พ.ร.บ.สัญชาติ มาตรา 23 : หนทางต่อสู้ที่ยาวไกล สู่ความเป็นไทยที่ยาวนาน

การแก้ไขพระราชบัญญัติสัญชาติ และมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2551 แล้วนั้นก็ได้มีอำเภอหลายอำเภอ ได้เปิดให้บุคคลไร้สัญชาติมีสิทธิร้องขอลงรายการสัญชาติไทยในทะเบียนราษฎร มาตรา 23 วรรค 2 พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สัญชาติ (ฉบับที่ 4) 2551 เป็นเวลา 90 วัน ทางอำเภอได้ยึดถือกฎกระทรวงพระราชบัญญัติสัญชาติฉบับใหม่มาใช้พิจารณาในการขอสัญชาติ

มีทั้งอำเภอที่ให้ความสำคัญกับพระราชบัญญัติสัญชาติฉบับใหม่ และบางพื้นที่ที่มีลักษณะที่ไม่ยอมเปิดโลกทัศน์ ที่จะนำพาประเทศไปสู่การยอมรับความหลากหลายทางชาติพันธุ์ และความเท่าเทียมกันในทางกฎหมาย ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เกิดจากกฎหมายไม่ดี แต่เกิดจากตัวบุคคล บุคลากรของหน่วยงานของรัฐ และการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ

พื้นที่อำเภอสบเมย และอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ก็เป็นพื้นที่หนึ่งที่มีคนที่ไร้สัญชาติจำนวนมาก และมีปัญหาเกี่ยวการร้องขอลงรายการสัญชาติไทยเพราะยังไม่มีเจ้าหน้าที่ของอำเภอกล้าที่จะรับเรียงร้องขอ

“กลุ่มคนที่จะได้สัญชาติไทย ตามมาตรา 23 ใน อ.สบเมย ไม่ต่ำกว่า 70-80 % ที่เราได้สำรวจแล้วตัวเลขที่ตามได้คือ 3000 กว่าคน ในอำเภอสบเมยมีสิทธิได้สัญชาติไทยขณะนี้ ก็หารือกับอำเภอข้อมูลที่เรามีมาจัดกลุ่ม เพราะกลุ่มบุคคลที่จะได้สัญชาติแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม เป็นอย่างน้อยแต่ว่าทั้ง 3 กลุ่มมันมีกลุ่มย่อยของมันอีก ในทางปฏิบัติมีปัญหานิดหน่อย เพราะเป็นเรื่องใหม่ทั้งคนทำงานทะเบียนราษฏร์ นายอำเภอ เอ็นจีโอ กำลังเป็นช่วงการเรียนรู้เราก็พยายามผลักดัน ที่ผ่านมาจะสร้างความเข้าใจร่วมกันมันจะเป็นประโยชน์ระยะยาว” สันติพงษ์ มูลฟอง หัวหน้าศูนย์ศูนย์พัฒนาเครือข่ายเด็กและชุมชน อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ผู้ทำงานเรื่องคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติมายาวนาน กล่าวให้ฟัง

อย่างไรก็ดี กฎหมายและหนังสือสั่งการที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้กำหนดว่าระยะเวลาที่นายทะเบียนจะใช้เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และรวบรวมพยานหลักฐานนั้น นายทะเบียนอำเภอ ต้องดำเนินการให้เสร็จภายในระยะเวลาเท่าไร อย่างไรบ้าง ทำให้มีการล้าช้าและมีผลทางด้านกระทบต่อคนที่ได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะทั้งในด้านจิตใจ ความรู้สึกไม่มั่นคงของผู้เฝ้ารอ

นางสาวมึดา นาวานาถ คนไร้สัญชาติของอำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่เพิ่งได้รับสัญชาติ ได้ทำบัตรประชาชน เป็นคนแรกของ อ.สบเมย ได้เล่าประสบปัญหาการดำเนินการเรื่องร้องขอสัญชาติจากเจ้าหน้าที่รัฐ อย่างน่าสนใจ

