Khonkhurtai : 28 เมษายน 2554 ร้านเกมส์ระบาดทั่วจังหวัดท่าขี้เหล็ก ของรัฐฉาน มีบริการการพนัน ยาเสพติดมอมเยาวชน สร้างความหนักใจหลายฝ่าย ขณะที่เจ้าหน้าที่พม่าไม่ใส่ใจปราบเหตุมีจ่ายสินบน… มีรายงานว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม เป็นต้นมา ในพื้นที่จังหวัดท่าขี้เหล็ก รัฐฉานภาคตะวันออก อยู่ตรงข้ามอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย มีร้านเกมส์เปิดให้บริการเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก รวมแล้วมีไม่ต่ำกว่า 100 แห่ง ทั้งร้านขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ โดยร้านเล็กมีเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ 4-5 เครื่อง ร้านขนาดกลาง มี 6–10 เครื่อง และร้านใหญ่มีตั้งแต่ 20–30 เครื่อง แหล่งข่าวพ่อค้ารายหนึ่งเปิดเผยว่า ร้านเกมส์ขนาดใหญ่มีบริการตู้เล่นการพนันหลายรูปแบบให้ลูกค้าด้วย ขณะที่ทั้งร้านเล็กและร้านใหญ่ต่างมีบริการเล่นการพนันผ่านระบบออนไลน์เช่นกัน มีการพนันกันตั้งแต่หลักพันถึงหลักแสน ร้านเกมส์บางแห่งเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมงและมีการจำหน่ายยาเสพติดให้กับลูกค้า โดยลูกค้ามีทุกชนชั้น ทั้งนักธุรกิจ นักพนัน ชาวบ้านธรรมดาทั่วไป รวมถึงนักเรียน นักศึกษา ซึ่งเล่นกันได้อย่างอิสระไม่มีกฏหมายคุ้มครองเช่นเมืองไทย "หลังพบมีการเพิ่มขึ้นของร้านเกมส์ ทำให้หลายฝ่ายทั้งพระสงฆ์และคนเฒ่าคนแก่ในพื้นที่ต่างไม่สบายใจ เนื่องจากร้านเกมส์เป็นแหล่งอบายมุขมอมเมาเยาวชนทำให้ไม่สนใจการงาน การเรียน อีกทั้งยังก่อให้เกิดปัญหาการทะเลาะวิวาทและสร้างความแตกแยกในครอบครัว"แหล่งข่าวเผย [...]
จากการสืบสวนของบีบีซีพบว่า มีชาวพม่าหลายพันคนถูกหลอกลวงจากประเทศพม่าอย่างผิดกฎหมายเพื่อมาทำงานในอุตสาหกรรมประมงในประเทศไทย – บนเรือและในโรงงานต่างๆ บางคนถูกกักตัวเยี่ยงทาสอยู่ในทะเลเป็นเวลาหลายปีโดยไม่มีโอกาสได้ขึ้นฝั่ง ถูกบังคับให้ทำงานเป็นเวลายาวนานหลายชั่วโมงติดต่อกันโดยได้รับค่าจ้างเพียงเล็กน้อยหรือไม่ได้เลย หรือถูกกักขังอยู่บนฝั่งระหว่างรอเดินทางไปกับเรือครั้งต่อไป บางคนที่หลบหนีออกมาได้เล่าถึงการต้องเผชิญกับการทรมานหรือถูกฆ่าโดยกัปตันชาวไทย ดังที่รายงานโดยเอแลสแตร์ ไลท์เฮด ลูกเรือประมง“เยี่ยงทาส”ชาวพม่า ถูกหลอกมาขายและเผชิญกับการกดขี่ทารุณ โดยเอแลสแตร์ ไลท์เฮด (บีบีซี นิวส์, กรุงเทพฯ) ปัจจุบัน ซอ ซอ อาศัยและทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ อีกทั้งยังช่วยเหลือคนอื่นๆที่พยายามจะหลบหนีด้วย เรื่องราวของ ซอ ซอ เกี่ยวกับการเป็นคนงานชาวพม่าที่ถูกกักไว้เยี่ยงทาสบนเรือประมงของไทยนั้นร้ายแรงสุดจะบรรยายแต่ก็ไม่ใช่เรื่องผิดธรรมดาเลย