ดนตรีสร้างสุขปีที่ 2 เส้นทางดนตรีอิสระกับสุขภาวะทางสังคม

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2551 ที่ผ่านมา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และเครือข่ายดนตรีสร้างสุขทั่วประเทศ ได้มีการแถลงข่าว โครงการดนตรีสร้างสุขปีที่ 2 เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนแสดงออกในการสร้างสรรค์ศิลปะและดนตรีอย่างเต็มที่ ภายในงานยังมีการกล่าวภาพรวมมหกรรมโครงการดนตรีสร้างสุขในปี 2550 ที่ผ่านมาเพื่อเป็นแนวทางในการเสนอ และรับโครงการที่จะเสนอเข้ามาจากกลุ่มกิจกรรมเพื่อสังคม พร้อมทั้งการสรุปผลเรียนที่ผ่านมาอีกด้วย โดยการแถลงข่าวในครั้งนี้จัดขึ้น ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติศิริกิติ์

ภายในงานยังมีการจัดเสวนาเกี่ยวกับดนตรี เยาวชน และพลังของเสียงเพลงในการขับเคลื่อนสังคม โดยมีตัวแทนจากผู้ใหญ่ใจดีจาก สสส. ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรี และกลุ่มเยาวชนโคตรอินดี้ ก่อนจะเข้าสู่การแถลงข่าวมหกรรมดนตรีสร้างสุขแปี 2 ในภาคบ่าย

อาจารย์ดนัย หวังบุญชัย ผู้จัดการแผนงานอุปถัมภ์เชิงรุกด้านสื่อ และกิจกรรมเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวนำเปิดงานในตอนหนึ่งว่า "ดนตรีเป็นช่องทางหนึ่งที่จะสื่อสารการสร้างเสริมสุขภาพสู่กลุ่มเยาวชน ซึ่งถ้านำดนตรีมาใส่เนื้อหาเชิงสาระก็จะมีคุณค่า และเป็นสื่อที่สำคัญมาก ทาง สสส. ได้สนับสนุนโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นให้เด็กและเยาวชนได้สร้างสรรค์ผลงานออกมาเอง เพราะเชื่อว่าสื่อที่พวกเขาผลิตเองจะมีความหมายและมีประสิทธิผลในการเป็นสื่อเสริมสร้างสุขภาพมากกว่า ในปีที่แล้วโครงการดนตรีสร้างสุขได้สร่างพื้นที่ในการแสดงออกของเยาวชนซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ในโครงการปีที่สองก็เช่นกันเป็นก้าวที่สำคัญมากและหวังว่าเยาวชนจะมาแสดงความสามารถที่มีออกมาเพื่อสร้างสรรค์สังคมที่ดีต่อไป"

ภายหลังกล่าวเปิดงานได้มีการแลกเปลี่ยนเรียรู้ประสบการณ์ระหว่างกลุ่มเยาวชนที่อยู่ในเครือข่ายดนตรีสร้างสุข หรือเคยเข้าร่วมกับดนตรีสร้างสุขในปีที่แล้ว และกลุ่มเยาวชนที่สนใจจะเข้าร่วมอย่างเป็นกันเอง เพื่อเป็นแนวทางสร้างสรรค์สังคมให้สงบสุขผ่านเสียงเพลงในรูปแบบไร้พันธนาการร่วมกัน นับเป็นโอกาสอันดีที่จะสร้างสรรค์ผลงานออกมาจรรโลงสังคมไว้อย่างยั่งยืน

"ดนตรีเป็นสิ่งที่วัยรุ่น เยาวชนเข้าถึงง่ายเพราะการสื่อสารผ่านดนตรีมันง่ายกว่าการอ่านหนังสือ หรือสื่ออื่นๆ และที่สำคัญดนตรีมันเป็นจินตนาการที่เยาวชนหรือคนรุ่นใหม่เขามีมาก และต้องการที่แสดงออกซึ่งโครงการดนตรีสร้างสุขมันเป็นอะไรที่เหมาะสมมากกับการเข้าถึงคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริงมากกว่าสื่ออื่นด้วยซ้ำ บางทีอิสระทางดนตรี มันก็เป็นส่วนสำคัญในการสร้างโอกาสทางสังคมให้สังคมมีความสุขได้ไม่มากก็น้อย นั่นหมายถึงว่าดนตรีเป็นอุปกรณ์ชั้นดีในการมีส่วนสร้างความสุขได้ผ่านดนตรีอยากให้เยาวชนทุกคนมีอิสระในความคิดแล้วจะผลิตงานดนตรีดีๆ ในทุกคนในสังคมอย่างมีความสุขได้ครับ" คุณธนาบดี ธรรมสิทธิ์ ตัวแทนภาคีเครื่อข่ายดนตรีสร้างสุขกล่าวอย่างอารมณ์ดี