“ตอนแรกคิดว่าจะได้ ตั้งแต่ พ.ร.บ. มาตรา 23 ออกมาใหม่ๆ รู้แล้วว่าตัวเองต้องได้แต่มันก็เป็นไปได้ที่เราจะไม่ได้เพราะเป็นอำนาจของอำเภอ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ก็ทำอะไรไม่ได้เลย เราก็คิดว่ากฎหมายออกมาแล้วนะทำไมเราไม่ได้ มันจะเป็นไปได้ไหม ติดต่ออำเภอตลอดไปยื่น 28 กุมภาพันธ์ เขาบอกว่ารับแต่สุดท้ายเข้าก็ไม่รับทำไม่ได้เพราะไม่มีคำสั่งต้องรอคำสั่งก่อน คำสั่งมาวันที่ 12 มิถุนายน ก็ไปยื่นที่อำเภอมีรายละเอียดเยอะมาก คำร้องยังเหมือนเดิมอยู่ที่เดิม ไม่ได้ทำไร มีความผิดพลาดหลายอย่าง ปัญหามันเยอะมากคือ ตอนที่ยื่น มาตรา 23 ก็ชัดนะ ก่อนที่จะไปยื่นแต่หนูมองว่าปัญหาคือคนที่ทำงานมากกว่าความเข้าใจมันไม่ตรงกัน ก็ปรึกษากับคนที่ผลักดันนโยบายนี้ว่ามันเป็นอย่างไรบ้าง แต่ว่าหลาย ๆประเด็นเจ้าหน้าที่อำเภอเขาไม่เข้าใจ แต่ก็ได้มาตอนนี้เขาทำเรื่องเขาไปกรมการปกครองเพื่อขอหมายเลข 13 หลัก เพื่อเข้าทะเบียนบ้านกลางประมาณ 2 อาทิตย์ ตอนนี้ต้องย้ายจาก ทร.13 ไป ทร.14 แล้วก็ทำบัตร หนูทำเป็นคนแรกในสบเมยที่ยื่นตามมาตรา 23 ไปกัน 6 คน ทั้งครอบครัวแต่เขาทำให้หนูคนเดียวเป็นการทดลองก่อน”

นอกจากนั้น นางสาวมึดา นาวานาถ ยังต้องการที่จะเอากรณีศึกษาของเธอเป็นส่วนช่วยผลักดันให้คนไร้สัญชาติสำนึก มีความเข้าใจในสิทธิของตัวเองอย่างแท้จริงในการดำเนินการร้องขอสัญชาติไทยครั้งนี้

“อยากให้น้องๆ เข้าใจอย่างชัดเจนว่ามาตรา 23 มีอะไรบ้าง เป็นอย่างไร ที่ผ่านมาเขาบังคับเราการยื่นคำร้อง เช่น พยานเป็นลูกของใคร ทางอำเภอต้องบังคับเป็นข้าราชการ 1 คน ถ้าไม่มีพยานก็ยื่นไม่ได้ซึ่งมีมากหลายคนต้องใช้พยานเขาไม่รู้หลักการ ไม่เข้าใจ เข้าใจไม่ตรงกัน ไม่อยากให้ทำเกินหน้าที่ของราชการ ทำตามกฎหมายบัญญัติให้เจ้าหน้าที่เขาใจตรงกันในกฏหมาย อยากฝากว่าคนที่มาเป็นพยานให้รู้จักจริงๆ อย่าไปเสี่ยงอนาคตกับเงินเพียงเล็กน้อย

จริงๆ แล้วเราควรได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ แล้วแต่ว่าสิ่งที่เราทำขวากหนามมันคงไม่มีอีกแล้ว เพราะเราทำไว้หมดบุคคลอื่นยื่นก็คงใม่มีปัญหาอะไร ก็ดีใจนะแต่ก็เหนื่อยก่อนทางอำเภอจะบอกก็เหนื่อย คือกฏหมายที่รับสัญชาติถ้ามาถึงนายอำเภอตั้งนับไปอีก 15 วัน จะพิจารณาอนุมัติ วันที่ 21 ทางอำเภอต้องมีหนังสือว่าได้หรือไม่ หนูโทรไปหาเจ้าหน้าที่อำเภอเขาก็บอกไม่รู้ไม่มีคำตอบให้ รู้สึกเสียใจเหมือนเขาไม่อยากคุยกับเรา ทั้งที่กฎหมายมาถึงแล้ว หนูเข้าสู่กระบวนการตั้งแต่ปี 2542 ก็ต่อสู้มาตลอดก็ดีใจ สิ่งที่ดาทำไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง ถ้าหนูได้คนที่มีคุณสมบัติเหมือนเราก็ต้องได้เช่นกันจริงๆ เราได้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ แล้วแต่ว่าสิ่งที่เราทำขวากหนามมันคงไม่มีอีกแล้ว เพราะเราทำไว้หมดแล้วบุคคลอื่นยื่นก็คงไม่มีปัญหาอะไรแล้ว”
นางสาวมึดา นาวานาถ กล่าว