เขาเป็นหนึ่งในจำนวนชายหนุ่มพม่าหลายพันคนที่ถูกหลอกมาขายให้กับอุตสาหกรรมประมงในประเทศไทยซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศผู้ส่งออกปลารายใหญ่ที่สุดไปยังประเทศสหราชอาณาจักร ชายหนุ่มอายุ 26 ปีผู้นี้ใช้เวลาอยู่บนเรือเพียงสามเดือนก่อนที่จะหลบหนีออกมาได้ ในระหว่างนั้นเขาได้เห็นชายสามคนถูกฆ่า ต้องทนดูกัปตันผสมยาลงในน้ำดื่ม และถูกบังคับให้ทำงานทั้งวันทั้งคืน เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อเขาร่วมกลุ่มกับคนอื่นๆที่ถูกลักลอบพาออกจากบ้านเกิดอย่างผิดกฎหมายและเดินทางผ่านป่าเขาเข้าสู่ประเทศไทย พร้อมกับคำสัญญาว่าจะมีงานให้ทำในตลาดหรือโรงงาน “ในระหว่างเดินทาง หญิงพม่าสองคนถูกข่มขืนโดยนายหน้าชาวไทย จากนั้นนายหน้าก็เริ่มทุบตีพวกเรา” ซอ ซอ กล่าว พวกเขาถูกส่งต่อไปยังนายหน้ารายอื่นและถูกกักขังไว้ก่อนจะถูกขายให้กับเจ้าของเรือประมง – ในขณะนั้นเขาไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พวกเขากำลังเข้าไปสู่สิ่งที่นักสิทธิมนุษยชนเรียกกันว่า การตกเป็นทาส “เริ่มคำพูด ชายผู้นั้นถูกทรมานด้วยการใช้ไฟฟ้าช็อตและหลังจากนั้นเขาถูกยิงต่อหน้าพวกเราและถูกโยนทิ้งลงทะเล” ซอ ซอ ลูกเรือประมงที่ถูกหลอกมาขาย เมื่อใดที่ลูกเรือเจ็บป่วยก็จะถูกทุบตี พวกเขาไม่เคยได้หลับนอนเกินสองสามชั่วโมงในแต่ละครั้ง [...]
Khonkhurtai : 27 เมษายน 2554 กองทัพพม่าขอส่งกำลังทหารเข้าพื้นที่กองกำลังคะฉิ่น KIA ในรัฐฉานภาคเหนือ อ้างมีกลุ่มติดอาวุธเชื่อเป็นกองกำลังไทใหญ่ "เหนือ" เข้าไปเคลื่อนไหว…. มีรายงานว่า เมื่อช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงกองทัพพม่าในรัฐฉาน ได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่กองกำลังเอกราชคะฉิ่น KIA (Kachin Independent Army) กองพลน้อยที่ 4 ที่มีสำนักงานตั้งอยู่ในเมืองหมู่แจ้ รัฐฉานภาคเหนือ ว่า ทางกองทัพพม่าต้องการส่งกำลังทหารเข้าในพื้นที่เคลื่อนไหวของ KIA บริเวณดอยน้ำสูง โดยอ้างว่ามีกองกำลังติดอาวุธบางกลุ่มเข้าไปเคลื่อนไหวอยู่ แหล่งข่าวเผยว่า พื้นที่ดอยน้ำสูง อยู่ในเขตเมืองก๊ดขาย ของรัฐฉาน เป็นพื้นที่เคลื่อนไหวกองพลน้อยที่ 4 ของกองกำลังเอกราชคะฉิ่น KIA โดยทหารพม่าเชื่อว่าในพื้นที่ดังกล่าวมีกองกำลังไทใหญ่ "เหนือ" SSA/SSPP เข้าไปเคลื่อนไหวหลังจากถูกกองทัพพม่าโจมตีอย่างหนัก อย่างไรก็ตาม ทางกองกำลังเอกราชคะฉิ่น KIA ได้ปฏิเสธว่าในพื้นที่ดังกล่าวไม่มีกองกำลังติดอาวุธกลุ่มใดนอกจากกองกำลัง KIA ทั้งนี้ กองกำลังเอกราชคะฉิ่น KIA มีกองบัญชาการใหญ่อยู่ที่เมืองลายซา รัฐคะฉิ่น อยู่ทางตอนเหนือของรัฐฉาน โดยกองกำลัง KIA มีกำลังพลเคลื่อนไหวอยู่ในรัฐฉานภาคเหนือจำนวน [...]