มหกรรมดนตรีสร้างสุขที่มีโครงการต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จะสะท้อนภาพการสร้างสังคมที่เป็นสุขภาวะที่ทุกส่วนของสังคมมีส่วนร่วม โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนซึ่งเป็นส่วนสำคัญมากในการขับเคลื่อนโลกของคนรุ่นใหม่ที่เต็มไปด้วยพลังให้แสดงออกอย่างถูกต้องเหมาะสม ผ่านงานศิลปะที่ทุกคนเข้าถึงได้โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ดังนั้นการสร้างจิตสำนึกสาธารณะเพื่อสังคมจึงไม่จำเป็นต้องมีข้อจำกัดเรื่องหนทาง เป้าหมายที่สำคัญที่สุดคือสร้างวิธีคิดให้เยาวชนได้มีส่วนมีความรู้สึกร่วมที่จะสร้างสังคมแห่งความสุขผ่านดนตรีและตระหนักถึงความสำคัญของตัวเอง

"พลังในการนำพาสังคมในตัวของเยาวชนคนรุ่นใหม่มันมีมาก แต่บางทีเขาเหล่านั้นไม่ได้รับโอกาสในการถ่ายทอดหรือแสดงความคิด ความรู้สึก ดนตรีต่างจากสิ่งอื่นตรงที่ว่า เป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับวัยรุ่นเป็นเรื่องความรู้สึกซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากและเยาวชนคนรุ่นใหม่ถ้าเราดูจากผลงานจะเห็นได้ว่ามันคือพลังความคิดที่บริสุทธิ์และควรจะได้โอกาสในการถ่ายทอดเรื่องราวของวัยรุ่นได้อย่างน่าสนใจ" อาจารย์ดนัย กล่าวเสริม

โครงการดนตรีสร้างสุขปีที่ 2 ยังเปิดรับโครงการจากกลุ่มเยาวชนและคนรักดนตรีที่ต้องการอิสระในการถ่ายทอดความคิดผ่านดนตรีและศิลปะ ซึ่งเป็นหนทางแห่งการสร้างสังคมที่เป็นสุขด้วยเสียงเพลงจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคมนี้

"หนทางแห่งสุนทรียะของดนตรี ถ้าไม่ได้รับใช้สังคมดนตรีก็คงจะไม่เกิดประโยชน์ ดังนั้นค่ายดนตรีสร้างสุขที่หลายๆ ฝ่ายได้ร่วมมือกันจัดในครั้งนี้ จึงถือเป็นใบเบิกทางสู่โอกาสให้เด็กและเยาวชนได้เข้ามามีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น นี่คือคำตอบว่าทำไมโครงการดนตรีสร้างสุขปีที่ 2 จึงถูกนำมาทำต่อก็เพราะเรากำลังผลิตคนรุ่นใหม่ให้ทำสิ่งใหม่ที่บางที่คนรุ่นเก่าคิดไม่ถึงและมีความสำคัญมากในการสร้างสุขภาวะที่แท้จริง" อาจารย์ไพจิตร ศุภวารี ตัวแทนภาคีเครือข่ายดนตรีสร้างสุขกล่าวส่งท้ายอย่างน่าสนใจ

ความน่าสนใจของดนตรีนอกจากจะสื่อออกมาในรูปของความไพเราะจับใจแล้ว ยังทำให้ผู้เสพมีความสุขได้อย่างน่าอัศจรรย์ สิ่งที่ควรตระหนักถึงคือจะทำอย่างไรให้คนรุ่นใหม่และเยาวชนได้มีโอกาสสัมผัสรับรู้เรื่องศิลปะดนตรีอย่างอิสระโดยไม่มีพันธนาการใดๆ ทางสังคมมาขวางกั้นการเรียนรู้ และความคิดอันสร้างสรรค์ของพวกเขาเหล่านี้

หมายเหตุ: กลุ่มกิจกรรมที่สนใจส่งโครงการเข้าร่วม ติดตามรายละเอียดใน http://www.thaihealth.or.th

 

ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย
webmaster@thaingo.org

13 สิงหาคม 2551