แม้ว่ากฎหมายที่บัญญัติมาจะมีความชัดเจนเที่ยงธรรมสักปานใด แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐยังไม่มีการกระตือรือล้น เอาใจใส่ในการนำกฎหมายมาปฎิบัติอย่างถูกต้องครบถ้วน กฎหมายที่ดีก็ไม่สามารถที่จะช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบความเดือดร้อนได้ หากเป็นเช่นนั้นจริงๆ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สัญชาติ (ฉบับที่ 4) 2551 มาตรา 23 ที่เปิดโอกาสในคนที่ไม่มีสิทธิการมีสัญชาติไทยที่มีความรัก และหวงแหนแผ่นดินไทยเหมือนกันไม่มีมีโอกาสเข้าถึงทางการศึกษา สาธารณสุข การบริการพื้นฐานอื่นๆ ซึ่งไม่ยุทธิธรรมเท่าไรนัก

วันนี้การเคารพในหลักการกฎหมายเป็นสิ่งที่สำคัญ พื้นฐานการยอมรับหลักการส่วนรวมร่วมกัน พื้นฐานของความเท่าเทียมกันตามกฎหมาย อันจะนำมาซึ่งสังคมแห่งความเอื้ออาทรและความเข้าใจกันได้ไม่ยากนัก

บันทึกการยื่นคำร้องขอลงรายการสัญชาติไทยตาม พรบ.สัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 มาตรา23
โดย นางสาว มึดา นาวานาถ
ที่ เรื่อง รายละเอียด เวลา ผู้รับผิดชอบ
1 เตรียมเอกสาร -สำเนาทะเบียนบ้าน (ทร.13)
-สำเนาใบรับรองสถานที่เกิด
-สำเนาทะเบียนประวัติ
-สำเนาวุฒิการศึกษา , หลักฐานการศึกษา
-สำเนาใบประกาศณียบัตร (ผลงานการแข่งขัน ประกวดต่างๆ,เกียรติคุณดีเด่นในด้านต่างๆ , กิจกรรม อบรม เข้าค่าย ทำคุณประโยชน์ให้แก่สังคมต่างๆ)
-สำเนาบัตรชุมชนบนพื้นที่สุง (บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย)
-สำเนาบัตรชุมชนบนพื้นที่สุงของพ่อแม่
-สำเนาบัตรประจำตัวนักศึกษา
* นำคำสั่งของปลัดกระทรวงมหาดไทย นายพงศ์โพยม วาศภูติ
25-27 พฤษภาคม 2551 - มึดา นาวานาถ
2 ยื่นคำร้องขอสัญชาติไทยตาม พรบ.สัญชาติ
(ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551
ก็นำสำเนาเอกสารต่างๆที่เตรียมไว้ และถือคำสั่งของปลัดกระทรวงมหาดไทยไปด้วย ไปยื่นคำร้องที่อำเภอสบเมย ซึ่งทางอำเภอสบเมยบอกว่า ยังไม่มีคำสั่งจากทางจังหวัดยังดำเนินไม่ได้ หากคำสั่งมาเมื่อไหร่จะดำเนินการให้ทันที จึงต้องใช้แบบฟอร์มคำขอลงรายการสัญชาติไทยในทะเบียนบ้าน ตามมาตรา 23 แห่ง พรบ.สัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 ที่ข้าพเจ้านำไปเอง ส่วนรับคำร้องที่ยื่นวันนี้จะรับคำร้องไว้ก่อน (ไม่ได้ไบตอบรับ) 28 พฤษภาคม 2551 - ปลัดอานนท์
- คุณคมกริช ชมพู (นิติกร)
- มึดา นาวานาถ
3 ติดตามใบตอบรับ ได้ติดตามใบตอบรับจากการยื่นคำร้องขอลงรายการสัญชาติไทยเนื่องจากวันที่ 28 พฤษภาคม 2551 ทางอำเภอไม่ได้มอบให้ ทางอำเภอก็ได้ให้การตอบรับว่า เรื่องใบตอบรับไม่มีปัญหาจะมาเอาเมื่อไหร่ก็ได้ ทางอำเภอพร้อมที่จะออกให้เสมอและจะลงวันที่ที่ไปยื่นคำร้องคือวันที่ 28 พฤษภาคม 2551 30 พฤษภาคม 2551
  - มึดา นาวานาถ
- ปลัดอานนท์
4 ติดตามคำสั่งจากจังหวัด จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้ส่งหนังสือสั่งการไปยังอำเภอสบเมย ตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2551 2 พฤษภาคม 2551 - มึดา นาวานาถ
- เจ้าหน้าที่จังหวัด
5 ติดตามคำสั่งจังหวัด ไปยังอำเภอสบเมย หลังจากวันที่ 28 พฤษภาคม 2551 ก็ติดตามคำสั่งจังหวัดมาโดยตลอด เพื่อที่จะได้ดำเนินการในขั้นต่อไป ระหว่างที่ 28 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2551 คำสั่งยังไปไม่ถึงอำเภอสบเมย คำสั่งจังหวัดมาถึงอำเภอสบเมยเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2551 29 พฤษภาคม - 2 มิถุนายน 2551 - มึดา นาวานาถ
- ปลัดอานนท์
6 ติดตามคำร้องขอ ลงรายการสัญชาติไทย - ก็ได้สอบถามทางอำเภอว่าเอกสารประกอบการยื่นคำร้องขอลงรายการสัญชาติไทย ยังขาดอะไรอีกบ้าง ทางอำเภอบอกว่าเรื่องประกอบการยื่นคำร้องไม่มีปัญหา แต่จะต้องมาสอบสวนผู้ยื่นคำร้องให้ปรากฎรายละเอียดเกี่ยวกับ พ่อแม่ จำนวนพี่น้อง และที่อยู่อาศัยปัจจุบันและรวมถึงความเลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