สำนักงานใหญ่พรรคเอ็นแอลดีในย่างกุ้งได้เป็นเจ้าภาพเปิดอบรมให้ความรู้ แก่ชาวนา 46 คน จากหลากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยนางอองซาน ซูจี ได้กล่าวเปิดการอบรมและย้ำว่า หากจะพัฒนาประเทศ จำเป็นต้องพัฒนาความเป็นอยู่ของชาวนาก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนการอบรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ด้านเกษตรกรรมแก่ชาวนา รวมถึงวิธีการจัดการเกี่ยวกับรายได้และการลดใช้จ่าย รวมถึงการกู้ยืมเงินในการลงทุนเป็นต้น ทั้งนี้ ในระหว่างที่อบรม ชาวนาได้หยิบยกปัญหาการถูกยึดที่ดินทำกินจากรัฐบาลมาหารือกับสมาชิกพรรคเอ็น แอลดี โดยชาวนาที่มาอบรมต่างบอกเป็นเสียงกันว่า จะนำความรู้ที่ได้ไปเผยแพร่ให้กับชาวนาในพื้นที่คนอื่นๆ ทั้งนี้ พรรคเอ็นแอลดีได้ก่อตั้งเครือข่ายชาวนาขึ้นเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อให้คำปรึกษาและข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้กับชาวนา ซึ่งเครือข่ายประกอบด้วยชาวนา 33 คน จาก 19 เมือง ซึ่งเชื่อมต่อไปยังสำนักงานใหญ่พรรคเอ็นแอลดีในย่างกุ้งโดยตรง ส่วนการเคลื่อนไหวทางการเมืองเมื่อเร็วๆนี้ พรรคเอ็นแอลดีได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลชุดใหม่เคารพกฎหมายและเร่ง พัฒนาประชาธิปไตยในประเทศให้เร็วที่สุด (ที่มา Mizzima 26 เมษายน 54)
หนังสือพิมพ์เดอะนิวไลท์ออฟเมียนมาร์เปิดเผยว่า ทางกางได้ประกาศให้ประชาชนในย่างกุ้งเลิกใช้ถุงพลาสติก เพื่อลดมลพิษจากขยะย่อยสลายยากในย่างกุ้ง โดยทางการได้ออกมาประกาศห้ามประชาชนและร้านค้าซื้อขายและลักลอบเก็บถุงพลาสติกสำหรับเอาไว้ใช้ ซึ่งคำสั่งมีขึ้นตั้งแต่เมื่อวันที่22 เมษายนที่ผ่านมา โดยหากโรงงานผลิตถุงพลาสติกละเมิดคำสั่งไม่ปิดตัวลงก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายและจะสูญเสียสิทธิดำเนินการทางกฎหมาย ขณะที่แนวทางนี้เกิดขึ้น หลังจากที่รัฐบาลเห็นว่า การห้ามใช้ถุงพลาสติกเพื่อคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในจังหวัดมัณฑะเลย์ เมืองใหญ่อันดับสองเป็นเวลากว่า 2 ปีนั้นประสบความสำเร็จ ด้านแม่บ้านวัย 60 ปีคนหนึ่งในย่างกุ้งเห็นด้วยกับแนวคิดนี้ เช่นเดียวกับกับตามห้างต่างๆในกรุงย่างกุ้งที่เริ่มนำถุงผ้าออกมาวางขายแล้ว อย่างไรก็ตาม กลับมีรายงานว่า นักช้อปส่วนใหญ่ก็ยังคงใช้ถุงพลาสติกโดยไม่สนคำสั่งจากรัฐบาลอยู่ดี (สำนักข่าว AFP 26 เมษายน 54)
แถลงการณ์คัดค้านร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ หยุด!!!คุกคามเสรีภาพประชาชน วันที่ 20 เมษายน 2554 ตามที่สภาผู้แทนราษฎรรับหลักการร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ…. ในวันที่ 10 มีนาคม 2554 และได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. … โดยมีนายนิพนธ์ พร้อมพันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานนั้นบัดนี้คณะกรรมาธิการได้พิจารณาแล้วเสร็จ และจะนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรเพื่อลงมติในวาระที่ 2 และวาระที่ 3ในวันพุธที่ 20 เมษายน 2554 ศูนย์ประสานงานเครือข่ายประชาชน ซึ่งเป็นเครือข่ายองค์กรประชาชน องค์กรแรงงาน องค์กรเกษตรกร องค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรนิสิตนักศึกษา และองค์กรเยาวชน ได้ติดตามการดำเนินการร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะมาโดยตลอด มีความเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีสาระสำคัญที่ขัดต่อหลักการสิทธิมนุษยชน หลักสิทธิเสรีภาพ หลักสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ดังนี้ ประการแรก การคุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชน ร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ…. มีเนื้อหาสาระสำคัญอันเป็นการคุกคามต่อสิทธิเสรีภาพประชาชนและประชาธิปไตย กล่าวคือ การชุมนุมสาธารณะที่จะต้องทำหนังสือแจ้งล่วงหน้าต่อผู้รับแจ้ง ซึ่งหมายถึงหัวหน้าสถานีตำรวจแห่งท้องที่ที่มีการชุมนุมไม่น้อยกว่า48 ชั่วโมง ก่อนเริ่มการชุมนุม หากแจ้งการจัดการชุมนุมน้อยกว่าระยะเวลาดังกล่าวจะต้องขออนุญาตจากบุคคลดังกล่าวเสียก่อน การชุมนุมจะต้องแจ้งสถานที่ จำนวนผู้ร่วมชุมนุม ห้ามตั้งเวทีบนถนน บนพื้นที่จราจร [...]
วันที่ ๒๗ เม.ย. ๕๔ เวลาประมาณ ๗.๐๐ น. ชาวบ้านอ.บางสะพาน ประมาณ ๓๐๐ คน ปิดล้อมท่าเรือประจวบเนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ถูกเพิกถอนเอกสารสิทธิตั้งแต่วันที่ ๕ ม.ค. ๕๓ และเบื้องต้นมีคำสั่งบังคับใช้มาตรา ๒๕ ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ ๒๕๐๗ ตั้งแต่ ๒๘ ก.ค. ๕๓ แต่จนขณะนี้ยังมิได้มีการดำเนินการใดๆจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แม้ว่าที่ผ่านมาผู้บุกรุกจะมีการอุทธรณ์คำสั่ง แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกอุทธรณ์คำสั่งทั้งหมด เจ้าหน้าที่จึงต้องดำเนินการบังคับใช้มาตรา ๒๕ ขับไล่ รื้อถอน อย่างเด็ดขาด "วันนี้เป้าหมายสูงสุดของราคือ ต้องให้เจ้าหน้าที่สนธิกำลังเข้าจับกุมผู้บุกรุก มิฉะนั้นเราจะปักหลักรอเจ้าหน้าที่อยู่กันที่นี่ กิน นอน ที่นี่ " นายวิฑูรย์ บัวโรย กล่าว ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม วิฑูรย์ ๐๘๔ ๔๑๔๕๓๑๕
จดหมายเปิดผนึกเครือข่ายประชาชนคัดค้านพลังงานนิวเคลียร์ ถึงนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 27 เมษายน 2554 เรื่อง ขอให้ยกเลิกพลังงานนิวเคลียร์ออกจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าประเทศไทย เรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ สืบเนื่องจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า พ.ศ. 2553-2573(แผนพีดีพี 2010) ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบไปเมื่อเดือนมีนาคม 2553 โดยมีพลังงานนิวเคลียร์อยู่ในแผน 5,000เมกะวัตต์ รวมทั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินและก๊าซธรรมชาติอีกกว่า 30 โรงในระยะ 20 ปีจากนี้ไปนั้น ทราบว่าขณะนี้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) กำลังพิจารณาที่จะทบทวนปรับปรุงแผนฯ ใหม่ โดยการปรับเลื่อนโครงการพลังงานนิวเคลียร์ออกไปจากแผนเดิม 3 ปี พวกเราซึ่งลงชื่อมาในจดหมายฉบับนี้ มีความเห็นและข้อเสนอต่อการทบทวนแผนพีดีพีในครั้งนี้ ดังนี้ 1. ปัญหาของการวางแผนพีดีพีที่เป็นมาโดยตลอดก็คือ “การพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าอย่างสูงเกินจริง” และนำไปสู่ “การลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าเกินความจำเป็น” ดังจะเห็นได้จากแผนพีดีพี 2010 ซึ่งคาดการณ์ว่า ความต้องการไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึงปีละไม่ต่ำกว่า 1,500 เมกะวัตต์ ซึ่งแผนพีดีพี 2010 จะต้องมีการจัดหากำลังผลิตไฟฟ้าใหม่มากถึง 54,000 [...]
