ผู้ที่โอนค่าธรรมเนียมเว็บ thaingo.org หลังจากวันที่ 13 ธันวาคม 2562 ทางเราจะส่งใบเสร็จรับเงินหลังปีใหม่

To who are transfer jobs fee after 13th December 2019, we will send receipt after New Year.

รายงานสังคมและการเมือง ฉบับที่ 4

( ขอบคุณภาพข่าวจาก นสพ.มติชน ออนไลน์ : https://www.matichon.co.th ) 

แย่งยึดที่ดิน!

อ้างนโยบายทวงคืนผืนป่าเอื้อประโยชน์นายทุน

 

 

นโยบายทวงคืนผืนป่าเอื้อประโยชน์นายทุนขอประทานบัตรเหมืองแร่ชนิดหินทรายเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้างในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงหมู แปลง 2 ตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร

หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ายึดอำนาจ ต่อมาในวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ.2557 หัวหน้า คสช. ได้อนุมัติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยึดถือและปฏิบัติตามแผนแม่บทแก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรป่าไม้ การบุกรุกที่ดินของรัฐและการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน (แผนแม่บทการพิทักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ) หรือ นโยบายการทวงคืนผืนป่า เพื่อการพิทักษ์รักษาพื้นที่ป่าไม้ให้มีความสมบูรณ์ ให้ได้พื้นที่ป่าไม้อย่างน้อย 40% ของพื้นที่ประเทศหรือประมาณ 128 ล้านไร่ แต่พื้นที่ป่าไม้มีประมาณ 102 ล้านไร่ ต้องทำการตรวจยึดเพื่อเพิ่มพื้นที่ประมาณ 26 ล้านไร่ โดยมีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ (1) เพื่อหยุดยั้งการตัดไม้ทำลายป่าและทวงคืนผืนป่าจากผู้ที่บุกรุกครอบครอง (2) เพื่อให้มีระบบบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและยั่งยืน (3) เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าในพื้นที่ป่าเป้าหมายทั่วประเทศให้มีความสมบูรณ์

หนึ่งในพื้นที่ป่าไม้ที่ต้องเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ เป็นพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงหมู แปลงที่ 2 ตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ต้องทำการตรวจยึดกับชาวบ้านที่อยู่ในเกณฑ์บุกรุกที่ดินเพื่อทำกินในพื้นที่รวมเนื้อที่ทั้งหมด 496 - 0 - 87 ไร่ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวทับซ้อนกับพื้นที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ประกาศให้เป็นพื้นที่แหล่งหินอุตสาหกรรมและบริษัท ทรีมาเธอร์ เทรดดิ้ง จำกัด ได้ขอประทานบัตรที่ 2/2559 ทำเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินทรายเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง เนื้อที่ 215 – 3 – 38 ไร่

แต่ชาวบ้านในพื้นที่นาม “กลุ่มอนุรักษ์น้ำซับคำป่าหลาย” ได้คัดค้านการขอประทานบัตร โดยให้เหตุผลว่าทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนระบบนิเวศในพื้นที่ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งน้ำซับซึมของคนในพื้นที่ตำบลคำป่าหลายและพื้นที่ใกล้เคียงที่มีน้ำเพียงพอใช้ตลอดทั้งปี และขัดต่อพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2560 มาตรา 17 วรรคสี่ บัญญัติไว้ว่า “พื้นที่ที่จะกำหนดให้เป็นเขตแหล่งแร่เพื่อการทำเหมืองต้องไม่ใช่พื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติ ตามกฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เขตโบราณสถานที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ เขตพื้นที่ที่มีกฎหมายห้ามการเข้าใช้ประโยชน์โดยเด็ดขาด พื้นที่เขตปลอดภัยและความมั่นคงแห่งชาติหรือเขตพื้นที่แหล่งต้นน้ำหรือป่าน้ำซับซึม” หากมีการทำเหมืองแร่หินทรายในพื้นที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและแหล่งน้ำซับซึม จนเกิดการเสียหายได้ จึงส่งผลให้บริษัทฯ ยังไม่ได้รับใบอนุญาตประทานบัตรให้ทำเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินทรายเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง

หน่วยงานรัฐได้ดำเนินมาตราการทวงคืนผืนป่ากับชาวบ้านที่มีที่ดินทำกินในเขตพื้นที่ป่าสวงนแห่งชาติ ป่าดงหมู แปลงที่ 2 ที่เป็นพื้นที่ สปก. โดยใช้วิธีการปักหลักเขตสีแดง ติดกระดาษ A4 ตามต้นไม้ระบุข้อความว่า “แปลงตรวจยึด” ติดป้ายใหญ่ระบุข้อความว่า “แปลงฟื้นฟูสภาพป่า” ทำการตัดต้นยางชาวบ้าน ให้ชาวบ้านยืนชี้เขตพื้นที่และทำการฟ้องร้องดำเนินคดีข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน เพื่อบีบบังคับให้ออกจากพื้นที่และทำการยึดคืนพื้นที่ตามนโยบายดังกล่าว แต่การกระทำดังกล่าวก็สร้างความสงสัยให้กับคนในพื้นที่ว่านโยบายนี้ อาจเป็นการคืนพื้นที่เพื่อกลับคืนมาเป็นเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงหมู แปลงที่ 2 ให้กับกรมป่าไม้เพื่อที่จะมีอำนาจโดยชอบธรรมตามกฎหมาย เนื่องจากกฎหมายการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม (สปก.) ระบุว่าเป็นที่ดินที่ใช้ทำการเกษตรกรรมเท่านั้น แต่ถ้าทำการคืนสภาพ สปก. เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติโดยการยกเลิกพระราชกฤษฎีกาปฏิรูปที่ดินจะสามารถยื่นขอประทานบัตรประกอบกิจการเหมืองแร่ได้

 

การคืนพื้นที่เพื่อกลับคืนมาเป็นเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงหมู แปลงที่ 2 ให้กับกรมป่าไม้เพื่อที่จะมีอำนาจโดยชอบธรรมตามกฎหมาย เนื่องจากกฎหมายการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม (สปก.) ระบุว่าเป็นที่ดินที่ใช้ทำการเกษตรกรรมเท่านั้น แต่ถ้าทำการคืนสภาพ สปก. เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติโดยการยกเลิกพระราชกฤษฎีกาปฏิรูปที่ดินจะสามารถยื่นขอประทานบัตรประกอบกิจการเหมืองแร่ได้

 

 
   

 

 

 

 

 

ปัจจุบันในพื้นที่จึงมีปฏิบัติการทวงคืนผืนป่าอย่างเข้มข้น การกระทำดังกล่าวแอบแฝงด้วยความโหดร้ายผ่านการตัดต้นยาง ไล่รื้อสิ่งปลูกสร้าง ทำลายพืชพรรณทางการเกษตร ให้ชาวบ้านเจ้าของที่ดินยืนชี้เขตพื้นที่พร้อมถ่ายรูปเป็นหลักฐานและทำการฆ่าซ้ำด้วยการฟ้องร้องคดีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ บีบบังคับชาวบ้านให้ออกจากพื้นที่โดยจำยอมและกดทับไม่ให้ชาวบ้านลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิของตนเอง

นโยบายดังกล่าวช่างย้อนแย้งกับความเป็นจริง เพิ่มช่องทางในการขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ พร้อมทั้งเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอกชนทำการขออนุญาตประทานบัตรและขอเข้าใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติประกอบกิจการเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินทรายเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้างในอนาคต