- (คุยต่อกับคุณคมกริช นิติกร) ต้องนำพยานบุคคลผู้น่าเชื่อถือเป็นที่น่าเคารพและรู้จักคุ้นเคยกันดี จำนวน 3 คน

** ยังคุยกับคุณคมกริช เขาบอกว่าอย่างกรณีอย่างข้าพเจ้า ไม่มีใบเกิดมีแต่ใบรับรองสถานที่เกิดนั้นทางอำเภอจะพิจารณาให้นั้นต้องหารือกับสำนักทะเบียนด้วยโดยต้องส่งคำร้องของข้าพเจ้าไปที่ สำนักทะเบียนกลาง (กรมการปกครอง) และข้าพเจ้าก็ได้ทวนคำธิบายในสิ่งนิติกรอธิบายให้ข้าพเจ้าฟังอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าในสิ่งที่เขาอธิบายและสิ่งที่ข้าพเจ้าเข้าใจจากคำอธิบายของเขาว่าถูกหรือไม่..เมื่อคำตอบว่าถูก..

- ข้าพเจ้าเริ่มขัดแย้งว่าคำร้องของข้าพเจ้าต้องส่งไปที่สำนักทะเบียนกลางเหรอ?? เพราะข้าพเจ้ามีใบรับรองสถานที่เกิดแล้ว เขาก็ให้เหตุผลว่า...ถ้าข้าพเจ้ามีใบเกิดจะไม่มีปัญหาไม่ต้องส่งคำร้องไปที่สำนักทะเบียนกลาง เมื่อข้าพเจ้าไม่ใบเกิดแม้มีใบรับรองสถานที่เกิดก็ต้องส่ง

*** ข้าพเจ้าได้ขอคำปรึกษา คำแนะนำและเรียกความมั่นใจกลับมาจากพี่มานะ งามเนตร ทำให้ข้าพเจ้าทราบว่า เจ้าหน้าที่อำเภอยังไม่ค่อยเข้าใจกับ พรบ.สัญชาติ 2551 มาตรา 23 อย่างชัดแจ้ง ขนาดเจ้าหน้าที่อำเภอสบเมยเหมือนจะมีความพร้อมและพร้อมที่จะเปิดใจทำความเข้าใจกับ พรบ.สัญชาติ 2551 แต่ยังมีความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน (ไม่ถูกต้อง) แล้วอำเภออื่นๆเล่าขนาดคำร้องชาวบ้านยังไม่รับเลยแล้ว พรบ.สัญชาติ 2551นี้เขาจะอ่านและจะเข้าใจไหมหนอ??????