ณัฐพงษ์ มณีกร หน่วยงานพัฒนาและบริการสังคม สภาคริสตจักรในประเทศไทย สถานการณ์ปัญหาการพัฒนาสังคมไทยกว่า 50 ปีผ่านมา นับตั้งแต่ประเทศไทยได้ใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นเครื่องมือในการพัฒนาประเทศ เริ่มตั้งแต่แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 1 (พ.ศ.2504 – 2509) จนถึงฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550-2554) ซึ่งเป็นฉบับปัจจุบัน สถานการณ์การพัฒนาในช่วงที่ผ่านมากล่าวได้ว่าเป็นการพัฒนาที่ไม่สมดุลและไม่ยั่งยืน เนื่องจากประเทศไทยได้ใช้ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศที่ให้ความสำคัญกับแนวคิดเศรษฐกิจเสรีนิยมหรือเศรษฐกิจทุนนิยมที่มุ่งพัฒนาเพื่อสร้างความมั่งคั่งและรายได้มาสู่ประเทศเป็นหลัก และใช้การเติบโตของรายได้ต่อหัวเป็นเครื่องมือวัดผลสำเร็จของการพัฒนา ด้วยความคาดหวังว่าการเพิ่มปริมาณสินค้าและบริการ การเพิ่มการจ้างงาน รวมทั้งประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการเติบโตทางเศรษฐกิจนั้น ในที่สุดแล้วย่อมจะสามารถกระจายไปสู่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศทำให้ปัญหา ความยากจนหมดไปได้ในที่สุด การมุ่งเน้นไปที่การนำทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และความได้เปรียบด้านแรงงานราคาถูกมาใช้สนับสนุนการพัฒนาและขยายฐานการผลิต ซึ่งนำไปสู่การผลิตเพื่อส่งออกและอุตสาหกรรมที่ใช้ทุนและเทคโนโลยีที่สูงขึ้น ระบบเศรษฐกิจมีการขยายตัวในอัตราสูง แต่เป็นการเติบโตที่ต้องพึ่งพาทุน เทคโนโลยีและตลาดต่างประเทศ จึงส่งผลต่อความไม่สมดุลของโครงสร้างการพัฒนาประเทศ นำไปสู่ความเหลื่อมล้ำทางด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะในเรื่องการกระจายรายได้ ปัญหาความยากจนเพิ่มสูงขึ้น คนจนขาดศักยภาพในการดำรงชีวิต การว่างงานเพิ่มขึ้นและมาตรฐานความเป็นอยู่ของคนไทยมีแนวโน้มลดลง นอกจากนี้ความเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อมอันเกิดจากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสิ้นเปลืองโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบ นำไปสู่ความขัดแย้งในสังคมมากขึ้น การพัฒนาดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อประชากรทุกกลุ่ม ไม่เว้นแม้แต่กลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าที่อาศัยอยู่บนพื้นที่สูงห่างไกลในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย โดยเฉพาะในเรื่องการแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติ ที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกินและอำนาจในการจัดการป่าไม้ โดยผ่านกระบวนการทางกฎหมาย เช่น การประกาศเป็นเขตป่าสงวน อุทยานแห่งชาติ เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า ทับที่ทำกิน ที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน [...]
