฒิ ทำหน้าที่ออกหลักเกณฑ์ / พิจารณารับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่น ซึ่งจะเป็นกระบวนการและกลไกในการแก้ไขปัญหาที่โปร่งใส่และสร้างความเป็นธรรมได้มากกว่าที่ผ่านมา
เครือข่าย ฯ จึงชี้แจงมาเพื่อโปรดทราบ และขอเรียกร้องให้ สว. ยกเลิกการแก้ไขมาตรา 3 ของพระราชบัญญัติสัญชาติ ที่ท่านกำลังพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อให้กฎหมายสามารถแก้ปัญหาได้อย่างสอดคล้องกับความเป็นจริงในพื้นที่
ประสานงาน :
นายสุทิน กิ่งแก้ว 084-241-6970 ผู้ประสานงานเครือข่าย ฯ
นายภควินท์ แสงคง 081-609-7557,084-963-7765 ที่ปรึกษาเครือข่าย ฯ
……………………………………………………….
ไทยพลัดถิ่น ( 15 มกราคม 55 )
เรียน ท่านอาจารย์มีชัย ที่เคารพ
คุณเตือนใจ ดีเทศน์ และผมมีประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับข้อกฎหมายที่อยากเรียนถามท่านอาจารย์ครับ กล่าวคือ ร่าง พ.ร.บ.สัญชาติ (กรณีคนไทยพลัดถิ่น)
ให้นิยามคำว่า คนไทยพลัดถิ่น หมายความว่า " ผู้ซึ่งมีเชื้อสายไทยที่ต้องกลายเป็นคนในบังคับของประเทศอื่น โดยเหตุอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงอาณาเขตของราชอาณาจักรไทยในอดีต ซึ่งปัจจุบัน ผู้นั้นมิได้ถือสัญชาติของประเทศอื่น และได้อพยพเข้ามาอยู่อาศัยในประเทศไทยเป็นระยะเวลาหนึ่งและมีวิถีชีวิตเป็นคนไทย โดยได้รับการสำรวจจัดทำทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะรัฐมนตรีกำหนดก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ "
ประเด็นที่เป็นปัญหาและต้องการความกระจ่างได้แก่ การที่นำคำว่า ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ไปไว้ต่อจากคำว่าคณะรัฐมนตรีกำหนดนั้น มีความหมายว่าอย่างไร ระหว่าง
(๑) ต้องเป็นผู้ที่ได้รับการสำรวจจัดทำทะเบียนภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ ครม.กำหนดก่อนวันที่ พ.ร.บ.ใช้บังคับเท่านั้น จะทำการสำรวจจัดทำทะเบียนคนไทยพลัดถิ่นที่ตกหล่นไม่ได้แล้ว
(๒) สามารถสำรวจจัดทำทะเบียนสำหรับคนไทยพลัดถิ่นที่ตกหล่นได้อีก แต่ต้องดำเนินการภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขเดิมที่ ครม.กำหนดไว้แล้วก่อนวันที่ พ.ร.บ.ใช้บังคับ
ประเด็นดังกล่าว มีความสำคัญและจำเป็นอย่างมากสำหรับกลุ่มคนไทยพลัดถิ่นที่เรียกร้องกฎหมายฉบับนี้ ขอความกรุณาท่านอาจารย์ให้ความกระจ่างด้วยครับ ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง
คำตอบ
ถ้าแปลจากข้อความที่บอกมา ก็น่าจะหมายถึงกรณีที่ ๑ คือ ต้องเป็นผู้ที่ได้รับการสำรวจแล้วก่อนวันที่ พรบ.นี้ใช้บังคับ แต่การเขียนอย่างนี้ต่อไปก็คงถกเถียงกันไม่จบสิ้น ถ้าประสงค์จะให้หมายความถึงกรณีที่ ๑ ก็ควรเขียนเสียให้ชัดว่า " โดยได้รับการสำรวจจัดทำทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะรัฐมนตรีกำหนด "
ส่วนถ้าต้องการให้หมายความถึงกรณีที่ ๒ ก็ควรเขียนว่า " โดยได้รับการสำรวจจัดทำทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะรัฐมนตรีกำหนดเฉพาะที่กำหนดขึ้นก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ "
อนึ่ง การเขียนนิยามในลักษณะนี้ จะมีช่องทางให้คนไทยพลัดถิ่นยากที่จะมีโอกาสได้สัญชาติไทย เพราะความเข้าใจของเจ้าตัวกับเจ้าหน้าที่ในเรื่องระยะเวลาการเข้ามาอยู่ในประเทศไทย กับการมีวิถีชีวิตเป็นคนไทย อาจแตกต่างกัน เพราะทั้งหมดที่เขียนนั้น ( รวมทั้งหลักเกณพ์และเงื่อนไขที่คณะรัฐมนตรีกำหนดด้วย ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะกำหนดอย่างไร )
เป็นนิยามคำว่า " คนไทยพลัดถิ่น " ถ้าผิดไปจากนั้น ก็ไม่ใช่คนไทยพลัดถิ่น คนเหล่านั้น จึงไม่ได้รับประโยชน์ เช่น คณะรัฐมนตรีกำหนดเงื่อนไขว่าจะต้องมายื่นคำขอภายใน ๑๕ วัน พอพ้น ๑๕ วันแล้วใครยังไม่ได้มายื่นคำขอ คนนั้นก็เลยไม่เข้าข่ายเป็น " คนไทยพลัดถิ่น " เป็นอันว่าไม่ว่าจะทำอย่างไรต่อไป ก็ไม่ได้สัญชาติไทย การเขียนนิยามจึงต้องเพียงแต่อธิบายให้เห็นลักษณะ ส่วนจะกำหนดเงื่อนไขหรือกำหนดวิธีการในการขอหรือให้สัญชาติกันอย่างไรต้องไปกำหนดไว้ในตัวบท ถ้ายังสงสัยหรือติดใจอย่างไรก็ลองสอบถามจากกฤษฎีกาเขาดู บางทีเขาจะอธิบายหรือช่วยร่างให้ได้ ต่อสู้กันมาแทบตาย มาจบเห่กันตอนเขียนคำนิยาม ก็น่าเสียดาย
มีชัย ฤชุพันธุ์
17 มกราคม 2555
Thaingo Facebook 