*** ตลอดระยะเวลาการติดต่อประสานกับทางอำเภอ ข้าพเจ้าก็ได้ขอคำปรึกษาจาก อาจารย์พันธ์ทิพย์ พี่มานะ พี่หลวงและพี่ๆเจ้าหน้าที่ศูนย์พัฒนาเครือข่ายเด็กและชุมชนมาโดยตลอด
4 พฤษภาคม 2551 - มึดา นาวานาถ
- ปลัดอานนท์
- คุณคมกริช ชมพู (นิติกร)
7 สอบถามเรื่องพยาน ได้สอบถามเกี่ยวพยานที่จะไปสอบพยานในวันที่13 มิถุนายน 2551 นิติกรก็บอกว่าให้นำพยานที่เป็นข้าราชการมาสอบด้วย เพราะเป็นที่เชื่อถือได้ ซึ่งข้าพเจ้าก็ได้แย้งกับนิติกรว่าซึ่งตาม พรบ.กฎหมายสัญชาติ 2551 มิได้บังคับว่าต้องเป็นข้าราชการแต่ขอให้เป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือ มีถิ่นที่อยู่เป็นหลักแหล่ง มีเป็บุคลลที่รู้จักกับผู้ยื่นคำร้องเป็นอย่างดีไม่ใช่เหรอ?? และข้าพจ้าก็ได้ให้เหตุผลว่าที่ข้าพเจ้าเลือก ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และผู้อวุโสในหมู่บ้านเพราะบุคคลเหล่านี้รู้จักความเป็นมาและความเป็นอยู่ครอบครัวของข้าพเจ้าเป็นอย่างดี ถ้าจะให้หาบุคคลที่เป็นข้าราชการมาเป็นพยานมารับรองให้ข้าพเจ้าเป็นไปได้ แต่เขาก็ไม่ได้รู้จักเราเป็นอย่างดี...และข้าพเจ้าก็ได้ถามว่า บุคคลที่ไม่ใช่ข้าราชการ ไม่น่าเชื่อถือเหรอ??? จนเขายินยอม
12 มิถุนายน2551 - มึดา นาวานาถ
- นิติกร
8 นำพยานไปสอบสวน - วันนี้ข้าพเจ้าก็ไปอำเภอตามที่ได้นัดไว้กับทางอำเภอไว้ (วันนี้ฝนตกทั้งวันเลยซึ่งเดินทางมายังอำเภอเป็นเรื่องลำบากมากๆ รถจักรยานยนต์ล้มระหว่างทางหลายครั้ง) เมื่อไปถึงอำเภอทั้งข้าพเจ้าและพยาน (ผุ้ใหญ่บ้าน,ผุ้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน,ผู้อวุโสในหมู่บ้าน) เข้าห้องสอบสวน ประเด็นที่สอบพยาน...ผู้ยื่นคำร้องเป็นลูกหลานใคร มีพี่น้องกี่คน ทำคุณประโยชน์อะไรให้ชุมชนบ้าง,พ่อแม่เข้ามากี่ปีแล้ว,พ่อแม่คุณประโยชน์อะไรบ้างให้แก่ชุมชน

- เรื่องการหารือไปยังทะเบียนกลาง-การนับเวลา นิติกรบอกว่าคำร้องจะนับหนึ่ง (นับเวลา) ก็ต่อเมื่อถึงมือนายอำเภอ ข้าพเจ้าได้ถามนิติกรว่าคำร้องของข้าพเจ้า เมื่อไหร่จะมือนายอำเภอ ได้รับคำตอบว่า คำร้องของข้าพเจ้าจะต้องทำหนังสือหารือไปที่ทะเบียนกลางก่อน แล้วก็รอคำตอบจากทะเบียนว่าจะให้ปฏิบัติอย่างไหร่ และข้าพเจ้าได้ถามต่อว่า...หากทะเบียนกลางไม่มีคำตอบกลับมาแล้วอำเภอจะทำอย่างไร ก็ได้คำตอบว่าก็ไม่สามารถปฏิบัติอะไรได้จะต้องจนกว่ามีคำตอบมาจากทะเบียนกลาง และเขาบอกข้าพเจ้าว่า...ไม่เกิน 3 ปี หรอกข้าพเจ้าก็ต้องได้...และข้าพเจ้าได้พูดถึงระยะเวลากี่ปีแล้วที่ข้าพเจ้าสู้มา...