จิตินาถ ดีทรัพย์ สถาปนิก กระแสข่าวเรื่องโบสถ์คริสตจักรที่ 1เวียงเชียงรายที่มีอายุเกือบร้อยปี กำลังจะถูกรื้อหลังวันที่ 24 เมษายน 2554 เพื่อสร้างพระวิหารหลังใหม่ฉลองวาระครบรอบ 100 ปีได้ถูกนำมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากบนหน้าสื่อสาธารณะมาร่วม 3 ปี ซึ่งน่าสังเกตว่าการตื่นตัวในคุณค่าของอดีตที่กำลังจะสูญหายครั้งนี้ ไม่ได้เริ่มจากคนนอก แต่มาจากความเห็นของคนเชียงรายด้วยกันเองทั้งที่เป็นสมาชิกโบสถ์และชาวเชียงรายที่รู้จักโบสถ์แห่งนี้ จนกระแสได้ขยายไป มีการขอคำปรึกษาจากกรมศิลปากรซึ่งให้ความเห็นว่าสามารถซ่อมแซมอาคารและใช้งานต่อไปได้ มีสมาคมสถาปนิกสยามเข้ามาดูพื้นที่และเปิดเวทีคุยกันกับคณะกรรมการโบสถ์ โดยคิดเห็นว่าควรแก่การเก็บรักษาและปรับปรุงใหม่ แต่ที่ผ่านมาการเจรจาใดๆ ก็ดูจะไม่เป็นผลให้มีการประนีประนอม โบสถ์คริสตจักรที่ 1เวียงเชียงรายแห่งนี้ สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1914 (พ.ศ. 2457) ลักษณะอาคารก่ออิฐถือปูน รูปแบบสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล (Colonial Style) คือมีองค์ประกอบอาคารที่ใช้รูปแบบตะวันตกร่วมกับอาคารแบบท้องถิ่น ดังนั้นถ้าเปรียบเป็นคน ก็คงจะอายุ 97 ปี ก็นับได้ว่าเป็นคนแก่ที่น่ากราบไหว้คนหนึ่ง เพราะเป็นคนแก่ ที่มีคุณูปการเป็นที่ยอมรับในสังคมมีคุณค่าด้านความงาม ความดี ตลอดจนอายุขัย นายแพทย์วิลเลี่ยม เอ. บริกส์ (William A. Briggs) มิชชันนารีคนสำคัญเมืองเชียงราย เป็นผู้อำนวยการสร้างโบสถ์หลังนี้ และที่น่าสนใจมากคือกลุ่มช่างดูแลงานก่อสร้างนั้นมาจากครอบครัวเครือญาติของท่านด้วย และมีส่วนร่วมดูแลโบสถ์ในเวลาต่อมา ซึ่งก็เป็นลักษณะการทำงานสาธารณะ [...]