- ความเห็น 7 ทวิกับ พรบ.สัญชาติ 2551
ปลัดอานนท์และนิติกรต่างก็คิดว่า 7 ทวิ เป็นวิธีการได้สัญชาติง่ายกว่า พรบ.สัญชาติ 2551 และก็แนะนำให้ข้าพเจ้าให้ยื่น 7 ทวิ ข้าพเจ้าก็ได้บอกว่าถ้า 7 ทวิได้ง่ายกว่า ข้าพเจ้ายื่นคำร้องตั้งแต่ปี 48 จนถึงตอนนี้เหตุใดข้าพเจ้าถึงไม่ได้ ข้าพเจ้าก็ได้ชี้แจงในความเห็นว่าถึงอย่างไรก็ตาม พรบ.สัญชาติ 2551ได้ง่ายกว่า 7 ทวิแน่นอน

- ใบตอบรับ นิติกรบอกว่าใบยื่นคำร้องชุดนี้ไม่มีใบตอบรับจะทำอย่างไร ข้าพเจ้าจึงขอถ่ายเป็นเอกสาร
**เหมือนอำเภออยากจะเลี่ยง ไม่อยากให้ขั้นตอนทุกอย่างจบที่อำเภอ (อาจจะกลัวความผิดพลาดเกิดขึ้น..ไม่อยากรับผิดชอบ)
13 มิถุนายน 2551 - มึดา นาวานาถ
- ปลัดอานนท์
- นิติกร
9 ติดตามคำร้อง - ได้ถามความคืบหน้าคำร้องที่ยื่น ได้ความว่าคำร้องตอนนี้อยู่ที่ปลัดอานนท์ตอนนี้ปลัดอานนท์ยังไม่ได้เซ็น 19 มิถุนายน 2551 - มึดา นาวานาถ
- นิติกร
10 ติดตามคำร้อง - คำร้องตอนนี้อยู่ที่ปลัดอานนท์
- เรื่องทำหนังสือหารือไปที่ทะเบียนกลาง ตอนนี้ทางอำเภอได้คุยกัน จะไม่ทำหนังสือหารือไปที่ทะเบียนกลางแล้ว
26 มิถุนายน 2551
- มึดา นาวนาถ
- นิติกร
11 ติดตามคำร้อง - ตอนนี้ปลัดอานนท์ได้เซ็นเรียบร้อยแล้ว
- ได้ขอให้ทางอำเภอช่วยส่ง FAX มาให้ที่มหาวิทยาลัยเพื่อขอไว้เป็นหลักฐาน
- ข้าพเจ้าได้ส่ง FAX ให้ อ.พันธุ์ทิพย์ 1 ชุด
27 มิถุนายน 2551 - มึดา นาวานาถ
- ปลัดอานนท์
- นิติกร
12 ติดตามคำร้อง ปลัดอานนท์ รวบรวมเอกสารทั้งหมด พร้อมแสดงความคิดเห็นได้เสนอต่อนายอำเภอแล้ว 7 กรกฎาคม 2551 - มึดา นาวนาถ
- ปลัดอานนท์
- นิติกร
13 ครบ 15 วัน ในการพิจารณา - ยังไม่มีคำตอบใดๆ จากทางอำเภอ เหมือนอำเภอจะไม่รับผิดชอบใดๆ จะปัดความรับผิดชอบ
ติดต่อปลัดอานนท์ไม่ได้ (ปิดมือถือ)
- ข้าพเจ้าร่างหนังสือสอบถามคำร้องไปยังอำเภอ โดยมีพี่หลวงช่วยตรวจสอบอีกครั้ง
21 กรกฎาคม 2551 - มึดา นาวานาถ
- นิติกร
14 ส่งหนังสือสอบถามถึงอำเภอ - ได้ส่งหนังสือไปถึงนายอำเภอสบเมย แนบสำเนาแบบยื่นคำร้องของข้าพเจ้า (EMS มีแบบตอบรับ) 25 กรกฎาคม 2551 - มึดา นาวานาถ
15 ติดตามหนังสือสอบถาม ถึงอำเภอ - หนังสือถึงอำเภอแล้วเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2551
- นายอำเภอได้อนุมัติให้สัญชาติข้าพเจ้า กำลังส่งเรื่องไปที่กรมกลางเพื่อขอหมายเลขให้ข้าพเจ้าส่งวันนี้ **นายอำเภอตินิติกรเหตุเนื่องจากที่ข้าพเจ้าทำหนังสือถึงอำเภอ**
29 กรกฎาคม 2551 - มึดา นาวนาถ
- ปลัดอานนท์
- นิติกร



ทีมงาน
ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย
webmaster@thaingo.org

3 กันยายน 2551